เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - ตราหยกจริงหรือปลอม บุคคลลึกลับปรากฏกาย

บทที่ 16 - ตราหยกจริงหรือปลอม บุคคลลึกลับปรากฏกาย

บทที่ 16 - ตราหยกจริงหรือปลอม บุคคลลึกลับปรากฏกาย


หอจุ้ยเซียน!

เป็นชื่อโรงเตี๊ยมที่พบเห็นได้ทั่วไปในโลกยุทธ์!

แต่หอจุ้ยเซียนในนครต้าซิงนั้น กลับมีที่มาไม่ธรรมดา

ในสถานที่ที่ดินแพงดั่งทองเช่นนครต้าซิง การที่สามารถครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อสร้างโรงเตี๊ยมได้ ก็นับว่าเป็นการบ่งบอกถึงทุกสิ่งแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่ตั้งของหอจุ้ยเซียน ยังอยู่ใจกลางนครต้าซิง เป็นย่านที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด

หากเบื้องหลังไม่มีอิทธิพลใดๆ เลย ย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

อันที่จริง เท่าที่เกาฉางเซิงรู้

เบื้องหลังของหอจุ้ยเซียน น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับสกุลตู๋กู

สี่ตระกูลใหญ่อันทรงอิทธิพลของต้าสุย

ซ่ง หลี่ ตู๋กู อวี่เหวิน!

หากพูดถึงพลังอำนาจ แม้สกุลซ่งจะอยู่ไกลถึงหลิ่งหนาน แต่หากว่ากันด้วยพลังแล้ว ย่อมไม่ต้องสงสัยว่าสกุลซ่งแข็งแกร่งที่สุด

ไม่มีเหตุผลอื่น เพียงเพราะประมุขสกุลซ่ง ซ่งเชวีย!

สองคำว่า 'ดาบสวรรค์' ก็ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งใดมาพิสูจน์อีก

ในอดีต ต้าสุยนำทัพที่เพิ่งพิชิตหนานเฉินบุกเข้าสู่หลิ่งหนาน

ผลลัพธ์สุดท้ายกลับเป็น ซ่งเชวียสู้รบสิบครั้งชนะทั้งสิบครั้ง สร้างสถานะการปกครองตนเองของหลิ่งหนานและบรรดาศักดิ์เจิ้นหนานกงขึ้นมาได้

แน่นอนว่า ในเรื่องนี้มีความบังเอิญอยู่มาก

เพราะอย่างไรเสีย ศึกหลิ่งหนานในตอนนั้น ผู้บัญชาการที่แท้จริงคือหยางกว่าง

นี่เป็นแผนการที่หยางซู่และคนอื่นๆ วางไว้เพื่อสร้างผลงานทางการทหารให้หยางกว่าง นึกไม่ถึงว่าจะไปเจอตอเข้า

สุดท้าย ภายใต้สถานการณ์หลายอย่างประกอบกัน ก็ทำได้เพียงกัดฟันยอมรับผลลัพธ์ของการสงบศึก

สรุปก็คือ ศึกหลิ่งหนานในครั้งนั้น มีความซับซ้อนและพิเศษ ยากจะอธิบายให้จบได้ในไม่กี่คำ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร สุดท้ายแล้วซ่งเชวียก็เดิมพันชนะ ได้มาซึ่งความพิเศษของสกุลซ่ง

ส่วนอีกสามตระกูลที่เหลือ พลังโดยรวมค่อนข้างใกล้เคียงกัน ต่างก็มีด้านที่เชี่ยวชาญของตนเอง

อย่างเช่นสกุลตู๋กู เพราะเป็นเครือญาติกับราชวงศ์ ความสัมพันธ์กับราชวงศ์ต้าสุยจึงใกล้ชิดที่สุด

อาจพูดได้ว่า แม้สี่ตระกูลใหญ่จะอยู่ใต้สังกัดต้าสุย

แต่มีเพียงสกุลตู๋กูเท่านั้นที่เป็นฝ่ายหนุนกษัตริย์อย่างเหนียวแน่น และยืนอยู่ฝั่งเดียวกับสกุลหยางอย่างสมบูรณ์

กลับมาที่ปัจจุบัน

หอจุ้ยเซียนแห่งนี้ ก็คือสกุลตู๋กูที่อยู่เบื้องหลังคอยสนับสนุน ถึงได้มีขนาดใหญ่โตเช่นนี้

กระทั่งทุกปีในวันที่สิบห้าเดือนแปด ยังสามารถเชิญนักดนตรีหญิงผู้มากความสามารถและโด่งดัง ซ่างซิ่วฟาง มาบรรเลงได้

มีสกุลตู๋กูค้ำจุน ความปลอดภัยย่อมไม่ต้องกังวล ทั้งยังมีชื่อเสียงของซ่างซิ่วฟางมาช่วยเสริม

ความโด่งดังของหอจุ้ยเซียนนั้นย่อมเห็นได้ชัดเจน

แน่นอนว่า วันนี้ไม่ใช่วันที่สิบห้าเดือนแปด

ดังนั้นแม้คนจะไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับล้นหลาม

เกาฉางเซิงมาปรากฏตัวที่นี่ ย่อมเป็นเพราะคำเชิญของหยางเสวียนก่าน

"สหายเกา รอข้านานหรือไม่!"

