เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE47 ลอบจู่โจมหรือมอบสมบัติ [ฟรี]

GE47 ลอบจู่โจมหรือมอบสมบัติ [ฟรี]

GE47 ลอบจู่โจมหรือมอบสมบัติ [ฟรี]


Chapter 47 ลอบจู่โจมหรือมอบสมบัติ

หลังจากผู้เชี่ยวชาญของนิกายต่างๆมาเยือน พูดคุยตกลง และวางของกำนัลไว้ ทั้งหมดต่างก็แยกย้ายกลับสู่นิกายของตน

มีหลายนิกายที่ต้องการโอสถก่อดวงจิต เมื่อรวมเวลาต่อรองทั้งหมดแล้ว ปีศาจทมิฬหนิงต้องปรุงโอสถให้พวกมันภายในเวลา 10 ปี นิกายที่จะได้โอสถก่อนนั้นเป็นนิกายที่ทรงพลังที่สุดและลดหลั่นลำดับกันลงมา

ด้วยเวลาเพียงมิกี่วัน นามของปีศาจทมิฬหนิงได้ขจรไปทั่วทั้งแคว้นเยว่ เพียงแต่มิมีผู้ใดทราบว่า ปีศาจทมิฬหนิงผู้นั้นคือหนิงฝาน

จันทราขึ้นทางทิศตะวันออก... หนิงฝานนั่งอยู่ที่ม้านั่งนอกเมืองภายในป่าหลิงเพลิง สีหน้าดูทุกข์ใจ เพราะการแก้แค้นให้หานหยวนจี๋ในอีก 100 ข้างหน้านั้น...ช่างยากเย็นแสนเข็ญ

10 ปีบรรลุแก่นทองคำ...ผู้ใดจะทำได้? บางผู้ใช้เวลาถึง 100 ปีก็ยังมิอาจบรรลุแก่นทองคำ มีคำกล่าวว่าการสร้างแก่นทองคำนั้นยากลำบากและอันตราย ทั้งยังต้องใช้เวลานาน

20 ปีบรรลุดวงจิตแรกเริ่ม...ผู้ใดจะทำได้? ภายในแคว้นเยว่ ผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำจำนวนมากล้วนเป็นผู้มีอายุ 1000 ปี แต่ไม่มีพวกมันคนใดที่บรรลุดวงจิตแรกเริ่ม... การก่อดวงจิตช่างยากลำบากนัก

ตัดวิญญาณ... ไร้ดัดแปลง... ไร้แบ่งแยก... ในโลกพิรุณแห่งนี้ ผู้เชี่ยวชาญไร้แบ่งแยกล้วนมีอายุหมื่นปีเป็นอย่างน้อย

“เวลา... ข้าต้องการเวลา...”

หนิงฝานกำหมัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ อีก 100 ปีหลังจากนี้ เทพกษัตริย์เนี่ยจะกลับมาทำลายทุกสิ่ง มันนับเป็น 10 ผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังที่สุดในโลกทั้ง 9 ต่อให้เป็นเทพกษัตริย์แห่งโลกพิรุณยังมิกล้าเป็นศัตรูกับมัน

กระเป๋าที่เอวของหนิงฝานเต็มไปด้วยสมุนไพรที่นิกายต่างๆมอบให้ ที่นิ้วข้างซ้ายสวมไว้ด้วยแหวนสีดำไม่สะดุดตา มันคือแหวนกระถางขัดเกลา

แหวนกระถางขัดเกลาเป็นสิ่งที่ลึกลับ ภายในนั้นมีมิติพื้นที่จำนวนมาก มิติแต่ละแห่งมีขนาดเทียบเท่าตำหนักซื่อฟาน ภายในมิติเหล่านั้นมีหมอกสีแดงลอยอบอวน เหมาะสำหรับเป็นสถานที่ให้กระถางขัดเกลา

หมอกสีแดงเหล่านั้นเปรียบได้กับการสะกดจิต ทำให้สตรีที่สูดดมเข้าได้เข้าสู่นิทรา ทั้งทำให้ระดับพลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างช้าๆ

แหวนกระถางขัดเกลาวงนี้เป็นสิ่งที่ลี้ลับ แม้นับทั้งโลกพิรุณ ย่อมไม่มีผู้ใดได้ครอบครอง

“ข้าจะบรรลุไร้แย่งแยกใน 100 ปีให้ได้!”

ขณะที่หนิงฝานกำลังกล่าวกับตนเองนั้น น้ำเสียงของสตรีก็ดังมาจากสร้อยหยินหยางที่อยู่ภายในตันเถียน

“ฮ่าฮ่า... ยอดรักของข้าปรารถนาจะบรรลุไร้แบ่งแยกภายใน 100 ปีเช่นนั้นรึ? เวลาช่างกระชั้นนัก... ข้าหลับเพียงงีบเดียวก็ผ่านไป 100 ปีแล้ว... ดูท่า...ยอดรักของข้าคงสร้างปัญหาใหญ่เข้าใช่หรือไม่?”

ผู้ที่กล่าวเป็นสตรีที่อยู่ภายในสร้อยหยินหยาง

“ท่านตื่นได้อย่างไร?” หนิงฝานกล่าวกับนางอย่างนุ่มนวล นางเคยช่วยเหลือเขาหลายครั้ง

“เห้อ... หากจะบรรลุไร้แบ่งแยก อย่างน้อยต้องใช้เวลาหมื่นปี ต่อให้เป็นในแดนสวรรค์ทั้ง 4 ก็มิอาจเลี่ยงได้ เพียงแต่...ในแดนสวรรค์ทั้ง 4 นั้น มีวิธีการอยู่หนึ่งอย่างที่ทำให้เวลาไหลเร็วขึ้น...”

“วิธีการที่ท่านกล่าวมิมีในความทรงจำของจักรพรรดิสวรรค์” หนิงฝานขมวดคิ้ว หากทำให้เวลาไหลช้าลง หนิงฝานอาจเปลี่ยน 100 ปีให้กลายเป็นหมื่นปีได้ ด้วยความสามารถที่ท้าทายสวรรค์เช่นนี้ เหตุใดในความทรงจำของจักรพรรดิสวรรค์จึงมิมี

เพียงแต่ในความทรงจำของจักรพรรดิสวรรค์ มีบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเวลา

“สำหรับเซียนที่แท้จริงนั้น กาลเวลาย่อมไร้ความหมาย...”

คำกล่าวนั้นกล่าวว่าเวลาไร้ความหมายต่อผู้ที่เป็นเซียนที่แท้จริง แม้หนิงฝานมิเข้าใจ แต่คำกล่าวนั้นสำคัญต่อตนมาก เพราะสิ่งที่ตนเองต้องการในยามนี้คือเวลา

“ข้ามีบุญคุญความแค้นกับขุมกำลังโบราณแห่งหนึ่ง นามว่า ‘วิหารสาบสูญ’ เป็นขุมกำลังแห่งแดนสวรรค์ทั้ง 4 คล้ายคลึงกับศาลาไร้ธรรม ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกทั้ง 9 ใบ... ภายในโลกพิรุณแห่งนี้สมควรมีที่ตั้งของวิหารสาบสูญ... วิหารสาบสูญมีทั้งหมด 7 ชั้น ชั้นแรกกาลเวลาภายนอกจะไหลผ่านช้ากว่าภายใน 1 ใน 2... ชั้นที่สองเป็น 1 ใน 4... ชั้นที่สามเป็น 1 ใน 8... ในที่สี่เป็น 1 ใน 16 ... กระทั่งชั้นที่เจ็ดเป็น 1 ใน 128...”

เมื่อนางกล่าวจบ หนิงฝานตกตะลึง คาดมิถึงว่าจะมีสถานที่ที่เปลี่ยนแปลงการไหลเวียนของเวลาได้

หากได้เข้าไปฝึกฝนฝนในชั้นที่เจ็ดของวิหารสาบสูญ หนิงฝานอาจบรรลุไร้แบ่งแยกได้ภายใน 100 ปี!

“ข้าจะเข้าไปในวิหารสาบสูญได้อย่างไร? วิหารนั่นช่างน่าอัศจรรย์ หากข้าต้องการฝึกฝนที่นั่น บางทีอาจต้องจ่ายในราคาที่แพงเกินรับไหว” หนิงฝานลูบคางพลางถอนหายใจ

“ยอดรักของข้าช่างฉลาดนัก วิหารสาบสูญนั้นมีเต๋าอันยิ่งใหญ่ของโลกที่สามารถแปรเปลี่ยนกาลไหลเวียนของเวลาได้ การที่พวกมันสร้างวิหารสาบสูญขึ้นมานั้นย่อมต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล กระทั่งผู้เชี่ยวชาญไร้แบ่งแยกยังไม่อาจจ่ายไหว... เพียงวิหารสาบสูญนั้นชื่นชอบนักปรุงโอสถที่เก่งกาจ หากยอดรักของข้าแสดงวิชาปรุงโอสถให้พวกมันเห็น พวกมันอาจเชื้อเชิญให้ยอดรักเข้าไปฝึกฝนในนั้นพร้อมกับลดค่าให้จ่ายให้”

หลังจากนางกล่าวจบ นางก็หาว

“ที่ข้าช่วยเหลือเจ้าเพื่อหวังให้เจ้าช่วยเหลือข้าในสักวัน ข้าต้องพักผ่อนก่อน...”

“ท่านพักเถิด!” หนิงฝานส่ายศีรษะ

“ในโลกหยินลึกลับแห่งนั้น ท่านต้องอยู่เพียงลำพังโดดเดี่ยว อาจเป็นพันปี... หรือแสนปี... ตัวข้ามิอาจทราบ ช่างยาวนานนัก... ท่านพักเถิด...”

ไม่นานนักเสียงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบายามนอนของนางก็ดังขึ้น

หนิงฝานถอนหายใจ แหงนหน้ามองจันทราที่อวดแสง

ไม่นานนักหนิงฝานก็กลายเป็นรุ้งหิมะตรงไปยังห้องของจื่อเฮ่อ

ยามนี้ซื่อหวูเสียและจื่อเฮ่อกำลังหลับนอนอย่างผ่อนคลายราวกับลืมสิ้นทุกสิ่ง

ก่อนหน้านี้พวกนางสมควรพูดคุยกันอย่างมีความสุข

หนิงฝานถอนหายใจเล็กน้อย วันพรุ่งเขาต้องเดินทางไปนิกายกุ่ยเชว่ เพียงแต่เขามิได้คิดที่จะนำพวกนางติดตามไปด้วย

แม้เมืองหนิงในยามนี้จะดูสงบ แต่ยังคงอันตราย ผู้เชี่ยวชาญมากมายหมายจู่โจม หากมิมีซื่อหวูเสียคุ้มครอง หนิงฝานมิอาจวางใจ ส่วนเหตุที่มิได้คิดพาจื่อเฮ่อไปยังนิกายกุ่ยเชว่นั้น เพราะที่นั่นคือนิกายฝ่ายอธรรม มีทั้งคนดีและเลวปะปน หากหนิงฝานจดจ่อกับการฝึกฝน เขาอาจมิมีเวลาได้ดูแลนาง หากยามนั้นเกิดมีผู้คิดร้ายกับนาง เขาคงเสียใจไปตลอดชีวิต

จื่อเฮ่อนั้นโดดเดี่ยว ซื่อหวูเสียที่ถูกลบความทรงจำก็บริสุทธิ์ พวกนางย่อมเป็นสหายกันได้

แม้จื่อเฮ่อจะมีร่างทรงเสน่ห์มาตั้งแต่กำเนิด แต่ด้วยนิสัยของนางย่อมมิเหมาะกับการฝึกฝนในแนวทางของฝ่ายอธรรม นางมิเหมาะกับเส้นทางที่ชโลมไปด้วยโลหิต

“ข้าหวังข้าช่วยให้เจ้าอยู่อย่างสงบและปลอดภัยไปชั่วชีวิต”

หนิงฝานยิ้มและห่มผ้าให้จื่อเฮ่อ หลังจากลังเลอยู่สักพัก เขาก็ห่มผ้าให้ซื่อหวูเสียก่อนจะหันหลังและออกจากห้องไปไปค่ำคืนราตรี

หลังจากหนิงฝานจากไป จื่อเฮ่อและซื่อหวูเสียก็ลืมตา

ใบหน้าของจื่อเฮ่อแดงก่ำด้วยความอาย นางได้ยินสิ่งที่หนิงฝานกล่าวเมื่อครู่ แต่ซื่อหวูเสียกลับทำหน้าไม่พอใจ

“น้องจื่อเฮ่อ... เหตุใดนายท่านดีกับเจ้าแต่ไม่ดีกับข้า... มิยุติธรรม!”

“ข้ามิทราบ... บางทีอาจเป็นเพราะท่านไม่ได้ร่วมรักกับพี่ฝาน?” สองมือจื่อเฮ่อสัมผัสแก้มของตน นางเองก็สงสัยเช่นกัน

“ร่วมรักคืออันใด?” ซื่อหวูเสียกล่าวถามอย่างสงสัย

“เป็น...เป็นเรื่องที่กล่าวได้ยาก!”

“ต้องกล้า... ซือซือต้องอยู่ร่วมห้องกับพี่ฝาน จากนั้น...จะมีบางสิ่งเข้ามา...”

...

เมื่อออกนอกเมืองหนิง หนิงฝานแปรเปลี่ยนเป็นรุ้งหิมะเคลื่อนผ่านท้องนภายามค่ำคืนเพียงลำพัง

ค่ำคืนที่ดาษดื่นด้วยดารา... ผู้เยาว์ผู้หนึ่งเดินทางเปล่าเปลี่ยว มิมีผู้ใดทราบว่าผู้เยาว์ผู้นี้แท้จริงคือปีศาจทมิฬหนิง ผู้ที่ทำให้ทั่วทั้งแคว้นเยว่ต้องสั่นสะเทือน ผู้ที่ทำลายนิกายฝ่ายอธรรมอันดับหนึ่ง ผู้ที่ลอบทำร้ายเทพกษัตริย์เนี่ยจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

การที่มิมีผู้ใดรู้ย่อมถือเป็นเรื่องดี เพราะปีศาจต้องหลอกลวงผู้คน

เมื่อข้ามผ่านท้องนภายามค่ำคืนโดยมิทราบระยะทาง ทันใดนั้น แววตาของหนิงแปรเปลี่ยนเย็นชา เขาสัมผัสได้ถึงความกังวลใจ

หลังจากเหยียบย่างนภาได้สักระยะ หนิงฝานจึงโคจร ‘ยันต์แปดทิศทำนาย’... เมื่อครั้งอดีต จักรพรรดิสวรรค์ได้สลักสิ่งที่ตนพบเจอมาทั้งชีวิตลงในยันต์แปดทิศ แปรเปลี่ยนให้มันกลายวิชา วิชานี้สามารถทำนายอนาคตที่เลือนลางได้ อย่างน้อยผู้ที่ใช้วิชาต้องบรรลุประสานวิญญาณ และยามนี้หนิงฝานบรรลุแล้ว

หนิงฝานนับนิ้วคำนวนตามแบบตำหรับโบราณ ก่อนจะเข้าในสิ่งใส่ทำให้ตนเองกระสับกระส่าย

ยามนี้ในหัวของหนิงฝานปรากฏภาพหนึ่ง เป็นภาพที่ตนเหยียบย่างนภา มีผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำและผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณจำนวนมากห้อมล้อมจับกุม!

“นิกายจี๋หลินต้องการชิงตัวข้า! เป็นไปได้อย่างไร”

หนิงฝานแผ่สัมผัสเทพอย่างเลือนลางไปรอบทิศ สัมผัสได้อย่างเลือนลางว่ามีผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังจำนวนหนึ่ง ผู้ที่มีวิชาการอำพรางที่ยอดเยี่ยมได้แอบสะกดรอยมา

เป็นนิกายจี๋หลินที่ต้องการลอบจู่โจมหนิงฝาน

หนิงฝานขบคิดนับร้อยนับพัน ก่อนจะเข้าใจเจตนาพวกมัน ปีศาจทมิฬหนิงทำให้พวกมันหวาดกลัว มันจึงเลือกลงมือกับคนใกล้ชิดแทน

‘คิดจับตัวข้าเพื่อข่มขู่ปีศาจทมิฬหนิง? ฮึ่ม! ช่างชั่วร้ายนัก’

สือหยินที่เป็นผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นสูงกลับคิดจับตัวผู้เยาว์ประสานวิญญาณขั้นกลาง แต่โชคดีที่มันมิได้มาด้วย

มุมปากหนิงฝานยกยิ้มเย้นหยัน ตราบใดที่สือหยินมิมา เขาย่อมไม่ต้องเกรงกลัวคนของนิกายจี๋หลิน จากกลิ่นอายของพวกมัน มี 2 คนที่ทรงพลัง อีก 15 คนที่อ่อนแอ เช่นนั้น 2 คนสมควรเป็นผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นแรก ส่วนอีก 15 คนสมควรเป็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ

นิกายจี๋หลินกลับส่งผู้เชี่ยวชาญมากมายเพื่อจับตัวหนิงฝาน การกระทำของมันถือเป็นการให้เกียรติว่าหนิงฝานแข็งแกร่ง แต่ช่างน่าเสียดายที่พวกมันทั้งหมดต้องถูกสังหาร!

เบื้องหน้าห่างไป 10 ลี้คือภูเขาที่เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เหมาะแก่การซุ่มโจมตี หากให้จัดการกับผู้ที่ลอบสะกดรอยมานั้น ผืนป่าเบื้องหน้านับว่าเหมาะสม แต่บางที ที่นั่นอาจมีคนของนิกายจี๋หลินอีกกลุ่มรออยู่

แววตาของหนิงฝานแปรเปลี่ยนเย็นชาและเผยจิตสังหาร

เหนือท้องนภายามค่ำคืน... หนิงฝานที่เหยียบย่างนภาได้หยุดฝีเท้าในฉับพลัน ทำให้ผู้ที่แอบสะรอยเผยสีหน้าสงสัย

“ศิษย์พี่หญิง... เหตุใดมันถึงหยุด หากข้ามไปอีก 10 ลี้ก็จะถึงตำแหน่งที่ศิษย์พี่จือโม่ซุ่มโจมตีแล้ว หรือมันสัมผัสพบพวกเรา...” สตรีผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นต้นกล่าวกับผู้เชี่ยวชาญอีกคน

“ขอบเขตประสานวิญญาณมิอาจสัมผัสพบการอำพรางของเราได้...” สตรีผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำอำคนกล่าวด้วยท่าทีสุขุม

แต่ทันทีที่นางกล่าวจบ หนิงฝานพลันหันหลังกลับมาและจ้องมองพวกมันด้วยแววตาที่ดุร้าย

แววตาที่โหดเหี้ยมที่พร้อมกับจิตสังหารระดับจักรพรรดิสวรรค์ ทำให้คนของนิกายจี๋หลิงทั้งหมดสั่นสะท้าน สีหน้าแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง

แต่สิ่งที่คาดมิถึงคือคนของนิกายจี๋หลินทั้งหมดที่ติดตามมาเป็นสตรี!

“นิกายจี๋หลินเอ๋ย... พวกเจ้านับว่ามอบของขวัญให้ข้าหนิงฝานถึงที่ มาเถิด...แหวนกระถางขัดเกลาของข้ายังว่างอยู่”

หนิงฝานแปรเปลี่ยนเป็นสายรุ้งหิมะเหยียบย่างนภาด้วยความเร็วเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำ แสงสีครามวาบผ่านนภา เงาร่างและกลิ่นอายของหนิงฝานหายไปอย่างไร้ร่องรอย สิ่งที่เกิดขึ้นในฉับพลันทำให้ผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำทั้งสองแตกตื่น

“สมบัติวิญญาณอำพรางระดับทองคำ เป็นไปมิได้ เหตุใดประสานวิญญาณถึงได้ครอบครองสมบัติล้ำค่าเช่นนั้น!”...

จบบทที่ GE47 ลอบจู่โจมหรือมอบสมบัติ [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว