เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE113 เด็กๆของข้า[ฟรี]

GE113 เด็กๆของข้า[ฟรี]

GE113 เด็กๆของข้า[ฟรี]


เมื่อข่ายอาคมเคลื่อนย้ายถูกกระตุ้นใช้งาน ลำแสงพลังไร้ลักษณ์ปรากฏ เงาร่างของคนที่อยู่ภายในหายไป... เมื่อผ่านไป 10 หายใจ ทั้งหมดก็ปรากฏยังสถานที่แห่งหนึ่ง ที่อยู่ลึกใต้พื้นดิน 1 แสนจ้าง

สุสานวิหคทมิฬ โลกใต้พิภพ!

ภายในที่มืดสลัว รอบข้างเป็นพื้นที่กว้างขวางไร้สิ้นสุด พิรุณโปรยปราย บรรยากาศดูอึมครึม ไกลออกไปทุกๆพันจ้างจะมีหอคอยโบราณ ที่ถูกสลักด้วยลวดรายแปลกตา แต่พวกมันลุกโหมด้วยเพลิง ส่องสว่างให้กับโลกใต้พิภพอันมืดมิด

เมื่อเดินออกจากข่ายอาคมเคลื่อนย้าย หนิงฝานสัมผัสได้ถึงปราณที่เย็นเฉียบ มันส่งผลให้ร่างกายหนาวเหน็บ ให้ความรู้สึกที่น่าสะพรึงกลัว

สิ่งแปลกๆที่เกิดขึ้นกับหนิงฝานอีกอย่างคือ ด้วยปราณน้ำแข็งที่สัมผัสได้ กลับทำให้ปราณภายในเส้นลมปราณของเขาโคจรเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว

นั่นหมายความว่า สถานที่แห่งนี้เหมาะกับผู้เชี่ยวชาญฝ่ายอธรรม ที่จะทำให้พลังเพิ่มพูนขึ้นมากขึ้นเป็นเท่าตัว หากเทียบกับโลกภายนอก

“ปราณน้ำแข็งเหล่านี้ช่างน่าอัศจรรย์...”

หนิงฝานสั่นเทา เขาแผ่สัมผัสเทพกวาดผ่านสำรวจ ความผ่อนคลายแต่เดิมได้หายไป คนอื่นๆก็ระมัดระวังเช่นกัน

แม้ชูชิงจะเป็นผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นต้น แต่ยังรู้สึกหนาวสั่น ส่วนจื่อเฮ่อและหลานเหม่ยที่เป็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ พวกนางหนาวกระทั่งมีน้ำแข็งเกาะที่ผม

“พี่ฝาน ข้าหนาว...”

จื่อเฮ่อกล่าวเบาๆ ความหนาวเหน็บระดับนี้ นางไม่อาจทนได้ ดังนั้น นางจึงทำเหมือนเด็กคลอเคลียหนิงฝาน

“เด็กโง่… เจ้าต้องอยู่แค่ชั้นที่ 1 ของสุสาน ที่นี่ช่วยปราณเพิ่มพูนได้มากเป็นเท่าตัว แต่หากเป็นชั้นที่ 2 ความหนาวเหน็บจะรุนแรงขึ้น เจ้าห้ามไปเด็ดขาด… นี่… กระถางแยกโอสถ เพลิงในนี้จะช่วยให้ความอบอุ่นกับเจ้า ส่วนนี้โอสถ เจ้ารับไป ข้ากับชูชิงจะลงไปดูชั้น 3”

หนิงฝานลูบหัวจื่อเฮ่อเบาๆ แล้วนำกระถางแยกโอสถ นำกระเป๋าโอสถออกมาและแจกจ่ายโอสถให้กับสตรีทุกคน จากนั้นนำเชื้อเพลิงที่จะช่วยให้เพลิงลุกไหม้ออกมาด้วย

เมล็ดเหล่านี้ได้มาจากเพลิงระดับ 3 ที่จิงสั่วเป็นผู้มอบให้เป็นของขวัญ

เมล็ดเพลิงเหล่านี้ไม่มีประโยชน์กับหนิงฝาน จึงได้มอบให้เหล่าสตรีเพื่อช่วยเสริมความอบอุ่น

หนิงฝานไม่ได้จุดเพลิงปีศาจทมิฬให้พวกนาง เพราะเพลิงรุนแรงจนเกินไป หากหนิงฝานไม่อยู่ด้วยและเพลิงเกิดการควบคุม อาจเกิดอันตรายร้ายแรง นอกจากนี้ หนิงฝานตั้งใจจะดูดซับเพลิงปีศาจทมิฬส่วนที่เหลือที่นี่ด้วย!

การดูดกลืนเพลิงปีศาจทมิฬนั้น จำเป็นพึ่งพาวิชาลับปีศาจทมิฬ ยิ่งด้วยยามนี้ หนิงฝานบรรลุกึ่งแก่นทองคำ การดูดกลืนเพลิงปีศาจทมิฬจึงไม่ใช่เรื่องยาก

สถานที่เย็นเฉียบแห่งนี้จะช่วยลดทอนความเย็นของเพลิงปีศาจทมิฬลงได้มาก หนิงฝานเตรียมพร้อมทุกสิ่งแล้ว จึงได้ตั้งใจจะลงมาสุสานวิหคทมิฬ นอกจากตั้งใจจะดูดซับเพลิงปีศาจทมิฬแล้ว หนิงฝานยังตั้งใจจะไปหาสมุนไพรปีศาจกับชูชิงด้วย!

หนิงฝานและชูชิงเหยียบย่ำพื้นโคลนมุ่งหน้าไกลออกไป ปล่อยให้กระถางแยกโอสถที่ลุกไหม้ด้วยเพลิง เป็นแหล่งให้ความอบอุ่นแก่นเหล่าสตรี จื่อเฮ่อและหลานเหม่ยที่จ้องมองเปลวเพลิงรู้สึกอบอุ่น แต่ซือซือกลับรู้สึกคุ้นเคยกับกระถางแยกโอสถอย่างบอกไม่ถูก

“ข้าเคยเห็นกระถางใบนี้มาก่อน… แต่ที่ใด?”

ลึกเข้าไปในสุสานชั้นที่ 1 ไร้ภูติผี ความหนาวเหน็บไม่อาจทำอันตรายหนิงฝาน ในระหว่างที่ก้าวเดินท่ามกลางสายพิรุณนั้น หนิงฝานสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง

เบาบาง...เป็นเจตจำนงค์เทพที่เบาบางมาก

หนิงฝานสัมผัสได้ถึงเจตจำนงค์เทพ เขาถอนปราณที่โคจร ปล่อยให้พิรุณพรมร่าง

“อาจารย์ ตั้งแต่ชั้นที่ 1 ถึง 9 มีฝนตกตลอด ทำให้อากาศหนาวเย็นยิ่งขึ้นเป็นเท่าทวี ข้าว่า ทางที่ดีควรจะใช้ปราณหุ้มกายไว้” ชูชิงกล่าวอย่างเคารพ

“อืม… แต่ถึงฝนเหล่านี้จะทำให้หนาว แต่มันก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน...”

หนิงฝานหลับตา ก้าวเดิมท่ามพิรุณชโลมกาย มุ่งตรงไปยังชั้นที่ 3 ของสุสาน

พิรุณเหล่านี้ราวกับสามารถกระตุ้นความทรงจำของคน ซึ่งมันคือหนึ่งในความสามารถของผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณ เจตจำนงค์เทพ

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พิรุณเหล่านี้ไม่เคยหยุด ราวกับต้องการอาบชโลมร่างของผู้ฝึกตน เพื่อทำให้ก้าวหน้ามากขึ้น

สีหน้าหนิงฝานในยามนี้เรียบเฉย แต่ในใจกลับค่อยๆตกตะลึง

เหล่าบรรพบุรุษระดับสูงของนิกายกุ่ยเชว่ ได้ฝึกตนกระทั่งบรรลุเจตจำนงค์เทพ สร้างเป็นพิรุณโปรยปรายอาบชโลมผู้คนมานานกว่าหมื่นปี

ในขณะที่หนิงฝานกำลังอาบชโลมพิรุณอยู่นั้น เสียงของชายชราคนหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของเขา

“พิรุณถือกำเนิดในพิภพ… ดับสูญในพิภพ... นั่นคือวิถีของมัน...”

คำกล่าวนี้แฝงด้วยเจตจำนงค์เทพพิรุณโปรย ทำให้จิตใจของหนิงฝานกระจ่างใส่ราวกับวารี

“กล่าวได้ดี!”

หนิงฝานชงักฝีเท้า แหงนหน้าขึ้นมองพิรุณที่โปรยปราณ เพื่อประจักษ์กับความโศกเศร้าของมัน แต่ไม่นาน หนิงฝานก็เผยรอยยิ้ม และเร่งมุ่งหน้าต่อไป

“ชูชิง เราไปดูฝนที่ชั้น 2 กัน!”

“ขอรับ!”

ชั้นที่ 1 ของสุสานดูราวกับสถานที่อันไร้ที่สิ้นสุด แต่ไกลออกไปพันจ้างจะมีอุโมงขนาดยักษ์ เพื่อลงไปยังชั้นที่ 2 ของสุสาน

หนิงฝานและชูชิงกระโดดลงไปตามอุโมงค์ แต่เมื่อกระโดดลงไปแล้ว ทั้งสองกลับพบสภาพไร้น้ำหนัก ราวกับอุโมงค์นี้มีพลังงานลึกลับบางอย่างหนุนเสริม

แต่ในขณะนั้น ทั้งสองก็ราวกับถูกฉุดลงไปกระทั่งถึงชั้นที่ 2 ของสุสาน ที่นั่นมีสระน้ำใหญ่กว่าพันจ้าง แต่สระแห่งนี้ไม่ใช่สระทั่วไป มันมีพลังที่แข็งแกร่งคอยจู่โจมสิ่งที่กีดขวางพิรุณ ที่โปรยปราณลงในสระ

หนิงฝานและชูชิงเหยียบย่างนภาหลบพลังงานที่แผ่ออกมาจากสะ และหยุดลงบนศิลาขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง

พิรุณยังคงโปรยปรายอย่างต่อเรื่อง แต่ทิวทัศโดยรอบที่มืดสลัวนั้น กลับปรากฏดวงตาแดงฉานของสัตว์

“ภายในสุสานชั้น 2 นี้ เป็นแหล่งอยู่อาศัยของสัตว์อสูรในขอบเขตประสานวิญญาณ ไม่เหมาะแก่การฝึกฝน อาจารย์เร่งไปชั้นที่ 3 เถอะ ไม่งั้นสัตว์เหล่านั้นจะเข้ามาพัวพันไม่เลิก”

ชูชิงจ้องมองดวงตาแดงฉานหลายคู่ด้วยความระมัดระวัง เพราะดวงตาเหล่านั้นมีด้วยกันหลายร้อยคู่

หากสัตว์อสูรขอบเขตประสานวิญญาณหลายร้อยตัวจู่โจมพร้อมกัน แม้เป็นชูชิงก็อยากจะรับมือ มีเพียงทางเดียวคือหลบหนี

แต่เมื่อชูชิงจ้องมองแววตาเหล่านั้นดีๆ กลับกลายเป็นว่า แววตาของสัตว์อสูรเหล่านั้นเผยถึงความหวาดกลัว

“ไม่ต้องกลัว พวกมันไม่กล้าเข้ามาหรอก… สระนั่นน่าสนใจ เพราะพิรุณทั้งหมดในสุสาน มาจากสระน้ำนั่น และมันคือสถานที่เจตจำนงค์เทพรุนแรงที่สุด”

หนิงฝานจ้องมองสระแห่งนั้น ลักษณะของมันเป็นสีเหลี่ยม นอกจากพิรุณที่โปรยปรายลงมาแล้ว ที่ผิวสระยังมีปราณที่หนานแน่น จนเกิดเป็นภาพลวงตาของเมฆเซียนได้

หนิงฝานมองเมฆเซียนเหล่านั้น เมฆเซียนแต่ละก้อนมีรอยสลัก 2 ขีด และจากคุณภาพของมัน สมควรแก่การนำไปทำเมฆเซียนระดับสูง

แต่ในขณะนั้นเอง ดวงตาของหนิงฝานก็จับจ้องไปยังบางสิ่ง

ในหมู่ภาพลวงตาของเมฆเซียนนั้น มีเมฆเซียนจริงๆอยู่!

เมฆเซียนก้อนนั้นราวกับถูกชโลมด้วยพิรุณมานานหลายปีจึงก่อตัว แต่เหตุใดจึงมีเมฆเซียนเพียงก้อนเดียวนั้น หนิงฝานไม่ทราบ

“เมฆเซียน 4 รอยสลัก สมควรเป็นเมฆระดับสูง มีระดับเทียบเคียงได้กับเมฆเซียนของไป๋เฟยเถิง… หากข้าได้ครอบครอง...”

หนิงฝานหวั่นไหวเล็กน้อย วิชาก้าวย่างนั้นไม่ใช่วันเดียวจะบรรลุระดับสูง หากได้เมฆเซียนระดับมา และสร้างให้มันเป็นเมฆเซียนแก่นชีวิต แบบนั้นแล้ว ไม่ว่าผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำคนใดก็ตามจับเขาได้ยาก

เขาจึงเริ่มเดินตรงไปยังสระน้ำ และคิดหวังจะชิงเมฆเซียนจากระยะไกล

แต่หนิงฝานไม่อาจทำได้ ราวกับมีบางสิ่งช่วยเมฆเซียนก้อนนั้นไว้ ไม่ให้ผู้ใดช่วงชิง

เมื่อครู่หนิงฝานแผ่สัมผัสเทพเพื่อหวังชิงเมฆเซียน แต่ในขณะนั้น กลับมีพลังความเย็นสายหนึ่งพัดมา ทำให้สัมผัสเทพของเขาถูกแช่แข็ง! ในตอนนั้นเอง หนิงฝานจึงได้เห็นเงาของสัตว์อสูรขนาดยักษ์

หนิงฝานตกตะลึง สัมผัสเทพที่ก่อตัวเป็นสัมผัสกระบี่กลับถูกแช่แข็ง นอกจากนี้ ภายในสระนั่น มีสัตว์อสูรขนาดยักษ์ ที่มีพลังน้ำแข็งที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่

หรือสัตว์ตัวนั้น...อาจเป็นสัตว์อสูรระดับดวงจิตแรกเริ่ม?

ไม่อาจชิงเมฆนั่นได้แล้ว…. แม้มันจะเป็นสมบัติล้ำค่า แต่ชีวิตสำคัญกว่า

หนิงฝานหันมองชูชิงพลางกล่าว “ไปชั้นที่ 3 กันเถอะ...”

“เกรงว่าจะไปไม่ได้แล้ว...” ชูชิงฝืนยิ้มพลางกล่าว

เพราะสัตว์อสูรดวงตาแดงฉานเหล่านั้นกว่าหลายร้อยตัวกำลังเดินเข้ามา ลักษณะของพวกมันดูแปลก มีปราณสัตว์อสูรหนาแน่น มีเท้าขนาดใหญ่ ดวงตาแดงก่ำราวกับโลหิต มีเขา หางยาวราวกับแซ่

“สัตว์อสูรพิรุณ!”

หนิงฝานประหลาดใจ สัตว์อสูรเหล่านี้ดูคล้ายสัตว์อสูรที่ปรากฏในสมัยโบราณ คาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นพวกมันที่นี่

แม้พวกมันจะมีจำนวนมาก แต่หนิงฝานไม่กลัว เพราะสัมผัสกระบี่ของเขาสามารถจัดการกับศัตรูเป็นจำนวนมากได้ ตราบใดที่พวกมันไม่ใช่สัตว์อสูรระดับแก่นทองคำขั้นกลาง ก็ไม่ยากที่จะสังหารพวกมัน

แววตาหนิงฝานแปรเปลี่ยนเย็นชา แต่เมื่อเขากำลังจะปลดปล่อยสัมผัสกระบี่นั้น จู่ๆกลับเกิดบางสิ่ง

สัมผัสเทพสายหนึ่งแผ่ออกมาจากสระน้ำ แม้จะมองไม่เห็น แต่สัตว์อสูรเหล่านั้นสัมผัสได้ ดวงตาแดงฉานของมันกลับคืนปกติ และเร่งแยกย้ายหลบหนีอย่างรวดเร็ว

สัมผัสนั้นเป็นของผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มขึ้นกลาง แม้ชูชิงจะสัมผัสไม่ได้ แต่หนิงฝานสัมผัสได้

หนิงฝานจ้องมองสระน้ำ ยามนี้เขามั่นใจแล้วว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ไม่ธรรมดาอยู่ในสระนั่น

แม้จะสงสัย แต่เขาไม่โง่พอที่จะเข้าไปใกล้ เพราะในโลกแห่งผู้เชี่ยวชาญนั้น ความสงสัยเป็นบ่อเกิดแห่งความตาย!

ชูชิงสงสัย เหตุใดสัตว์อสูรที่ตั้งท่าจะจู่โจม กลับหนีไปเมื่อแววตาของหนิงฝานแปรเปลี่ยนเย็นชา

เมื่อครู่ชูชิงก็ถอยด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน ต่างจากหนิงฝานที่เลือกเผชิญหน้า นั่นทำให้มันนับถือหนิงฝานมากขึ้น

“ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว… ก็ไปชั้น 3 กัน ที่นี่ไม่เหมาะให้อยู่นาน”

แววตาหนิงฝานไม่เผยความหวาดกลัว เขามุ่งผ่านสระน้ำ ตรงไปยังชั้นที่ 3 ของสุสาน

เมื่อหนิงฝานจากไป ก็มีเสียงของสตรีดังขึ้นมาจากสระน้ำ

“ครั้งก่อนตาเฒ่านั่นไม่หวาดกลัว เหตุใดยามนี้… มนุษย์นั่นอีกคน… เมื่อครู่มันกำลังจะลงมือ ข้าสัมผัสได้ว่ามันจะลงมือสังหาร ‘เด็กๆของข้า’ ได้ในพริบตา… ทั้งสายตาชั่วร้ายที่มันมองข้าอีก… ถึงมันจะไปชั้นที่ 3 ของสุสาน ข้าก็จะตามไปแกล้งพวกมัน ฮ่าฮ่าฮ่า!”

หลังจากนางหัวเราะอย่างชั่วร้าย แสงสีเงินก็พุ่งออกจากสระน้ำ และหายไปอย่างไร้ร่องรอย...

จบบทที่ GE113 เด็กๆของข้า[ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว