เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE26 อาวุธเทพโบราณ

GE26 อาวุธเทพโบราณ

GE26 อาวุธเทพโบราณ


Chapter 26 อาวุธเทพโบราณ

 

ข่ายพลังในระดับคงชูนั้นมีอานุภาพบดขยี้ขุนเขาและสยบมหาสมุทรที่เกรี้ยวกราด เมื่อแสงสีแดงโลหิตวาบผ่านท้องฟ้า ทุกสรรพสิ่งในรัศมี 100 ลี้แหลกสลาย

 

นิกายเทียนหลีโม่ล่มสลายในพริบตา ราวกับทุ่งหญ้าที่แห้งเหี่ยว ตึกรามอาคารทั้งหมดพังทลาย  พืชพรรณกลายเป็นฝุ่นควัน!

 

ภายใต้แสงสีแดงโลหิตนั้น ศิษย์นิกายในขอบเขตเปิดเส้นชีพจรจะประสบการความผันผวนที่รุนแรง กระทั่งร่างกายระเบิดเป็นหมอกโลหิต ผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณจะรั้งชีวิตได้ไม่กี่ลมหายใจ ก่อนที่เส้นชีพจรสวรรค์จะฉีกขาด และถูกบดขยี้ด้วยแรงกดดันที่รุนแรงจนร่างแหลกเหลว

 

มีเพียงผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำเท่านั้นที่ยังรอดชีวิต แต่ระดับพลังที่อยู่ในขอบเขตแก่นทองคำจะลดลง เหลือเพียงขอบเขตประสานวิญญาณ และไม่อาจสร้างแก่นทองคำใหม่ได้อีกตลอดกาล!

 

ด้วยเพราะไม่มีหยกสวรรค์มากพอ ทำให้ไม่อาจสำแดงอานุภาพที่แท้จริงของข่ายพลังระดับคงชูได้ มิเช่นนั้น ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่ม หรือผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณ ย่อมได้รับผลกระทบใหญ่หลวง โดยที่พวกมันจะไม่เสียเพียงแก่นทองคำไป

 

อานุภาพของข่ายพลังระดับคงชูสมควรอยู่ในระดับดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูงสุด

 

หากกล่าวถึงนิกายเทียนหลีโม่ ผู้ที่เหลือรอดจากข่ายพลังนี้มีเพียงผู้เดียว

 

นั่นคือผู้นำนิกายหวูเสีย... ซื่อหวูเสีย!

 

ด้านหลังภูเขา หนิงฝานเหยียบย่างหมู่ดาวบนท้องฟ้าเป็นประกายหิมะ

 

นิกายเทียนหลีโม่จักต้องพินาศ... พินาศด้วยมือของนิกายปีศาจทมิฬ ให้นี่คือความอัปยศอดสูของพวกมัน!

 

ซื่อหวูเสียรู้จักหานหยวนจี๋ แต่มันมิได้หวาดกลัว เพราะมันรู้ว่าชายชราระดับพลังของชายชราได้ลดลง

 

“หานหยวนจี๋! ข้าจักมิถามเจ้าว่าเหตุใด! แต่วันนี้ทั้งเจ้าและศิษย์ต้องตาย!”

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า! บิดายังใช้ชีวิตมิพอ... บิดาไม่อยากตายหรอก!”

 

ชายชรากล่าวคำเย้ยหยัน พลางทำลายแรงกดดันของซื่อหวูเสีย

 

ชายชราสะบัดชายเสื้ออัญเชิญกระถางแยกโอสถ กระถางขยายขนาดขึ้นและปรากฏมังกรเพลิง 8 ตัวรายล้อม ผมและหนวดเคราของชายชราพลิ้วไหวไปตามสายลม กลิ่นอายชั่วร้ายปกคลุมทั่วท้องนภา ชายชราชี้นิ้วส่งกระถางโอสถและมังกรเพลิงทั้ง 8 ตัวพุ่งเข้าใส่ซื่อหวูเสีย หมู่เมฆบนท้องนภาระเหยด้วยความร้อนของมังกรเพลิง

 

กระถางโอสถสำแดงพลังในระดับแก่นทองคำ ผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณมอดม้วย ผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำนับ 10 บาดเจ็บ พลางจ้องมองไปบนท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัว!

 

เพลิงปีศาจทมิฬ! กระถางแยกโอสถ!

 

ด้วยสมบัติทั้งสองชิ้นทำให้หานหยวนจี๋สามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำ และขึ้นรั้งตำแหน่งหนึ่งในสิบผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นเยว่

 

โดยทั่วไปแล้วชายชรามักอาศัยอยู่ในสถานที่ของตน ไม่ค่อยกระทำเรื่องราวใหญ่โตมากนัก ทำให้ผู้อื่นสงสัยว่าที่ชายชราสังหารผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำได้นั้นเพราะเป็นโชคช่วย

 

นั่นเพราะชายชรามีระดับพลังอยู่เพียงขอบเขตประสานวิญญาณขั้นสุดท้ายเท่านั้น... แต่ด้วยเพลิงปีศาจชีพจรพิภพทำให้ชายชราสามารถต่อกรกับเหล่าบรรพบุรุษในแคว้นเยว่ได้

 

ด้านหลังชายชรา หนิงฝานใบหน้าซีดขาวไร้โลหิต ขมวดคิ้ว พลางประครองหนิงกู่

 

‘หานหยวนจี๋ทรงพลัง แต่ซื่อหวูเสียเองก็ลึกลับไม่ธรรมดา’

 

เพราะอย่างแรก หนิงฝานไม่ทราบเพศของซื่อหวูเสีย เขาจึงบอกไม่ได้ว่ามันคือบุรุษหรือสตรี!

 

อย่างที่สอง สร้อยหยินหยางของหนิงฝานสั่นเทาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับซื่อหวูเสีย

 

แต่การสั่นเทานั้น เป็นการสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น ราวกับมีบางสิ่งในบนร่างกายของมันที่สร้อยหยินหยางต้องการ

 

และอย่างที่สาม กลิ่นอายของมัน

 

กลิ่นอายของมันทำให้หนิงฝานรู้สึกว่า มันไม่ได้ด้อยไปกว่าหานหยวนจี๋!

 

‘หรือมันจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ยิ่งใหญ่ แต่พลังได้หายไปเหมือนอย่างหานหยวนจี๋?’

 

ไม่...มันต่างกัน

 

เท่าที่หนิงฝานเห็น ซื่อหวูเสียไม่กลัวกระถางแยกโอสถและเพลิงปีศาจทมิฬของหานหยวนจี๋ มันเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อยเท่านั้น

 

มันสะบัดชายอาภรณ์ ก่อนปรากฏลำแสงสายหนึ่งเข้าปะทะกับกระถางปรุงโอสถจนเกิดเสียงดังสนั่น

 

อำนาจของกระถางโอสถและลำแสงเมื่อครู่ทัดเทียมกัน

 

ชายอาภรณ์ที่ยาวของซื่อหวูเสียโบกสบัดพลิ้วไหวเกิดเป็นเส้นแสงถักทอปั่นป่วน

 

ยากจะระบุว่าผู้ใดเป็นฝ่ายแพ้หรือชนะในเวลาสั้นๆ เส้นแสงของซื่อหวูเสียกลายเป็นปราณกระบี่นับไม่ถ้วน ส่วนชายชราก็ควบคุมเพลิงทมิฬของตนเข้าต้านพลางร่ายเตล็ดความไม่หยุด ซึ่งแต่ละเคล็ดความนั้น ล้วนเป็นเคล็ดความระดับดวงจิตแรกเริ่มทั้งนั้น

 

เหตุการณ์แผ่นดินถล่มเริ่มปรากฏ แรงสั่นสะเทือนและความผันผวนที่เกิดขึ้น ทำให้ทั่วทั้งแคว้นเยว่สัมผัสถึงมันได้

 

ทักษะระดับดวงจิตแรกเริ่มผลาญพลังเป็นอย่างมาก แม้หานหยวนและซื่อหวูเสียจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ธรรมดา แต่ชายชรายังอยู่เพียงขอบเขตประสานวิญญาณซึ่งด้อยกว่าซื่อหวูเสียอยู่ 1 ขอบเขต

 

การที่บุคคลทั้งสองปรากฏตัวในแคว้นเยว่แห่งโลกพิรุณ... หนิงฝานคิดว่ามันแปลก

 

หานหยวนจี๋มาเพื่อซ่อนตัว แล้วซื่อหวูเสียหล่ะ?

 

คนอย่างมันทำลายเมืองฉีเหม่ยได้อย่างง่ายดาย แม้หานหยวนจี๋ยากจะจัดการ แต่ก็เป็นเพียงชายชราผู้หนึ่ง

 

นั่นหมายความว่ามันมีจุดประสงค์อื่น... อาจมีบางสิ่งในแคว้นเยว่ที่มันต้องการ

 

น่าแปลกที่หนิงฝานคาดเดาได้มากขนาดนั้น เพราะแผนการของซื่อหวูเสียยังไม่ได้เริ่มดำเนินแม้แต่น้อย

 

หนิงฝานไม่สามารถสอดมือกับการต่อสู้ครั้งนี้ได้ ผู้เชี่ยวชาญแก่นทองทำที่อยู่ไม่ไกลยังไม่กล้าสอดมือ แต่ถึงอย่างนั้น หนิงฝานที่เฝ้าสังเกตอยู่ไกลๆก็เห็นการต่อสู้ได้อย่างชัดเจน

 

 

แสงนั่นคืออันใด? มันดูราวกับกระบี่ที่มีสายฟ้าขนาดเล็ก...

 

แต่สิ่งที่ทำให้หนิงฝานประหลาดใจไม่ใช่กระบี่ แต่เป็นสายฟ้าที่อยู่ในกระบี่

 

“นั่นมันชิ้นส่วนของ ‘ดวงดาวโบราณ! นั่นใช่อาวุธเทพที่สร้างโดยเทพในยุคโบราณหรือไม่?’”

 

หนิงฝานประหลาดใจ แต่ไม่ถึงกับตกตะลึง อาวุธเทพที่สร้างขึ้นจากดวงดาวโบราณ จะมีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นของตน นั่นทำให้มันบรรลุถึงระดับนี้ได้

 

เดิมทีหากสร้างสมบัติหรืออาวุธแล้ว พวกมันจะไม่สามารถเพิ่มระดับได้อีก แต่หากต้องการเพิ่มพูนอานุภาพของมัน มีผู้เชี่ยวชาญอีก 1 สายที่ช่วยเหลือได้ นั่นคือ ‘นักเสริมวิญญาณ’

 

แม้ระดับของสมบัติไม่เพิ่ม แต่พลังของมันสามารถมีพลังที่เป็นเอกลักษณ์ได้ ยกตัวอย่างเช่นกระถางแยกโอสถของหานหยวนจี๋ที่มีพลังการตรึงร่าง กระบี่ไร้เงาของหนิงฝานที่ได้จากการสังหารหวู่ตงหนานก็มีความพิเศษอย่างไร้เงา

 

การที่สมบัติไม่สามารถเพิ่มระดับของมันได้ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากสมบัตินั้นมีวัตถุดิบเทพ มันย่อมไม่อาจใช้ระดับทั่วไปวัดได้

 

ดวงดาวโบราณ!

 

เทพโบราณมักจะใช้ดวงดาวโบราณเป็นวัตถุดิบในการสร้างอาวุธเทพ อาวุธเหล่านี้จะพัฒนาระดับของตนขึ้นอย่างต่อเนื่องกระทั่งกลายเป็นอาวุธเทพที่สยบได้ทั่วทุกโลกหล้า

 

สร้อยหยินหยางที่อยู่ภายในตันเถียนของหนิงฝานก็มีดวงดาวโบราณเช่นเดียวกัน

 

มีข่าวลือว่าในยุคโบราณ จักรพรรดิผู้หนึ่งได้ทำลายโลกนับล้านล้านใบ และใช้ดวงดาวทั้งหมดเหล่านั้นสร้างเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด

 

หนิงฝานประหลาดใจที่ซื่อหวูเสียครอบครองกระบี่บินอันท้าทายสวรรค์ที่สร้างขึ้นจากดวงดาวโบราณ เช่นนั้นจึงไม่แปลกที่สร้อยหยินหยางสั่นสะท้าน เพราะทั้งสองสิ่งล้วนมาจากยุดโบราณเช่นกัน

 

โลกพิรุณถูกจัดอยู่ในโลกระดับต่ำ การที่โลกใบนี้จะปรากฏวัตถุดิบเทพย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ ดังนั้นที่มาของซื่อหวูเสียจึงไม่ธรรมดา บางทีมันอาจมาจากหนึ่งในสี่แดนสวรรค์เบื้องบน

 

ลักษณะพิเศษเฉพาะของดวงดาวโบราณปรากฏขึ้นในหัวของหนิงฝาน ก่อนที่เขาจะพยายามหาวิธีรับมือกับอาวุธเทพโบราณ

 

‘อาวุธเทพโบราณ... หากวันหนึ่งมันพัฒนาสมบูรณ์ ดาราจักรจะล่มสลาย’

 

‘อาวุธเทพโบราณ... สามารถทำลายดาราและจันทราได้’

 

‘อาวุธเทพโบราณ... ไม่มีผู้ใดควบคุมมันได้เว้นเสียแต่เป็นเทพ’

 

ดวงตาของหนิงฝานเป็นประกาย ดูเหมือนข้อสุดท้ายจะเป็นจุดอ่อนของอาวุธเทพโบราณ!

 

มีเพียงเทพเท่านั้นที่ใช้อาวุธเทพได้... แล้วเทพคืออันใด? เทพคือผู้ที่สืบทอดเส้นชีพจรปีศาจโบราณเหมือนกับที่หนิงฝานและหานหยวนจี๋ครอบครอง แต่หลังจากหนิงฝานตรวจสอบซื่อหวูเสียดูแล้ว มันไม่มีเส้นชีพจรที่ว่า!

 

‘น่าแปลก มันไม่มีเส้นชีพจรและกายเทพ เหตุใดมันถึงได้ครอบครองอาวุธเทพโบราณ’

 

แม้ยังไม่กระจ่างแต่หนิงฝานก็มีความคิดบางอย่าง

 

‘หากข้าชิงกระบี่บินนั่นมาได้... มีโอกาส 6 ใน 10 ส่วนที่ข้าจะทำสำเร็จ…’

 

แววตาของหนิงฝานไร้ซึ่งความลังเล เขามีโอกาส 6 ส่วนที่จะทำสำเร็จ อีก 4 ส่วนคือถูกสังหารตายใต้คมกระบี่

 

‘ข้าจะพึ่งพาอาจารย์ไม่ได้’

 

‘เพราะข้าเป็นผู้เลือกที่จะช่วยหนิงกู่และทำลายนิกายเทียนหลีโม่’

 

‘หากข้าเอาชนะซื่อหวูเสียไม่ได้... ข้าต้องใช้...แผนสกปรก!’

 

ในระหว่างที่หนิงฝานกำลังขบคิด การต่อสู้ของหานหยวนจี๋และซื่อหวูเสียก็กำลังจะดำเนินมาจนถึงจุดสิ้นสุด

 

ซื่อหวูเสียยืนอยู่บนกระบี่บินและควบคุมมันได้อย่างใจนึก ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป ชายชราจึงเริ่มเสียเปรียบอย่างช้าๆ

 

พลังของทั้งสองฝ่ายทัดเทียม แต่สมบัติของทั้งสองยังห่างชั้น ซื่อหวูเสียอีกครึ่งก้าวบรรลุดวงจิตแรกเริ่ม อย่างน้อยๆพลังของมันก็มากกว่าชายชราที่อยู่เพียงขั้นสุดท้ายของขอบเขตประสานวิญญาณถึง 10 เท่า หากต่อสู้ด้วยสมบัติจะเผาผลาญพลังไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นคือปัญหาร้ายแรง หลังจากผ่านไปชั่วธูปไหม้หมดดอก พลังของชายชราก็แทบไม่เหลือ

 

“เราช่วยหนิงกู่ได้แล้ว ยามนี้ข้าต้องหาวิธีหลบหนี” ชายชราขมวดคิ้ว

 

“จะหนีงั้นรึ? งั้นจงอย่าได้ทิ้งอะไรเหลือไว้!” ซื่อหวูเสียแสดงสีหน้าสงบ แต่มันกลับแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก มันไม่อยากต่อสู้เป็นตายกับชายชรา

 

ทั้งสองล้วนเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ จึงสมควรละทิ้งความบาดหมาง อีกอย่าง พวกมันยังเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูง ไม่สมควรต่อสู้เป็นตายอย่างไร้ค่า

แต่หนิงฝานไม่ยอมไป

 

หนิงฝานวางข่ายพลังขนาดยักษ์สังหารหมู่ศิษย์นิกายเทียนหลีโม่ไปมากมายนับไม่ถ้วน ยามนี้มือของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตแล้ว

 

แต่โลหิตแค่นั้นยังไม่พอ

 

หนิงฝานจ้องมองไปยังเงากระบี่บินของซื่อหวูเสีย

 

หนิงฝานวางร่างของหนิงกู่ไว้บนเมฆเซียน ก่อนเหยียบย่างหิมะตรงไปยังเงาของกระบี่บินในพริบตา

 

“6 ส่วนรอด 4 ส่วนตาย... แต่ข้ายังมีสร้อยหยินหยาง ข้าต้องไม่ตาย!”

 

ปราณกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่ร่างของหนิงฝานจนโลหิตสาดกระจายเต็มท้องฟ้า

 

สีหน้าของชายชราแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง ซื่อหวูเสียผงะถอยเล็กน้อยแต่ก็เผยรอยยิ้มที่พึงพอใจ

 

“เจ้าคิดช่วงชิง ‘กระบี่ผ่าวิญญาณ’ ของข้ารึ? ช่างโชคร้ายที่เจ้า..”

 

“ข้าทำไม?”

 

เมื่อปราณกระบี่หายไป หนิงฝานที่อาบโชกไปด้วยโลหิตก็ใช้มือยึดกุมกระบี่เอาไว้แน่น!

 

ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของซื่อหวูเสียแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวไร้โลหิตในพริบตา มันไม่อาจคงความสงบได้อีกเพราะมันสัมผัสได้ว่า การเชื่อมต่อระหว่างตัวมันกับกระบี่ค่อยหายไปอย่างช้าๆ

 

ด้วยเพราะร่างกายนี้ของมันไม่ใช่ร่างที่แท้จริง จึงทำให้มันไม่อาจควบคุมอาวุธเทพได้ตามปรารถนา แต่ผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณที่เล็กจ้อยอย่างหนิงฝานไม่สมควรช่วงชิงกระบี่ของมันได้

 

ซื่อหวูเสียจ้องมองหนิงฝานที่กำกระบี่ไว้แน่น

 

กระบี่บินแทงเข้าที่กลางหน้าอกของหนิงฝานในตำแหน่งที่ห่างจากหัวใจเพียงเล็กน้อย หากเกิดพลาดก็หมายถึงชีวิต

 

หนิงฝานเค้นความทรงจำของจักรพรรดิสวรรค์และเริ่มใช้โลหิตของตนเขียนผนึกลงไปที่ตัวกระบี่

 

เส้นชีพจรหยินหยางปีศาจของหนิงฝานทำงาน กระบี่บินหลุดจากการควบคุมของซื่อหวูเสียและรับหนิงฝานเป็นเจ้านายคนใหม่!

 

ดวงดาวโบราณที่แปรเปลี่ยนเป็นอาวุธเทพ หากไม่ใช่เทพก็ไม่อาจใช้มันได้!

 

‘ซื่อหวูเสีย ไม่ว่าจะเจ้าทรงพลังขนาดไหน แต่ยามนี้ ร่างกายของเจ้าเป็นเพียงมนุษย์ เจ้าไม่คู่ควรให้ควบคุมกระบี่เล่มนี้!’

 

‘จากนี้เป็นต้นไป เจ้าคือกระบี่ของข้า ข้าจะมอบนามให้เจ้าว่า ‘แยกสวรรค์’ ที่หมายถึงการตัดขาดจากสวรรค์ทั้งปวง!’

 

หนิงฝานกำกระบี่แน่น ลำแสงขนาดเล็กปรากฏก่อนแปรสภาพเป็นกระบี่ยาวสามเซี้ยะที่กระจ่างใสราวกับน้ำ ทั้งยังมีประกายสายฟ้าปรากฏที่ตัวกระบี่!

 

แยกสวรรค์... มันไม่ใช่เพียงกระบี่ แต่ยังเป็นการตัดสินใจของหนิงฝาน!

 

“ซื่อหวูเสีย ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย เจ้ามีวิธีแก้ไขบรรทัดน้ำแข็งหรือไม่?”

 

“ไม่!” สีหน้าของซื่อหวูเสียมืดมน แม้กระบี่ของมันจะเป็นอาวุธเทพ แต่มีดวงดาวโบราณเป็นส่วนประกอบเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้มันโกรธที่หนูตัวจ้อยอย่างหนิงฝานได้ยั่วยุมันอีกครั้ง

 

‘เหตุใดข้าถึงอ่อนแอเช่นนี้’

 

เจตจำนงค์กระบี่เพลิงของหนิงฝานลุกโหมทั่วร่าง เขาชูกระบี่แยกสวรรค์ขึ้นสูงและปลดปล่อยจิตสังหาร...

 

จบบทที่ GE26 อาวุธเทพโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว