เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE51 วิชาขัดเกลาผสาน ปัญหาที่นำมา [ฟรี]

GE51 วิชาขัดเกลาผสาน ปัญหาที่นำมา [ฟรี]

GE51 วิชาขัดเกลาผสาน ปัญหาที่นำมา [ฟรี]


รุ่งเช้ามาเยือน ผู้ดูแลศิษย์เข้ามาปลุกเหล่าผู้ที่ต้องรับการทดสอบเพื่อเข้าร่วมนิกายทั้ง 200 คน

แสงแดดอาบไล้พื้นที่เบื้องนอกนิกาย ผู้รับการทดสอบจัดแถวเป็นสองแถวตอนลึก แถวแรกเป็นแถวของสตรี 70 คน อีกแถวเป็นของบุรุษ 130 คน

ผู้ดูแลจำนวนหนึ่งตรวจแถวและรายชื่อของผู้เข้ารับการทดสอบ

หัวหน้าผู้ดูแลเป็นผู้เชี่ยวชาญเปิดเส้นชีพจรที่ 9 นางเป็นสตรีในอาภรณ์ชมพู ใบหน้ารูปไข่ ผมมัดม้วนเป็นทรงซาลาเปา งดงามและละเอียดอ่อน

ในมือของนางมีรายชื่อ นางจ้องมองผู้รับการทดสอบและกล่าวขึ้น

“ข้า ‘ไป๋เซี่ยว’ ผู้เชี่ยวชาญเปิดเส้นชีพจรที่ 9 ข้าได้รับหน้าที่ดูการทดสอบแทนประมุขนิกาย วันนี้จะเป็นการทดสอบรอบที่ 2 ข้าจะนำพาพวกเจ้าไปยังเขตศิษย์นิกายฝ่ายใน ไปยังป่าภูติพราย ในเขตศิษย์นิกายฝ่ายในนั้นจะมีผู้อาวุโสคอยบอกกล่าวรายละเอียดกับพวกเจ้าเป็นการส่วนตัว... ส่วนในเรื่องที่ข้าต้องทำในยามนี้ คือตรวจสอบรายชื่อ ที่มา และการวิชาที่พวกเจ้าฝึกฝน”

‘วิชาที่ฝึกฝน’ ไป๋เซี่ยวกล่าวอย่างชัดเจน

นาม สถานะ ปูมหลังที่มา ทั้งหมดปั้นแต่งหลอกลวงได้ ทำให้ยากจะตรวจสอบว่าจริงหรือเท็จ แคว้นเยว่กว้างใหญ่กว่าล้านลี้ พูดใดจะทราบว่าคนผู้นั้นเกิดที่เมืองใด หรือหมู่บ้านใด... ยิ่งหากเป็นผู้ฝึกตนที่มาจากรอบนอกของแคว้นเยว่ยิ่งยากจะตรวจสอบ

ในการรับศิษย์ของนิกายกุ่ยเชว่แต่ละครั้ง ผู้เข้าทดสอบมักจะมีแอบแฝงอำพรางเพื่อลอบเข้านิกาย คนเหล่านั้นสามารถแอบอ้างชื่อปลอม สถานะปลอม หรือแม้กระทั้งรูปลักษณ์ปลอม ทั้งหมดยากจะตรวจสอบ

เว้นเสียแต่ระดับพลังและวิธีการฝึกฝนที่มิอาจปลอมแปลงได้

ระดับพลังจะทำการทดสอบในภายหลัง ส่วนวิชาการฝึกฝน หากพบว่าเป็นของนิกายฝ่ายธรรมะ คนผู้นั้นจะถูกจับกุม และหากพบว่าเป็นของศิษย์นิกายฝ่ายอธรรมแห่งอื่น คนผู้นั้นจะถูกจับกุม

“ยามนี้ข้าจะขานนามของพวกเจ้า... ‘ซู่ฉิงฉิง’”

ไป๋เซี่ยวหันมองสตรีนางหนึ่งราวกับนางสะอิดสะเอียนบุรุษ

“ซู่ฉิงฉิงจากทางใต้ขจองแคว้นเยว่ วิชาที่ฝึกฝน ‘วิชาปีศาจธาตุเพลิง’…” สตรีผู้มีรูปลักษณ์ธรรมดาสามัญนางหนึ่งเดินออกมาจากแถว ผู้ดูแลอีกคนเดินเข้าหานางและนำผลึกฟ้าแดงยื่นส่งให้

นางทาบฝ่ามือลงบนผลึก ก่อนที่ผลึกจะปรากฏเพลิงทมิฬอ่อนจาง

“ดี... เจ้ามิได้โกหก... ต่อไป หลานถิง”

“หลานถิง ผู้ฝึกตนจากเมืองวายุเหมันต์ ทางใต้ของแคว้นเยว่ วิชาที่ฝึกฝน ‘วิชาปีศาจวารี’”

“ต่อไป ‘รุ่ยฉี’”

“ต่อไป ‘หยางมี่’”

ผู้ฝกตนที่เป็นสตรีถูกขานชื่อและที่มา จากนั้นพวกนางต้องทาบฝ่ามือลงบนผลึกฟ้าแดงเพื่อทดสอบวิชาที่ฝึกฝน ทุกคนมีวิชาการฝึกฝนที่แตกต่าง และนั่นเป็นส่วนที่ยากจะปิดบังซ่อนเร้น

หลังตรวจสอบสตรีทั้งหมด 70 คน มี 11 คนที่โกหก พวกนางมิผ่านการทดสอบและถูกผู้อาวุโสของนิกายนำตัวไป

มีสตรีนางหนึ่งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ เมื่อสถานะที่แท้จริงของนางถูกเปิดเผย นางรีบเหยียบย่างนภาหลบหนี เพียงแต่ผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ 3 คนที่เตรียมพร้อมขัดขวาง จึงทำให้นางมิอาจรอดพ้น

ผู้เข้ารับการทดสอบตกตะลึง คาดมิถึงว่านางจะลักลอบเข้ามาในกุ่ยเชว่ หนิงฝานที่เฝ้ามองก็ขบคิดในใจว่าตนเองจะตอบคำถามเช่นไร

เมื่อตรวจสอบสตรีเสร็จสิ้นก็เป็นคราวของบุรุษ

แววตาไป๋เซี่ยวเผยความรังเกียจ สีหน้าเย็นชา

“หากข้าถามและพวกเจ้ากล้าจ้องมองข้า ข้าจะควักลูกตาของพวกเจ้าทันที! คนแรก ลี่ซื่อหวน”

“ลี่ซื่อหวน ผู้เยาว์จากตระกูลสาขาของตระกูลลี่ในแคว้นเยว่ตะวันตก วิชาฝึกฝน ‘วิชายกระดับกาย’”

ผู้เยาว์ใบหน้าเป็นมิตรในขอบเขตเปิดเส้นชีพจรที่ 3 มันเลี่ยงสายตาของไป๋เซี่ยวตามที่นางข่มขู่

มิเคยสัมผัสกายบุรุษ มิเคยสนทนากับบุรุษ มิเคยจ้องมองบุรุษ หากมิเพราะไป๋เซี่ยวต้องรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลในครั้งนี้ นางย่อมมิยอมพบเจอบุรุษ

เมื่อผู้คนได้ฟังที่มาของลี่ซื่อหวน พวกมันล้วนยกย่องนับถือ ความรังเกียจในสายตาของไป๋เซี่ยวที่จ้องมองมันก็ลดน้อยลง

ตระกูลลี่นับเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงของแคว้นเยว่ พวกมันมักจะส่งผู้เยาว์ในตระกูลเข้าร่วมกับนิกายกุ่ยเชว่อยู่เสมอ นอกจากนี้ ในนิกายกุ่ยเชว่ยังมีคนของตระกูลลี่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นสุดท้าย ทั้งยังรั้งต่ำแหน่งผู้อาวุโสของนิกาย

แม้ระดับพลังของลี่ซื่อหวนจะต่ำ แต่ร่างกายของมันกลับบรรลุวิชายกระดับกายในระดับสูง

ในหมู่วิชาปีศาจทั้งหมด วิชายกระดับกายเป็นวิชาที่มีชื่อเสียง หากผู้ที่ฝึกฝนวิชานี้ถูกสังหาร จิตวิญญาณที่หลุดลอยออกจากร่าง สามารถเข้ายึดครองร่างกายของผู้ฝึกตนคนอื่นๆเพื่อถือกำเนิดใหม่... นับว่ามิอาจสังหารมันได้อย่างหมดจด ทั้งสามารถถือกำเนิดใหม่ได้นับครั้งมิถ้วน...

วิชานี้นับเป็นวิชาที่ท้าทายสวรรค์ ผู้ที่ฝึกฝนจึงมีชื่อเสียง แต่การฝึกฝนวิชาน้นอันตรายร้ายแรง หากในแคว้นเยว่มีผู้ที่ฝึกฝนวิชาอยู่ 100 คน ผู้ที่สำเร็จและบรรลุระดับเดียวกับลี่ซื่อหวนจะมีเพียง 1 คนเท่านั้น ส่วนคนที่เหลือจะตายในระหว่างฝึก

หากในอนาคตหานลี่เติบใหญ่ บรรลุผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ ตำแหน่งผู้อาวุโสนิกายกุ่ยเชว่ย่อมมิยากเกินไขว่คว้า

แววตาของไป๋เซี่ยวอ่อนโยนลง และให้ลี่ซื่อหวนทดสอบวิชากับผลึกฟ้าแดง

ในยามนั้นเอง ผลึกฟ้าแดงปรากฏภาพกระดูก หมายความว่าลี่ซื่อหวนเป็นผู้ฝึกวิชายกระดับกายจริงๆ

*อืม!*

ผู้อาวุโสศิษย์นิกายฝ่ายนอกที่แอบเฝ้ามองการทดสอบล้วนอุทาน หยานซวนหยินผู้เพิ่งเป็นผู้อาวุโสเผยสีหน้าสนใจ

วิชายกระดับกาย... ผู้เยาว์นามลี่ซื่อหวนคือผู้มีอนาคตไร้ขอบเขต!

“ผู้อาวุโสลี่... ตระกูลลี่ของท่านเพาะสร้างเมล็ดพันธุ์ชั้นดีแล้ว” ผู้อาวุโสอีกคนจ้องมองชายชราในชุดคลุมเหลืองด้วยความอิจฉา

“ท่านชมเกินไปแล้ว... ทั้งหมดเป็นเด็กนั่นตั้งใจฝึกฝน การที่คนของตระกูลสาขาประสบความสำเร็จ คนในตระกูลหลักย่อมมีความสุขไปด้วย”

ชายชราในชุดคลุมเหลือเผยสีหน้าพึงพอใจ

เมื่อลี่ซื่อหวนผ่านการตรวจสอบ มันก็กลับเข้าไปในแถว... การตรวจสอบยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อการตรวจสอบดำเนินมาถึงคนที่ 32 ไป๋เซี่ยวกลับต้องตกตะลึงอีกครั้ง

“ลู่สื่อเฉียว... ผู้เยาว์แห่งตระกูลลู่ วิชาที่ฝึกฝน ‘วิชากลั่นวิญญาณ’!”

วิชากลั่นวิญญาณ!

วิชานี้ทำให้ผู้คนตกตะลึงอีกครั้ง

วิชากลั่นวิญญาณเป็นวิชาที่ไม่อันตรายเหมือนวิชายกระดับกาย แต่ต้องใช้พรสวรรค์ในการฝึกฝนสูง หมายความว่าผู้ฝึกฝนต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

ยากจะจินตนาการว่าผู้เยาว์ในชุดหนังสัตว์ผู้นี้ จะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ฝึกฝนวิชากลั่นวิญญาณ!

แต่เมื่อผู้ดูแลจะทดสอบลู่สื่อเฉียวด้วยผลึกฟ้าแดง มันกลับแค่นเสียงเย็นชาด้วยท่าทีเย่อหยิง

“มิจำเป็นต้องทดสอบด้วยผลึกฟ้าแดง หากข้าใช้วิชากลั่นวิญญาณ เจ้าจะรู้เองว่าจริงหรือเท็จ!”

ลู่สื่อเฉียวแตะกระเป๋าเพื่อนำริ้วธงสีดำออกมา จากนั้นเคลื่อนนิ้วชี้สัมผัสนิ้วโป้งแล้วร่ายอาคม อัญเชิญให้จิตวิญญาณที่อยู่ภายในริ้วธงหลายสายปรากฏ

จิตวิญญาณแต่ละสายล้วนเป็นมีระดับเปิดเส้นชีพจรที่ 10! การที่ลู่สื่อเฉียวมีสมบัติวิญญาณเช่นนี้ ไม่รู้ว่ามันเข่นฆ่าผู้คนไปมากมายเท่าใด จึงสามารถผนึกวิญญาณของผู้เชี่ยวชาญไว้ภายในได้

แม้ลู่สื่อเฉียวจะเป็นเพียงผู้เชี่ยวประสานวิญญาณที่ 4 แต่มันสามารถปลุกสัมผัสเทพที่ทรงพลัง ที่มิได้ด้อยไปกว่าผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นแรกได้ นอกจากนี้ ยิ่งด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งของมัน หากใช้วิชากลั่นวิญญาณร่วมกับสัมผัสเทพ ต่อให้มันเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณก็อาจประมือได้

การกระทำของมันนับว่าเย่อหยิง ยิ่งด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมของมัน ยิ่งทำให้ไป๋เซี่ยวและคนอื่นๆสีหน้าแปรเปลี่ยน... เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญเปิดเส้นชีพจรที่ 4 ที่ต้อยต่ำ แต่กลับกล้าหยิ่งผยอง

ตระกูลลู่แห่งแคว้นเยว่ทางเหนือนั้นเต็มไปด้วยปีศาจที่ชั่วร้ายมากมาย ในเมื่อวันนี้ผู้คนได้ประจักด้วยตาของตน ชื่อเสียงของพวกมันยิ่งเพิ่มพูน

หนิงฝานขมวดคิ้ว สัมผัสเทพของลู่สื่อเฉียวไม่ธรรมดา คนผู้นี้กล่าวได้ว่าเป็นผู้ฝึกตนฝ่ายอธรรมที่มากพรสวรรค์

“เป็นวิชากลั่นวิญญาณที่ทรงพลัง... ไป๋เซี่ยวรู้ว่านายน้อยลู่มิได้โกหก... ต่อไป เส้าหวน...”

การตรวจสอบยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อผ่านไป 100 คน กลับไม่พบผู้ที่โดดเด่นเฉกเช่นลี่ซื่อหวนหรือลู่สื่อเฉียวอีก

บุรุษผู้ที่แอบแฝงตัวเข้ามานั้นจับได้มากถึง 10 คน

“ต่อไป... ‘หนิงฝาน’”

ดวงตาของไป๋เซี่ยวจับจ้องหนิงฝาน เหล่าผู้อาวุโสที่ซ่อนตัวอยู่ต่างเผยแววตาเป็นประกายคมกริบ

พวกมันทั้งหมดเพ่งเล็งหนิงฝานไว้ เพียงแต่ยังมิทราบว่าหนิงฝานฝึกฝนวิชาใด... หากวิชาที่หนิงฝานฝึกฝนตรงกับธาตุของผู้อาวุโสคนใด ผู้นั้นย่อมมีหวังได้ดึงตัวเป็นผู้รับใช้

“หวังว่าวิชาของมันจะเป็นธาตุเพลิง แต่แม้ข้าจะตรวจสอบมัน...แต่กลับสัมผัสพบธาตุเพลิงอ่อนจาง... ข้าเชื่อว่าข้ามิได้สัมผัสผิดไป” ชายขราชุดคลุมแดงกล่าว

“ก็มิแน่เสมอไป... ข้าสัมผัสได้ถึงพลังความเย็นที่อ่อนจางจากมัน บางทีอาจเป็นวิชาธาตุวารี” สตรีที่งดงามในอาภรณ์ขาวกล่าว

“พวกเจ้าคาดเดาผิด... วิชาของมันคือธาตุน้ำแข็ง...” หยานซวนหยินกล่าวในใจ

มันจดจำรุ้งหิมะของหนิงฝานได้ดี ความเร็วของหนิงฝานน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก... หนิงฝานผู้นี้เป็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นกลาง เป็นผู้ที่มีพลังธาตุน้ำแข็ง เช่นนั้น...เขาย่อมเป็นผู้ครอบครองเส้นชีพจรน้ำแข็งสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย

ในขณะที่ผู้คนคาดเดา หนิงฝานเผยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ และไป๋เซี่ยวได้อ่านที่มาของเขา

“หนิงฝาน... ผู้เยาว์จากเมืองฉีเหม่ยแห่งตอนเหนือของแคว้นเยว่  วิชาที่ฝึกฝน ‘วิชาขัดเกลาผสาน’!”

ข่าวที่หานหยวนจี๋รับศิษย์คนใหม่ยังไม่แพร่มาถึงนิกายกุ่ยเชว่ จะมีก็เพียงกุ่ยเชว่สื่อและผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำไม่กี่คนของนิกายที่รู้ เรื่องของหนิงฝานยังไม่ได้บอกเล่าให้เหล่าผู้อาวุโสประสานวิญญาณของนิกายได้ฟัง

แต่ถึงอย่างนั้น ผู้คนกลับตกตะลึงกับวิชาการฝึกฝนของหนิงฝาน เพราะมันคือวิชาขัดเกลาผสานที่ไร้ยางอายที่สุดในหมู่วิชาปีศาจ

ในวิชาขัดเกลาผสานมีวิธีการฝึกฝนที่เรียกว่า ‘การแปลงหยินหยาง’ แม้จะเป็นวิชาที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์การระดับพลังของผู้อื่น แต่กลับมิได้ทำลายคนผู้นั้น แม้หนิงฝานจะเป็นผู้เชี่ยวชาญฝ่ายอธรรม เป็นปีศาจ แต่ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญฝ่ายอธรรมด้วยกัน หนิงฝานเป็นปีศาจที่ร้ายกว่าปีศาจ

แต่หากเทียบกันแล้ว วิชาขัดเกลาผสานถูกมองดั่งเป็นสมบัติวิญญาณที่ไร้ค่า น้อยนักที่ผู้เชี่ยวชาญวิชาขัดเกลาผสานจะบรรลุถึงแก่นทองคำ แม้การขัดเกลาผสานจะทำให้ยกระดับพลังได้รวดเร็วในช่วงต้น แต่นั่นมินับว่าเป็นพลังของตน เพราะการขัดเกลาผสานต้องช่วงชิงพลังจากสตรี ยิ่งเมื่อบรรลุขอบเขตแก่นทองคำ การยกระดับพลังจะทำได้ยากหากมิสามารถหาสตรีในขอบเขตแก่นทองคำได้ นั่นจึงส่งกระทบให้ความเร็วในการยกระดับพลังลดลง นั่นเป็นที่มาให้กลายเป็นเหมือนวิชาที่ไร้ค่า

ผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขมวดคิ้ว พวกมันคาดไม่ถึงว่าหนิงฝานผู้นี้จะเหนือความคาดหมายไปมาก การที่ฝึกฝนวิชาขัดเกลาผสาน ยิ่งนานไปตัวหนิงฝานยิ่งไร้ค่า

“ผู้เยาว์คนนี้ช่างน่าผิดหวัง... ข้ามิต้องการมัน ผู้อาวุโสชู่เอาไปเถอะ”

“ฮ่าฮ่า ข้าเองก็มิกล้าชี้แนะศิษย์ที่ฝึกฝนวิชาขัดเกลาผสาน เพราะหากข้ามิระวังตัว อาจเป็นตัวข้าก็กลายเป็นเหยื่อของมัน”

ผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณมากมายเผยสีหน้าไร้ความสนใจในตัวหนิงฝาน แต่หยานซวนหยินกลับขมวดคิ้ว

“เป็นไปมิได้... ปราณของหนิงฝานทรงพลังราวกับมิใช่ยกระดับจากวิชาขัดเกลาผสานทั่วไป”

ผู้คนด่าทอหนิงฝานในใจ จ้องมองด้วยแววตารังเกียจ เหล่าสตรีผู้รับการทดสอบหวาดกลัวว่าตนเองจะถูกช่วงชิงพลัง

‘ผู้เยาว์คนนี่เปรียบได้ดั่งโจร... แม้มันจะทีผิวพรรณดี ใบหน้าหล่อเหลา แต่กลับเป็นโจรร้ายที่เป็นอันตรายต่อสตรี’

ไป๋เซี่ยวจ้องมองหนิงฝานด้วยแววตาเย็นชา แม้หนิงฝานจะเป็นปีศาจราคะ แต่ด้วยกฏของนิกายฝ่ายอธรรม นางไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินว่าจะรับหนิงฝานเจ้าร่วมนิกายหรือไม่

“วิชาขัดเกลาผสาน... เชิญตรวจสอบ...”

ผู้ดูแลการรับเข้าศิษย์คนหนึ่งยื่นผลึกฟ้าแดงให้หนิงฝาน แม้จะถูกอีกฝ่ายจ้องมองด้วยสายตาหยามหมิ่น แต่หนิงฝานไม่ใส่ใจ เพราะก่อนที่จะเปิดเผยวิชาขัดเกลาผสาน หนิงฝานคาดเดาไว้แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

แม้นิกายกุ่ยเชว่จะเป็นนิกายฝ่ายปีศาจ แต่หากเทียบกับนิกายเหอฮวนแล้ว นิกายกุ่ยเชว่สูงส่งกว่า... แม้ปีศาจเฒ่าหลายคนในนิกายจะเป็นปีศาจไร้หัวใจ แต่ไม่มีผู้ใดเป็นปีศาจราคะเช่นนั้น

เมื่อหนิงฝานทาบฝ่ามือลงบนผลึกฟ้าแดง โคจรวิชาขัดเกลาผสาน ผลึกเปล่งแสงสีครามอ่อนจาง แต่ไม่นานกลับแปรเปลี่ยนเป็นเส้นโลหิตแดงฉานนับไม่ถ้วน กระทั่งทำให้ผลึกฟ้าแดงแตกเป็นเสี่ยงๆ

การที่ผลึกฟ้าแดงถูกทำลายหมายความว่าปราณของหนิงฝานแข็งแกร่งเกินไป ที่สำคัญ ระดับวิชาของหนิงฝานยังสูงส่งเกินกว่าผลึกฟ้าแดงจะทนรับได้

“พลังของเด็กนี่... วิชาของมันอยู่ระดับใด!”

ผู้เชี่ยวชาญมากมายของนิกายกุ่ยเชว่ตกตะลึงอ้าปากค้าง คำด่าทอที่เคยมีค่อยๆเปลี่ยนเป็นความปรารถนา

แม้วิชาขัดเกลาผสานไม่เป็นที่ยอมรับ แต่วิชาที่ลึกล้ำเช่นนั้นย่อมไม่ใช่การยกระดับพลังที่ผิด

ยามนี้สายตาทุกคู่ที่จ้องมองหนิงฝาน แปรเปลี่ยนไปเป็นความโลภ หนิงฝานขมวดคิ้ว ดูเหมือนวิชาขัดเกลาผสานของตนจะนำพาปัญหามาไม่น้อย ที่สำคัญ ปัญหาเหล่านี้ยังไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะไม่ว่าผู้ใดที่อยู่ในนิกายกุ่ยเชว่ย่อมทราบถึงวิชาของหนิงฝาน

เป็นปัญหาแล้วอย่างไร? หนิงฝานไม่เกรงกลัวปัญหา หากผู้ใดกล้าคิดช่วงชิงวิชา กระบี่แยกสวรรค์ของหนิงฝานก็ไม่เกี่ยงที่จะปลิดชีวิตของพวกมัน

“เจ้ากลับเข้าแถวไปได้แล้ว...”

แววตาเกลียดชังที่ไป๋เซี่ยวจ้องมองหนิงฝานค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว

สิ่งที่นางหวาดกลัวไม่ใช้พลังของหนิงฝาน แต่เป็นบางสิ่ง

‘หลังจากเข้าสู่ป่าภูติพราย ข้าจะต้องเป็นผู้นำทางและปกป้องคนเหล่านี้ หากหนิงฝานคิดชั่วร้ายกับข้า...ด้วยวิชาที่ทรงพลังนั่น ข้ามิอาจรอดพ้นจากเงื้อมมือของมันแน่...’

แต่สตรีเช่นนาง... เหตุใดหนิงฝานต้องสนใจ...

จบบทที่ GE51 วิชาขัดเกลาผสาน ปัญหาที่นำมา [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว