เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE83 ประลองกับไป๋เฟยเถิง [ฟรี]

GE83 ประลองกับไป๋เฟยเถิง [ฟรี]

GE83 ประลองกับไป๋เฟยเถิง [ฟรี]


หนิงฝานและหลานเหม่ยเดินไปยังที่นั่งที่อยู่ระดับต่ำสุด โดยไม่กล่าวสิ่งใด

หลังจากผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดทักทายกันเสร็จสิ้น กุ่ยเชว่สื่อก็กระแอมเพื่อให้ทุกคนสนใจ

“ผู้อาวุโสหนิง เจ้าสมควรทราบว่าที่เหล่าสหายเต๋ามารวมตัวกันในวันนี้ ก็เพราเรื่องแต้มนิกายของเจ้า พวกเรามีคำถามมากมาย เพราะไม่รู้ในสิ่งที่เจ้ากระทำ เช่นนั้นจงอธิบายว่าเจ้าทำสิ่งใดในป่าภูติพราย อธิบายว่าได้ 2.15 ล้านแต้มมาได้อย่างไร... แต่หากเจ้าไม่อยากอธิบาย หรือไม่อยากกล่าวถึงเรื่องใด ย่อมไม่มีผู้ใดบังคับเจ้า”

แต่หนิงฝานรู้ว่าเขาไม่อาจเลี่ยงการอธิบายนี้ได้

เพราะการที่หวางเหยาได้แต้ม 3 หมื่นในวันเดียว เหล่าผุ้อาวุโสได้สอบถาม และได้รับคำตอบจากมันว่า

“ก่อนจะเข้าป่าแห่งภูติพราย ข้าอยู่ในขอบเขตเปิดเส้นชีพจรที่ 10 ข้าประสบกับจุดตีบตัน 1 เดือนเต็มและทะลวงขอบเขตได้ จากนั้นข้าจึงล่าสังหารภูติไปทั่วทั้งเขต 1 และเขต 2 ของป่าในวันสุดท้าย”

เมื่อเหล่าผู้อาวุโสตรวจสอบและยืนยันว่า ระดับพลังของมันอยู่ในขอบเขตประสานวิญญาณที่ 1 จึงยอมรับในคำอธิบายของมัน มันจึงได้เป็นผู้ดูแลศิษย์ อีกไม่นานมันจะได้เป็นผู้อาวุโสของนิกาย

ดังนั้น หนิงฝานจึงไม่อาจเลี่ยงได้ ยามนี้หนิงฝานบรรลุขอบเขตประสานวิญญาณขั้นสูง หากกล่าวว่าบุกตระเวณไปทั่วส่วนที่ 2 ของป่า เหล่าผู้อาวุโสรับได้ แต่หากกล่าวว่าสังหารภูติผีในขอบเขตแก่นทองคำ ย่อมไม่มีผู้ใดเชื่อ

หนิงฝานไม่อาจบอกได้ถึงเรื่องวิชาลับสัมผัสเทพ เหม่ยเฉิน ปีศาจกระดูกขาว และผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง

“ข้าใช้พิษสังหารภูติผีในขอบเขตแก่นทองคำไปมากมาย...”

หนิงฝานกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“ว่าไงนะ? พิษอันใดที่สังหารภูติผีในขอบเขตแก่นทองคำได้มากขนาดนั้น!”

เมื่อได้ยินคำกล่าวของหนิงฝาน ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเสียวสันหลังวาบ

หากกล่าวว่าหนิงฝานสังหารภูติผีในขอบเขตแก่นทองคำด้วยระดับพลังปัจจุบัน ย่อมไม่มีผู้ใดเชื่อ

แต่หากเป็นพิษระดับสูง… อย่าว่าแต่ผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำ ผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มย่อมไม่รอดเช่นกัน

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายหวาดกลัวอยู่นั้น พวกมันกลับคิดถึงสิ่งหนึ่ง… หนิงฝานคือหลานชายของนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 ปีศาจทมิฬหนิง

และเป็นไปได้ว่าปีศาจทมิฬหนิงอาจมอบโอสถพิษที่รุนแรงให้หนิงฝาน

“สหายน้อยหนิงพอจะบอกได้หรือไม่ว่าพิษชนิดใด...” ชายชราคนหนึ่งกล่าว

“ชื่อของมันคือ ‘พิษหยานหวาง’ เป็นพิษในโอสถผันแปรที่ 4...” หนิงฝานกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ที่แท้เป็นโอสถพิษผันแปรที่ 4…!”

ผู้เชี่ยวชาญที่มารู้จักโอสถพิษชนิดนี้ โอสถพิษชนิดนี้ต้องใช้พิษ 99 ชนิดของสัตว์พิษในขอบเขตดวงจิตแรกเริ่ม โอสถเพียง 1 เม็ด สามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญขอบเขตดวงจิตแรกเริ่มได้อย่างง่ายดาย หากหนิงฝานจะใช้มันสังหารภูติผีในขอบเขตแก่นทองคำนับพันนั้น ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก

แต่โอสถชนิดนนี้ จะมีเพียงนักปรุงโอสถผันแปรที่ 5 เท่านั้นที่มีในครอบครอง แม้ปีศาจทมิฬหนิงจะเป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 ผู้เก่งกาจยังยากจะมี... นั่นทำให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญยังสงสัย หนิงฝานจึงกล่าวเพิ่ม

“โอสถหยานหวาง ปู่ข้าได้มาจากอาจารย์… แต่ด้วยท่านกลัวว่าข้าจะพบอันตรายยามเข้าสู่ป่าภูติพราย ท่านจึงยอมมอบให้”

คำกล่าวของหนิงฝานทำให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญแทบหยุดหายใจ

นักปรุงโอสถผันแปรที่ 5 ผู้เป็นอาจารย์ของปีศาจทมิฬหนิง เป็นผู้มอบพิษให้… ปีศาจทมิฬหนิงก็มีอาจารย์เช่นกัน ทั้งยังเป็นนักปรุงโอสถที่มีระดับสูงกว่า

คำอธิบายนี้มีเหตุผลอย่างที่สุด ผู้เป็นอาจารย์ย่อมมอบสมบัติและถ่ายทอดวิชาให้ศิษย์ ดังนั้น ผู้เป็นอาจารย์จะมอบโอสถให้ปีศาจทมิฬหนิงย่อมเป็นเรื่องสมควร

หากเรื่องนี้แพร่ออกไป จะไม่มีผู้ใดกล้าคิดร้ายกับเมืองหนิงอีก เพราะหากปีศาจทมิฬหนิงไม่มีผู้หนุนหลังที่ทรงพลัง มันย่อมไม่กล้ามาสร้างเมืองด้วยตนเองเช่นนั้น

การที่ปีศาจทมิฬหนิงมีนักปรุงโอสถผันแปรที่ 5 หนุนหลัง จะมีผู้ใดในแคว้นเยว่กล้าคิดร้าย

จากท่าทางของเหล่าผู้อาวุโสแล้ว หนิงฝานคิดว่าคำโกหกนี้ได้ผลดีเกินคาด เพราะต่อจากนี้ไป คงไม่มีผู้ใดกล้าคิดร้ายกับเมืองหนิงของตนอีก

ยามนี้ไม่มีผู้ใดสงสัยในแต้มของหนิงฝาน

แต่สิ่งที่พวกมันคิดในยามนี้คือ การใช้พิษหยานหวางกับภูติผี นับว่าน่าเสียของอย่างที่สุด

“หากข้ามีพิษหยวนหวาง ข้าย่อมปกครองแคว้นเยว่ได้!” ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากคิดเช่นนี้

แต่ถึงอย่างนั้น พวกมันกลับฉุกคิดถึงบางสิ่ง

หากปีศาจทมิฬหนิงยังมีพิษหยานหวางอยู่กับตัวอีก ผู้เชี่ยวชาญทั้งแคว้นเยว่คงถูกสังหาร

ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากหวั่นเกรงหนิงฝาน

แม้เขาจะไม่แข็งแกร่งพอให้สังหารภูติผีในขอบเขตแก่นทองคำด้วยพลังตนเอง แต่การที่เขาเหยียบย่างไปทั่วทั้งส่วนที่ 3 ของป่า ด้วยพลังในขอบเขตประสานวิญญาณขั้นสูงสุด และด้วยอายุเพียง 17 ปี ก็ทำให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตแก่นทองคำหวั่นเกรงแล้ว

ดังนั้นยามนี้ คำอธิบายของหนิงฝาน จึงทำให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญเชื่อถือและพึงพอใจ

หลังจากนั้น ชู่ซวนเชียนสื่อ กุ่ยเชว่สื่อ และผู้เชี่ยวขอบเขตแก่นทองคำก็ได้แลกได้เปลี่ยนเต๋าแห่งการฝึกตนกัน กระทั่งทั้งหมด พึงพอใจกับการที่ได้เยือนนิกายกุ่ยเชว่ในครั้งนี้

แต่ถึงอย่างนั้น ยังมีคนผู้หนึ่งที่ไม่พอใจหนิงฝาน นั่นคือจื่อโม่...ประมุขนิกายจี๋หลิน

แม้มันจะคงสีหน้าสงบ แต่ในใจกลับเย้ยหยัน

ครั้งก่อนที่มันกลับจากเมืองหนิง และได้ฟังคำรายงานจากผู้อาวุโสนิกาย มันจึงคิดว่าหนิงฝานเป็นผู้ช่วงชิงกระถางขัดเกลาทั้งหมดของมันไป

แต่เพื่อให้แน่ใจ มันได้ใช้สือหยิน...ผู้อาวุโสของนิกาย นำหยกสวรรค์จำนวน 1 แสน มุ่งไปแคว้นหวู่เพื่อเข้าพบผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตดวงจิตแรกเริ่ม ที่เชี่ยวชาญการทำนาย

ผลการทำนายเหนือกว่าที่จื่อโม่คาดไว้ เพราะผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มได้ทำนายว่า หนิงฝานเป็นผู้ช่วงชิงเย่หลิงและชุ่ยหลิงไปจริงๆ แต่ยังไม่เพียงเท่านั้น สตรีอีกทั้ง 15 ในขอบเขตประสานวิญญาณก็ถูกหนิงฝานช่วงชิงไปแล้วเช่นกัน

นั่นทำให้จื่อโม่โกรธแค้น จนอยากตามมาสังหารหนิงฝานถึงนิกายกุ่ยเชว่ ณ เดี๋ยวนั้น

แต่สิ่งที่ทำให้มันไม่กล้ากลับเป็นผลการทำนายอีกอย่างที่ปรากฏ

ว่าปีศาจทมิฬหนิง แท้จริงแล้วคือหนิงฝาน!

“ไอ้สารเลว! ผู้เชี่ยวชาญทั้งแคว้นเยว่ถูกเจ้าหลอกลวง… ปีศาจทมิฬหนิง นักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 แท้จริงกลับเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ ฮ่าฮ่าฮ่า… ดี… ดียิ่งนัก!”

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา… จื่อโม่ได้ส่งสือหยินไปสืบข่าวของหนิงฝาน มันได้ข่าวที่น่าตกตะลึง และข่าวที่ทำให้มีความสุขกลับมา

ข่าวที่น่าตกตะลึงคือแต้มนิกายของหนิงฝาน ส่วนข่าวที่ทำให้มีความสุข คือหนิงฝานเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นสุดท้าย

เรื่องโอสถหยานหวางและนักปรุงยาผันแปรที่ 5 ที่เข้าใจกัน จื่อโม่ไม่เชื่อ

มันเกิดความคิดหนึ่ง คือแอบยึดครองเมืองหนิง เพื่อข่มขู่ให้หนิงฝานมาเป็นนักปรุงโอสถส่วนตัวของมัน

หนิงฝานไม่รู้ว่าคิดของอีกฝ่าย แต่ต่อให้รู้ เขาก็ทำอะไรไม่ได้

จากนี้ไป จื่อเฮ่อและคนอื่นๆอาจตกอยู่ในอันตราย

แต่ในนิกายกุ่ยเชว่เอง ยังมีหวางเหยาที่ปองร้าย

เวลาล่วงเลยไปถึงยามบ่ายแก่ หลังจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญพูดคุยและร่วมทานอาหาร ทั้งหมดก็กล่าวลาและแยกย้ายกันไป

กุ่ยเชว่สื่อผ่อนคลายลงมาก เพราะการที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากแบบนั้น มันไม่กล้าประมาท

หลังจากเสร็จเรื่องหนึ่ง กุ่ยเชว่สื่อยังไม่มีเวลาได้พัก ไป๋เฟยเถิงก็ก่อเรื่อง

เพราะหลังจากผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆจากไป จนเหลือเพียงผู้อาวุโสของนิกายกุ่ยเชว่ ไป๋เฟยเถิงก็ขวางทางหนิงฝานไว้

“ผู้อาวุโสหนิง… ข้าไป๋เฟยเถิงอยากเดิมพันประลองกับเจ้า ข้ารู้ว่าเจ้าต้องมีสมบัติวิญญาณระดับสูงสุดอยู่กับตัว!”

เรื่องนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆสนใจ เพราะพวกมันไม่รู้ว่าหนิงฝานจะมีสมบัติระดับสูงอยู่ สมบัติวิญญาณระดับสูงสุดนั้น เป็นสมบัติที่ผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มใช้ ดังนั้น หนิงฝานที่ครอบครองโอสถหยวนหวาง ย่อมมีสมบัติระดับนั้น

“ไป๋เฟยเถิง เจ้ารู้หรือว่าข้ามีสมบัติวิญญาณระดับสูงสุด...”

หนิงฝานตกตะลึง เพราะสมบัติที่ว่าคือระฆังตะวันออก แต่ไป๋เฟยเถิงไม่น่าจะรู้เรื่องนี้

หนิงฝานแปลกใจ เหตุใดไป๋เฟยเถิงที่เจอกันครั้งแรกต้องตั้งตัวเป็นศัตรูกับตน

“ข้ากล่าวผิดงั้นรึ?”

ไป๋เฟยเถิงกล่าว ยามนี้ หลานเหม่ยที่อยู่ใกล้ๆหนิงฝานจึงกล่าวกระซิบ

“หนิงฝาน... ไป๋เฟยเถิงผู้นี้ไม่ลงรอยกับอาจารย์เจ้า มันจึงพลอยเกลียดเจ้าไปด้วย… เจ้าอย่าได้ประลองกับมัน มันเป็นผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำ ส่วนเจ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ การประลองย่อมไม่ยุติธรรม”

“ที่แท้เป็นเช่นนี้… เอาชนะอาจารย์ของข้าไม่ได้ จึงมาลงกับข้าแทน...” หนิงฝานยกยิ้มเย้ยหยัน

ดวงตาของหนิงฝานเป็นประกาย แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวปรากฏ

คนผู้นี้เป็นศัตรูของอาจารย์!

หนิงฝานสัมผัสกระเป๋า ปล่อยกลิ่นอายของระฆังทะเลตะวันออกออกมา แต่ไม่ได้นำตัวระฆังออกมาแสดง

จากกลิ่นอาย เป็นสมบัติวิญญาณระดับสูงสุดอย่างแท้จริง!

ยามนี้ หนิงฝานไม่หวาดกลัวที่จะเปิดเผยว่าตนเองมีสมบัติวิญญาณระดับสูงสุด เพราะในแคว้นเยว่ ผู้ที่จะช่วงชิงสมบัติจากมือเขาได้นั้น มีเพียงหยิบมือ ยิ่งมีชื่อเสียงของปีศาจทมิฬหนิง น้อยคนนักที่คิดกล้าลงมือกับเขา

เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสมบัติ ไป๋เฟยเถิงมีความสุข มันเดาได้ถูกต้องว่าหนิงฝานมีสมบัติวิญญาณระดับสูงสุดอยู่จริง

“สิ่งเดิมพันในการประลองครั้งนี้ ข้าจะใช้ ‘ธงหมื่นวิญญาณ’ ที่เป็นสมบัติคู่กายข้า...”

ไป๋เฟยเถิงนำธงสีดำที่รายล้อมด้วยหมอกสีดำจางๆออกมา สมบัติของมันเป็นสมบัติวิญญาณระดับสูง

ด้วยคุณสมบัติและอานุภาพของธงหมื่นวิญญาณ จึงทำให้มันล้ำค่าเทียบชั้นได้กับสมบัติวิญญาณระดับสูงสุด

หนิงฝานจ้องมองไป๋เฟยเถิงและกล่าวเย้ยหยัน “ไป๋เฟยเถิง เจ้าคิดจะนำสมบัติวิญญาณขั้นสูงมาแลกกับสมบัติวิญญาณระดับสูงสุดรึ? ช่างไร้ยางอายนัก”

“ว่าไงนะ! เจ้ากล้าตำหนิว่าข้าไร้นางอายรึ!”

“ผู้อาวุโสในขอบเขตแก่นทองคำขั้นกลาง กลับท้าประลองผู้เยาว์ในขอบเขตประสานวิญญาณ… เจ้าคิดว่าไร้ยางอายหรือไม่? นำสมบัติด้อยค่ามาเดิมพันกับสมบัติล้ำค่า... เจ้าคิดว่าไร้ยางอายหรือไม่? แต่เจ้าวางใจเถอะ...ข้ารับคำท้าเจ้า แต่ข้าจะไม่รับอุปกรณ์วิญญาณต่ำชั้นของเจ้า หากข้าชนะ ข้าจะขอรับตำแหน่งของเจ้าแทน!”

“ฮึ่ม! เด็กเช่นเจ้ากลับคิดหวังตำแหน่งของข้า!”

ไป๋เฟยเถิงตกตะลึงเล็กน้อย

มันไม่เชื่อว่าผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นกลางจะพ่ายให้กับผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นสูงสุด แม้หนิงฝานจะมีปีศาจทมิฬหนิงหนุนหลัง แต่การประลองต้องเป็นไปตามกฏของนิกาย หากปีศาจทมิฬหนิงยื่นมือเข้าช่วย จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

“หากเจ้าชนะ เจ้าก็เอาตำแหน่งหนึ่งในสี่ปีศาจของข้าไป แต่หากเจ้าแพ้… สมบัติวิญญาณระดับสูงสุดของเจ้าต้องเป็นของข้า และข้าจะจ่าย 1 หมื่นหยกสวรรค์ให้เจ้าเพิ่ม”

1 หมื่นหยกสวรรค์ไม่อาจซื้อได้แม้แต่เสี้ยวเดียวของสมบัติวิญญาณระดับสูงสุด แต่การกระทำของมันก็ถือว่าไว้หน้าปีศาจทมิฬหนิง

“การประลองจะเริ่มในอีก 6 เดือนข้างหน้า”

“ครึ่งปี? ดี! ข้าให้เวลาเจ้าครึ่งปี!” ไป๋เฟยเถิงรับคำ แต่มันกลัวว่าหนิงฝานจะกลับคำ

เพียงครึ่งปี หากจะให้ผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นสูงสุด บรรลุขอบเขตแก่นทองคำ ถือเป็นเรื่องยากอย่างที่สุด มันจึงไม่เชื่อว่าหนิงฝานจะทำได้สำเร็จ

เหตุผลที่หนิงฝานขอเลื่อนการประลองนั้น เพราะตนเองต้องการยกระดับเพื่อเตรียมรับศึกในอีก 100 ข้างหน้า นอกจากนี้ พลังในยามนี้ของหนิงฝานก็เพียงพอให้สังหารไป๋เฟยเถิงแล้ว

เขาไม่ได้หวาดกลัวมันแม้แต่น้อย...

จบบทที่ GE83 ประลองกับไป๋เฟยเถิง [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว