- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็น ชาวภูเขาผู้รุ่งโรจน์
- บทที่ 272 แป้งทอดต้นหอม ก่อนจากไป
บทที่ 272 แป้งทอดต้นหอม ก่อนจากไป
บทที่ 272 แป้งทอดต้นหอม ก่อนจากไป
ต่งเฉิงหูปลอบใจอยู่ครึ่งวันก็ยังพอมีผลบ้าง อย่างน้อยกู้สุ่ยซิ่วก็เข้าใจแล้ว การพบเจอและจากลามันรวดเร็ว นางไม่ควรจะทำใจไม่ได้ถึงเพียงนี้ หากตอนนี้เมื่อนางเหลียงจากไปนางก็รู้สึกยากลำบากถึงเพียงนี้ แล้วหากในภายหน้าเด็กๆ โตขึ้นและจากไป นางก็ไม่ต้องใช้ชีวิตแล้วกระมัง
เมื่อคิดได้เช่นนี้ กู้สุ่ยซิ่วก็สามารถเผชิญหน้ากับแขกผู้มาเยือนที่ผ่านไปผ่านมาอย่างสงบใจได้แล้ว
รุ่งเช้าของวันที่สอง กู้สุ่ยซิ่วก็ลุกขึ้นมาวุ่นวายทันที พูดอย่างไรนางเหลียงก็จะอยู่ที่เขาชุ่ยจู๋อีกแค่สองสามวันก็จะไปแล้ว อาศัยตอนที่นางเหลียงยังอยู่ นางสามารถทำของอร่อยๆ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเตรียมเสบียงแห้งให้นางเหลียงได้อีกด้วย ถึงอย่างไรก็เป็นการไปทำเรื่องอันตรายเช่นนั้น ไม่เหมือนกับการท่องเที่ยวเดินเล่นตามถนน เตรียมของด้วยตัวเองยังคงปลอดภัยกว่า
ชุ่ยซีตื่นขึ้นมาแต่เช้าตั้งใจจะทำอาหารเช้าให้ทุกคน ไม่คิดว่าจะเห็นกู้สุ่ยซิ่วกำลังก่อไฟอยู่ในครัว นางมองดูท้องฟ้าภายนอกอย่างประหลาดใจ คิดว่าตนเองตื่นสายหรือไม่ แต่ตอนนี้ก็ยังเช้าอยู่เลย
ชุ่ยซีที่ไม่เข้าใจสถานการณ์รีบเข้าไปช่วย ถามอย่างระมัดระวังว่า “นายหญิงไฉนวันนี้จึงตื่นเช้าถึงเพียงนี้” หากเป็นเมื่อก่อน กู้สุ่ยซิ่วต้องนอนต่ออีกครึ่งชั่วยามแน่ เป็นไปได้หรือว่าวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก
กู้สุ่ยซิ่วไม่มีเวลาว่างไปครุ่นคิดว่าชุ่ยซีกำลังคิดอะไรอยู่ นางล้างกระทะให้สะอาด พร้อมกับให้ชุ่ยซีช่วยซาวข้าว พลางกล่าวว่า “อีกสองวันนายหญิงเสิ่นก็จะจากไปแล้ว ข้าอาศัยตอนที่นางยังอยู่ ทำให้กินมากขึ้นหน่อย อย่างไรเสียนางก็ชอบของพวกนี้ นอกจากนี้ เดี๋ยวเจ้าช่วยข้าทำเสบียงแห้งหน่อย แบบที่สามารถเก็บไว้ได้นานๆ ข้าจะทำให้นายหญิงเสิ่นติดตัวไปด้วย เวลาออกไปข้างนอกไม่สะดวกก็ยังสามารถกินได้สองสามคำ”
กู้สุ่ยซิ่วไม่ได้พูดอะไรมากเกี่ยวกับการเดินทางของนางเหลียง ชุ่ยซีเห็นสีหน้าของกู้สุ่ยซิ่วไม่ค่อยดีนัก จึงไม่กล้าถามมาก เชื่อฟังและช่วยทำงาน
อาหารเช้าก็เกือบจะเหมือนเดิม นมแพะที่เป็นหลักไม่ได้ขาด กู้สุ่ยซิ่วยังทำซาลาเปาไส้เนื้ออีกด้วย ที่สำคัญที่สุดคือครั้งนี้นางทำแป้งทอดต้นหอมเป็นครั้งแรกให้ทุกคน
แป้งทอดต้นหอมนี้มีรายละเอียดมาก ต้นหอมที่ใช้ต้องเป็นต้นหอมสดและอ่อน อีกทั้งยังไม่สามารถใช้กระทะขนาดใหญ่ที่มีลักษณะโค้งมาทอดได้ แป้งทอดต้นหอมที่ทำจากกระทะแบนเท่านั้นที่จะไม่หนาตรงกลางและบางตรงขอบ ทำให้รสชาติไม่ดี
เรือนของพวกเขาไม่ใช่ไม่มีกระทะแบบนั้น เพียงแต่เก็บเอาไว้ตลอดไม่ได้นำออกมาใช้ เมื่อก่อนกู้สุ่ยซิ่วไม่อยากทำเพราะขี้เกียจ อีกทั้งแป้งทอดต้นหอมนั้นก็ค่อนข้างมัน เวลากินก็ทำให้ร้อนในได้ง่าย นางกลัวว่าหากทำแล้วเด็กๆ กินติดใจก็จะยุ่งยาก ครั้งนี้นางต้องใช้กระทะนี้เพื่อทำเสบียงแห้งให้นางเหลียง กระทะใหม่มักจะต้องมีการเคลือบน้ำมันเล็กน้อยจึงจะใช้งานได้ดี
นางก็ทำแป้งทอดต้นหอมไปเลยสักรอบ อาศัยตอนที่อากาศยังไม่ร้อน กินตอนนี้ก็ยังไม่ทำให้ร้อนในมากนัก ก็เลยทำเยอะหน่อย เพื่อให้ทุกคนได้กินจนอิ่ม
ชุ่ยซีทำตามคำสั่งของกู้สุ่ยซิ่ว ไปเอาถุงแป้งสาลีและแป้งข้าวโพดออกมาจากห้องเก็บของ อีกทั้งยังไปตัดต้นหอมมาหนึ่งตะกร้าจากในไร่
เมื่อนางกลับมา ทันทีที่เดินเข้าครัวก็กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “นายหญิง วันนี้แต่เช้าผักหลายชนิดในไร่ต่างก็ออกผลแล้ว บ่าวเห็นว่ามันสดดี เลยเอามาหน่อย”
กู้สุ่ยซิ่วเห็นในตะกร้าของชุ่ยซีมีแตงกวาและกะหล่ำดอก ที่หายากคือยังมีผักน้ำด้วย
“เจ้านี่ไปเก็บมาจากในลำธารใช่หรือไม่” หุบเขาที่ปลูกผักนั้นมีลำธารเล็กๆ ตื้นๆ สายหนึ่ง ส่วนที่ลึกที่สุดก็แค่ถึงเข่าของผู้ใหญ่ ในน้ำมีแต่หินกลมเกลี้ยง เด็กๆ ในเรือนบางครั้งอยากเล่นน้ำ กู้สุ่ยซิ่วก็จะให้ต่งเซี่ยวพาพวกเขาไปที่นั่น
ชุ่ยซียิ้มแล้วพยักหน้า “ผักน้ำข้างในเริ่มแตกหน่อตั้งแต่ต้นฤดูใบไม้ผลิแล้ว เพียงแค่สองเดือน กลับเติบโตได้อ่อนนุ่มถึงเพียงนี้ กินตอนนี้กำลังดี หากพ้นช่วงนี้ไปก็จะแก่แล้ว”
กู้สุ่ยซิ่วยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้า คิดว่าผักน้ำนี้ช่างสดอ่อนนุ่ม ทำเป็นยำกินตอนกลางวันกำลังดี
ตอนนี้ต่งเฉิงหูก็ตื่นแล้ว เดินมาดูที่ครัว เห็นกู้สุ่ยซิ่วกำลังวุ่นวายอยู่ จึงถามว่า “สุ่ยซิ่ว มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่”
กู้สุ่ยซิ่วเห็นว่าเขายังไม่ตื่นเต็มที่ จึงกล่าวว่า “เจ้าช่วยไปเอาเตาแบนในห้องเก็บของออกมาให้หน่อย ถือโอกาสล้างเสียหน่อย ข้าจะใช้ในภายหลัง” กระทะใบนั้นใหญ่พอๆ กับกระทะใหญ่บนเตา หากกู้สุ่ยซิ่วไปจัดการคนเดียวก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน
ต่งเฉิงหูได้ยินดังนั้น ไม่พูดอะไรก็รีบออกไปทำทันที
อาศัยตอนที่ต่งเฉิงหูยังไม่ได้นำเตาแบนไปวางบนเตา กู้สุ่ยซิ่วก็รีบนวดแป้ง การนวดแป้งนี้เป็นงานที่ต้องใช้แรง และยังต้องใช้ฝีมือเล็กน้อยด้วย ตอนที่นวดแป้งยังต้องใส่เนยกรอบลงไปเล็กน้อย เมื่อทอดแป้งทอดต้นหอมข้างในก็จะพองขึ้นตามไปด้วย เกิดเป็นรูเล็กๆ จำนวนมาก เวลากินก็จะกรอบและร่วน
ในขณะที่กู้สุ่ยซิ่วกำลังนวดแป้ง ชุ่ยซีก็ได้ล้างต้นหอมเหล่านั้นเสร็จแล้ว เริ่มหั่นเป็นต้นหอมซอย นางหั่นไป กู้สุ่ยซิ่วก็ใช้ไป
เมื่อต่งเฉิงหูนำเตาแบนที่ล้างสะอาดแล้วไปวางบนเตา กู้สุ่ยซิ่วก็รีบทาน้ำมันเมล็ดผักกาดหนาๆ ลงบนเตาแบน กระทะขนาดใหญ่นี้กินน้ำมันเป็นครั้งแรก ต้องปล่อยให้มันซึมซับอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นค่อยล้างกระทะใหญ่ซ้ำอีกครั้ง ก็สามารถเริ่มใช้ทอดแป้งได้แล้ว
กุญแจสำคัญในการทำแป้งทอดต้นหอมก็คือน้ำมัน จะใส่ขาดไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นแป้งทอดที่ทำออกมาจะไม่หอม จะใส่มากไปก็ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นตอนกินจะเลี่ยนเกินไป กู้สุ่ยซิ่วลองทอดไปสองสามแผ่นถึงได้ค้นพบเคล็ดลับ
หลังจากนั้นก็ทำได้คล่องขึ้นเรื่อยๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ทั้งสองก็ทอดได้สองตะกร้าใหญ่แล้ว
ในเวลานี้เด็กๆ ที่เรียนวรยุทธ์เสร็จและกลับมาก็ได้กลิ่นหอมจึงพากันเข้ามาในครัวจนหมด ต่างก็จ้องมองตะกร้าที่ใส่แป้งทอดต้นหอมพลางน้ำลายไหลไม่หยุด
กู้สุ่ยซิ่วเห็นพวกเขาแต่ละคนเหงื่อท่วมกาย จึงรีบกล่าวว่า “ตอนนี้ยังเช้าอยู่ พวกเจ้าอย่าเพิ่งเป็นหวัด รีบไปล้างตัว แล้วค่อยกินอาหารเช้า”
“น้าซิ่ว นี่คืออาหารเช้าที่ทำมาให้ทุกคนใช่หรือไม่” จางซิงฉือจ้องมองแป้งทอดต้นหอมอย่างไม่วางตา
จ้าวเป่าเอ๋อร์ก็ทำหน้าเช่นเดียวกัน “เปี่ยวเจี่ย พวกเรากินได้หรือไม่ในอีกสักครู่”
กู้สุ่ยซิ่วเห็นท่าทางน่ารักของพวกเขาแต่ละคน ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง “มีให้กินทุกคน มีให้กินทุกคน เดี๋ยวก็จะให้พวกเจ้ากินแล้ว ใช่แล้ว แล้วเจียงอันเล่า เช้านี้ไฉนจึงไม่ได้ฝึกวรยุทธ์กับพวกเจ้า”
กู้สุ่ยซิ่วหาเสิ่นเจียงอันไม่พบในกลุ่มคน จึงถามด้วยความกังวลเล็กน้อย
จางซิงฉือและจ้าวเป่าเอ๋อร์สบตากัน กล่าวว่า “น้าซิ่ว เมื่อคืนเจียงอันไม่ได้กลับมานอนกับพวกเรา เมื่อเช้าท่านอาจารย์หยางบอกว่าวันนี้เจียงอันไม่ฝึกวรยุทธ์แล้ว พวกเราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรไป”
คาดว่าเมื่อคืนเด็กคนนี้คงร้องไห้อยู่พักใหญ่ กู้สุ่ยซิ่วถอนหายใจในใจ มองดูจางซิงฉือกับพวกเขาแล้วกล่าวว่า “รีบไปล้างตัวและกินอาหารเช้าเถิด”
พวกเด็กๆ ได้ยินดังนั้น ก็พากันโห่ร้องและแยกย้ายกันไป ต่างก็วิ่งกลับไปที่ห้องของตนเพื่อเอาเสื้อผ้าไปล้างหน้าแปรงฟัน
ชุ่ยซีเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า “นายหญิง ของกินสดใหม่ที่คุณชายทั้งหลายโปรดปรานที่สุดก็คือของที่นายหญิงทำ”
กู้สุ่ยซิ่วคิดเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน “พวกเขาชอบกินก็ดีแล้ว เดี๋ยวเจ้าให้ต่งเซี่ยวเอาไปสองตะกร้าที่หุบเขา ให้เรือนฉินกับเรือนจั่วเรือนละหนึ่งตะกร้า อีกสองตะกร้าให้นำไปที่เรือนต่งซ่าน ให้พวกเขากินให้พอ”
“นายหญิงมีเมตตา!” ชุ่ยซีกล่าวอย่างยินดี
ในช่วงที่เด็กๆ ล้างหน้าแปรงฟัน กู้สุ่ยซิ่วกับชุ่ยซีก็ช่วยกันทำอีกหนึ่งตะกร้า