เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE41 สังหารศัตรู

GE41 สังหารศัตรู

GE41 สังหารศัตรู


 

ในที่สุดหนิงฝานก็ดูดซับโอสถจักรพรรดิหยกสำเร็จ เขาผ่อนลมหายใจยาวแล้วหันมองสตรีผู้งดงามทั้งสองที่อยู่บนเตียง

 

จื่อเฮ่อไม่เป็นปัญหา แต่กับศพนางสวรรค์...หนิงฝานดูราวกับจะเข้าใจบางสิ่งที่ทำให้เขาสนใจ แต่ถึงอย่างนั้นเขายังไม่อาจเลี่ยงที่จะกังวลต่อมันได้

 

จื่อเฮ่อเหน็ดเหนื่อยจนหลับไป ศพนางสวรรค์กลับมาเย็นและแข็งเกรงเช่นเดิม สภาพของนางดูราวกับกำลังหลับไหล

 

หนิงฝานสัมผัสได้ถึงปราณที่ชั่วร้ายและรุนแรงภายในศพนางสวรรค์ ทำให้เขากังวลว่าหากนางตื่นขึ้นได้ เขาจะรับมือนางเช่นไร?

 

แม้การร่วมรักกับศพนางสวรรค์จะช่วยให้หนิงฝานสะกดความเจ็บปวดได้ดี แต่กลับไม่สามารถดูดกลืนพลังจากนางมาได้ นั่นอาจเป็นเพราะนางตายไปแล้ว

 

หากจะกล่าวแล้ว หนิงฝานไม่ได้อะไรจากการร่วมรักกับศพนางสวรรค์มากนัก หากจะได้ก็ได้เพียงบางสิ่งจากร่างกายของนาง

 

หนิงฝานห่มผ้าให้จื่อเฮ่อ เปลี่ยนอาภรณ์ของตน จากนั้นสะบัดมือจนเกิดเป็นแสงสีเขียวที่งดงาม

 

แสงอันงดงามที่ปรากฏ มองเห็นได้ด้วยตา แต่ไม่อาจสัมผัสได้ด้วยมือ เพราะแสงสีเขียวนั้นคือพิษที่มาจากศพนางสวรรค์

 

ด้วยพิษจากศพระดับนี้ หากเป็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณทั่วไปอาจต้องพิษจนตายไปแล้ว แต่ด้วยร่างกายที่ทรงพลังของหนิงฝาน ต่อเป็นพิษที่รุนแรงกว่านี้ก็ไม่อาจทำอันตรายได้

 

โอสถจักรพรรดิหยกเม็ดที่สองทำให้ร่างกายของหนิงฝานแข็งแกร่งไปอีกระดับ เมื่อลองใช้กระบี่ในระดับที่สูงขึ้นฟาดฟันตนเอง เขากลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย

 

ขอบเขตกระดูกเงินช่างลึกล้ำ หากหนิงฝานขัดเกลาให้กระดูกของตนกลายเป็นสีเงินบริสุทธิ์ได้ เขาก็จะบรรลุขอบเขตกระดูกเงินที่ผู้เชี่ยวชาญมากมายใฝ่ฝัน

 

มีคำกล่าวว่า ร่างกายที่ทรงพลังของขอบเขตกระดูกเงิน สามารถต้านทานการจู่โจมเต็มกำลังของผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มได้

 

จากการร่วมรักเมื่อครู่ นอกจากร่างกายของหนิงฝานจะยกระดับ ลวดลายโลหิตบนสร้อยหยินหยางยังได้เพิ่มขึ้นเป็น 99 เส้น นั่นหมายความว่าหนิงฝานบรรลุระดับที่ 1 ของการแปลงหยินหยางอย่างสมบูรณ์

 

การยกระดับนี้ทำให้หนิงฝานควบคุมสร้อยหยินหยางได้

 

หากสร้อยหยินหยางเปล่งแสงสีแดงแต่ไม่ปรากฏลวดลายของการขัดเกลาประสาน หนิงฝานสามารถใช้สร้อยหยินหยางเพื่อเพิ่มพูนพลังยามร่วมรักกับจื่อเฮ่อได้

 

แต่หากกระตุ้นความสามารถของสร้อยหยินหยางเพื่อช่วงชิงพลัง หนิงฝานจะสามารถช่วงชิงพลังของกระถางขัดเกลาได้

 

กระถางขัดเกลา... กระถางขัดเกลา... ถึงเวลาที่ต้องหลอมสร้างแหวนกระถางแล้ว เพราะยามนี้ หนิงฝานยังไม่มีที่เก็บศพนางสวรรค์

 

หนิงฝานทำความสะอาดร่างกายของศพนางสวรรค์ เปลี่ยนอาภรณ์ จากนั้นนำนางใส่คืนลงไปในโลงศพโบราณ แม้หนิงฝานไม่รู้ว่าวัสดุที่ใช้ทำโลงศพอยู่ระดับใด แต่จากมุมมองของเขาแล้ว มันคือวัตถุดิบที่ไม่ธรรมดา

 

โลงศพโบราณสามารถยับยั้งผลของการแปลงศพได้ เมื่อหนิงฝานนำศพนางสวรรค์ใส่กลับลงไปในโลง ปราณชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากร่างของนางก็ถูกสะกด

 

หนิงฝานปิดฝาโลงและจ้องมองมันด้วยแววตาซับซ้อน

 

เขาตั้งปณิธานในใจว่า สตรีนางใดที่รักตน...ตนจะไม่ปล่อยให้นางหลุดมือ แต่หากสตรีนางใดที่เกลียดตน...ตนจะเปลี่ยนให้นางกลายเป็นกระถางขัดเกลา และตน...จะไม่ตกหลุมรักกระถางขัดเกลาเหล่านั้น

 

ส่วนสตรีที่ไม่ได้รักและไม่ได้เกลียดตน หนิงฝานจะไม่ข้องแวะ

 

แล้วศพนางสวรรค์? นางเป็นสตรีประเภทใด? นางจะรัก? หรือเกลียด? แม้นางจะตายมานาน แต่หนิงฝานก็เป็นผู้ทำลายศักดิ์ศรีของนาง

 

หนิงฝานเริ่มขบคิด เขาจะจัดการกับศพนางสวรรค์อย่างไร? อย่างน้อยก็นำนางมาไว้ข้างกายเหมือนซื่อหวูเสียไม่ได้ หากนางฟื้นคืนชีพอีกครั้ง นางอาจกลายเป็นปีศาจร้ายกระหายโลหิต และเมื่อนั้น ผู้ที่ตายอาจเป็นหนิงฝานเอง

 

หรือจะผนึกนางไว้ในโลงศพ? แต่นางก็มีสัมพันธ์สวาทกับเขาแล้ว...

 

หรือจะหาวิธีคืนชีพให้นาง...ก่อนที่ร่างของนางจะกลายเป็นศพปีศาจอย่างสมบูรณ์...

 

‘ช่างเถอะ... ไว้หลอมสร้างแหวนกระถางเสร็จ เมื่อนั้นค่อยว่ากันอีกมี’ หนิงฝานเก็บโลงศพเข้าไปในกระเป๋าเก็บของ จูบลงที่หน้าผากของจื่อเฮ่อ จากนั้นออกจากห้องไปด้วยแววตาที่เย็นชา

 

ยามนี้เขาต้องสะสางปัญหากับแขกที่ไม่ได้รับเชิญทั้ง 4 ก่อน แม้เมืองหนิงจะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ แต่เมื่อมีผู้เชี่ยวชาญถึง 4 คนมารุกราน หนิงฝานจะไม่ปล่อยพวกมันไปง่ายๆเด็ดขาด

 

พิษของศพ... ปราณกระบี่... ร่างกระดูกเงิน... ด้วยทั้งหมดนี้หนิงฝานเอาชัยผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นสุดท้ายได้ และหากลอบจู่โจม ผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นแรกคงไม่อาจหลีกพ้นการบาดเจ็บ

 

“สังหารสองคนเพื่อกู้ศักดิ์ศรี... จับตัวอีก 2 คนไว้เพื่อใช้ประโยชน์!”

 

แล้วหนิงฝานก็ตัดสินถึงวิธีจัดการกับผู้เชี่ยวชาญทั้ง 4 คน!

 

ผมดับขลับพลิ้วไหวไปตามสายลม ทั่วร่างของหนิงฝานเปล่งแสงสีครามที่เกิดจากทักษะอำพราง เหยียบย่างรุ้งหิมะไปบนนภาก่อนที่เงาร่างจะหายไปอย่างสมบูรณ์

 

...

 

บนท้องนภาเหนือเมืองหนิง หลู่หนานสื่อและสหายของมันต่อสู้กับหนานกง ยุ่ยฉี และ ซื่อถูอย่างดุเดือด ทั้งยังเผาผลาญพลังเป็นจำนวนมาก

 

หลู่หนานสื่อและสหายของพวกมันเป็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นสุดท้าย พวกมันนับเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับต้นๆของแคว้นเยว่ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับหนานกง ยุ่ยฉี และซื่อถู พวกมันกลับไม่ได้เปรียบแม้แต่น้อย

 

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะประสบการณ์การต่อสู้เป็นตายของหนานกงและคนอื่นๆมีมากมาย ทำให้ตนได้เปรียบอีกฝ่ายเล็กน้อย แม้ไม่อาจเอาชัยได้ แต่ยังสามารถพัวพันป้องกันไม่ให้พวกมันหลบหนี

 

ยามนี้หนานหยางไม่อาจสงบใจได้อีก

 

หนิงฝานได้สั่งซื่อหวูเสียไว้ว่าห้ามปล่อยให้ผู้ใดหลบหนี นางเองก็ทำตามคำสั่งเป็นอย่างดี โดยปิดช่องทางหนีของหนานหยางสื่อไว้ทั้งหมด

 

เดิมทีนางสามารถสังหารหนานหยางสื่อได้อย่างง่ายดาย เพียงแต่หนิงฝานไม่ได้สั่งให้ทำเช่นนั้น

 

แค่จึงเพียงป้องกันให้อีกฝ่ายหลบหนี

 

แม้นานหยางสื่อนำสมบัติวิญญาณออกมา นางก็ทำลายทิ้ง นำเมฆเซียนออกมา นางก็ทำลายทิ้ง เมื่อไร้ซึ่งหนทาง หนานหยางสื่อก็เลิกดิ้นรน นางเองก็หยุดจู่โจมและเฝ้ารอ

 

ใบหน้าของหนางหยางสื่อบิดกระตุก มันไม่รู้ว่าสตรีที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนางตั้งใจจะทำสิ่งใด?

 

มันไม่กล้ายั่วยุซื่อหวูเสีย มันรู้ดีว่านางสามาราถสังหารมันได้อย่างง่ายดาย

 

“หากข้าไม่หนี นางจะไม่สังหารข้า...ช่างเถอะ ยังไงก็หนีไม่ได้อยู่แล้ว เมืองหนิงมีทั้งนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 มีทั้งผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นสุดท้าย... นายน้อยหนิงผู้นี้ช่างน่ากลัวนัก”

 

“จะว่าไป... เหตุใดนายน้อยหนิงถึงไม่กล้าสังหารข้า? หรือเพราะข้าเป็นผู้อาวุโสของนิกายไท่ชูไพ่... หรือว่านายน้อยหนิงไม่อยากยั่วยุนิกายไท่ชูไพ่...”

 

หนานยางสื่อขบคิด แต่ในขณะนั้น ปราณกระบี่แห่งดวงดาวได้ปรากฏอย่างไร้ที่มา มุ่งไปยังสหายของหลู่หนางสื่อ พร้อมกันนั้น ที่ด้านหลังของมันปรากฏผู้เยาว์ในชุดคลุมขนสัตว์สีดำ

 

ใบหน้าของผู้เยาว์ถูกคนนั้นบดบังด้วยผ้าคลุม แม้จะใช้สัมผัสเทพ แต่หนานหยางสื่อไม่อาจมองเห็นได้ชัด ระดับพลังของผู้เยาว์อยู่ในขอบเขตประสานวิญญาณขั้นกลาง แต่กลับทำให้มันสัมผัสได้ถึงอันตราย

 

ผู้เยาว์ใช้ทักษะอำพรางเคลื่อนเข้าด้านหลังของสหายหวู่หนานสื่อ จากนั้นฟาดฟันกระบี่ด้วยปราณกระบี่ประสานวิญญาณ  สอดประสานกับการจู่โจมของยุ่ยฉีจนทำให้สีหน้าของมันแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง ทั้งตะโกนขึ้นด้วยความโกรธ

 

“ผู้ใดกล้าลอบจู่โจมข้า!”

 

สหายของหวู่หนานสื่อนามว่า ‘ซิงเฉิน’ มันเร่งนำ ‘ตราประทับทองคำ’ ของมันวางทาบลงที่หน้าก่อนปรากฏแสงสีทองคุ้มกายเพื่อป้องกันการลอบจู่โจมของผู้เยาว์ พร้อมกันนั้น มันนำเมฆเซียนออกมาและล่าถอยอย่างรวดเร็ว

 

แต่ผู้เยาว์ยังคงเหยียบย่างรุ้งหิมะพร้อมกับกระบี่ในมือไล่ล่ามันไปอย่างรวดเร็ว แม้ซิงเฉินจะหลบหนีได้อย่างรวดเร็วเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นแรก แต่ผู้เยาว์ที่ไล่ตามกลับรวดเร็วกว่า

 

กระบี่ผันแปรเป็นเพลิง ฟาดฟันเข้าปะทะกับตราประทับทองคำคุ้มกายจนขาดสะบั้น แต่นั่นกลับไม่ทำให้กระบี่ลดทอนอำนาจ ซิงเฉินเผยสีหน้าหวาดกลัวก่อนจะถูกกระบี่ผ่าร่างเป็นสองซีกและตกตายอย่างน่าอนาถ!

 

ผู้เยาว์ผู้นี้เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นกลาง  แต่ปราณกระบี่กลับทรงอานุภาพเกินหยั่งถึง

 

ยิ่งกล่าวถึงทักษะอำพราง ผู้เยาว์ทำได้อย่างแนบเนียนจนยากจะจับสัมผัสป้องกัน... ผู้เยาว์ใช้ทักษะอำพรางอันใดกัน? มิใช่... แม้ทักษะอำพรางจะทรงอานุภาพเท่าใด แต่หากผู้ใช้เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นกลาง ซิงเฉินย่อมใช้สัมผัสเทพตรวจพบและป้องกันได้ทัน

 

เมื่อปราณกระบี่ที่ยิ่งใหญ่ปรากฏเหนือเมืองหนิง หนานกง ยุ่ยฉี และซื่อถูต่างถอนมือ ทั้งหมดเฝ้าชมด้วยแววตาที่เคารพ

 

‘นายน้อยช่างทรงพลังถึงขนาดที่ใช้ปราณกระบี่ประสานวิญญาณขั้นสูงสุดได้ แม้นายน้อยจะลอบจู่โจม แต่อานุภาพที่สำแดงยังน่าชื่นชม’

 

หลู่หนานสื่อ ‘ชู่ซิง’ สหายของมัน รวมถึงหนานหยางสื่อสีหน้าแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง

 

ผู้เยาว์คนนี้สมควรเป็นนายน้อยหนิง! แม้จะยังเยาว์แต่กลับบรรลุขอบเขตประสานวิญญาณขั้นกลาง สามารถใช้ปราณกระบี่ประสานวิญญาณขั้นสูงสุด มีสามผู้นำทัพข้างกาย เป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 4 ทั้งยังมีสตรีที่เป็นผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำขั้นสุดท้ายในโอวาท

 

ในแคว้นเยว่ บุคคลผู้นี้ย่อมมีชื่อเสียง แต่เหตุใดพวกมันไม่รู้จัก! ผู้เยาว์ผู้นี้อยู่เมืองใดมาก่อน?

 

ยิ่งด้วยหนานหยางสื่อที่มีสายตาที่เฉียบคมกว่าคนอื่นๆ มันจึงรู้ว่าผู้เยาว์คนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่สุด

 

กระบี่แห่งดวงดาวที่ผู้เยาว์ใช้ก็ไม่ธรรมดา มันคือกระบี่อะไร?

 

สัมผัสเทพที่ปกคลุมและผ้าที่สวมปิดบังใบหน้าของผู้เยาว์ผู้นี้ เป็นสมบัติวิญญาณระดับสูงที่ผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำใช้

 

ไหนจะมีทักษะที่เหยียบย่างรุ้งหิมะที่รวดเร็วเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำ มีปราณกระบี่ที่รุนแรงเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นสุดท้าย... เมื่อครู่ที่ผู้เยาว์ใช้ทักษะอำพราง บางทีผู้เยาว์อาจใช้ด้วยสมบัติวิญญาณทองคำ!

 

สมบัติวิญญาณทองคำ... มีเพียงผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำเท่านั้นที่ใช้ได้!

 

หนานหยางสื่ออุทานด้วยความประหลาดใจ แต่เมื่อมันสบตากับหนิงฝาน มันกลับสัมผัสได้ถึงจิตสังหารระดับจักรพรรดิสวรรค์ ทำให้มันรู้สึกราวกับร่วงหล่นลงสู่หลุมน้ำแข็งที่เย็นเฉียบ

 

“คนผู้นี้...สังหารผู้คนมามากมายนับไม่ถ้วน!”...

จบบทที่ GE41 สังหารศัตรู

คัดลอกลิงก์แล้ว