เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE91 สามสิ่งที่จะมอบให้ [ฟรี]

GE91 สามสิ่งที่จะมอบให้ [ฟรี]

GE91 สามสิ่งที่จะมอบให้ [ฟรี]


วันนี้เป็นวันแรกที่เสียวอยู่เข้าใจว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า

จนชูชิงผู้แข็งแกร่งจนทำให้นางต้องหวาดกลัวไม่กล้าเย่อหยิ่ง แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจ คือหนานเหว่ยผู้ทะนงตนยังแสดงความเคารพต่อผู้เยาว์คนนั้น

ในหมู่ผู้ฝึกตน ยามที่พบกันมักจะป้องมือคารวะ แต่หนานเหว่ยในยามนี้กลับคุกเข่า และเรียกขานอีกฝ่ายว่านายน้อย

“หนานเหว่ยคารวะนายน้อย!” ดวงตาหนานเหว่ยเป็นประกาย

“นายน้อย?” เสียวอยู่เพิ่งทราบว่าบุรุษร่างกายผอมบางเบื้องหน้า เป็นนายของหนานเหว่ย

นางมองสำรวจหนิงฝานตั้งแต่หัวจรดเท้า นางไม่เข้าใจว่าหนิงฝานที่มีรูปร่างผอมบาง เหตุใดจึงต้านรับสัมผัสเทพที่ทรงพลังของชูชิงได้ ที่สำคัญ เหตุใดจึงทำให้หนานเหว่ยนับถือได้ขนาดนี้

แต่เมื่อนางมองสำรวจไปที่บริเวณเอวของหนิงฝานจึงพบป้ายหยก สีหน้าของนางแปรเปลี่ยน นางรู้แล้วว่าหนิงฝานเป็นใคร

นายน้อยผู้นี้ นางไม่รู้มาก่อนว่าคือหนิงฝาน ผู้อาวุโสของโถงขัดเกลาผสาน

“เขา...เขาคือหนิงฝาน! ไม่... ข้าหมายถึงผู้อาวุโสหนิง...”

นางไม่กล้าสบตา นางเป็นสตรีที่เย่อหยิ่ง น้อยคนที่นางจะหวาดกลัว

นางเป็นผู้เยาว์ของตระกูลเสียวที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาลับบางอย่าง เมื่อนางลอบใช้วิชาสำรวจหนิงฝาน บางสิ่งก็ได้ปรากฏขึ้นในหัวของนาง ทำให้นางหวาดกลัวหนิงฝานจนตัวสั่น

‘วิชาสืบโลหิต’ เป็นวิชาที่ทำให้มองเห็นระดับพลัง เป็นวิชาที่ร้ายกาจและยากจะฝึกฝนในระยะเวลาสั้นๆ น้อยคนที่จะฝึกฝนได้ วิชานี้เป็นวิชาที่ลึกลับ ผู้ที่ฝึกสามารถตรวจสอบอีกฝ่ายจากกลิ่นอายโลหิตที่อยู่ในจิตวิญญาณ และรู้ถึงความลับของคนผู้นั้น

ในสายตาของเสียวอยู่แล้ว แม้ระดับพลังของชูชิงจะแข็งแกร่งและสังหารผู้คนมากมาย แต่ยังไม่นับเป็นปีศาจร้าย

ผิดกับหนิงฝานที่อยู่เบื้องหน้า แม้เขาจะมีท่าทีสงบ แต่ปราณโลหิตที่แผ่ออกมาจากจิตวิญญาณนั้น รุนแรงมากกว่าชูชิงหลายร้อยเท่า

มือของหนิงฝานอาบโลหิตมามาก… กระบี่แยกสวรรค์สังหารภูติผีในป่าแห่งภูติพรายนับแสน! และยังมีปราณโลหิตอีกกลุ่มที่มีจำนวนนับพัน ซึ่งเป็นปราณโลหิตของเหล่าผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำ!

ไม่สามารถตัดสินหนิงฝานได้ที่ภายนอก

หนิงฝานไม่ได้ใส่ใจท่าทางหวาดกลัวของเสียวอยู่ เขาสนใจเพียงชูชิงที่กำลังเคารพเขา หนานเหว่ยก็เช่นกัน

หนิงฝานสะบัดแขนเสื้อ พยุงร่างหนานเหว่ยให้ลุกขึ้น

หนิงฝานส่ายหน้า หวนนึกถึงคราวงานประมูลผลไม้แห่งเต๋า ที่ได้หนานเหว่ยเป็นผู้ติดตาม

การที่ยกระดับพลังก็เท่ากับการเปลี่ยนสถานะ แม้หนิงฝานจะได้ผู้ติดตาม แต่ก็ต้องเสียสหายไป

“น้องหนาน...”

“เรียกข้าหนานเหว่ยเถอะนายน้อย!”

“อืม… หนานเหว่ย ดูเหมือนเจ้าจะบรรลุขอบเขตเปิดเส้นชีพจรที่ 10 แล้ว อีกไม่นานเจ้าคงบรรลุขอบเขตประสานวิญญาณนี่ ‘โอสถวิญญาณ’... ใช้มันและเก็บตัวฝึกฝน เจ้าจะทะลวงขอบเขตได้ไม่ยาก”

หนิงฝานกล่าวพลางนำขวดหยกออกมา 1 ขวด ยื่นส่งให้หนานเหว่ย

โอสถวิญญาณ โอสถผันแปรที่ 2 แม้สมุนไพรจะไม่ได้หากยากมากนัก แต่มีประโยชน์ไม่น้อย มันช่วยทำให้ผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตเปิดเส้นชีพจรที่ 10 ทะลวงไปยังขอบเขตประสานวิญญาณได้! นักปรุงโอสถน้อยคนจะปรุงได้ เพราะนักปรุงโอสถต้องเก่งกาจเป็นอย่างมาก

‘วิชาผสานเพลิงวารี’!

เป็นวิชาปรุงยาที่ไม่มีผู้ใดในแคว้นเยว่ทำได้ แม้เป็นในโลกโลกพิรุณเอง ก็มีน้อยคนจะทำได้เช่นกัน

ชูชิงในยามนี้จ้องมองขวดโอสถของหนิงฝาน จนเกือบจะฉวยเอาจากมือเพื่อนำมาศึกษา

แต่มันไม่กล้า หนิงฝานยื่นขวดโอสถให้หนานเหว่ย มันทำได้เพียงมองอย่างเสียดาย

หนานเหว่ยคาดไม่ถึงว่านายน้อยของมันจะยอมมอบโอสถที่ล้ำค่าเช่นนี้ให้ ทำให้ตัวมันนับถือและเคารพหนิงฝานขึ้นอีกมาก

“ขอบคุณนายน้อยที่มอบโอสถให้ข้า!”

“อืม!” หนิงฝานพยักหน้าเล็กน้อย เขานึกบางอย่างออกและกล่าวเสริม “จริงสิ… ครึ่งเดือนหลังจากนี้ข้าจะปรุงโอสถ ในช่วงนั้นข้าหวังว่าเจ้าจะทะลวงขอบเขตประสานวิญญาณได้สำเร็จ เมื่อถึงยามนั้น ให้เจ้ามาหาข้าที่ตำหนักปรุงโอสถ ข้ามีเรื่องต้องไหว้วานเจ้า”

เรื่องไหว้วานที่หนิงฝานกล่าว สมควรเป็นเรื่องนำโอสถไปส่งยังเมืองหนิง

ด้วยเพราะยามนี้เขาถูกจักรพรรดิปีศาจไป๋กู่หมายตา จึงยังกลับไปเมืองหนิงไม่ได้ เขาไม่อยากให้มันสะกดรอยกระทั่งเปลี่ยนเป้าหมายจู่โจมเป็นจื่อเฮ่อและคนอื่นๆที่นั่น

เมื่อกล่าวกับหนานเหว่ยแล้ว หนิงฝานก็เข้าสู่ตำหนักปรุงโอสถ ยามนั้นเอง ชูชิงก็ยิ้มให้หนานเหว่ยเล็กน้อย

“ดูท่าสหายน้อยและผู้อาวุโสหนิงจะสนิทสนมกันมาก”

“ผู้อาวุโสเรียกข้าว่าหนานเหว่ยเถอะ คำว่าสหายน้อย ผู้เยาว์ไม่คู่ควร!” หนานเหว่ยป้องมือคารวะชายชรา

“ฮ่าฮ่า… สหายน้อยต้องการใช้ห้องปรุงโอสถไม่ใช่รึ? มาเถอะ ข้าจะเปิดห้องปรุงโอสถขั้นต้นให้เจ้า”

ท่าทีที่เปลี่ยนไปของชูชิงทำให้หนานเหว่ยทำตัวไม่ถูก เพราะแม้เป็นศิษย์ฝ่ายในที่ต้องการใช้ห้องปรุงโอสถ ชายชราย่อมไม่อนุญาติ

ศิษย์คนอื่นๆระแวกนั้นมองหนานเหว่ยด้วยความอิจฉา ที่ชูชิงสุภาพกับหนานเหว่ยนั้นเป็นเพราะหนิงฝาน

“หนานเหว่ยผู้นั้นโชคดีจริงๆ ที่ได้เกี่ยวพันกับผู้อาวุโสหนิง...”

ครั้งนี้หนิงฝานได้ใช้ห้องปรุงโอสถขั้นสูง ที่สามารถใช้เพลิงพิภพระดับ 3 ปรุงโอสถได้

หนิงฝานตั้งใจจะใช้เวลาครึ่งเดือนในการปรุงโอสถผันแปรที่ 3 ที่ตั้งใจไว้

หนิงฝานได้รับความเคารพจากชูชิงอย่างสูง จากนิสัยของชายชราแล้ว มันจะเคารพเพียงนักปรุงโอสถที่เก่งกาจ ทำให้หนิงฝานสงสัยว่าชายชราอาจทราบระดับการปรุงโอสถของตน

“ไม่มีทาง… ข้าไม่ได้เปิดเผยการปรุงโอสถ มันไม่น่าจะรู้ หากมันจะรู้ว่าข้าเป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 ก็อาจรู้โดยบังเอิญ”

ผู้ที่ไม่ผิดแปลกจากทั่วไปคือปีศาจ… หนิงฝานจ้องมองเพลิงพิภพสีครามด้วยความลังเล แต่ไม่นานความลังเลเหล่านั้นก็หายไป

เขาเตรียมพร้อมรับทุกสิ่ง ไม่ว่าปัญหาใดย่อมมีทางแก้ หากชูชิงมีอุบายแอบแฝง เขาก็ไม่กลัว

เทียบกับจักรพรรดิปีศาจไป๋กู่แล้ว ชูชิงไม่นับเป็นอันตราย

หนิงฝานพับแขนเสื้อ นำกระถางกลั่นโอสถ นำสมุนไพรพันปีและห้าร้อยปีออกมา

ด้วยที่หนิงฝานยกระดับพลังขึ้นอีกขั้น การควบคุมกระถางปรุงโอสถจึงทำได้ดีขึ้น กระถางปรุงโอสถใบนี้เป็นสมบัติวิญญาณขั้นสูงที่เหมาะกับผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำ เพราะมันต้องใช้ปราณจำนวนมากในการควบคุม

หนิงฝานนำสมุนไพรใส่ลงไปในกระถางและเริ่มปรุงโอสถ

เพลิงพิภพระดับ 3 เป็นเพลิงที่รุนแรงพอจะสังหารผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำได้ หนิงฝานควบคุมมันผสานกับเพลิงทมิฬของตน ทำให้ควบคุมเพลิงพิภพได้ดีขึ้น

แม้การปรุงโอสถจะต้องดำเนินไปถึงครึ่งเดือน แต่ชูชิงได้ยืนเฝ้าหน้าห้องปรุงโอสถของหนิงฝาน ราวกับเป็นผู้คุ้มกัน

แต่ละครั้งที่มันได้กลิ่นของโอสถ มันทั้งประหลาดใจและดีใจ

“โอสถผันแปรที่ 3 ‘โอสถน้ำลายมังกร’”

“หืม? นี่มัน ‘โอสถทองคำม่วง’”

“นี่กลิ่นโอสถชนิดใด? จากกลิ่นของโอสถแล้ว สมควรเป็น ‘โอสถคุ้มเส้นชีพจร’”

“โอ? นี่มัน ‘โอสถฟื้นฟู’ เป็นโอสถที่ใช้ในสตรีเท่านั้น ผู้อาวุโสหนิงช่างเก่งกาจ แต่จะเอาโอสถชนิดนี้ไปทำอันใด?”

“เป็นไปไม่ได้! กลิ่นนี้ไม่ผิดแน่! โอสถอัสนี! โอสถที่ข้าเคยเห็นเพียงในตำราโบราณเท่านั้น!”

“ยังมีนี่!”...

ชูชิงกล่าวอย่างตื่นเต้น ประสาทการดมกลิ่นของมันท้าทายสวรรค์มาก ไม่ว่ากลิ่นของโอสถชนิดใดมันย่อมรู้ ดังนั้น มันจึงรู้กระบวนการปรุงโอสถของหนิงฝานด้วย

ยามนี้ชายชรามั่นใจมากว่าหนิงฝานคือนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 นี่เป็นครั้งแรกที่มันมั่นใจ 9 ใน 10 ส่วน

ไม่มีนักปรุงโอสถผันแปรที่ 3 คนใดที่ปรุงโอสถได้รวดเร็ว และมีทักษะที่เหนือชั้นเหมือนหนิงฝาน แม้ชายชราจะเคยเห็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 มาบ้าง แต่ความเร็วและอัตราความสำเร็จยังไม่อาจเทียบเคียงหนิงฝาน

ยามนี้ชูชิงขบคิดสิ่งต่างๆมากขึ้น

หากหนิงฝานเป็นนักปรุงโอสถผันที่ 4 จริง เขาอาจเป็นปีศาจทมิฬหนิงเหมือนข่าวลือ

นักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 นั้นหาได้ยากกว่าผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่ม เป็นไปไม่ได้ที่ในแคว้นเยว่จะมีนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 ถึง 2 คน

หากเป็นอย่างที่ชายชราคิดจริง ก็หมายความหนิงฝานใช้ข่าวลวงหลอกผู้คนทั้งแคว้นเยว่

แต่ข่าวลือนั้นก็น่าเชื่อถือ เพราะคงไม่มีใครเชื่อว่าผู้เยาว์อายุ 17 ปีจะเป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 จริงๆ

เสียวอยู่เห็นความจริงที่หนิงฝานเคยสังหารผู้คนมามากมาย ส่วนชูชิงเห็นระดับการปรุงโอสถของหนิงฝาน

ในโลกของผู้เชี่ยวชาญนั้น จะดูแคลนผู้อื่นไม่ได้ เพราะแม้ตนเองจะระวังตัวเป็นอย่างดี ก็ใช่ว่าจะปกปิดตัวตนได้อย่างสมบูรณ์

แต่โชคดีที่ชูชิงรู้ความลับของหนิงฝานไปก็ไม่เป็นประโยชน์ เพราะมันสนใจเพียงทักษะการปรุงโอสถของหนิงฝานเท่านั้น

ชายชราเฝ้ารออยู่หน้าปรุงโอสถกระทั่งเวลาล่วงไปครึ่งเดือน ประตูห้องปรุงโอสถก็เปิดออกเสียงดัง กลิ่นหอมของโอสถโชยมาพร้อมกับเงาร่างหนิงฝาน ที่กำลังเดินออกจากห้อง

การปรุงโอสถอย่างต่อเนื่องครึ่งเดือนนั้นค่อนข้างเหนื่อย แต่ด้วยเพราะความต้องการโอสถ จึงจำเป็นต้องพยายามอย่างหนัก

หนิงฝานป้องมือคารวะให้กับชูชิง แต่เมื่อเขากำลังจะจากไป ชายชรากลับรั้งเขาไว้

“ผู้อาวุโสหนิง...ท่านคือนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 ใช่หรือไม่?” ชายชรากล่าวถามด้วยสัมผัสเทพ

“ถ้าใช่แล้วทำไม… ถ้าไม่ใช่แล้วทำไม...”

แววตาหนิงฝานแปรเปลี่ยนเย็นชา ในที่สุดชูชิงก็เผยธาตุแท้ หนิงฝานยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาดีหรือร้าย

“หากผู้อาวุโสหนิงเป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 ข้าก็มี 3 สิ่งที่จะมอบให้ท่าน”

“โอ้? ข้าขอทราบถึง 3 สิ่งที่ท่านกล่าวถึง”

แววตาหนิงฝานกลับคืนสู่ความสงบ ชูชิงอาจไม่ใช่ศัตรู

หนิงฝานไม่ทราบว่าชูชิงจะมอบอะไรให้ตน หรือมันจะมีอุบาย

“ฮ่าฮ่า… สิ่งแรกที่ข้าจะให้นั้นอยู่ไกลสุดขอบฟ้า แต่ก็อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม… ผู้อาวุโสหนิงเป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 ข้าจะให้ท่านดูกระถางปรุงโอสถของข้า… ฮ่าฮ่า ข้าเป็นผู้เชี่ยวชาญฝ่ายอธรรม ทั้งยังเป็นนัปรุงโอสถผันแปรที่ 4 การที่ข้ายอมให้ท่านได้เห็นกระถางปรุงโอสถ ถือเป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่?”

“หืม? ผู้อาวุโสชูล้อข้าเล่นแล้ว… ข้าเป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 หากท่านให้ข้าดูกระถางปรุงโอสถ จะเป็นประโยชน์กับข้าอย่างไร? ข้าว่า สิ่งที่ท่านต้องการคืออยากเห็นทักษะปรุงโอสถของข้ามากกว่า!”

หนิงฝานยิ้มเล็กน้อย เขามองความต้องการของชายชราออก

เพราะก่อนหน้านี้ ชายชราแอบสังเกตุทักษะการปรุงโอสถของเขาจริงๆ

“ฮ่าฮ่า… ช่างเถอะ สำหรับข้าแล้ว เพื่อให้ได้ร่ำเรียนทักษะการปรถงโอสถ ข้ายอมทำทุกอย่าง… หากผู้อาวุโสหนิงเป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 จริง ข้าจะยอมเป็นศิษย์ของท่าน! ให้ท่านสลักตราประทับลงไปในจิตวิญญาณข้า แล้วความเป็นความตายของข้าจะอยู่ในมือท่าน”

“แค่ก แค่ก แค่ก...”

หนิงฝานถึงกับสำลักกับคำกล่าวของชายชรา

ที่แท้ชายชรากลับหวังเป็นศิษย์เพื่อให้ได้ร่ำเรียนทักษะปรุงโอสถ

ชายชราผู้นี้ช่างเอาแต่ใจโดยแท้

หนิงฝานไม่เกี่ยงที่จะรับศิษย์ อีกอย่าง การได้ผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นต้น ทั้งยังเป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 3 เป็นผู้ติดตาม หนิงฝานย่อมไม่ปฏิเสธ

แต่หนิงฝานยังคงสนใจสิ่งที่ชายชรากล่าวว่าจะมอบให้

สิ่งแรกที่ชายชรามอบให้คือตนเอง ส่วนสิ่งที่เหลือ หนิงฝานยังไม่ทราบ

“ฮ่าฮ่า… ดูท่าอาจารย์จะตื่นเต้นกับสิ่งแรกที่ข้ามอบให้...” ชายชราเรียกขานหนิงฝานว่าอาจารย์ โดยที่หนิงฝานยังไม่รับคำ

แต่อย่างไรก็ตาม ทั่วทั้งแคว้นเยว่ นักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 อาจมีเพียงหนิงฝานเพียงคนเดียว หากพลาดโอกาสที่จะได้หนิงฝานเป็นอาจารย์ ทั้งชีวิตของชายชราคงไม่อาจหาอาจารย์ เพื่อยกระดับการปรุงโอสถของตนได้อีก

ชายชราต้องการยกระดับการปรุงโอสถมาก

“สิ่งที่ 2 ที่ข้าจะให้… เมื่อ 100 ปีที่แล้ว ศิษย์ได้มีโอกาสได้ตำราโบราณเล่มหนึ่ง ในนั้นบันทึกทักษะการปรุงโอสถโบราณ โดยกล่าวไว้ว่าสามารถยกระดับการปรุงโอสถ ไปยังโอสถผันแปรที่ 5 ได้ หากอาจารย์เป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 จริง ท่านคงสนใจสิ่งนี้ไม่น้อย!”

“อะไรนะ? ยกระดับการปรุงโอสถ ไปเป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 5?”

แม้เป็นหนิงฝานก็ยากจะเมินเฉยกับสิ่งนี้

หนิงฝานได้รับความทรงจำสืบทอดมาจากเทพสวรรค์ กระทั่งเขาบรรลุนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 แต่หากจะทะลวงไปยังโอสถผันแปรที่ 5 นั้น ยังมีบางสิ่งขวางกั้น และเขายังไม่สามารถทะลายได้

หากจะกล่าวว่าไม่ต้องการทะลวงไปยังนักปรุงโอสถผันแปรที่ 5 นั้นคงเป็นเรื่องโกหก อีกอย่าง หากไม่มีโอสถแล้ว หนิงฝานย่อมไม่สามารถบรรลุขอบเขตประสานวิญญาณได้ง่ายๆ

สิ่งที่ชูชิงมอบให้ช่างเย้ายวนใจ นอกจากจะยอมเป็นศิษย์แล้ว ยังมอบวิธีทะลวงไปยังนักปรุงโอสถผันแปรที่ 5 ให้

“หากได้ชูชิงเป็นศิษย์ย่อมถือเป็นเรื่องดี และดูเหมือนมันจะกตัญญูกับผู้เป็นอาจารย์มาก...”

แต่หนิงฝานยังคงอยากทราบสิ่งที่ 3 ของชายชรา

อย่างแรกคือยอมเป็นศิษย์

อย่างที่สองคือยอมยกวิธีการทะลวงไปยังนักปรุงโอสถผันแปรที่ 5 ให้

แล้วอย่างสุดท้ายคืออะไร?

“อย่างสุดท้ายคือสมุนไพร… ไม่ ถ้ากล่าวให้ถูกสมควรเป็น ‘ปีศาจสมุนไพร’...”

เมื่อได้ฟังคำกล่าวชายชรา สีหน้าหนิงฝานแปรเปลี่ยนอย่างไม่อาจควบคุม

“ปีศาจสมุนไพรจริงหรือ?”

“จริง!”

สีหน้าของหนิงฝานแปรเปลี่ยน ปีศาจสมุนไพรคือสมุนไพรระดับสูงที่ถือกำเนิดขึ้นตามธรรมชาติ มันมีอายุมานานทำให้มีจิตวิญญาณเป็นของตน และจิตวิญญาณนั้นก็กลายเป็นปีศาจ

การที่สมุนไพรจะแปรเปลี่ยนเป็นสมุนไพรปีศาจนั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก หนึ่งในเงื่อนไขที่สำคัญ 1 ข้อคืออย่างน้อยๆสมุนไพรชนิดนั้นต้องเป็นสมุนไพรของโอสถผันแปรที่ 5!

สิ่งสุดท้ายที่ชายชราจะมอบให้นั้น ทำให้หนิงฝานสนใจอย่างที่สุด ปีศาจสมุนไพรนั้น ไม่รู้ว่ามันจะมีพลังมากขนาดไหน

แต่อย่างน้อย แม้หนิงฝานจะบรรลุขอบเขตแก่นทองคำ ก็ใช่ว่าจะสยบสมุนไพรได้

สิ่งที่ชายชราจะมอบให้นั้นน่าสนใจอย่างมาก จนทำให้หนิงฝานคิดว่า หากตนเองไม่รับชายชราเป็นศิษย์ เขาคงเป็นผู้ที่โง่เขลา...

จบบทที่ GE91 สามสิ่งที่จะมอบให้ [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว