- หน้าแรก
- ข้าจะฟาร์มเวลในโลกคธูลูให้ดู !!
- ตอนที่ 125
ตอนที่ 125
ตอนที่ 125
บทที่ ๑๒๕ :
เพิ่งตั้งค่ายแท้ๆ ก็ถูกจู่โจมซะแล้ว... แถมยังสร้างความเสียหายแก่คนในค่ายอีก... ทำให้ในใจของทุกคนถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด
การจัดวางในค่ายไม่มีการเปลี่ยนแปลง... คนที่อยู่เต็นท์รอบนอกสุดคิดจะขยับเข้ามาวงใน... แล้วถ้าพวกเขาย้ายเข้ามา คนที่อยู่วงนอกถัดไปก็ย้ายเข้ามาไม่ได้น่ะสิ?
ย่อมต้องมีคนที่อยู่รอบนอกสุดเสมอ... ดึงผมเส้นเดียวสะเทือนทั้งร่าง ... นิคกดเสียงทั้งหมดลง ... เพียงแค่สั่งการให้นำเด็กในเต็นท์รอบนอกสุดย้ายเข้าสู่วงใน ส่วนคนอื่นๆ ยังคงอยู่ที่เดิม
ชายฉกรรจ์ที่เคยเข้าร่วมการต่อสู้ในหมู่ชาวบ้านส่วนใหญ่เสียชีวิตในการโจมตีของพวกลัทธินอกรีต... มิเช่นนั้นสถานการณ์คงไม่วุ่นวายถึงเพียงนี้
คนที่เหลืออยู่ก็ไม่มีกำลังรบ... เมื่อเจออันตรายก็ตื่นตระหนก... คิดเพียงแต่จะหลบหนี
คลาวน์เห็นว่า... ตอนที่มนุษย์หมาป่าลากเด็กไป... มีผู้หญิงสองสามคนอยู่ในที่เกิดเหตุ... แต่กลับทำได้เพียงกรีดร้องแล้วถอยหลัง
หากพวกนางหยิบไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมาขัดขวางมนุษย์หมาป่า... ก็อาจจะสามารถช่วยชีวิตหนึ่งชีวิตไว้ได้... ตอนที่คลาวน์พุ่งขึ้นไปบนหอคอย... เห็นเพียงแผ่นหลังของมนุษย์หมาป่าที่พุ่งเข้าไปในม่านหมอกสีเทา... หากเขามีเวลาอีกหนึ่งวินาที... เขาก็มีโอกาสที่จะยิงธนูออกไปได้
หลังจากที่ทั้งปลอบทั้งขู่จนทำให้ชาวเมืองสงบลงแล้ว... นิคก็สั่งให้ชาวบ้านจุดกองไฟทุกๆ ระยะที่รอบนอกของค่ายพักชั่วคราว... อย่างน้อยวิธีนี้ก็พอจะเตือนว่าศัตรูซ่อนตรงไหนบ้าง
ชายฉกรรจ์ที่เข้าร่วมเฝ้ายามครึ่งคืนแรกเริ่มลาดตระเวน... คนเหล่านี้ล้วนสวมเกราะหนังแบบง่ายๆ และถือหอกยาว, ดาบยาว, และหน้าไม้... อาวุธนี้ล้วนเป็นของดีที่คลาวน์ตีขึ้นในช่วงนี้
"เป็นความผิดของข้า... ข้าไม่คาดว่าเพิ่งจะเข้าสู่ยามค่ำคืนก็จะมีสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดกล้าบุกเข้ามาฉุดคน... ข้าควรจะตั้งสิ่งกีดขวางไว้รอบนอกให้มากขึ้น... และจุดกองไฟให้มากขึ้น" นิคกล่าวอย่างขุ่นเคือง
"ไม่ต้องโทษตัวเอง... พวกเราไม่เคยตั้งค่ายในป่า... การตัดสินใจมีความคลาดเคลื่อนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" คลาวน์ปลอบใจ
เนลสันแสดงความไม่เข้าใจ "ทำไมตอนที่พวกเราอยู่ที่เขตซาค... ถึงรู้สึกว่าตอนกลางคืนไม่ได้อันตรายขนาดนี้... ทำไมพอเพิ่งจะออกมาก็เจอเรื่องแบบนี้"
เกรอลท์แค่นเสียงหัวเราะ "การป้องกันของค่ายนอกโบสถ์นั้นแน่นหนา... ความสูงของหอระฆังสูงกว่าหอคอยแบบง่ายๆ นี่มาก... แสงของอัคคีศักดิ์สิทธิ์สามารถสาดส่องออกไปนอกกำแพงได้เจ็ดแปดเมตร... แล้วที่นี่ล่ะ? แสงของอัคคีศักดิ์สิทธิ์เพิ่งจะครอบคลุมทั้งค่าย กำแพงที่นั่นสูงสามเมตร... รอบนอกสุดยังมีเสาไม้จำนวนมากขวางกั้น... ในกำแพงมีคนเฝ้ายามสิบกว่ากลุ่มคอยจ้องมองข้างนอกอยู่ตลอด... สิ่งมีชีวิตในยามค่ำคืนเพียงแค่โหดร้ายกระหายเลือด... แต่ไม่ได้โง่ถึงขั้นที่จะเอาชีวิตไปแลกกับการล่า ความอันตรายในป่าเขายามค่ำคืนสูงกว่าตอนกลางวันมาก... หากข้ากับอลันเดินทางในป่ารกร้าง... พอผ่านช่วงเที่ยงไปก็จะเริ่มมองหาสถานที่ตั้งค่าย.. เมื่อพบแล้วก็จะรีบจัดค่ายทันที... ตอนกลางคืนนอนหลับก็ยังลืมตาข้างหนึ่ง... นั่นยังเป็นเรื่องตอนที่ยังไม่มีม่านหมอกสีเทา... แต่ตอนนี้คาดว่ายิ่งอันตรายกว่า"
นักล่าอสูรหยุดไปครู่หนึ่ง... กล่าวต่อไป "รอยเท้าของมนุษย์หมาป่าใหญ่โต... จากร่องรอย... มนุษย์หมาป่าสองตัวสูงถึงสองเมตร
จากประสบการณ์ของข้า... หมาป่านั่นจะกลับมาอีก... การล่าที่ง่ายดายถึงเพียงนี้จะทำให้พวกมันได้ใจ... คืนนี้สนุกแน่ เจ้าจะซื้อน้ำมันต้องสาปหน่อยไหม... น้ำมันเจิมดาบชนิดนี้สามารถทำให้บาดแผลสมานได้ยาก... เหมาะที่สุดที่จะนำมาใช้รับมือกับมนุษย์หมาป่า"
คลาวน์ส่ายหน้า... การที่จะหวังให้คนธรรมดาทำร้ายมนุษย์หมาป่าได้นั้นไม่ค่อยจะสมจริง... ความเร็วของมนุษย์หมาป่าเหนือกว่าคนธรรมดาไม่น้อย... หากไม่มีการคาดการณ์ที่เพียงพอ... หน้าไม้ก็ไม่สามารถยิงโดนมันได้
"หน้าเลือด" นิคสบถเสียงต่ำ "พวกเจ้าสามคนไปพักผ่อนเถอะ... การเฝ้ายามครึ่งคืนหลังหลักๆ แล้วต้องพึ่งพวกเจ้า"
"เช่นนั้นก็ได้... อลัน พวกเราไปดีกว่า" เกรอลท์เรียกนักเรียนแล้วจากไป
คลาวน์ไม่ได้จากไป "ข้าจะเฝ้าอยู่ที่นี่สักครู่แล้วกัน... รอถึงห้าทุ่มค่อยพัก... ข้าจะขึ้นไปบนหอคอย... ที่นั่นทัศนวิสัยกว้าง... หากมีการเคลื่อนไหวผิดปกติก็จะสามารถให้การสนับสนุนด้วยธนูได้ในทันที"
เขาพูดพลางจัดธนูและลูกธนู... ปีนขึ้นหอคอยอย่างรวดเร็ว... ในบรรดาผู้คนมีเพียงเขาทีมีความสามารถในการโจมตีระยะไกล... เมื่อยืนอยู่บนหอคอย... 'การสนับสนุนด้วยการยิง' ของเขาก็จะสามารถครอบคลุมทั้งค่ายได้
ยอดบนสุดของหอคอยแบบง่ายๆ นั้นคับแคบอย่างยิ่ง... เขากล่าวกับคนที่เฝ้าอยู่บนนั้น "ท่านลงไปก่อนเถอะ... ข้าจะเฝ้าแทนสักพัก"
เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว... แต่ราตรีในป่าเขายังคงหนาวเหน็บ... เขายืนอยู่บนที่สูงลมหนาวก็พัดปะทะใบหน้า
เนื่องจากไม่สามารถฝึกทักษะอย่างมนตราประกายทองได้... เขาก็เลยล้วงหยิบลูกแมวป่าออกมาจากถุงหนังสัตว์ที่เอวแล้ววางไว้ในมือ
สัตว์เลี้ยงอีกาตอนกลางคืนก็คือคนตาบอด... ตอนนี้กำลังอยู่ในเต็นท์ของเขา... เขาอยากจะหาเหยี่ยวมาอีกตัว... เช่นนี้ก็จะมีหน่วยสอดแนมตลอดเวลา
แมวนี่เป็นสัตว์กลางคืนสมชื่อจริงๆ... เจ้าแมวตัวเล็กมีชีวิตชีวามาก... ไต่ขึ้นไปตามแขนของเขาแล้วกระโดดขึ้นไปบนบ่า... มันมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวังสองสามทีแล้วก็ไต่ลงมาใหม่... สนุกไม่รู้จักเหนื่อย
คลาวน์พลางรักษาความระแวดระวังต่อรอบทิศ... ก็ยื่นมือไปลูบหัวเจ้าแมวตัวเล็กเป็นครั้งคราว
ทุกครั้งที่ทำเช่นนี้... เจ้าแมวตัวเล็กก็จะทำหน้าเคลิบเคลิ้มหรี่ตา... ถูไถมือของเขาอย่างสนิทสนม
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง... เขาเรียกกำแพงสีทองออกมา... เห็นว่าค่าความชำนาญของศาสตร์แห่งการฝึกสัตว์อสูรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแต้ม... เขาก็ยิ้มอย่างเงียบๆ... ทักษะนี้จากที่เห็นในปัจจุบัน... เน้นไปที่การเป็นเพื่อนเล่นกับสัตว์
ในทุ่งกว้างเงียบสงัด... ถึงกับไม่ได้ยินเสียงแมลง... คลาวน์ได้ยินเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านข้างหู... ในที่ห่างไกลนานๆ ครั้งจะมีเสียงสัตว์คำราม... แล้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว
ม่านหมอกสีเทาปกคลุมค่ายพักอย่างเงียบงัน... ที่นี่ราวกับกลายเป็นเกาะที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
แสงของอัคคีศักดิ์สิทธิ์กับม่านหมอกสีเทามีเส้นแบ่งที่ชัดเจน... แสงสว่างและความมืดมาบรรจบกันที่นี่
คลาวน์ครุ่นคิดถึงเรื่องของม่านหมอกสีเทา ที่ผ่านมา... ชาวบ้านรวมถึงเขา... ไม่เคยเข้าไปในม่านหมอกสีเทาลึกๆ... และไม่เคยสัมผัสด้วยตนเองว่าการอยู่ในนั้นเป็นสภาพแบบไหนกันแน่
ในประกาศของศาสนจักรบอกว่า... ม่านหมอกสีเทาจะสร้างมลภาวะทางจิตวิญญาณ... แต่เขาคิดว่า... คนเราล้วนมีภูมิคุ้มกัน... น่าจะสามารถต้านทานการกัดกร่อนได้บ้าง... เพราะสัตว์ต่างๆ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว
แล้วอีกอย่าง... ต่อให้เป็นยาพิษ... หากไม่พูดถึงปริมาณแล้วมาพูดถึงความเป็นพิษก็คือการคุกคาม... การสัมผัสม่านหมอกสีเทาในช่วงสั้นๆ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร... คนธรรมดาบางทีอาจจะได้รับมลภาวะแล้วสร้างความเสียหายที่ไม่อาจย้อนกลับได้... แต่ผู้เหนือธรรมชาติสามารถทำการลองเข้าไปได้อย่างสบาย
เขาเกิดความคิดที่จะลองไม่ทำการป้องกันแล้วก้าวเข้าไปในม่านหมอกสีเทาสักพักหนึ่ง... นี่ไม่ใช่การเอาชีวิตตนเองมาล้อเล่น... เขามีหลักฐานจากการทดลอง
สัตว์เลี้ยงอีกาและแมวป่าของเขาก่อนหน้านี้ตอนที่ใช้ชีวิตในป่าเขา... ตอนกลางคืนย่อมต้องอยู่ในม่านหมอกสีเทา... ตอนที่เพิ่งจะถูกเขาจับมา... สัตว์ทั้งสองล้วนดุร้ายกระหายเลือด... แทบจะไม่มีเหตุผลให้พูดถึงเลย
พวกมันถูกเขากรอกน้ำยันต์ชำระจิตและน้ำยันต์ประกายทองสองสามวัน... แล้วก็ดีขึ้นมาก... แมวป่าวันนี้ทั้งวันก็ไม่บ้าคลั่ง
สัตว์ป่าธรรมดาเหล่านี้ยังสามารถต้านทานสิ่งที่เรียกว่าการรุกรานของม่านหมอกสีเทาได้... ไม่มีเหตุผลที่เขาซึ่งเป็นผู้เหนือธรรมชาติขั้นที่สองหากไปสัมผัสในช่วงสั้นๆ แล้วจะเกิดปัญหา
คลาวน์คิดอยู่ครู่หนึ่ง... สุดท้ายก็ตัดสินใจรอจนกว่ามนตราประกายทองจะเลื่อนขั้นสู่ขั้นที่สองแล้วค่อยทำการทดลองด้วยตนเอง
"เมี๊ยว"
ลูกตาของแมวป่าสีดำที่แต่เดิมเป็นสีฟ้าครามค่อยๆ กลายเป็นสีแดงเลือด... กรงเล็บแหลมคมยื่นออกมาจากอุ้งเท้าเนื้อ... มันเอียงหัวอ้าปากกว้าง... เผยให้เห็นเขี้ยวสี่ซี่... จ้องเขม็งไปยังเจ้านายของตนอย่างดุร้าย
ทันใดนั้นมันก็โค้งตัว... ทำท่าจะกระโจนเข้าใส่
ขณะนั้น... หนังคอด้านหลังของมันก็ถูกจับแล้วทั้งตัวก็ถูกยกขึ้น... ยังไม่ทันที่มันจะเริ่มดิ้นรน... น้ำยันต์ชำระจิตหนึ่งหลอดก็ถูกกรอกเข้าปาก
ต้าหลาง... ได้เวลากินยาแล้ว... การกระทำของคลาวน์รุนแรง... เขายัดหลอดยาที่บรรจุน้ำยันต์เข้าไปลึกถึงคอหอยของเจ้าแมวตัวเล็ก
แมวป่าอาเจียน... ก็ถูกเจ้านายบีบคอไว้... น้ำยันต์ไม่เสียเปล่าแม้แต่หยดเดียว ถูกบังคับให้กลืนลงท้องจนหมด
ไม่กี่วินาทีต่อมา... สีแดงในดวงตาของมันก็เริ่มจางลง
"เมี๊ยว" เจ้าแมวตัวเล็กส่งเสียงร้องยาวๆ... ในดวงตามีไอหมอกจุดๆ
"เหะๆ" คลาวน์หัวเราะหนึ่งที... วางเจ้าแมวตัวเล็กลงบนแขนของตน
เขาใช้นาฬิกาทรายแห่งกาลเวลาสัมผัสเวลาในตอนนี้... สองทุ่มสิบสองนาที... ห่างจากการป้อนน้ำยันต์ครั้งก่อน 11 ชั่วโมง
หลังจากที่ถูกป้อนน้ำยันต์สองสามวัน... ความถี่ในการเกิดอาการผิดปกติของเจ้าแมวตัวเล็กและอีกาก็น้อยลงเรื่อยๆ... จากตอนแรกสองสามชั่วโมง ตอนนี้เป็น 11 ชั่วโมง... บางทีสักวันหนึ่ง... สัตว์เลี้ยงเหล่านี้จะสามารถกลายเป็นสัตว์ปกติที่แท้จริงได้
เขาหยิบน้ำยันต์สีทองออกมาหนึ่งหลอด... ถอดจุกออก... เขย่าไปมาที่หน้าของเจ้าแมวตัวเล็ก
แมวหนุ่มเข้าใจ... อ้าปากคาบปากขวด... เงยหน้าดื่มลงไป
คลาวน์รับหลอดยาทดลอง... เจ้าแมวตัวเล็กกระโดดลงมาจากแขนของเขา... ทั่วร่างสั่นเบาๆ แล้วอาเจียน
ครู่ต่อมา... มันหยุดอาเจียน... บนแผ่นไม้เหลือไว้เป็นของเหลวเหนียวสีเขียว... คลาวน์เหลือบมอง... สีของของเหลวจางกว่าครั้งก่อน
ของสิ่งนี้... น่าจะเป็นผลพวงจากมลภาวะของม่านหมอกสีเทาที่อยู่ในร่างกาย
เขาหยิบน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ออกมาหนึ่งหลอด... เทออกมาเล็กน้อยลงบนของเหลวเหนียว... ทำการฆ่าเชื้อซ้ำสอง
หลังจากกินยา... จิตใจของแมวหนุ่มก็เหี่ยวเฉาลงมาก... คลาวน์ยัดมันเข้าถุงหนังสัตว์
เขาดึงสายธนูให้แน่น... กำธนูแน่นพลางสังเกตไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
ชายฉกรรจ์ที่ลาดตระเวนรอบนอกค่ายเดินวนไปวนมาหนึ่งรอบแล้วหนึ่งรอบเล่า... ความหนาวเย็นของราตรียิ่งเข้มข้นขึ้น... คลาวน์ราวกับเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูง... ยังคงสังเกตการณ์อย่างจดจ่อ
เว้นเสียแต่ว่าตอนที่เจ้าพวกอสูรกายพุ่งออกมาจะเจอหน้านิคกับผู้เหนือธรรมชาติอีกสองสามคนพอดี... ไม่อย่างนั้นก็คงต้องอาศัยการสนับสนุนจากเขา... เขายอมรับว่าตนเองไม่ใช่คนที่ยอมจะเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยผู้อื่น... แต่การปกป้องผู้อื่นในขอบเขตก็ยังคงเต็มใจที่จะทำ
เขาหันร่างกาย... พบว่าม่านหมอกสีเทาแห่งหนึ่งพลันเกิดการปั่นป่วน... ในแนวแบ่งแสงและความมืดที่สงบนิ่งราวกับน้ำนิ่งนั้น... ดูโดดเด่นอย่างยิ่ง
ในใจเขาไหววูบ... สะท้อนกลับตามสัญชาตญาณพร้อมกับหยิบลูกธนูขึ้นง้างคันศร
ขณะเดียวกัน... อสูรกายหัวหมาป่าสีดำตัวหนึ่งก็กระโดดเข้ามา
เป็นมนุษย์หมาป่า... คลาวน์เห็นว่าบนหูที่ตั้งตรงข้างหนึ่งของมันมีรอยบิ่นขนาดเท่านิ้ว... บนใบหน้ามีรอยข่วนสองสามรอย
มันแยกเขี้ยวอ้าปาก... บนขนบริเวณจมูกและปากยังมีรอยเลือดด่างๆ... ในดวงตาสีอำพันเจือไปด้วยความโหดร้ายและยินดี
สองแขนของมนุษย์หมาป่าดูกำยำและกล้ามเนื้อปูดโปน... มันกระโดดลงมาจากกลางอากาศ... พุ่งตรงไปยังเต็นท์หลังหนึ่ง
กรงเล็บทั้งสองของมันยื่นไปข้างหน้า... ราวกับคิดจะฉีกผ้าหนาบนเต็นท์เป้าหมายโดยตรง
มีลำแสงสีทองวาบหนึ่ง... จากนั้นในอากาศก็มีเสียง "ฟิ้ว"... และยังมีเสียงสายธนูสั่น
ศรเดียวทะลวงวิญญาณ! ลูกศรยิงเข้าจากหว่างคิ้วของมนุษย์หมาป่า... ทะลุออกจากท้ายทอยของมัน
"โฮก"
"ศัตรูบุก!"
"อ๊า"
เสียงโหยหวนอันเจ็บปวดของมนุษย์หมาป่า... เสียงอุทานของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน... เสียงกรีดร้องของคนในเต็นท์... ผสมปนเปกัน... ในค่ายพลันเกิดความวุ่นวาย
คลาวน์หันกลับมาทันทีแล้วน้าวคันธนูอีกครั้ง... เพราะเขาได้ยินว่าในทิศทางตรงกันข้ามกับที่มนุษย์หมาป่าตัวนี้พุ่งเข้ามาก็มีคนกรีดร้อง
เขาเห็นว่าที่ขอบค่ายมีเต็นท์หลังหนึ่งถูกทับ... สองมือของมนุษย์หมาป่าต่างลากคนคนหนึ่งวิ่งออกไปข้างนอก
อัคคีศักดิ์สิทธิ์สาดส่องลงบนแผ่นหลังที่สูงใหญ่ของมัน... เกรอลท์ไม่ได้พูดผิด... มนุษย์หมาป่าที่ยืนตรงสูงถึงสองเมตรกว่า
สายธนูสั่นเบาๆ... คลาวน์ยิงลูกศรยันต์ประกายทองออกไปดอกหนึ่งแล้วก็ยิงเสริมทันทีอีกดอกหนึ่ง
ดอกแรกยิงไปยังท้ายทอยของมนุษย์หมาป่า... อีกดอกหนึ่งยิงไปยังกระดูกสันหลังช่วงเอว