เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE58 กระดูกขาวดุจขุนเขา ลืมเลือนชื่อแซ่ [ฟรี]

GE58 กระดูกขาวดุจขุนเขา ลืมเลือนชื่อแซ่ [ฟรี]

GE58 กระดูกขาวดุจขุนเขา ลืมเลือนชื่อแซ่ [ฟรี]


แม้ปีศาจกระดูกขาวมีพลังในขอบเขตประสานวิญญาณขั้นสูงสุด แต่แรงกดดันที่มันแผ่ออกมากลับลึกล้ำยิ่งกว่านั้น ทั้งแรงกดดันที่มันแผ่ออกมายังทำให้หมอกควันรอบข้างกว่าพันจ้างไม่ขยับเคลื่อนไหว

ยิ่งเพ่งมองปีศาจกระดูกขาวหนิงฝานยิ่งตกตะลึง เพราะจิตสังหารระดับจักรพรรดิสวรรค์ของเขาไม่สามารถข่มมันได้

‘ขอบเขตไร้แบ่งแยก’!

ในหัวของหนิงฝานปรากฏประโยคนี้ ที่นี่เป็นส่วนที่ 2 ของป่า แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับภูติผีในขอบเขตไร้แบ่งแยก!

แต่แม้แรงกดดันที่มันแผ่ออกมาจะเป็นแรงกดดันในขอบเขตไร้แบ่งแยก แต่ปราณภายในร่างของมันยังไม่ถึงระดับนั้น มันอยู่เพียงขอบเขตประสานวิญญาณขั้นสูงสุด ดินแดนแห่งนี้ถูกแบ่งจำกัดไว้ด้วยข่ายอาคม ทำให้ภูติผีที่มีระดับสูงกว่าไม่สามารถข้ามผ่านมายังเขตที่ต่ำชั้นกว่า บางที ปีศาจกระดูกขาวตัวนี้อาจเป็นภูติผีในขอบเขตไร้แบ่งแยก ที่มีวิชาลับผนึกพลังของตน เพื่อก้าวล่วงลงมาในเขตแดนที่ต่ำชั้นกว่า

เมื่อขบคิดได้ดังนั้น แววตาที่ตกตะลึงของหนิงฝานค่อยๆคืนสู่ความสงบ แม้เขาจะกังวลแต่ไม่หวาดกลัวอีกต่อไป

ตราบใดที่ร่างหลักของมันไม่มา หนิงฝานย่อมสังหารมันได้

แววตาที่กังวลของหนิงฝานแปรเปลี่ยนเป็นแววตาที่มุ่งมั่นในพริบตา ปีศาจกระดูกขาวที่เห็นจึงเพิ่มความระวัง

“แรกพบเด็กนี่กลัวข้าเพราะรู้ว่าข้าอยู่ในขอบเขตไร้แบ่งแยก... แต่ไม่นานมันกลับไม่หวาดกลัว เพราะรู้ว่าข้าไม่ใช่ร่างจริง แม้ระดับพลังของมันไม่สูงแต่สายตาช่างเฉียบคม... ข้าจะดูแคลนมันไม่ได้”

ปีศาจกระดูกขาวตระหนักว่าหนิงฝานเบื้องหน้าเป็นศัตรูที่แข็งแกร่ง มันจึงตัดสินใจจะใช้วิชาที่ทรงพลังที่สุดจู่โจม

“เต๋าแห่งกระดูกขาว ‘กระดูกเริงระบำ’!”

“กระบี่เพลิงผันแปร!”

หนิงฝานนำชุ่ยหลิงและเยว่หลิงกลับเข้าไปในแหวนกระถางขัดเกลา มือข้างหนึ่งประครองสัตว์อเวจีที่หมดสติ ส่วนมืออีกข้างฟาดฟันกระบี่แยกสวรรค์เข้าปะทะกับปีศาจกระดูกขาว... กระบี่ไม่สามารถตัดผ่านกระดูกของมันได้ แรงสะท้อนจากการจู่โจมที่รุนแรง จึงทำให้มือของหนิงฝานด้านชา

ในพริบตานั้น ปีศาจกระดูกขาวกระทืบพื้น พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หอกกระดูกนับพันพุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมา เปลี่ยนให้พื้นที่กว่า 100 จ้างโดยรอบกลายเป็นป่ากระดูกที่สูงเสียดฟ้า

กระดูกแต่ละท่อนที่แทงขึ้นมาจากพื้นดิน สามารถทำลายชุดเกราะระดับแรกขั้นกลางได้ง่าย แต่หนิงฝานได้ใช้ทักษะอำพรางของตนหลบหลีกและหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ทำให้กระดูกที่พุ่งทะลวงพื้นดินขึ้นมาอย่างเนื่อง และเสียดแทงอย่างไร้จุดหมาย

หนิงฝานหลบหลีกการจู่โจมได้ทั้งหมด แต่เหล่าภูติผีในขอบเขตประสานวิญญาณที่หวาดกลัวจนตัวสั่น ถูกหอกกระดูกเหล่านั้นทะลวงร่างสังหาร

“สมบัติอำพราง.. ขี้ขลาด! อ่อนแอ! โฮก!!”

ปีศาจกระดูกขาวคำราม แววตาจ้องมองเย้ยหยัน เสียงคำรามทำให้อากาศสั่นเป็นคลื่น ทำให้ร่างกายของหนิงฝานมึนชา

อีกฝ่ายคือปีศาจกระดูกขาว แม้พลังของมันจะจำกัดไว้ที่ขอบเขตประสานวิญญาณ แต่วิชาที่มันใช้เหนือล้ำกว่าหลายขุม เพราะผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นสุดท้ายไม่มีวิชาที่ทรงพลังเช่นนี้

เมื่อปีศาจกระดูกขาวรู้ว่าหนิงฝานไร้ซึ่งวิชาที่ทรงพลัง จิตใจที่กังวลก็ผ่อนคลาย และเริ่มกระหน่ำฝ่ามือไปทั่วทิศ

“ส่งสัตว์อเวจีนั่นมา แล้วจักรพรรดิเช่นข้าจะปล่อยเจ้าไป!”

ปีศาจกระดูกยิ้ม มันเย่อหยิ่งจองหองไร้ที่เปรียบ แต่ถึงอย่างนั้น ตัวมันก็มีสิทธิ์ให้ทำ เพราะในป่าภูติพรายแห่งนี้ มันคือภูติผีที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่มีผู้ใดต่อกรมันได้

เดิมทีหนิงฝานไม่ต้องการยั่วยุภูติผีระดับปีศาจกระดูกขาว หากไม่เพราะมันทำร้ายชุ่ยหลิง เขาคงยอมปล่อยสัตว์อเวจีเพื่อเลี่ยงปัญหา

เดิมทีหนิงฝานไม่ได้สนใจชุ่ยหลิงมากนัก แต่หากไม่ได้นางถ่วงเวลาปีศาจกระดูกขาวไว้จนนางบาดเจ็บ คนที่บาดเจ็บอาจกลายเป็นหนิงฝานแทน

แววตาของหนิงฝานแปรเปลี่ยนเย็นชา เขานำฝักกระบี่ที่เก็บกักปราณกระบี่ที่ 2 ของตู่กูออกมา

ปราณกระบี่นี้ต้องบรรลุสัมผัสเทพในขอบเขตแก่นทองคำจึงจะใช้ได้ ดังนั้นยามนี้ การที่หนิงฝานจะควบคุมมันจึงไม่ใช้เรื่องยาก

หนิงฝานจะชักนำปราณกระบี่ออกมา เพื่อจู่โจมทำลายร่างที่แข็งแกร่งของมัน... ปีศาจกระดูกขาวตนนี้คือภูติผี ร่างของภูติผีก่อกำเนิดมาจากจิตวิญญาณ แต่ด้วยที่มันฝึกฝนวิชากระดูกขาว จึงเพาะสร้างร่างกระดูกขึ้นมาคุ้มกันจิตวิญญาณไว้

หากตัดผ่านกระดูกของมันได้ กระบี่แยกสวรรค์สามารถเผาทำลายจิตวิญญาณจนหมดสิ้น!

หนิงฝานกำฝักประบี่ไว้แน่น โคจรปราณภายในร่างเพื่อชักนำปราณกระบี่

ปราณกระบี่แรกของตู่กูคือ ‘กระบี่เพลิงผันแปร’ เป็นการแปรเปลี่ยนปราณเพลิงให้กลายเป็นปราณกระบี่

ปราณกระบี่ที่สองของตู่กู ‘กระบี่เที่ยงแท้’ มีขั้นตอนการฝึกอยู่ 3 ขั้น... ขั้นแรกคือการเปลี่ยนปราณกระบี่ให้กลายเป็นกระบี่จริงที่แข็งราวกับโลหะ ขั้นที่สองคือล่าสังหารเพื่อเก็บกักจิตสังหารที่รุนแรง และขั้นที่ 3 ต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อทำความคุ้นเคยกับมัน

หัวใจของหนิงฝานแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า จิตสังหารของหนิงฝานเข้มข้นรุนแรง แม้จะยังขาดการฝึกฝนอันหนักหน่วง แต่การใช้ปราณกระบี่ครั้งแรกนี้ ก็มากพอให้ทำลายการป้องกันของปีศาจกระดูกขาวในขอบเขตประสานวิญญาณขั้นสูงสุด

แต่ในขณะที่หนิงฝานกำลังจะลงกระบี่ ปีศาจกระดูกขาวพลันดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

“กระบี่ลับแห่งบรรพบุรุษกระบี่! เจ้าเป็นคนของบรรพบุรุษกระบี่!”

ในยามที่ยังมีชีวิต ปีศาจกระดูกขาวเคยเป็นผู้เชี่ยวชาญไร้แบ่งแยก ครั้งหนึ่ง ปราณกระบี่แก่นทองคำของผู้เชี่ยวชาญที่อ่อนด้อย ได้สร้างความทรงจำที่น่าหวาดกลัวให้กับมัน

ความทรงจำนั้นอยู่ในยุคโบราณ สตรีนางหนึ่งใช้กระบี่สังหารเทพไปมากมายนับไม่ถ้วน...

เมื่อเวลาล่วงเลย... ความหวาดกลัวกลายเป็นความเกลียดชัง... การที่ผู้เยาว์เบื้องหน้าของมันใช้กระบี่ลับนั่นได้ แสดงว่ามันเป็นลูกหลานของสตรีนางนั้น เหตุผลที่มันตาย เหตุผลที่มันต้องมาอยู่ในดินแดนเก้าหยิน เหตุผลที่มันกลายเป็นภูติผี ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะนาง!

“ข้าจะฆ่าลูกหลานของมัน ฆ่า ฆ่า ฆ่า!!”

ดวงตาปีศาจกระดูกขาวเปล่งแสงสีแดงฉานสาดปกคลุมรอบทิศ จิตสังหารเพิ่มพูนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

หนิงฝานไม่อาจมองเห็นสิ่งรอบข้าง มือข้างซ้ายต้องโอบประครองสัตว์อสูรน้อย มือขวากำกระบี่แยกสวรรค์ ดวงตาปิดแน่น ซึมซับปราณกระบี่ที่ 2 ของตู่กู

ผู้ที่เป็นบรรพบุรุษกระบี่ หนิงฝานไม่รู้ว่าเป็นสาวน้อยตู่กู

หนิงฝานที่จมไปกับปราณกระบี่ เขาเห็นตนเองยืนอยู่เบื้องหน้าทะเลโลหิต เห็นปีศาจกระดูกขาว เห็นสตรีผู้หนึ่งที่ใบหน้าไม่ชัดเจน นางกระชับกระบี่ในมือแน่น ทวยเทพรอบกายถูกนางสังหารสิ้น

ภาพเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคล็ดความ ปรากฏขึ้นในใจของหนิงฝาน

ปีศาจกระดูกขาวรูปร่างสูงใหญ่ราวกับรุนเขา ไม่ทราบชื่อแซ่ บนร่างปรากฏร่องรอยสีแดง รอยสีแดงเกิดจากสตรีนางหนึ่ง ฟาดฟันกระบี่ ทำให้ปีศาจกระดูกขาวสลายกลายเป็นฝุ่นผง

หนิงฝานลืมตา! สองเท้าเหยียบย่างรุ้งหิมะตรงเข้าหาปีศาจกระดูก

“กระบี่ที่ 2... ‘กระดูกขาวดุจขุนเขา’!”

ปีศาจกระดูกขาวสัมผัสได้ถึงอันตรายร้ายแรงจากกระบี่ ความหวาดกลัวเข้าปกคลุมจิตใจ จนลืมเลือนเป้าหมายทั้งหมด

ปีศาจกระดูกขาวโคจรปราณไปที่ปลายนิ้ว แล้วแทงเข้าใส่หนิงฝานอย่างไม่ลังเล

เพียงนิ้วเดียวสามารถปลิดชีพผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นแรก...แต่เหตุใดหนิงฝานต้องกลัว!

กระบี่แยกสวรรค์พุ่งทะลวง จิตสังหารที่รุนแรงของหนิงฝาน แปรเปลี่ยนกระบี่ให้กลายเป็นลำแสงสีแดงโลหิต ทะลวงใส่ปลายนิ้วของปีศาจกระดูกขาว!

*เปรี้ยง* พลังที่รุนแรงแทรกผ่านกระบี่แยกสวรรค์เข้าสู่หน้าอกของหนิงฝาน ทำลายซี่โครงไปหลายซี่จนกระอักโลหิตอย่างรุนแรง หนิงฝานฝืนกลืนโลหิตแล้วแทงกระบี่แยกสวรรค์เข้าปลายนิ้วของมันจนมิด

เมื่อเห็นคราบโลหิตที่ปลายนิ้วตน ปีศาจกระดูกขาวคิดว่าทุกสิ่งเป็นไปตามที่หวัง แต่ในระหว่างนั้นเอง มันกลับรู้สึกราวกับถูกน้ำเย็นเทราดศีรษะ ทำให้มันกระจ่างกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ร่างกายที่แข็งแกร่งพอจะต้านการจู่โจมของผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำถูกทะลวง! หนิงฝานที่ไม่หวาดกลัวความตาย แทงกระบี่ทะลุนิ้วของมันราวกับหมาบ้าขบกัด

และในยามนั้นเอง สิ่งที่ทำให้มันคาดไม่ถึงได้เกิดขึ้น บริเวณที่มันถูกกระบี่แทง รู้สึกราวกับมีมดขบกัด พร้อมกับเพลิงที่มองไม่เห็นเริ่มแผดเผาจิตวิญญาณของมัน!

ปีศาจกระดูกขาวเผยสีหน้าหวาดกลัว มันแผดเสียงร้องอย่างเจ็บปวดและสิ้นหวัง ก้องไปทั่วทั้งส่วนที่ 2 ของป่า

ภายในส่วนที่เจ็ดของป่า ปีศาจกระดูกขาวที่สูงกว่าพันจ้าง แผดเสียงคำรามด้วยโทสะ เมื่อสัมผัสได้ว่าร่างที่มันสร้างขึ้นถูกทำลาย

“อีกร่างของข้าถูกสังหาร! ภูตผีตัวใดกันถึงได้กล้าสังหารอีกร่างของข้า! ไปจับมันมาแล้วฉีกมันเป็นชิ้นๆ... อย่าให้องค์หญิงเหม่ยหนีไปได้เด็ดขาด สั่งการภูติผีตั้งแต่ส่วนที่ 1 ถึง 7 ของป่าให้ล้อมป่าไว้ หากพบผู้ที่ไม่ใช่ภูติ สังหารอย่าให้เหลือ!”

นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ปกครองส่วนที่ 7 ของป่าอย่างจักรพรรดิไป๋กู่สูญความสงบ!...

จบบทที่ GE58 กระดูกขาวดุจขุนเขา ลืมเลือนชื่อแซ่ [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว