เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 210

ตอนที่ 210

ตอนที่ 210


บทที่ ๒๑๐ :  

'ควบคุมเขตปกครองรึ? ข้านึกถึงประสบการณ์ของนิคที่เมืองซาคเลย?'

คลาวน์ไม่คิดว่าการควบคุมเขตปกครองเป็นเรื่องที่สบายนัก... เพราะที่เมืองซาคพวกเขาก็ใช้ชีวิตอย่างอัตคัด

ยกตัวอย่างเช่น ฟรานด์... ไม่ใช่แค่ต้องรวบรวมความเห็นจากคนในเมืองไรน์เท่านั้น... แต่ยังต้องไปติดต่อกับกลุ่มคนภายนอกอีกหลายฝ่าย... มีเรื่องเยอะแยะไปหมดที่เขาต้องเป็นคนตัดสินใจขั้นสุดท้าย

หลายเรื่องดูเหมือนจะง่าย... แต่การผลักดันจริงๆ กลับยุ่งยากกว่ามาก

ก่อนที่จะข้ามภพ... เขาเป็นเพียงโปรแกรมเมอร์ธรรมดาคนหนึ่ง... ตัวตนหลังจากที่ข้ามภพก็เป็นคนธรรมดา... การเป็นผู้นำของพื้นที่... เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะกับเขา... อย่างน้อยในตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้น

ถ้าเป็นสังคมที่ไม่มีเวทมนตร์เหมือนโลกเก่า ก็อาจจะพอคุมพื้นที่นี้ได้ และเขาอยากพูดอะไรก็คงต้องลองดู แต่โลกนี้มันมีพลังวิเศษอยู่ด้วย อำนาจทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวบุคคล การเป็นแค่ผู้นำพื้นที่เล็ก ๆ เลยไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก

ยิ่งไปกว่านั้น... โลกก็ไม่สงบ... และยังมีอันตรายจากเทพมาร... เวลาที่เหลืออยู่ก็ควรจะฟาร์มค่าความชำนาญให้ดี... นี่คือเรื่องที่สำคัญที่สุด

ตอนนี้เขาแค่ต้องรักษาสถานะระดับสูงของศาสนจักรไว้ มีคนใหญ่คนโตให้พึ่งพิง และเป็นอัครมุขนายกที่ค่อนข้างว่างงานหน่อยก็ถือว่าดีแล้ว

เมื่อพลังของตนเองแข็งแกร่งเพียงพอ... ถึงจะสามารถอยู่รอดในโลกที่นับวันยิ่งอันตรายได้ดี

ความคิดในตอนนี้ของคลาวน์คือ... ตอนที่พลังของตนเองยังสามารถยกระดับได้อย่างรวดเร็ว... เขาจะพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่กระจายพลังใจของตนเอง... คลาวน์ส่ายหน้ายิ้ม "ข้าไม่คิดว่าตนเองมีความสามารถที่จะควบคุมเขตปกครองได้... และอีกอย่าง... ข้าคิดจะนำพลังใจไปเร่งการยกระดับพลังของตนเองให้เร็วยิ่งขึ้น"

"อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ... การขยายพ้นที่ออกไปข้างนอกอีกครั้งเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างแน่นอน... ไม่ว่าเจ้าจะเต็มใจหรือไม่... ต่อไปก็ต้องเป็นผู้บัญชาการหลักที่ควบคุมเขตปกครองอยู่ดี"

ฟรานด์โบกมือ... เขากล่าวอย่างจริงจัง "แก่นคริสตัลที่เจ้าเก็บมา... ถ้าอยู่ในมือของเจ้าก็ไม่มีความหมายอะไรเลย แก่นคริสตัลแบบนี้ จะแสดงพลังที่แท้จริงออกมาก็ต่อเมื่อใช้เป็นแกนพลังงานของค่ายกลอาคมขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ถ้าเจ้าขายมันไป... สิ่งที่เจ้าได้มาก็เป็นแค่ทรัพยากรชุดหนึ่ง... ทรัพยากรที่สามารถใช้เหรียญวิญญาณซื้อได้ และนำไปใช้ในการสร้างเขตคุ้มภัยแห่งใหม่... ซึ่งจะทำให้เจ้ามีอุตสาหกรรมเป็นของตัวเองได้ในที่สุด"

อัครมุขนายกกดเสียงต่ำ... เล่านโยบายของศาสนจักรในอนาคตหนึ่งรอบ

การวางแผนของเขตปกครองเมืองไรน์คือการใช้ตัวเมืองปัจจุบันเป็นแกนกลาง... จะขยายออกไปสี่ทิศแปดทาง... และสร้างเขตคุ้มภัยขนาดกลางและเล็กขึ้นมาทีละแห่ง

ไม่เพียงแค่ศาสนจักรเท่านั้น... สภาเทศบาลและสมาคมพี่น้องก็จะขยายตัวออกไปภายนอกเช่นกัน... โดยการสร้างเขตคุ้มภัยที่กองกำลังของตนเป็นผู้นำ... เพื่อบุกเบิกดินแดนแห่งการอยู่รอดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง

ฟรานด์หยุดไปครู่หนึ่ง... ให้เวลาคลาวน์ได้ย่อย... และกล่าวต่อไป "เจ้ามีแก่นคริสตัลพลังงานหลักคุณภาพสูง... เช่นนั้นโดยธรรมชาติก็จะสามารถได้รับอำนาจในการปกครองเขตปกครองใหม่... หากเจ้าไม่เต็มใจที่จะจัดการกิจการที่ยุ่งยาก... ก็สามารถหาตัวแทนมาจัดการแนได้ หลังจากที่สร้างเขตคุ้มภัยแล้ว... ผลประโยชน์ที่เหลือจากที่ต้องส่งให้ศาสนจักร ก็จะเป็นของคณะผู้บริหารหลักของแต่ละเขตปกครอง และ ผลประโยชน์เหล่านี้... ก็ควรจะตกถึงมือคนของตัวเองให้มากที่สุด"

คลาวน์เข้าใจความหมายที่อัครมุขนายกต้องการจะสื่อแล้ว... คือผลประโยชน์เหล่านี้ถ้าให้คนอื่นก็คือให้ไปเลย... แต่แน่นอนว่าต้องให้คนของตัวเองได้ไปถึงจะถูก

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง... แล้วถาม "เช่นนั้นข้าจะอุทิศแก่นคริสตัลให้แก่ศาสนจักร... ผลประโยชน์ที่สามารถได้รับโดยตรงคืออะไร?"

นกร้อยตัวในป่า... ไม่สู้เท่ากับนกหนึ่งตัวในมือ... ที่อัครมุขนายกพูดล้วนเป็นเรื่องหลังจากที่สร้างเขตคุ้มภัยแล้ว... ถ้าจะพูดแบบหน้าเกลียด... เรียกว่าวาดฝัน

ชาติก่อนตอนที่ออกจากรั้วมหาวิทยาลัยและได้งาน... เจ้านายนั่นก็เก่งในการวาดฝัน... ตนเองในวัยหนุ่มก็ยังจะไปเชื่อ... และคิดว่าหากตามเจ้านายทำงานให้ดี... จะสามารถบรรลุถึงอิสรภาพทางการเงินได้

แต่ก็เท่านั้นแหละ... บริษัทถูกทำให้เจ๊ง... สัญญาประกันสังคมก็ยังทำไม่ได้... แถมยังค้างเงินเดือนเขาอีกสองเดือน... จึงต้องไปฟ้องร้องถึงจะได้คืน

ฟรานด์คิดอยู่ครู่หนึ่ง "ข้าจะช่วยเจ้าต่อรองให้ได้สามจุดในการประชุม อย่างแรก... เจ้าจะได้รับเหรียญวิญญาณหรือทรัพยากรอื่นก้อนหนึ่งโดยตรง... หากเปลี่ยนเป็นเหรียญวิญญาณสีทอง... ก็จะได้ประมาณสองพันห้าร้อยเหรียญวิญญาณสีทอง ตอนนี้ความเข้มข้นของพลังงานลี้ลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง... จะมีผู้เหนือธรรมชาติขั้นที่สองเลื่อนขั้นสู่ขั้นที่สามมากขึ้นเรื่อยๆ... ข้าแนะนำให้เจ้าซื้อมิธริลจากคลังลับกักตุนไว้... ต่อไปราคาของวัสดุหลักในการเลื่อนขั้นสู่ระดับเงินตรานี้จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่สอง... หลังจากที่ปูค่ายกลอาคมของเขตคุ้มภัยแล้ว... จะต้องอพยพประชากรอย่างแน่นอน... พวกเราจะกำหนดที่ดินผืนหนึ่งในพื้นที่ของค่ายกลอาคมให้เจ้าครอบครองโดยสมบูรณ์ มีขนาดเท่ากับครึ่งหนึ่งของย่านถนนโรส ต่อไปเจ้าจะต้องสร้างครอบครัวอย่างแน่นอน อสังหาริมทรัพย์แบบนี้เหมาะมากที่จะใช้เป็นรากฐานของตระกูล และ หากเจ้ามีอุตสาหกรรมในเขตปกครอง ภายในสิบปีศาสนจักรจะไม่เก็บภาษีใด ๆ เลย"

...

ยามพลบค่ำ... ณ ถนนเบเกอร์ หมายเลข 36

ห้องใต้ดินสว่างไสว... ห่างจากคืนวันเพ็ญสิบวันแล้ว... คลาวน์ฟาร์มอย่างต่อเนื่อง... ในที่สุดก็หลอมกลั่นจันทราภาที่เพียงพอที่จะควบแน่นอัสนีไท่อิน

หยกเย็นที่เมลิซซ่าให้มา... ถูกผ่าเป็นยันต์หยกห้าชิ้น... มีสามชิ้นคุณภาพไม่ดีพอ... เหลือใช้ได้แค่สองชิ้น... ส่วนเศษที่เหลือถูกนำไปทำเป็นชามหยกขาวขนาดเท่าลูกปิงปอง

ในบรรดาหยกเย็นสองชิ้นนี้... มีชิ้นหนึ่งที่คุณภาพเลิศเลอ... ไม่มีแม้แต่รอยด่าง... สามารถทำเป็นอัสนีไท่อินที่เก็บรักษาได้นานและสามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง

เนื่องจากกลัวว่าการวาดอักขระยันต์จะล้มเหลว... และสิ้นเปลืองจันทราภา... เสองสามวันนี้ขาได้วาดอักขระยันต์ประกายทองและยันต์ชำระจิตจำนวนมาก... เพื่อฟาร์มทักษะการวาดอักขระยันต์ให้ถึงขั้นที่สาม

【ศาสตร์การวาดอักขระยันต์: 257/10000; ขั้นที่สาม】 (ในอกมีมังกรเสือ... ปลายพู่กันสะเทือนภูตผี... คุณสมบัติพิเศษ: หทัยแห่งยันต์... สมาธิเพิ่มขึ้นสองเท่า... เพิ่มอัตราความสำเร็จในการวาดอักขระยันต์... เพิ่มผลของอักขระยันต์ 5%)

ไม่เพียงเท่านั้น... เขาใช้น้ำฝึกฝนการเขียนอักขระยันต์อัสนีไท่อินจำนวนมาก... เมื่อชำนาญอย่างยิ่งแล้วและไม่ผิดพลาดอีก... เขาก็ใช้น้ำค้างจันทราและกระดาษยันต์ฝึกวาดอัสนีไท่อินต่อ

อัสนีไท่อินในรูปแบบที่ด้อยกว่านี้ นอกจากจะสร้างความเสียหายแบบน้ำแข็งแล้ว ยังโจมตีทางจิตวิญญาณได้อีกด้วย

เขาได้ไปทดลองในป่าเขาด้วยตัวเองแล้ว... อสูรเวทกลายพันธุ์ระดับสองตัวหนึ่ง หลังจากโดนโจมตีไปไม่กี่ครั้ง... ความเสียหายทางกายภาพไม่ถึงตาย... แต่จิตวิญญาณกลับถูกแช่แข็งจนตายอย่างสงบ

ตอนนี้... คือเวลาที่จะวาดอัสนีไท่อินที่แท้จริง... เพื่อการนี้เขาจงใจใช้ขนปลายหางของจิ้งจอกหิมะมาผลิตพู่กันยันต์ระดับสูง... เมื่อใช้พู่กันนี้วาดอักขระยันต์ชำระจิตและอัสนีไท่อินจะยิ่งกลมกลืนและคล่องมืออย่างยิ่ง

แม้ว่าจะใช้น้ำค้างจันทราเป็นหมึกยันต์... แต่กระดาษยันต์ธรรมดาก็ยังคงไม่สามารถทนรับอานุภาพของอัสนีไท่อินได้

สองถึงสามวันต่อมา... กระดาษยันต์ก็ไม่สามารถกักเก็บพลังวิญญาณของอักขระยันต์ได้... อัสนีไท่อินก็จะสลายไปอย่างรวดเร็ว

คลาวน์นำหยกเย็นวางไว้บนโต๊ะทดลอง... แล้วหลับตา... ค่อยๆ ปรับลมหายใจ... เขารู้สึกตึงเครียดเล็กน้อย

การหลอมกลั่นแก่นสุริยันจันทราสิ้นเปลืองเวลาอย่างยิ่ง... หากล้มเหลว... จะสิ้นเปลืองเวลาของเขาไปมาก... และอีกอย่างคือในมือของเขาไม่มีหยกเย็นอีกแล้ว

หลังจากที่หายใจเข้าลึกๆ สองครั้ง... สภาพจิตใจของเขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย...

จากนั้นเขาก็ปลดปล่อยมนตราชำระจิต... ดึงสภาพของตนเองให้ถึงขีดสุด

ปลายนิ้วของเขาสัมผัสชามหยกขาว... หยาดน้ำค้างสีเงินหยดแล้วหยดเล่าไหลไปตามผนังด้านในของชาม

ในชามพลันเกิดไอหมอกที่คละคลุ้ง... ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่หน้าตู้เย็นที่เปิดอ้าในหน้าร้อนจัด ๆ... ความเย็นสบายพัดปะทะใบหน้า

เขาไม่รอช้า หยิบพู่กันยันต์และยันต์หยกที่คุณภาพด้อยกว่าออกมาทันที

ปลายพู่กันจุ่มจันทราภา... เขาก็รีบสะบัดพู่กันลงบนยันต์หยก

ตอนแรก... จันทราภาราวกับปรอทลอยอยู่บนผิวยันต์หยก... แต่เมื่อเขาเขียนเส้นสุดท้ายเสร็จ... จันทราภาบนพู่กันก็ตกลงบนหยกทั้งหมด

ลวดลายอักขระยันต์บนยันต์หยกราวกับกลายเป็นไฟฉาย... แผ่รังสีแสงสีเงินออกมาเป็นสายๆ

จากนั้น... อักขระยันต์ที่ลอยอยู่บนผิวยันต์หยกก็ค่อยๆ จมหายเข้าไปในยันต์หยก... แสงสีเงินในห้องก็หายไป... กลับคืนสู่ความสว่างปกติ

คลาวน์เห็นว่า... อักขระยันต์ราวกับงอกขึ้นมาเองในยันต์หยก... จันทราภาข้างในราวกับยังคงไหลเวียนอย่างช้าๆ

เมื่อเขายื่นมือหยิบยันต์หยก... ก็รู้สึกเย็นวาบ

การวาดอัสนีไท่อินครั้งแรกก็สำเร็จ... สิ่งนี้ให้ความมั่นใจแก่คลาวน์มากขึ้น... เขารีบทำต่อเนื่องทันที... และเริ่มวาดอีกชิ้น

มือของเขามั่นคงราวกับเครื่องจักร... ไม่สั่นแม้แต่น้อย... อัสนีไท่อินอีกแผ่นหนึ่งก็วาดสำเร็จ... จันทราภาใช้หมดพอดี... ไม่มากไม่น้อย

เหะๆ... ข้าไม่ใช่ไก่อ่อนที่เพิ่งจะเริ่มฝึกวาดอักขระยันต์แล้ว

เมื่อเทคนิคสามารถวัดได้ด้วยค่าความชำนาญ... การเติบโตของเขาก็ไม่ถูกจำกัดด้วยพรสวรรค์อีกต่อไป

ขอเพียงทักษะสามารถเข้าสู่ขั้นปฐมบทได้... เขาก็จะสามารถเล่นทักษะนี้ถึงระดับสูงสุดได้

คลาวน์ยิ้มอย่างได้ใจ... เขาเก็บอัสนีไท่อินทั้งสองแผ่นอย่างทะนุถนอม... วางไว้แนบกาย

เมื่อรู้สึกถึงความเย็นจางๆ ที่ส่งมาจากหน้าอก... เขาก็รู้สึกสบายใจยิ่งนัก

คนเลี้ยงหยก... หยกเลี้ยงคน... คำพูดนี้สำหรับอักขระยันต์ที่ใช้หินหยกเป็นสื่อกลางก็ใช้ได้เช่นกัน

มีอัสนีไท่อินแล้ว... ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะสามารถเรียนรู้อัสนีสุริยันได้

เขานั่งลงบนเก้าอี้พักผ่อนครู่หนึ่ง... ในใจเกิดความปรารถนาอันไม่มีที่สิ้นสุด

ห้านาทีต่อมา... จิตสำนึกของเขาก็กลับคืนมา

เขาเก็บกวาดโต๊ะทดลอง... คลาวน์ก็เริ่มคัดลอกตำรับของโอสถเพลิงหลอมเหลว... จากนั้นเขาก็ใช้ความรู้ด้านสมุนไพรศาสตร์ที่แข็งแกร่งของตัวเอง วิเคราะห์จุดยากของขั้นตอนในตำรับ... และวางแผนรับมือ

เตรียมพร้อมไว้ดีกว่าแก้... เราไม่สามารถหวังพึ่งการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ทุกเรื่องหรอก

มนตราประกายทองคือทักษะพื้นฐานของเขา... ทักษะนี้สามารถเสริมสร้างร่างกายและจิตใจได้อย่างรอบด้าน... แต่วิธีที่เร็วที่สุดในการยกระดับชั้นเหนือธรรมชาติคือการฝึกวิชาลมปราณ

วิชาลมปราณยังสามารถยกระดับพลังต่อสู้ได้เร็วยิ่งขึ้น... ดังนั้นจึงต้องปรุงยาเสริม... เขาคิดจะรีบดูว่าสิ่งที่เรียกว่า "วิญญาณแห่งเงินตรา" ตกลงแล้วมันเป็นสภาพแบบไหนกันแน่

สองวันก่อน... การปรุงยาพลังอัคคีไม่สามารถเพิ่มค่าความชำนาญให้แก่เขาได้อีกต่อไป... และตอนนี้ถึงเวลาที่จะปรุงยาขั้นที่สามแล้ว

คลาวน์จำลองขั้นตอนทั้งหมดในสมองสองรอบ... เขาก็รีบจัดการสมุนไพรเสริมต่างๆ ให้เรียบร้อย... ที่ควรจะอบแห้งก็อบแห้ง... ที่ควรจะสกัดก็สกัด

นี่สำหรับคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรระดับสี่แล้ว... ถือว่าคุ้นเคยเป็นอย่างดี... แม้ว่าสมุนไพรหลายชนิดเขาเพิ่งจะเคยเจอและจัดการเป็นครั้งแรก... แต่กลับดูเหมือนคนเก่าคนแก่ที่มีประสบการณ์มาก... สามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยท่าทางที่คล่องแคล่วและเตรียมพร้อม

สุดท้าย... เขาหยิบเห็ดอัคคี... สกัดแก่นแท้ของสมุนไพร

นี่คือวัสดุหลักของโอสถเพลิงหลอมเหลว... สรรพคุณทางยารุนแรง... เขาคาดว่าความยากในการปรุงโอสถเพลิงหลอมเหลวส่วนใหญ่อยู่ที่การผสมผสานยาอื่นเข้ากับแก่นแท้ของเห็ดอัคคีให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

หลังจากที่เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว... คลาวน์ก็เริ่มปรุงอย่างเป็นทางการ...

"ปัง"

สารละลายในขวดคอโค้งเดือดแล้วระเบิดออกมา... การปรุงครั้งแรกล้มเหลว

จากประสบการณ์ของเขา... เขาคิดว่าที่ยาออกมาไม่ดี อาจเป็นเพราะใส่น้ำดอกไม้วิญญาณน้ำแข็งที่ช่วยปรับฤทธิ์ยาเข้าไปน้อยเกินไป

ความเข้มข้นของพลังงานลี้ลับในโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง... สัดส่วนของสมุนไพรต้องปรับเปลี่ยนตามความสามารถส่วนบุคคลของนักปรุงยา... ไม่สามารถทำตามสัดส่วนในตำรับอย่างเคร่งครัดได้

ครั้งที่สองก็ล้มเหลว... แต่ครั้งที่สามสำเร็จ

ยาเดือดพล่านอยู่ในขวดคอโค้ง... ราวกับลาวาใต้ดิน... ดมแล้วมีความรู้สึกร้อนระอุแทรกเข้าสู่โพรงจมูก

เขาพยายามต่อไปเรื่อย ๆ... ครั้งที่สี่ล้มเหลว... แต่ครั้งที่ห้าก็สำเร็จในที่สุด

จบบทที่ ตอนที่ 210

คัดลอกลิงก์แล้ว