เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE14 สิ่งดึงดูด

GE14 สิ่งดึงดูด

GE14 สิ่งดึงดูด


Chapter 14 สิ่งดึงดูด

 

“กฏการประมูลข้อที่ 1 ผู้ใดกล้าก่อเรื่อง...มีโทษถึงตาย!”

 

“ข้อที่ 2 ของทุกชิ้นที่ปรากฏในงานประมูล ข้าจะเป็นผู้ประเมิณราคา พวกท่านทุกคนมีสิทธิ์ไม่เชื่อ แต่ไม่อนุญาติให้โต้แย้ง ไม่เช่นนั้นมีโทษถึงตาย!”

 

“ข้อที่ 3 หากผู้ใดใช้ระดับการบ่มเพาะข่มขู่ผู้ประมูลซึ่งชี้ขาดราคาแล้ว มีโทษถึงตาย!”

 

ขณะกล่าวถ้อยคำ หนิงฝานก็ปลดปล่อยปราณสังหารแก่นทองคำปกคลุมไปทั่วทั้งโถงประมูล ทำให้ผู้คนมากมายหวาดกลัว

 

เขาคือผู้เยาว์จริงหรือ.. หรือเป็นปีศาจเฒ่าจำแลงกายมา?

 

ยิ่งได้เห็นท่าทีที่สง่างามของหนิงฝาน หลานเหม่ยยิ่งตกตะลึง นางพบว่านางเข้าใจหนิงฝานผิดไป

 

ก่อนหน้านี้นางเป็นผู้ปฏิเสธการแต่งงานกับหนิงฝานด้วยตัวเอง นั่นอาจเป็นเรื่องที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของนาง

 

ฟันเนียนขาวของนางขบแน่น สีหน้าแปรเปลี่ยนซับซ้อน บุรุษชุดขาวข้างกายนางได้รับบาดเจ็บเพราะปราณสังหารของหนิงฝาน มันทั้งอิจฉาและเคียดแค้นหนิงฝาน

 

“ฮึ่ม! เด็กนี่จะบรรลุขอบเขตแก่นทองคำได้ยังไง... ศิษย์น้องหญิง ไว้หลังจากงานประมูลสิ้นสุด ข้าจะสั่งสอนให้มันรู้จักอาย!”

 

“ท่านไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาหรอก...” หลานเหม่ยถอนหายใจเบาๆ ยามนี้ภาพของหนิงฝานได้สลักลงไปในหัวใจของนาง นางรู้สึกเศร้าโศกเพราะนางมีตาหามีแววไม่

 

ที่ชั้นสองของงานประมูล หวู่ตงหนานสัมผัสถึงปราณสังหารของหนิงฝาน บุรุษของจื่อเฮ่อที่มันหมายตา สีหน้าของมันพลันแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง

 

เด็กผู้นี้คือศิษย์ของปีศาจเฒ่าหาน หากจะกล่าวว่าเมืองฉีเหม่ยมีผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตแก่นทองคำถึง 2 คนก็ไม่ผิด

 

“ฮึ่ม... 2 ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตแก่นทองคำ... ดูเหมือนข้าต้องเก็บตัวบ่มเพาะ เรื่องชิงตัวกายทรงเสน่ห์คงต้องเลื่อนไปก่อน หากประมูลผลไม้แห่งเต๋าได้สำเร็จคงต้องรีบกลับนิกายเทียนหลีโม่ในทันที หลังจากนั้นอาจขอให้ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตแก่นทองคำมาชิงตัวนางแทน”

 

หวู่ตงหนานตัดสินใจว่าหากงานประมูลสิ้นสุด มันจะกลับนิกายเทียนหลีโม๋ในทันที หนิงฝานทำให้แผนการทั้งหมดของมันพัง

 

ที่ด้านนอกเมืองฉีเหม่ย... กององครักกระบี่และกององครักษ์ฉีเหม่ยได้ซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว หากหวู่ตงหนานออกมาจากเมืองเมื่อไหร่ มันจะต้องตาย

 

ณ วังเทพน้ำแข็งชั้น 3 ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตแก่นทองคำทั้ง 3 ใช้สัมผัสเทพตรวจสอบร่างกายของหนิงฝาน แต่นั่นกลับทำให้ทั้งหมดไม่เข้าใจ

 

ทั้งหมดเข้าใจว่าหนิงฝานซ่อนระดับการบ่มเพาะในขอบเขตแก่นทองคำของตนเองไว้ หรือหนิงฝานจะเป็นเพียงมดในขอบเขตเปิดเส้นโลหิต... แต่ช่างเถอะ ไว้ค่อยดูว่าหนิงฝานจะนำการประมูลยังไง

 

ทั่วทั้งงานประมูลเงียบสงัด หยุนเสี่ยวที่ยืนอยู่ด้านหลังหนิงฝานแสดงสีหน้าเรียบเฉยจนยากจะทราบว่าเขาคิดอะไร ชายชราปรบมือเรียกผู้รับใช้ที่งดงามเข้ามาพร้อมกับกระบี่ขึ้นสนิมเล่มหนึ่งที่ถูกเก็บอยู่ภายในฝักไม้ที่เริ่มผุสลาย ผู้รับใช้นำมันมาวางไว้บนโต๊ะประมูลเบื้องหน้าหนิงฝาน

 

สิ่งของประมูลคือกระบี่วิญญาณระดับต่ำ ฝักดาบไม้ที่สร้างขึ้นก็เพียงสลักอย่างลวกๆดูไร้ค่า

 

ผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตเปิดเส้นโลหิตและขอบเขตประสานวิญญาณไม่ทราบถึงความพิเศษของกระบี่ แต่นั่นไม่ใช่กับผู้เชี่ยวชาญขอบเขตแก่นทองคำที่ผ่านโลกมามาก เมื่อคนเหล่านั้นเห็น พวกเขาต่างสูดหายใจลึก

 

“อาวุธลานสวรรค์โบราณ!”

 

ผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตแก่นทองคำจดจำที่มาของดาบได้ แต่บางคนกลับส่ายหน้า ‘ลานสวรรค์’ เป็นชื่อที่ฟังดูห่างไกล ในสวรรค์ทั้ง 4 และโลกทั้ง 9 ใบ ปีศาจเฒ่าจำนวนมากได้สืบเสาะหาถึงสถานที่ที่มีชื่อว่า ‘ลานสวรรค์’ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็ไม่พบเบาะแสของมัน แม้กระบี่เล่มนี้จะเกี่ยวข้องกับลานสวรรค์ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันคือเบาะแสที่จะนำพาไปสู่ลานสวรรค์ กระบี่เล่มนี้ราคาไม่สูงมากนัก อย่างมากก็ไม่เกิน 100 หยกสวรรค์

 

ผู้คนเฝ้ามองหนิงฝานว่าเขาจะประเมิณราคากระบี่เล่มนี้อย่างไร

 

หนิงฝานลูบตัวกระบี่เบาๆ จากนั้นเคลื่อนมือสัมผัสฝักกระบี่เล็กน้อยก่อนกล่าวคำที่น่าตกตะลึง

 

“กระบี่ลานสวรรค์โบราณเล่มนี้มีราคา 100 หยกสวรรค์ แต่สนิมที่เกาะอยู่บนกระบี่เล่มนี้มีค่า 10,000 หยกสวรรค์”

 

ทันทีที่หนิงฝานกล่าวจบ ผู้คนทั้งหมดตกตะลึง แต่ต่อมากลับมีเสียงพูดคุยเซงแซ่

 

“10,000 หยกสวรรค์มากพอที่จะซื้อเมืองฉีเหม่ยทั้งเมือง... เพียงแค่สนิมบนกระบี่แต่มีมูลค่าถึง 10,000 หยกสวรรค์ นายน้อยหนิงคงเข้าใจอะไรผิดไป”

 

“ต่อให้เป็นอาวุธลานสวรรค์จริง...แต่มันจะใช้ทำอะไรได้?”

 

ผู้เข้าร่วมประมูลมากมายบ่นกล่าว ผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตแก่นทองคำที่ชั้น 3 ก็ขมวดคิ้วพลางส่ายหน้าซ้ำๆ

 

10,000 หยกสวรรค์... ราคานี้สามารถซื้อสมบัติวิญญาณระดับสูงได้ กระบี่ขึ้นสนิมเล่มนี้ไม่ควรมีมูลค่ามากขนาดนี้

 

แต่ถึงอย่างนั้น ผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตแก่นทองคำคนหนึ่งกลับไม่อาจอยู่เฉยเมื่อได้คำว่าสนิมบนกระบี่

 

หยุนเสี่ยวที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ตกตะลึงกับคำกล่าวของหนิงฝาน

 

ชายชรารู้ที่มาของกระบี่เล่มนี้ อีกอย่าง ผู้นำศาลาไร้ธรรมยังได้เป็นผู้ประเมิณราคาของมันออกมาถึง 10,000 หยกสวรรค์เหมือนกัน ผู้นำศาลาไร้ธรรมเคยกล่าวว่า ส่วนที่มีค่าที่สุดของกระบี่เล่มนี้คือสนิม แต่ผู้ที่รู้ถึงคุณค่าของมันย่อมมีเพียงหยิบมือ

 

ช่างน่าตกใจที่หนิงฝานตั้งราคาได้เทียบเท่ากับผู้นำศาลาไร้ธรรม นั่นหมายความว่าผู้เยาว์คนนี้มีประสบการณ์ความรู้เทียบเท่าผู้นำศาลา!

 

หลังจากผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตแก่นทองคำขบคิดอยู่ชั่วครู่ ม่านแห่งหนึ่งก็ถูกเปิดออก ชราผู้หนึ่งก้าวออกมาม่านร่อนทะยานลงสู่เวทีประมูล

 

“สหายเต๋าหนิง... เมื่อครู่เจ้ากล่าวว่าสนิมทองแดงบนตัวกระบี่มีมูลค่า 10,000 หยกสวรรค์ ไหนหล่ะหลักฐาน... หากสหายน้อยสามารถหาคำอธิบายคลายข้อสงสัยได้ ชายชราผู้นี้จะมอบของขวัญให้!”

 

เมื่อผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตแก่นทองคำผู้นี้ปรากฏตัว ผู้คนทั้งหมดล้วนจดจำชายผู้นี้ได้

 

แต่เมื่อได้ยินว่าชายชราจะมอบของขวัญหนิงฝาน ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายปีศาจกลับสีหน้าแปรเปลี่ยน

 

ในโลกของผู้เชี่ยวชาญ ยิ่งผู้เชี่ยวชาญระดับสูงก็จะยิ่งครอบครองสมบัติระดับสูงตามไปด้วย แต่ชายชราผู้ปรากฏตัวนี้ได้ชื่อว่าเป็นผู้ตระหนี่ คนเช่นนี้จะยอมมอบของขวัญให้อย่างนั้นหรือ?

 

ชายชราในขอบเขตแก่นทองคำผู้นี้มีผมขาวเคราขาว สวมชุดคลุมสีทองงดงาม ที่เอวคาดไว้ด้วย ‘ฆ้อนทองคำแห่งภูเขาโบราณ’ ซึ่งถือเป็นสมบัติอันดับหนึ่งของแคว้นเยว่ ชายชราผู้นี้มีนามว่า ‘ฉินสื่อหยู’ เป็นประมุขนิกายภูเขาโบราณและรั้งตำแหน่ง 1 ใน 10 ผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังที่สุดในแคว้นเยว่ ชายชรานับเป็นผู้มีพรสวรรค์และตระหนี่มาก

 

คาดไม่ถึงว่าชายชราผู้นี้จะเข้าร่วมงานประมูลผลไม้แห่งเต๋า ชายชรามักเป็นผู้ใฝ่สูง แต่จู่ๆยามนี้ชายชรากลับกล้ากล่าวเช่นนั้นออกไป

 

เป็นไปไม่ได้ที่แค่สนิมบนกระบี่จะมีมูลค่าถึง 10,000 หยกสวรรค์? กระบี่เล่มนี้ยากจะประเมิณราคา แต่หนิงฝานกลับประเมิณได้อย่างถูกต้อง

 

หนิงฝานจ้องมองฉินสื่อหยูพลางกล่าวอย่างสงบ “ข้าสามารถอธิบายที่มาของสนิมเหล่านี้ได้ แต่ข้าอยากทราบว่าของสิ่งใดที่ท่านจะให้ข้า!”

 

“นั่นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของชายชราผู้นี้...” ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าเฉยชา

 

หนิงฝานพยักหน้าเบาๆ “กระบี่เล่มนี้ไม่นับว่ามีค่าอันใด แต่สนิมที่เกาะอยู่บนตัวกระบี่นั้นมีที่มา แม้ท่านเห็นเป็นสนิมแต่ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นสนิม มันโลหิตที่แห้งแล้วของเทพโบราณ น้อยคนนักที่จะมองออก ท่านสามารถทดสอบได้ด้วยเพลิง”

 

คำกล่าวของหนิงฝานทำให้คนทั้งงานตกตะลึง

 

สนิมทองแดงที่เห็นกลับกลายเป็นสนิมที่เกิดจากโลหิต! และโลหิตระดับนั้นสามารถสร้างเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูงสุดได้

 

ฉินสื่อหยูจ้องมองหนิงฝานอย่างว่างเปล่า นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้ยินโลหิตสนิม เมื่อลองใช้เพลิงออกที่ปลายนิ้วแล้วสัมผัสไปที่กระบี่ ส่วนที่เป็นสนิมก็เริ่มหลุดร่อน

 

ฉินสื่อหยูเชื่อว่าสนิมที่เห็นคือสนิมโลหิต แต่ยังคงมีอีกส่วนที่มันเชื่อว่าหนิงฝานโกหก

 

ดวงตาของชายชราเปล่งประกาย ใบหน้าที่ดูราวกับซากศพเผยรอยยิ้มที่น่าเกลียด “ดี...ดี! สนิมทองแดงตรงหน้ากลับเป็นสนิมโลหิต ชายชราเช่นข้าตามหามันมานานถึง 30 ปี ในที่สุดวันนี้ข้าก็พบ มันจะทำให้ข้าสร้างอาวุธวิญญาณระดับสูงสุด และช่วยให้ข้าบรรลุถึงขอบเขตจิตวิญญาณแรกเริ่ม! กระบี่เล่มนี้มูลค่า 10,000 หยกสวรรค์! ชายชราผู้นี้ต้องการซื้อมัน!”

 

ชายชรากวาดตามองผู้เข้าร่วมประมูลอย่างเย็นชาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงข่มขู่ ราวกับว่าชายชรากำลังต่อสู้แย่งชิง ผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตแก่นทองคำบนชั้น 3 ต่างส่ายหน้าเพราะพวกเขาไม่ใช่ผู้สร้าง ดังนั้น สนิมโลหิตย่อมตกเป็นของฉินสื่อหยู

 

เมื่อไม่มีผู้ใดประชันราคา ฉินสื่อหยูจึงแอบมีความสุข มันเร่งจ่าย 10,000 ผลึกสวรรค์จากนั้นรับกระบี่แล้วเตรียมจากไป

 

“สหายเต๋าหนิงช่างมีสายตาที่เฉียบแหลม ชายชราผู้นี้นับถือ เช่นนั้นลาก่อน!”

 

“แล้วของที่ท่านว่าจะให้ข้าหล่ะ?” หนิงฝานกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ภายในใจกลับเย้ยหยัน ฉินสื่อหยูผู้นี้ดูราวกับไม่ได้ตั้งใจจะให้สิ่งใดกับหนิงฝานแต่แรก

 

การที่ผู้ร่วมประมูลต้องผิดหวังจากกระบี่เมื่อครู่ ถือเป็นเรื่องปกติ

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า... ดูเหมือนข้าจะชราจนหลงลืม ฝักกระบี่นี้ไม่จำเป็นสำหรับชายชราเช่นข้า เช่นนั้นขอมอบเป็นของขวัญให้สหายน้อยหนิง!” ชายชราแตะหน้าผากพลางหัวเราะกลบเกลื่อน

 

เสียงผู้คนแค่นเสียงดังสะท้อนไปมาในโถงงานประมูล ชายชราผู้นี้ช่างตระหนี่ถึงขั้นใช้ฝักดาบที่ผุพังเป็นของขวัญให้หนิงฝาน

 

เมื่อได้ยินผู้คนแค่เสียง ฉินสื่อหยูต้องขบฟันและนำกระเป๋าสีขาวยื่นส่งให้หนิงฝาน

 

กระเป๋าใบนี้เป็นสมบัติวิญญาณระดับต่ำที่มีมูลค่าประมาณ 100 หยกสวรรค์ หากนับเป็นของขวัญก็เป็นของขวัญเพียงเล็กน้อย แต่นั่นก็ทำให้ฉินสื่อหยูไม่พอใจ

 

หนิงฝานแสร้งขมวดคิ้วและเก็บกระเป๋าพร้อมกับฝักกระบี่เอาไว้ด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก

 

หนิงฝานส่ายหน้าพลางถอนหายใจ จากนั้นจึงกล่าว “ช่างยากนักที่ข้าจะได้ของขวัญ..”

 

“ฮ่าฮ่า เช่นนั้นใครกันที่ทำให้หยกสวรรค์หายาก.. ข้าขอตัว...ขอตัว” ฉินสื่อหยูลูบสัมผัสสนิมบนกระบี่จากนั้นเร่งกลับนิกายภูเขาโบราณโดยไม่ใส่ใจกับงานประมูลผลไม้แห่งเต๋าอีก

 

ชายชราไม่ทราบว่าฝักกระบี่ที่ดูราวกับขยะที่ได้มอบให้หนิงฝานนั้นมีมูลค่ามากยิ่งกว่าสนิมโลหิตเสียอีก

 

ในเมื่อชายชราผู้นี้ตระหนี่กับหนิงฝาน หนิงฝานจึงไม่จำเป็นต้องบอกความจริงกับมัน

 

ภายในฝักกระบี่มีเจตจำนงค์ของกระบี่ที่แม้จะผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน มันยังคงไม่จางหาย นั่นอนุมานได้ว่ากระบี่วิญญาณระดับต่ำเล่มนี้เคยใช้ฟาดฟันเทพโบราณมาก่อนจนคราบโลหิตที่เปื้อนมันกลายเป็นสนิม ฉะนั้น เจตจำนงที่กระบี่เล่มนี้มีจึงยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดา

 

ด้วยเพราะฉินสื่อหยูตระหนี่จึงทำให้มันเลือกพลาดไป หนิงฝานแอบหัวเราะอยู่ในใจ

 

“เช่นนั้นข้าขอเริ่มประมูลสมบัติชิ้นที่ 2...” แม้สีหน้าของหนิงฝานจะเรียบเฉย แต่ภายในกลับมีความสุข การแนะนำและอธิบายความสำคัญของสมบัติให้กับผู้ร่วมประมูลแลกกับการตอบแทนด้วยของขวัญถือเป็นธุระกิจที่น่าสนใจ แต่ผู้ประมูลเหล่านั้นต้องตระหนี่เหมือนกับฉินสื่อหยู

 

หลังจากฉินสื่อหยูจากไปก็ไม่มีผู้ใดสังสงในการประเมิณราคาของหนิงฝานอีก

 

ณ มุมหนึ่งของงานประมูลที่ไม่มีผู้ใดสนใจ สตรีเยาว์วัยนางหนึ่งที่ใบหน้าปิดคลุมด้วยผ้าบาง สวมใส่ชุดกระโปรงสีดำ กำลังจ้องมองหนิงฝานอย่างสนใจ

 

“ฮ่าฮ่า... ที่เจ้าประเมิณราคาได้ถูกต้อง ‘สร้อยคอหยินหยาง’ สมควรอยู่กับเจ้า... ‘ผู้สืบทอดจักรพรรดิสวรรค์’ เทียบกับ ‘ผู้สืบทอดแห่งเทพ’ อย่างข้าแล้วจะเป็นเช่นไร... แต่สีหน้าและการกระทำของเจ้าเมื่อครู่ช่างน่าสนใจจริงๆ...”

 

สตรีเยาว์วัยนางนั้นงดงาม ผมของนางมัดรวบ หากมองไล่ลงมาตามใบหน้าที่งดงามจะเห็นหน้าอกคู่งามตั้งตระหง่าน นางยิ้มอย่างซุกซน นางยกมือน้อยๆของนางพลางทำท่าคว้าจับไปยังทิศทางของหนิงฝานราวกับคว้าหนิงฝานไว้ในกำมือ

 

แต่ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีผู้ใดทราบว่าหนิงฝานจะตกอยู่ในกำมือของนาง หรือนางจะตกอยู่ในกำมือของหนิงฝานกันแน่

 

ห่างออกไปจากเมืองฉีเหม่ยราวหมื่นลี้ มีบางคนกำลังมาเยือน

 

ผู้ที่มาคือปีศาจเฒ่าในขอบเขตแก่นทองคำ

 

“ในที่สุดข้าก็พบคนที่ข้าตามหา...”

 

“ได้ยินมาว่าผู้เยาว์ตระกูลหนิงที่กลายเป็นทาส แต่มันกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย...” เสียงของปีศาจเฒ่าดังขึ้นเบาๆ...

 

ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ ผู้ใหญ่บ้านเล่าสู่ฟัง

 

จบบทที่ GE14 สิ่งดึงดูด

คัดลอกลิงก์แล้ว