เกาฉางเซิงมาถึงได้เกือบหนึ่งก้านธูปแล้ว หยางเสวียนก่านถึงเพิ่งจะมาถึง

แต่เมื่อเห็นสภาพของหยางเสวียนก่าน เกาฉางเซิงก็รู้สาเหตุในทันที

พลังโลหิตทั่วร่างปั่นป่วน ราวกับน้ำที่กำลังเดือดพล่าน

รอบกาย มีจิตสังหารเข้มข้นบางๆ วนเวียนอยู่

ที่ชายเสื้อด้านข้าง ยังมีรอยเลือดเปรอะเปื้อนอยู่

เห็นได้ชัดว่า หยางเสวียนก่านเพิ่งจะลงมือมาหมาดๆ

"สหายหยาง นี่ท่าน..."

"แค่พวกหนูสกปรก จัดการเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่เสียเวลาไปบ้าง"

"ไม่เป็นไร!"

เกาฉางเซิงโบกมือ

ในใจก็เดาสาเหตุได้

น่าจะเป็นเรื่องที่พ่อบ้านเกาเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้

ดูท่าทางแรงดึงดูดของคลังสมบัติหยางกงจะมหาศาลจริงๆ

ตามที่พ่อบ้านเกาบอก สองสามวันนี้รอบจวนสกุลหยางแทบจะนองไปด้วยเลือดแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนว่า ก็ยังไม่สามารถข่มขวัญพวกที่แอบซุ่มอยู่ได้เลย

"สหายเกาเชิญ!"

หยางเสวียนก่านสงบพลังโลหิตลงเล็กน้อย รีบผายมือ

ภายใต้การนำของหยางเสวียนก่าน ทั้งสองก็มาถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว

ห้องส่วนตัวริมหน้าต่างบนชั้นสอง!

"เรื่องที่สกุลหยางประสบพักนี้ ข้าก็ได้ยินมาบ้าง หากต้องการความช่วยเหลือ สหายหยางบอกได้เลย!"

เกาฉางเซิงเอ่ยยิ้มๆ

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หยางเสวียนก่านก็ราวกับนึกถึงประสบการณ์ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ใบหน้าฉายแววโกรธเกรี้ยว

"น้ำใจของสหายเกาข้าขอรับไว้ แต่สกุลหยางก็ไม่ใช่ที่ที่ใครจะมารังแกได้"

"โบราณว่าไว้ คนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะอาหาร ในเมื่อคนเหล่านี้อยากตาย ข้าก็จะสนองให้"

หยางเสวียนก่านเอ่ยเสียงเย็นชา จิตสังหารในคำพูดไม่ได้ปิดบังเลยแม้แต่น้อย

เกาฉางเซิงพยักหน้า เขาก็พอจะเข้าใจอารมณ์ของหยางเสวียนก่านในตอนนี้

แม้จะไม่ได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองที่จวนสกุลหยาง แต่เพียงแค่ฟังจากพ่อบ้านเกา เขาก็พอนึกภาพออก

อย่าว่าแต่หยางเสวียนก่านเลย ต่อให้เปลี่ยนเป็นคนธรรมดาที่ใจเย็น ก็ทนการรบกวนเช่นนี้ไม่ไหว

"คลังสมบัติหยางกง หยกเหอซื่อ สองสุดยอดสมบัติ ก็ไม่แปลกที่คนทั้งโลกจะคลั่งไคล้!"

เกาฉางเซิงเอ่ยยิ้มๆ

"หึ!"

หยางเสวียนก่านแค่นเสียง

"ก็แค่เล่ห์เหลี่ยมของพวกหนูสกปรกเท่านั้น ใช้การอะไรไม่ได้!"

"คิดว่าเพียงเท่านี้จะล้มสกุลหยางได้รึ ช่างฝันเฟื่อง!"

"โอ้"

เกาฉางเซิงเลิกคิ้ว ฉายแววสงสัยใคร่รู้: "ตามความหมายของสหายหยาง หรือว่าข่าวลือที่ปรากฏขึ้นกะทันหันนี้จะเป็นของปลอม"

"ตั้งแต่โบราณมา คำพยากรณ์หรือลางบอกเหตุที่ว่า มีกี่ครั้งที่เป็นจริง ล้วนเป็นคนมีเจตนาปล่อยข่าวเท่านั้น ก็ได้แต่หลอกคนโง่เขลา"

หยางเสวียนก่านค่อยๆ เอ่ย: "อะไรคือคลังสมบัติหยางกง หากมีคลังสมบัตินี้จริง ข้าผู้เป็นบุตรชายจะไม่รู้ได้อย่างไร!"

เกาฉางเซิงใจสั่นไหว

เรื่องคลังสมบัติหยางกง เขามั่นใจว่ามีจริง

แต่ดูจากท่าทีของหยางเสวียนก่านในตอนนี้ ดูเหมือนเขาจะไม่รู้จริงๆ

นี่มันน่าสนใจแล้ว

เกาฉางเซิงลอบยิ้มในใจ

"ส่วนหยกเหอซื่อ!" หยางเสวียนก่านขมวดคิ้ว!

เมื่อได้ยินสามคำนี้ เกาฉางเซิงก็เกิดความสนใจ รีบเอ่ยปาก:

"หยกเหอซื่อเป็นอย่างไร"

"ไม่ปิดบังท่านสหายหยาง ของสิ่งนี้ข้าก็สงสัยใคร่รู้มาบ้าง เพียงแต่หยกเหอซื่อแม้จะโด่งดัง แต่ก็ลึกลับเกินไป"

ในดวงตาของหยางเสวียนก่านฉายแววหวนรำลึก!

"ข้าเคยได้ยินท่านพ่อพูดถึงอยู่สองสามประโยค"

"หยกเหอซื่อคือตราหยกที่จักรพรรดิ์หวงตี้ในยุคโบราณสร้างขึ้น ดังนั้นจึงมีอีกชื่อว่า ตราประทับจักรพรรดิ์มนุษย์!"

"ว่ากันว่าผู้ที่ได้ตราประทับจักรพรรดิ์มนุษย์ไป ก็สามารถครอบครองใต้หล้าได้!"

"แต่ว่า..."

หยางเสวียนก่านส่ายหัวอีกครั้ง:

"ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตำนาน ยุคของจักรพรรดิ์มนุษย์นั้นห่างไกลเกินไป"

"อีกทั้ง มันสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น แต่กลับไม่เคยมีใครเคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของหยกเหอซื่อ ยากที่จะทำให้คนเชื่อถือได้"

พูดจบ หยางเสวียนก่านก็เงยหน้ามองเกาฉางเซิง:

"ตอนนี้สหายเกาเชื่อคำพูดข้าแล้วหรือยัง หลายพันปีมานี้ ไม่มีใครเคยเห็นตราประทับจักรพรรดิ์มนุษย์ในตำนานนี้ แล้วมันจะปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันได้อย่างไร"

"เห็นได้ชัดว่า นี่เป็นข่าวลือที่คนเลวแต่งขึ้น"

"ในเมื่อหยกเหอซื่อเป็นของปลอม แล้วเรื่องคลังสมบัติหยางกงจะเป็นของจริงได้อย่างไร!"

ในดวงตาของเกาฉางเซิงฉายแววครุ่นคิด แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมา เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ : "สหายหยางพูดมีเหตุผล ข้า..."

"เหอๆๆ ท่านพูดผิดแล้ว!"

"หยกเหอซื่อไม่ใช่ข่าวลือ แต่มันมีอยู่จริง เป็นถึงตราประทับจักรพรรดิ์มนุษย์ เป็นสมบัติล้ำค่า!"

เกาฉางเซิงยังพูดไม่ทันจบ พลันมีเสียงหัวเราะดังแทรกขึ้นมา

ทั้งสองคนผุดลุกขึ้นพร้อมกัน เงยหน้าขึ้นทันที

หยางเสวียนก่านถึงกับตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว:

"หนูสกปรกจากที่ใด ลอบฟังอย่างลับๆ ล่อๆ ไสหัวออกมา!"

เสียงตวาดดังลั่น พร้อมกับจิตสังหารที่พวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง แสดงให้เห็นถึงโทสะของหยางเสวียนก่านในยามนี้

"ฮ่าฮ่าฮ่า หลานชายช่างโกรธเกรี้ยวเสียจริง ข้าเฒ่าไม่ได้ลอบฟัง!"

"เพียงแค่ดื่มชาอยู่ที่นี่ บังเอิญได้ยินพวกเจ้าสองคนคุยกันเท่านั้น"

พร้อมกับเสียงที่แจ่มใส

บัณฑิตวัยกลางคนในชุดปราชญ์คนหนึ่ง ก็ค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้อง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 16 - ตราหยกจริงหรือปลอม บุคคลลึกลับปรากฏกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว