เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE2 ศิษย์คนใหม่ของปีศาจเฒ่า

GE2 ศิษย์คนใหม่ของปีศาจเฒ่า

GE2 ศิษย์คนใหม่ของปีศาจเฒ่า


Chapter 0002 ศิษย์คนใหม่ของปีศาจเฒ่า

 

ยามค่ำคืนใกล้พ้นผ่าน แสงจันทร์นวลและหมู่ดาวเริ่มจางหายไปจากท้องฟ้า

 

หนิงฝานยืนขึ้นพลางจ้องมองสร้อยหยกในมืออย่างเงียบงัน

 

ไม่ตาย...เขาถูกสร้อยหยกชิ้นนี้ช่วยไว้ มันดูเหมือนหยกธรรมดาที่ไร้ค่าในโลกแห่งการบ่มเพาะใบนี้ แต่มันกลับกลายเป็นสมบัติวิเศษ

 

หยกเขียวประกอบด้วยสายโลหิตบางๆราวกับเป็นโลหิตของสตรีพรหมจรรย์ที่งดงามและทรงเสน่ห์ หนิงฝานกำสร้อยหยกไว้ในมือ สัมผัสถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายราวกับพลังงานอันไร้ที่สิ้นสุด ในยามนี้ ความเจ็บปวดต่างๆบนร่างกายพลันมลายหายสิ้น

 

หนิงฝานยังไม่ตาย! สร้อยคอหยกนี่ช่วยชีวิตเขาได้หรอ!?

 

เขาไม่รู้ว่าเมื่อยามสิ้นสติ แสงสีแดงที่เกิดจากสร้อยคอหยกได้เปิดเส้นโลหิตแห่งการบ่มเพาะให้เขา ทำให้ในยามนี้ เขาได้กลายเป็นผู้บ่มเพาะระดับ 1 ‘เปิดเส้นโลหิต’ และเป็นผู้บ่มเพาะในเต๋าแห่งปีศาจ

 

หนิงฝานยังคงไม่ทราบว่าเส้นโลหิตที่เปิดออกของเขาคือ ‘เส้นโลหิตปีศาจโบราณ’ ที่จะปรากฏขึ้นหนึ่งครั้งในทุกๆ 1,000 ปี

 

หนิงฝานจ้องมองสร้อยหยก แสยะยิ้ม หมัดทั้งสองข้างกำแน่นพลางนึกถึงความอัปยศอดสูที่ได้รับ

 

“นี่อาจจะเป็นสมบัติวิเศษแห่งสวรรค์ ฮ่าฮ่า... สวรรค์ สวรรค์ ช่างทรงพลังนัก อ่า… ขนาดใกล้ตายยังสามารถฟื้นฟูแก่นหยางจนทำให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยการบ่มเพาะที่นี่สะพรึงกลััวนี้ ความเป็นและความตายไม่นับว่าสลักสำคัญ ทั้งยังสามารถข่มเหงผู้คนได้ตามใจปราถนา”

 

หนิงฝานยกย่องสร้อยหยกที่เปรียบดังสวรรค์ แต่สายตาของเขายังเต็มไปด้วยความดูหมิ่นและร่องรอยของความไม่เชื่อถือ

 

เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเกลียดชังความอ่อนแอ หากมันไม่เป็นเช่นนั้นแล้วเขาจะตกอยู่ในสถานะการณ์ที่ต้องแยกจากตระกูลของเขาได้อย่างไร!

 

“สิ่งของสวรรค์… ข้าเกลียดมัน!”

 

เขาเง้อมือขึ้นเพื่อจะโยนสร้อยหยกออกไป แต่จู่ๆ เขากลับลดมือลงและยืนอย่างเงียบงัน

 

สร้อยหยกนี้ช่วยชีวิตเขา สมบัติวิเศษชิ้นนี้ไม่ได้ผิดอะไร ที่ผิดคือสวรรค์ที่ทำในสิ่งที่ชั่วร้ายต่างหาก ถ้างั้น...แล้วอะไรที่ทำให้เขาโกรธสมบัติวิเศษหล่ะ?

 

“ข้าต้องหนีก่อนรุ่งเช้าจะมาถึง ข้าต้องหนีออกไปจากนิกายเหอฮวน! ข้าจะค้นหาตามแม่น้ำ ภูเขา เพื่อค้นหาเบาะแสของตระกูลข้า! ข้าอยากบ่มเพาะ ข้าอยากแก้แค้น!”

 

หนิงฝานยืนขึ้นพลางหยิบเอาเสื้อผ้าจากพระพุทธรูปสีดำที่อยู่เบื้องหน้ามาสวมใส่

 

ชุดแห่งเต๋าชุดนี้คือสิ่งที่สื่อถึงการสักการะบูชาพระพุทธรูปสีดำ มันไม่ใช่สมบัตวิเศษธรรมดาๆทั่วไป หนิงฝานยังคงไม่รู้เรื่องนี้ เขาเพียงแค่อยากได้มันมาห่มคลุมร่างกายเท่านั้น

 

เขาค่อยๆคลานออกจากห้องผสานกาย ในยามนี้ เหล่าสตรีชั่วร้ายแห่งนิกายเหอฮวนยังคงหลับไหลและบ่มเพาะ จะมีก็เพียงศิษย์ไม่กี่คนที่กำลังเดินตรวจตราไปทั่วภูเขา

 

เขาพยายามหาค้นหาเส้นทางในความมืดและซ่อนตัวหลังต้นไม้ที่อยู่ถัดจากถนนเล็กๆก่อนจะถึงภูเขา เขาปรับลมหายใจให้เหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน เพราะอีกไม่กี่ก้าว เขาก็จะหลบหนีจากสถานที่แห่งนี้ได้แล้ว

 

ด้วยอีกไม่กี่ก้าวเขาก็จะเป็นอิสระ เขาจึงหยุดยืนและไตร่ตรองอย่างลังเลว่าเขาควรจะหลบหนีหรือไม่?

 

เขาจำได้ว่าจื่อเฮ่อเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเขา หากนางไม่ให้สร้อยหยกนี่กับเขา เขาย่อมไม่อาจหนีความตายได้พ้น งั้นเขาควรจะหลบหนีไปคนเดียว..หรือควรพานางไปด้วย? แต่หากเขาย้อนกลับไป..ศิษย์ที่เดินตรวจตราอยู่คงพบแน่

 

ในขณะที่เขาลังเลอยู่นั้น ภูเขาหลีเมิ่งพลันสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว ราวกับสามารถถล่มลงได้ตลอดเวลา

และทันใดนั้นเสียงหัวเราะอันเย่อหยิ่งดังกึกก้องไปทั่วทั้งนิกายเหอฮวนในยามค่ำคืน

 

“แค่ประตูปีศาจระดับ 2 กลับกล้าสังหารศิษย์ของข้า เจ้ามันรนหาที่ตายโดยแท้.. ‘ชาเจี่ยวยู่’ ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!”

 

*ตูม!*

 

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ภูเขาหลีเมิ่งสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

 

หนิงฝานแหงนมองขึ้นไปข้างบนฟ้า เห็นชายชราในชุดสีดำกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์สลัว ชายชราจ้องมองลงมาเบื้องล่างราวกับผู้คนทั้งหมดเป็นเพียงมดแมลง

 

ด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียวของชายชรา สามารถใช้ออกด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ที่สามารถแยกได้แม้กระทั่งโลก สวรรค์ และสั่นสะเทือนภูผา

 

ด้วยการปรากฏตัวของชายชราเป็นการประตุ้นเตือนไปทั่วทั้งนิกายเหอฮวนทำให้โคมไฟมากมายถูกจุดขึ้น ผู้บ่มเพาะที่เป็นอิสตรีมากมายนับไม่ถ้วนที่นุ่งห่มเสื้อผ้าไม่มิดชิดวิ่งกรูกันออกมา เมื่อพวกนางเห็นชายชราที่ยืนอยู่กลางอากาศ ใบหน้าพวกนางกลับซีดเซียว

 

“ก้าวย่างบนความว่างเปล่า… สัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตประสานวิญญาณ!”

 

ในสวรรค์ทั้ง 4 และโลกทั้ง 9 ระดับการบ่มเพาะถูกแบ่งออกเป็น 7 ขอบเขตที่แตกต่างกันอันได้แก่ ‘เปิดเส้นโลหิต’ ‘ประสานวิญญาณ’ ‘แก่นทองคำ’ ‘จิตวิญญาณแรกเริ่ม’ ‘ตัดวิญญาณ’ ‘ไร้สกัดกลั่น’ และ ‘ไร้แบ่งแยก’

 

ผู้เชี่ยวชาญระดับ 2 แห่งขอบเขตประสานวิญญาณสามารถหลุดบ่วงแห่งสวรรค์และพิภพ ทำให้พวกเขาสามารถยืนกลางอากาศได้

 

นิกายเหอฮวนแห่งเมื่อเยว่เป็นเพียงนิกายอันดับ 2 และมีประมุขนิกายชื่อ ‘ชาเจี่ยวยู่’ นางอยู่ในระดับ 10 ขอบเขตเปิดเส้นโลหิต ด้วยความที่นางเคยร่วมรักกับสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตประสานวิญญาณคนนึงจึงไม่มีใครกล้าตอแยนาง

 

ชาเจี่ยวยู่ยืนอยู่บนพื้น นางไม่สามารถบินขึ้นไปในอากาศได้ ด้วยแรงกดดันของปีศาตเฒ่า นางทำใด้เพียงยืนนิ่ง ดวงตาคู่งามของนางแฝงด้วยเจตนาสังหาร นางไม่พอใจเพราะนางไม่รู้ว่าสัตว์ประหลาดเฒ่ามาระรานนางเรื่องอะไร

 

“ผู้อาวุโส ท่านกล่าวว่านิกายเหอฮวนของข้าสังหารศิษย์ของท่าน นี่มันเรื่องไร้สาระชัดๆ ข้ารู้ว่าการบ่มเพาะของข้ายังตื้นเขิน  เมื่อยามที่ข้าจับกระถางมาแล้วใช้พวกมันบ่มเพาะ ข้าไม่เคยจับใครที่มีการบ่มเพาะมาสักคนเพราะข้า

กลัว...กลัวว่าจะเป็นการละเมิดต่อบางคนที่ข้าไม่สามารถชดใช้ให้ได้ และข้า...ไม่ได้สังหารศิษย์ของท่านแน่นอน ได้โปรดทบทวนด้วย! หากท่านไม่มีหลักฐาน โปรดอย่าได้ตำหนิผู้บริสุทธิ์ และที่สำคัญ สามีของข้าก็เป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตประสานวิญญาณเช่นกัน“

 

คำกล่าวของชาเจี่ยวยู่แฝงด้วยคำขู่ เพียงแต่นั่นกลับทำให้ชายชรายิ้มอย่างเย็นชา

 

“หลักฐานหรอ? ฮ่าฮ่า! เมื่อยามที่ตาเฒ่าผู้นี้สังหารผู้คน ทำไมข้าถึงต้องมีหลักฐาน! ‘กระถางโอสถ’ จัดการพวกมัน!”

ชายชราหัวเราะอย่างเย็นชาก่อนจะหยิบเอากระถางขนาดเล็กออกมาจากเอว กรถางใบนั้นมี 6 มุม 8 ขอบ และ 3 ขาทั้งยังแผ่ปราณสีดำปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า

 

ชายชราไม่ได้กล่าวต่อ เขาโยนกระถางใบเล็กลงมาก่อนจะสร้างรูปแบบผนึกบางอย่างทำใหจู่ๆ กระถางขนาดเล็กกลับขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดกว่า 100 จ้าง ร่วงหล่นลงใส่ภูเขาของนิกายเหอฮวนอย่างรุนแรง

 

เพียงพริบตา ภูเขากว่าครึ่งถูกกระถางโอสถทำลายจนพินาศ ฝุ่นดินลอยคุ้งไปทั่วฟ้า ชายชราเพียงยกมือขึ้นทำท่าปิดคลุมกระถางก่อนจะเกิดเสียงมังกรคำรามออกมาจากภายใน

 

มังกรเพลิงทมิฬทั้ง 9 ทะยานออกมาจากกระถางโอสถราวกับมีจิตตวิญญาณเป็นของตน พวกมันเข้าสังหารผู้คนในนิกายเหอฮวนอย่างเหี้ยมโหด

 

มังกรเพลิงทมิฬทั้ง 9 เข้าขย้ำเหล่าสตรีมากมาย พวกนางส่งกรีดร้องอย่างน่าสังเวชก่อนจะกลายเป็นฝุ่นผงภายในพริบตา

 

ใบหน้าของชาเจี่ยวยู่ซีดขาวไร้โลหิต เมื่อนางเห็นกระถางโอสถปีศาจใบนี้นางจึงจำได้ว่าชายชราผู้นี้เป็นใคร

 

“กระถางโอสถ...หานหยวนจี๋ ท่านคือปีศาจเฒ่าหานแห่ง ‘นิกายกุ่ยเชว่’!”

 

ชาเจี่ยวยู่พลันหวาดกลัว หานหยวนจี๋แห่งนิกายกุ่ยเชว่! ด้วยกระถางโอสถ มังกรเพลิงทมิฬทั้ง 9 และพลังขั้นสุดท้ายของขอบเขตประสานวิญญาณ เขาใช้มันสังหารปีศาจเฒ่าในขอบเขตแก่นทองคำผู้หนึ่งจนทำให้เขามีชื่อเสียง

 

ชายผู้นี้คือหนึ่งในปรมาจารย์ของนิกายปีศาจแห่งเมืองเยว่ ซึ่งชายชราในขอบเขตประสานวิญญาณที่ร่วมรักกับชาเจี่ยวยู่ยังห่างชั้นกับหานหยวนจี๋นัก

 

ยามนี้ นิกายเหอฮวนอาจจะกำลังเผชิญกับการถูกทำลาย! แต่ถึงอย่างนั้น นางยังคงไม่รู้ว่านางไปยั่วยุปีศาจเฒ่าที่น่ากลัวเช่นนี้ได้อย่างไร!

 

เพียงไม่กี่ลมหายใจ ศิษย์สตรีกว่าครึ่งได้ตกตาย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ชาเจี่ยวยู่กลับไม่สนใจ นางเพียงหลับตาลงเพื่อรอคอยความตาย

 

หากหานหยวนจี๋ต้องการสังหารย่อมไม่มีผู้ใดหลบหนีได้!

 

เหตุการณ์ในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของหนิงฝาน ภาพของชายชรายืนกลางท่ามกลางแสงจันทร์ได้ประทับลงในใจของเขา!

 

หากไร้ซึ่งพลังผู้คนย่อมเหยียดหยาม แต่หากมีพลังย่อมสามารถหยุดยืนกลางอากาศและเหยียดหยามผู้คนได้!

 

เขาตั้งปณิธาน วันนึงเขาจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของมนุษย์ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นจึงจะทำให้เขาไม่ถูกกดขี่!

 

ขณะที่จิตใจของหนิงฝานยังคงตื่นตระหนก สร้อยหยกที่เขากำแน่นในมือพลันเปล่งแสงสีแดงซึ่งไม่มีผู้ใดมองเห็นออกมา

 

ในขณะที่เขาสูญเสียสติ จู่ๆความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป เขาจำได้ว่าชายชราผู้นี้มาเพื่อทำลายนิกายเหอฮวน ชายชราต้องการสังหารเหล่าสตรีทั้งหมดของนิกาย แล้วแบบนี้...จื่อเฮ่อจะต้องตายด้วยหรอ?

 

‘ข้าต้องพานางไปด้วย ไม่อย่างงั้นนางต้องถูกปีศาจเฒ่าฆ่าตายอย่างไม่เป็นธรรมแน่!’

 

อีกเพียงก้าวเดียวหนิงฝานก็สามารถหลบหนีออกจากที่นี่ได้แล้ว แต่ชายชราคนนั้นกลับทำให้เขาต้องเปลี่ยนความคิดและย้อนกลับไปยังนิกายเหอฮวน ซึ่งการตัดสินใจนี้ การกระทำนี้ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดกาล

 

ในยามนี้ นิกายเหอฮวนปั่นป่วนโกลาหน ไม่มีใครจำหนิงฝานได้ เขาเข้าไปตรวจดูห้องซ้ายบ้างขวาบ้างของศิษย์นิกาย และในท้ายที่สุดเขาก็ได้พบจื่อเฮ่อ

 

จื่อเฮ่อนั่งแอบอยู่มุมห้อง ใบหน้าเรียวงามของนางซีดขาว ร่างกายอันบอบบางสั่นเทา เบื้องหน้าของนางมีศิษย์นิกายมากมายนอนตายอยู่ในสภาพที่น่าหวาดกลัว ผู้ที่ลงสังหารก็คือมังกรเพลิงทมิฬ

 

“ช่วยข้าด้วย..พี่ชาย...ช่วยข้าด้วย...”

 

เมื่อจื่อเฮ่อเห็นหนิงฝานเข้ามาในห้อง นางจึงอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ

 

แต่มันก็สายเกินไป! มังกรเพลิงทมิฬอ้าปากแล้วพ่นเพลิงเข้าใส่นาง

 

ด้วยในเวลานั้น หนิงฝานมามือเปล่า เขาจึงโยนสร้อยหยกเข้าใส่มังกรเพลิงทมิฬ

 

ด้วยความที่สร้อยหยกคือสมบัตวิเศษ บางที มันอาจจะช่วยหยุดมังกรเพลิงทมิฬได้

 

เมื่อสร้อยหยกเข้ากระทบกับร่างของมังกรเพลิงทมิฬ หนิงฝานไม่ได้สนใจรอดูว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร เขาลากจื่อเฮ่อแล้วหนีตรงไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว

 

เขาไม่คิดว่าสร้อยคอนั่นจะสามารถสังหารมังกรได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับอยู่นอกเหนือจากที่เขาคิดไว้

 

เมื่อสร้อยหยกกระทบร่างของมังกรเพลิงทมิฬ มังกรกลับส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่าสังเวชออกมาก่อนที่ตัวมันจะกลายเป็นเพลิงทมิฬและถูกดูดซับเข้าสู่สร้อยหยกพร้อมกับที่สร้อยคอหยกปรากฏอักษรโลหิตมากมาย

 

หนิงฝานหยิบสร้อยคอขึ้น เขารู้ว่ามันเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ เพียงแต่เขากลับคิดไม่ถึงว่ามันจะทรงพลังขนาดนี้

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ใดล่วงรู้แม้กระทั้งชาเจี่ยวยู่และเหล่าศิษย์สตรี แต่จู่ๆ ท่าทางของชายชราที่หยุดยืนอยู่กลางท้องฟ้าและหัวเราะอย่างเย่อหยิ่งพลันเปลี่ยนเป็นเขร่งขรึม

 

“มังกรเพลิงทมิฬของข้าตายแล้ว เป็นไปได้ยังไง!”

 

ชายชราใช้สัมผัสวิญญาณกวาดผ่านไปทั่วภูเขาจนพบห้องที่มังกรเพลิงทมิฬของเขาตกตาย ในนั้น เขาเห็นเพียงหนิงฝานและจื่อเฮ่อ

 

“เด็กน้อยระดับ 1 ขอบเขตเปิดเส้นโลหิตและมนุษย์ธรรมดาอีก 1 … พวกมันทำลายมังกรเพลิงทมิฬของข้าอย่างงั้นหรอ? เดี๋ยว...นั่นมัน!”

 

สัมผัสวิญญาณของชายชรากวาดผ่านร่างหนิงฝานแต่เขากลับไม่เห็นสร้อยหยกอันน่าอัศจรรย์ แต่กลับกัน เขาเห็นร่างกายอันลึกลับของหนิงฝาน

 

“เด็กน้อยนั่นมีเส้นโลหิตปีศาจโบราณ! น่าสนใจ...ฮ่าฮ่า...น่าสนใจ!”

 

ในยามนี้ การทำลายนิกายเหอฮวนไม่นับเป็นเรื่องสำคัญอีกต่อไปเพราะชายชรามีความคิดอื่นแล้ว

 

ชายชราสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเรียกมังกรเพลิงทั้ง 8 และกระถางโอสถของเขากลับมา ชายชราสบััดชายเสื้อก่อเกิดลมมกรรโชกแรกพัดพาที่พักของศิษย์นิกายจนปลิวหายไป

 

ลมกรรโชกแรงเมื่อครู่เผยให้เห็นศิษย์นิกายศิษย์สตรีที่กำลังซ่อนตัวและหนิงฝานกับจื่อเฮ่อที่กำลังหลบหนีอยู่

 

“เจ้าทำลายมังกรเพลิงของข้าแล้วยังมีหน้ามาหนีอีกเรอะ?”

 

ชายชรายิ้มอย่างเบิกบานก่อนจะกลายเป็นเงาดำมุ่งตรงไปยังหนิงฝานแล้วคว้าจับลำคอของหนิงฝานเอาไว้

 

“ไอ้หนูเจ้าอยากตายแบบไหน?”

 

ชายชราปลดปล่อยจิตสังหารทั้งหมดออกมา ภายใต้แรงกดดันของชายชรา หนิงฝานรู้สึกราวกับอวัยวะภายในกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หากชายชราใช้พลังออกมาหนิงฝานย่อมตกตายอย่างไม่ต้องสงสัย

 

‘เขาอยากจะสังหารข้า!’

 

สัญชาตญาณความกลัวประกายผ่านดวงตาของหนิงฝาน แต่มันกลับหายไปในทันที

 

เขาเคยใช้ชีวิตอยู่กับผู้คนมากมายหลายแบบ แต่เขากลับถูกทรยศและทำให้อับอาย ซึ่งในตอนนี้ความไม่ยอมแพ้และดื้อรั้นของหนิงฝานได้สลักลงไปในกระดูกแล้ว

 

ชายชรากล่าวถามว่าเขาอยากตายแบบไหน แต่จริงๆแล้ว..หนิงฝานสมควรตายหรอ?

 

“ข้าอยากให้เจ้าตาย!”

 

หนิงฝานยกสร้อยหยกขึ้นก่อนจะฟาดลงใส่ศีรษะของชายชรา แต่ถึงอย่างนั้น ชายชรากลับไม่หลบแต่อย่างใด

 

สร้อยหยกที่สามารถสังหารมังกรเพลิงทมิฬได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อมันกระแทกใส่ศีรษะของชายชรา มันกลับไม่สามารถทำอะไรชายชราได้

 

แม้จะถูกสร้อยหยกฟาดใส่แต่ชายชรากลับไม่โกรธเคือง ชายชราเงยหน้าขึ้นฟ้าก่อนจะเริ่มหัวเราะลั่น

 

“ดี...ดี...ดีมาก! เจ้าเด็กนี่ไม่เลวเลยจริงๆ เจ้ามีความกล้าและมีศักยภาพในการบ่มเพาะเต๋าแห่งปีศาจ!”

 

แต่จู่ๆรอยยิ้มบนใบหน้าและจิตสังหารของชายชราก็หายไป ท่าทางแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง

 

“ไอ้หนู.. เจ้าอยากเป็นศิษย์ของข้ามั้ย? ดูจากแก่นหยางที่เจ้าเสียไปมากมาย เจ้าต้องเป็นกระถางให้กับพวกมันแน่ อีกอย่าง...เจ้าก็เสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว ถึงมันจะเป็นโชคร้ายแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา! แค่เจ้าตกลงเป็นศิษย์ของข้า ข้าจะช่วยเจ้าทำให้นิกายเหอฮวนราบเป็นหน้ากลอง!”

 

“ข้าไม่อยากเป็น!”

 

หนิงฝานตะเบงเสียงกล่าว เขาเกลียดปีศาจ.. เขาอยากจะเป็นชาวสวรรค์และล่าล้างสังหารปีศาจ!

 

“เจ้าไม่อยากหรอ? ฮ่าฮ่า เมื่อข้าต้องการรับศิษย์ ทำไม่ข้าต้องสนใจด้วยว่าเจ้าจะอยากหรือไม่อยาก! หากเจ้ากล้าพูดคำว่า ‘ไม่’ อีกครั้ง ข้าจะจับสาวน้อยนี่แก้ผ้าแล้วทำให้นางกลายเป็นกระถางของนิกายปีศาจซะ! ข้ามีเวลาให้เจ้าตัดสินใจแค่ 3 ลมหายใจ หากเจ้าไม่พยักหน้าเจ้าจะต้องเสียใจ!”

 

“หนึ่ง!”

 

“สอง!”

 

หนิงฝานขบฟันเล็กน้อย หมัดทั้งสองข้างกำแน่น ดวงตาจับจ้องไปยังจื่อเฮ่อที่กำลังหวาดกลัว

 

‘สักวันหนึ่งข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าการรับข้าเป็นศิษย์เป็นเรื่องผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเจ้า!’

 

หนิงฝานขบฟันและท้ายที่สุดเขาก็พยักหน้า

 

“ดี! เยี่ยม..ข้าชอบ! ตอนนี้เจ้าเป็นศิษย์ของข้าแล้ว เรื่องของนิกายเหอฮวน ข้าจะให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจ ถ้าเจ้าบอก ‘ฆ่า’ ข้าก็จะฆ่าพวกมันทั้งหมดในทันที!”

 

สายตาของปีศาจเฒ่าเย็นชาราวกับป้องกันตัวเองอยู่เสมอ!

 

‘ให้ข้าตัดสินใจ...’

 

หนิงฝานจ้องมองไปบนท้องฟ้าอันมืดมนและหลับตาลงอย่างเงียบเชียบ

 

เขาเกลียดสวรรค์ เกลียดนิกายปีศาจ แต่จากวันนี้เป็นต้นไป เขาจะกลายเป็นหนึ่งในเต๋าแห่งปีศาจ

 

แต่ว่า...มันจะเป็นยังไงถ้าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเต๋าแห่งปีศาจ? บางที...หากเทียบกับพวกหน้าซื่อใจคด ดูเหมือนเต๋าแห่งปีศาจจะเหมาะสมกับเขามากกว่าเพราะเขารู้ว่าความชั่วร้ายของโลกใบนี้เป็นยังไง

 

หนิงฝานเดินไปหาจื่อเฮ่อและจ้องมองไปยังศิษย์ของนิกายเหอฮวนก่อนจะเดินไปยังเบื้องหน้าของประมุขนิกายเหอฮวน..ชาเจี่ยวยู่

 

เมื่อวาน เขาเป็นเพียงกระถางไร้ค่าในสายตาของศิษย์นิกายเหอฮวน แต่วันนี้ เขาเป็นศิษย์ของปีศาจเฒ่าหาน

 

เมื่อเหล่าศิษย์สตรีผู้อยากมีชีวิตรอดเห็นหนิงฝานเดินเข้ามา พวกนางกลับค่อยๆถอยห่างอย่างเงียบๆราวกับเขาเป็นโรคร้าย

 

สตรีทรงผมซาลาเปาผู้ที่ทำให้เขาต้องอัปยศเมื่อวานนี้พลันหวาดกลัวเมื่อเห็นหนิงฝานจ้องนาง

 

วันนี้ หนิงฝานเพียงต้องเอ่ยปากขอปีศาจเฒ่าให้ทำลายนิกายเหอฮวน หนทางรอดของพวกมันขึ้นอยู่กับคำกล่าวของหนิงฝาน

 

หนิงฝานเดินตรงไปหาชาเจี่ยวยู่ก่อนจะเชยคางนางขึ้น นางคือประมุขนิกาย แต่ยามนี้กลับถูกคนธรรมดาสามัญเช่นเขาทำให้อัปยศ ภายในดวงตาคู่งามของนางเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ดูราวกับว่านางอยากสังหารหนิงฝานในฝ่ามือเดียว เพียงแต่นางไม่กล้า

 

ชีวิตของนางขึ้นอยู่กับความคิดของหนิงฝาน

 

“ฮ่าฮ่า ยอดรัก..เจ้าสนใจข้าหรอ? หากเจ้าสัญญาว่าจะไม่ฆ่าข้า ข้าจะยอมปรนนิบัติเจ้าเป็นอย่างดีทุกคืนวัน”

 

รูปลักษณ์ของชาเจี่ยวยู่นับว่าเกินบรรยาย เพียงแต่หนิงฝานกลับไม่เห็นนางในสายตา เขาเพียงกล่าวอย่างเย็นชา

 

“น้องชายข้า..หนิงกู่..อยู่ที่ไหน?”

 

“หนิงกู่น้องชายเจ้า? ‘กระถางปีศาจเร้นลับ’ อย่างงั้นหรอ? เขาถูกขายให้สตรีนางนึงในนิกายเทียนหลีโม่…”

 

ชาเจี่ยวยู่ไม่ได้ประทับใจในหนิงฝาน แต่นางประทับในหนิงกู่เป็นอย่างมาก

 

หนิงฝานไร้ซึ่งการบ่มเพาะใดๆพวกนางจึงเห็นเขาเป็นเพียงของเล่น แต่น้องชายของเขานั้นถูกขายให้กับผู้บ่มเพาะที่ทรงพลังแห่งนิกายเทียนหลีโม่

 

ยามนี้ชีวิตของนางขึ้นอยู่กับหนิงฝาน ดังนั้น ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่นางจะกล่าวในทุกสิ่งที่นางรู้

 

ขาย! น้องชายของหนิงฝานถูกขายไปแล้ว!

 

นิกายเทียนหลีโม่? เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เมื่อลองคิดๆดู มันต้องเป็นสถานที่สกปรกโสโครกเช่นเดียวกับนิกายเหอฮวนแน่!

 

นั่นคือลักษณะของสวรรค์!

 

“ผู้อาวุโส..ข้าตัดสินใจแล้ว…ฆ่าพวกมันซะ!”

 

หนิงฝานหลับตาลง แม้การบ่มเพาะของเขาไม่ได้สูงส่ง แต่สมองของเขากลับเฉียบคม เขาไม่ใช่คนโง่

 

เขาสามารถคาดเดาได้เพียงแต่ยังไม่ชัดเจนนักว่านี่คือการทดสอบของชายชราโดยการยอมในเขาจัดการกับนิกายเหอฮวน

 

มันคือการทดสอบว่าเขามีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมกับนิกายปีศาจหรือเปล่า ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วนิกายปีศาจจะสังหารผู้คน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเหล่าศัตรู!

 

เขาไม่ได้ต้องการไว้ชีวิตศิษย์นิกายเหอฮวนทั้งหมดไม่ว่าใครก็ตามเว้นแต่… จื่อเฮ่อต้องไม่ตาย

 

“แต่ข้าอยากให้นางมีชีวิตอยู่”

 

หนิงฝานชี้ไปที่จื่อเฮ่อ..เขาไม่อาจมองนางผู้ซึ่งช่วยชีวิตเขาไว้ต้องตกตายด้วยน้ำมือของสัตว์ประหลาดเฒ่า!

 

“นั่นคือสิ่งที่เจ้าตัดสินใจใช่มั้ย?”

 

ชายชราจ้องมองหนิงฝานทั้งยังปลดปล่อยแรงกดดันอันหนักหน่วง

 

ผ่านไปชั่วครู่..ชายชราจึงหัวเราะพลางกล่าว

 

“ได้ ข้าจะฟังคำขอของเจ้า! สาวน้อยนั่นมีชีวิตอยู่ได้ส่วนคนที่เหลือ...ต้องตาย!”

 

ปีศาจเฒ่ายิ้มอย่างพอใจ ถ้าหนิงฝานแสดงร่องรอยของความเมตตาให้เห็น ชายชราจะสังหารหนิงฝานอย่างไร้ความปราณี เพราะแม้หนิงฝานจะมีเส้นโลหิตปีศาจโบราณ แต่เขากลับไม่มีหัวใจแห่งปีศาจ ฉะนั้น เขาย่อมไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นปีศาจ

 

“ไม่เลวนี่ไอ้หนู...เจ้าชื่ออะไร?”

 

“หนิงฝาน!”

 

“ไอ้หนูหนิงงั้นรึ? ดี..ดูไว้ซะ อาจารย์ของเจ้าจะสอนวิธีฆ่าให้!”

 

สัตว์ประหลาดหานจ้องมองหนิงฝานและเดินตรงไปยังศิษย์นิกายเหอฮวนด้วยท่าทางกระหายเลือด

 

แล้วการสังหารหมู่..ก็เริ่มขึ้น

 

‘หานหยวนจี๋คือปีศาจอย่างแท้จริง หากได้อยู่กับเขา...ข้าต้องระวังตัว ไม่เช่นนั้นข้าต้องตายแน่! นิกายกุ่ยเชว่คือสถานที่อันป่าเถือน และอันตรายยังมีอยู่ทุกหนแห่ง แต่ยังไงซะ ข้าก็ต้องมีชีวิตรอด’

 

หนิงฝานกำสร้อยหยกไว้ในมือพลางสาบานกับตัวเอง แต่ทันใดนั้น สร้อยหยกในมือของเขากลับเปล่งแสงสีแดงจางๆออกมาอีกครั้ง

 

เสียงหวานใสของสตรีนางนึงดังมาจากสร้อยหยกราวกับนางถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับไหล แต่นั่นกลับไม่มีใครสัมผัสถึงการคงอยู่ของนางได้

 

“ในที่สุดข้าก็ตื่นซะที! เจ้านายคนถัดไปของสร้อยคอหยินหยาง ในที่สุด...ก็อยู่ที่นี่แล้ว!”...

จบบทที่ GE2 ศิษย์คนใหม่ของปีศาจเฒ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว