เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE23 หนิงกู่

GE23 หนิงกู่

GE23 หนิงกู่


Chapter 23 หนิงกู่

 

หนิงฝานที่อายุครบ 17 ปีหยุดยืนบนยอดเขาของนิกายเทียนหลีโม่ สายลมพลิ้วไหว คิ้วคู่เรียวขมวดมุ่น

 

วังที่ประดับประดาด้วยหยกและศาลาที่งดงามซ่อนเร้นจากแสงตะวันในรุ่งเช้า หมู่เมฆที่งดงามลอยวนเติมเต็มสีสัน นกกระเรียนจำนวนมากบินพาดผ่านระหว่างภูเขาและโฉบลงผิวน้ำ ทั้งยังมีชายชรากำลังตัดฟืน

 

‘สถานที่แห่งนี้คือนิกายเทียนหลีโม่จริงหรือ?’ หนิงฝานขมวดคิ้ว นิกายปีศาจอันดับหนึ่งของแคว้นเยว่ช่างแตกต่างจากที่เขาจินตนาการ

 

“ไม่อะไรแปลกหรือไง? นี่แหละนิกายปีศาจ แค่ภายนอกของมันเหมือนนิกายฝ่ายธรรมเท่านั้น” หานหยวนจี๋เย้ยหยัน

 

“อืม... ข้าเพียงสงสัย” หนิงฝานพยักหน้า

 

“ปีศาจที่แท้จริงไม่อาจมองกันได้ที่ภายนอก หากผู้บ่มเพาะมีสายตาเฉียบคมแล้วไซร้ ไม่ว่าจะเป็นพิภพหรือสวรรค์ก็มองออก แต่สิ่งที่ยากจะมองให้ทะลุปรุโปร่งนั้นคือจิตใจของมนุษย์ ปีศาจที่แท้จริงจะไม่กระทำเรื่องชั่วร้ายอย่างโจ่งแจ้ง ไม่งั้นพวกมันก็ไม่อาจมีชีวิตรอดอยู่ในโลกใบนี้... จิตใจของมนุษย์ไม่เที่ยงแท้ เจ้าต้องได้สัมผัสด้วยตนเองไม่งั้นก็ไม่มีทางเข้าใจ”

 

หนิงฝานและชายชรายืนอยู่บนยอดเขาของนิกายเทียนหลีโม่ นี่นับเป็นครั้งแรกที่ชายชราพูดคุยกับหนิงฝานอย่างเปิดใจ

 

“จิตใจของมนุษย์ไม่เที่ยงแท้?” หนิงฝานชื่นชมกับคำกล่าวของชายชราและครุ่นคิดเงียบๆ

 

“เมื่อ 40 ปีที่แล้วข้าเคยทำเรื่องผิดพลาด... ข้ากลับมายังโลกพิรุณ คืนสู่แคว้นเยว่ ก่อนจะเข้าร่วมกับนิกายกุ่ยเชว่... จิตใจของมนุษย์ยากจะเข้าใจ แต่ข้ามั่นใจว่ามองเจ้าไม่ผิด เจ้าเหมือนกับข้า...แต่ภายในใจของเจ้ายังคงมีโซ่ตรวน”

 

นิกายเทียนหลีโม่สร้างกินพื้นที่กว่าหลายร้อยลี้ สถานที่จัดงานประลองอยู่บนแผ่นหยกสีเขียวที่ลอยอยู่บนท้องนภา มีทางเข้า 4 ทิศ ที่กึ่งกลางมีถนนแยกกว่า 72 สาย ผู้ชมที่รวมตัวกันก็รวมตัวพูดคุยอยู่ที่นั่นเข่นกัน

 

ผู้คนมากมายเดินทางผ่านเส้นทางภูเขา

 

หานหยวนจี๋สัมผัสที่กระเป๋าเก็บของแล้วยื่นเหรียญหยกให้หนิงฝาน จากนั้นชี้ไปยังแผ่นหยกที่ลอยอยู่

 

“หนิงน้อย เจ้ารู้วิธีใช้เหรียญหยกด้วยสัมผัสเทพของเจ้าหรือเปล่า? เจ้าต้องถ่ายรูปลักษณ์ของน้องชายเจ้าเข้าไปในนี้ ส่วนข้าจะแอบเข้าไปในนิกายเทียนหลีโม่เพื่อตามหาน้องชายเจ้า ส่วนเจ้าต้องรอข้าอยู่ที่นี่ เพราะสถานที่สำคัญมากมายของนิกายเทียนหลีโม่จะมีทหารคุ้มกันอยู่มากมาย หากเจ้าฝืนเข้าไปก็รังแต่จะเป็นภาระให้ข้า หากข้าช่วยน้องชายของเจ้าพบ ข้าจะรีบกลับมาหาเจ้าทันที แต่หากไม่พบ เราค่อยวางแผนใหม่อีกครั้ง”

 

ผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณสามารถใช้สัมผัสเทพได้ สัมผัสเทพคือพลังวิญญาณ ใช้งานหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการใส่ความทรงจำเข้าไปภายในเหรียญหยกเพื่อดูในภายหลัง ดังนั้นเหรียญหยกที่ชายชรามอบให้หนิงฝานจึงเป็นอุปกรณ์เก็บความทรงจำ

 

หนิงฝานรับเหรียญหยกมาแล้วยกขึ้นประทับที่หน้าผาก จากนั้นนึกถึงความทรงจำในตระกูลหนิง หวนนึกถึงความทรงจำที่เขาได้ใช้ร่วมกับหนิงกู่ในอดีต จากนั้นใช้สัมผัสเทพสลักมันลงไปในเหรียญหยก

 

รอยยิ้มอันอบอุ่นที่ยากปรากฏ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหนิงฝาน หนิงฝานไม่มีบิดามารดา เขามีเพียงน้องชาย น้องชายเพียงคนเดียวที่ต้องเป็นห่วง

 

ยามที่หนิงฝานอายุได้ 6 ปี หนิงกู่อายุได้ 5 ปี ทั้งสองอยู่ร่วมกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน แม้มีเงินไม่พอให้ประทังชีวิต แต่ทั้งคู่ก็ต้องอดทน อดทนกับความหิว ความหนาวเหน็บ กระทั่งหนิงฝานตัดสินใจซื้อลูกอมให้หนิงกู่

 

ในปีที่หนิงฝานอายได้ 10 ปีและหนิงกู่อายุได้ 9 ปี หนิงกู่ถูกคนขี้เมาทุบตี หนิงฝานเข้าช่วยน้องชายราวกับหมาบ้าและต่อสู้กับคนพวกนั้น

 

และในปีนั้น...

 

ได้เกิดความทรงจำที่แสนขมขื่นนับไม่ถ้วน แต่หนิงฝานยังคงอบอุ่น หากช่วยน้องชายจากสถานที่แห่งนี้ได้ หากออกไปจากที่นี่ได้ เขาจะไม่ยอมให้ผู้ใดทำร้ายหนิงกู่เด็ดขาด

 

“หนิงน้อย เร็วเข้า!” ชายชราเร่งเร้าและขัดขวางหนิงฝานจากความทรงจำที่มีความสุข ชายชราเร่งนำเหรียญหยกครึ่งนึงที่หนิงฝานถือไว้แล้วจากไป

 

“รอข้าอยู่ที่นั่น อย่าไปไหนเด็ดขาด! เรื่องที่เจ้าสังหารผู้อาวุโสหวู่ของพวกมันยังไม่จบ เจ้าต้องระวังและไม่เปิดเผยตัวตน หากเจ้าตายในนิกายเทียนหลีโม่ บิดาจะไม่แก้แค้นให้เจ้าเด็ดขาด...”

 

คำกล่าวเตือนทั้งหมดแฝงด้วยความห่วงใยอย่างชัดเจน แม้คำที่ออกมาจากปากของชายชราจะดูเหมือนคำข่มขู่ก็ตาม ไม่นานชายชราก็ใช้ ‘ทักษะอำพรางกาย’ และหายตัวไป ชายชราอาจเริ่มแทรกซึมเข้าไปยังนิกายเทียนหลีโม่แล้ว

 

หนิงฝานยิ้ม ชายชราปากร้าย แต่จิตใจกลับอ่อนโยนราวกับเต้าหู้

 

หนิงฝานสวมผ้าคลุมอำพรางใบหน้าเพื่อปิดบังตัวตน ผ้าคลุมนี้ยังคงมีกลิ่นริมฝีปากที่หอมหวานของหยุนโร่วเวย ทำให้หนิงฝานแอบเสียใจ

 

ด้วยผ้าคลุมอำพรางจะไม่มีผู้ใดในนิกายเทียนหลีโม่จดจำหนิงฝานได้ ดังนั้นเรื่องเปิดเผยตัวตนจึงสามารถวางใจได้

 

หนิงฝานเหยียบย่างนภาด้วยชุดขาวดำที่แผ่กลิ่นอายอันโอ่อ่า เมื่อผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตเปิดเส้นชีพจรสังเกตุ เขาจึงกลายเป็นจุดสนใจทันที

 

“นั่นใช่ผู้อาวุโสประสานวิญญาณหรือไม่? เขาทั้งหล่อเหลา เยาว์วัย... เมื่อใดกันที่มีตัวตนที่หล่อเหลาเช่นนี้ปรากฏตัวในแคว้นเยว่?” ผู้คนที่ผ่านไปมาจ้องมองหนิงฝานด้วยความอิจฉา ผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณเช่นนี้จะปรากฏเพียง 1 คนในหมู่ผู้เชี่ยวชาญเปิดเส้นชีพจรจำนวนมากเท่านั้น คนเหล่านั้นจินตนาการว่าตนได้เป็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ เป็นผู้ที่สามารถเหยียบย่างไปบนนภาอย่างอิสระ

 

แต่เหล่ามนุษย์ในขอบเขตประสานวิญญาณกลับเป็นเพียงมดในสายของผู้เชี่ยวชาญไร้แบ่งแยก !

 

หนิงฝานเหยียบสัมผัสหิมะบางๆบนนภาก่อนจะร่อนลงยังแผ่นหยกขนาดยักษ์ ที่นั่นมีทางเข้าหลัก 4 ทาง แต่ละทางมีศิษย์นิกายเทียนหลีโม่ให้การต้อนรับ พวกมันจะแสดงความเคารพผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณเป็นพิเศษ

 

เมื่อเห็นหนิงฝานเหยียบย่างนภามา พวกมันจึงทราบว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณ นั่นทำให้เหล่าศิษย์สตรีต้อนรับด้วยความกระตือรือร้น

 

“ผู้อาวุโสดูราวกับมาที่นี่เป็นครั้งแรก ท่านสมควรไม่ใช่คนของนิกายเทียนหลีโม่เรา... ข้ามีนามว่า ‘ฉินหลง’ ท่านสามารถกล่าวถามข้อสงสัยกับข้าได้...”

 

สาวน้อยผู้บรรลุเปิดเส้นชีพจรที่ 3 ได้กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทั้งแววตายังเย้ายวนยามที่จ้องมองหนิงฝาน

 

การจ้องมองของนางคือทักษะเย้ายวน ต่อให้เป็นผู้บรรลุเปิดเส้นชีพจรที่ 10 ยังยากจะต้านทาน แต่ในสายตาของหนิงฝาน แววตาของนางไม่ต่างจากแววตาทั่วไปที่กำลังต้องการ ‘บางสิ่งเป็นพิเศษ’

 

บางสิ่งที่พิเศษย่อมหมายถึงการร่วมรัก สตรีนางนี้ไม่ใช่สาวพรหมจรรย์ นางเป็นผู้บ่มเพาะฝ่ายอธรรมซึ่งหนิงฝานไม่เห็นนางอยู่ในสายตา

 

“เช่นนั้นพาข้าเที่ยวชมนิกายก็พอ ข้าไม่ต้องการสิ่งอื่น” หนิงฝานลดระดับเสียงให้ทุ้มต่ำลงเพื่อให้ดูมีอายุ

 

นางไม่กล้าดูแคลนหนิงฝาน นางจึงยิ้มพลางกล่าว “ย่อมได้... ฉินหลงจะพาผู้อาวุโสเที่ยวชมนิกายทันที... บนแผ่นหยกเขียวแห่งนี้มีถนนทั้งหมด 72 สาย แต่ละสายมีศิษย์ประลองกันร่วม 200 คน”

 

“เป็นเช่นนั้น” หนิงฝานแกล้งเที่ยวชมเพื่อรอหานหยวนจี๋ เขาไม่สนใจการประลองของนิกายเทียนหลีโม่แม้แต่น้อย

 

หนิงฝานเที่ยวชมไปตามถนนเส้นต่างๆ ในหมู่ถนนทั้ง 72 สาย หนิงฝานพบผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณประมาณ 100 คนขึ้นประลอง ผู้เชี่ยวชาญเปิดเส้นโลหิตที่ 10 ประมาณหลายพันคน... นิกายเทียนหลีโม่ช่างทรงพลัง

 

จำนวนผู้เชี่ยวชาญของนิกายเทียนหลีโม่นั้นแตกต่างจากนิกายกุ่ยเชว่อย่างลิบลับ เพียงขุมกำลังของนิกายเทียนหลีโม่แห่งเดียวก็สามารถทำลายแคว้นเยว่ได้แล้ว... นับว่าแม่น้ำสายนี้ช่างไหลลึก

 

หนิงฝานส่ายหน้า แม้แม่น้ำจะไหลลึกกว่านี้ เขายังคงไม่หวาดกลัว นิกายแห่งนี้จะไปมีอำนาจมากขนาดนั้นได้อย่างไร?

 

แม้หนิงฝานจะได้รับสืบทอดความทรงจำของจักรพรรดิสวรรค์มา แต่จะมีผู้ใดกล้ากล่าวว่าในแคว้นเยว่จะไม่มีผู้ใดเหมือนหนิงฝานอีก?

 

ขณะที่หนิงฝานกำลังเดินผ่านถนนสายหนึ่ง เขากลับสะดุดตากับเด็กหนุ่มอายุ 15 ปี แววตาดูน่าสะพรึงกลัว

 

ใบหน้าเช่นนั้นไม่ผิดแน่!

 

ในถนนสายนี้มีเด็กหนุ่มถือบรรทัดน้ำแข็ง เด็กหนุ่มผู้นี้เอาชนะผู้บรรลุเปิดเส้นชีพจรที่ 10 ทั้งกลิ่นอายที่แผ่ออกมายังไม่ธรรมดา

 

ในแต่ละครั้งที่ชนะ เด็กหนุ่มผู้นี้จะไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายได้เอ่ยปากยอมแพ้ เขาจะใช้บรรทัดน้ำแข็งในมือหักกระดูกของอีกฝ่ายอย่างโหดเหี้ยม

 

สิ่งที่ทำให้หนิงฝานตกใจไม่ใช่ความโหดร้ายของเด็กหนุ่มผู้นี้ แต่เป็นใบหน้าที่คุ้นเคน

 

‘หนิงกู่...เหตุใดเจ้าถึงอยู่ที่นี่?’

 

‘เจ้าไม่ได้ถูกขังอยู่ในนิกายเทียนหลีโม่หรอกหรือ?... เหตุใดเจ้ากลายเป็นศิษย์ของมันและขึ้นประลอง?’

 

บรรทัดน้ำแข็งในมือของหนิงกู่ทำให้หนิงฝานรู้สึกประหลาด เพราะมันแผ่กลิ่นอายชั่วร้าบ

 

มีบางอย่างแปลกไป!...

จบบทที่ GE23 หนิงกู่

คัดลอกลิงก์แล้ว