เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 70

ตอนที่ 70

ตอนที่ 70


บทที่ ๗๐ :  

เส้นใยสีทองไหลเลื้อยขึ้นไปตามแขนของคลาวน์... โดยไม่ได้รับการขัดขวางจากเลือดเนื้อแม้แต่น้อย... นั่นคือแก่นแท้แห่งวิญญาณอันบริสุทธิ์ที่ถูกดูดซับออกมา

ประกายแสงสีทองสายแล้วสายเล่ารวมตัวกันที่หว่างคิ้วของเขา... แล้วหายลับไปในตำแหน่งหนึ่ง

ในทะเลแห่งจิตสำนึก... บนฟากฟ้ามี 'ฝนโปรยปราย' ลงมา... หยาดฝนก่อตัวเป็นวังวนไหลรวมเข้าไปในนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลา

ในส่วนบนของนาฬิกาทราย... เม็ดทรายสีทองละเอียดก็ได้ก่อตัวขึ้น

พร้อมกับการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของทรายแห่งกาลเวลา... บนฐานทองเหลืองของนาฬิกาทราย... ก็ปรากฏเงาเคลื่อนไหวสีเทาขึ้นมาอย่างเลือนราง

วิญญาณร้ายที่อยู่ร่วมกับผู้ผนึกวิญญาณจะดำรงอยู่ในร่างกายของเจ้านายในอีกรูปแบบหนึ่ง... พร้อมกับการเพิ่มขึ้นของความสามารถ... คุณลักษณะของวิญญาณร้ายก็จะปรากฏออกมามากขึ้นเช่นกัน

คลาวน์คาดว่า... เมื่อก่อนทรายแห่งกาลเวลาเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จากการสะสมของเวลา... บวกกับการที่ตนเองจินตภาพมนตราประกายทองอย่างไม่หยุดหย่อน... เจตนาร้ายเหล่านั้นยังไม่ทันจะเพิ่มขึ้นมากก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้น

ครั้งนี้เมื่อดูดซับแก่นแท้แห่งวิญญาณในเหรียญวิญญาณ... ทรายแห่งกาลเวลาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งนัก... ดังนั้นจึงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้

เมื่อมองผ่านนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลา... เขารู้สึกได้อย่างแม่นยำว่าเวลาได้ผ่านไปแล้วสองชั่วโมง

ขณะนั้นในทะเลจิตสำนึกฝนโปรยปรายก็ได้หยุดลง... ดินแดนทรายที่ไหลที่ส่วนบนของนาฬิกาทรายได้ถูกเติมเต็มไปแล้วประมาณหนึ่งในสาม

เมื่อจิตสำนึกของเขากลับคืนสู่ร่างกายแล้ว ก็ก้มศีรษะลง... เห็นว่าเหรียญวิญญาณในฝ่ามือได้กลายเป็นผงสีเทาไปแล้ว... เขาหยิบกระดาษร่างที่พับไว้ออกมาจากกระเป๋า... คลี่ออกแล้วเทผงลงไป

เขาหยิบเหรียญวิญญาณสีทองออกมาอีกเหรียญหนึ่ง... เขาก็ดูดซับแก่นแท้แห่งวิญญาณของมันต่อไปอีก

อีกสองชั่วโมงผ่านไป... เหรียญนี้ก็กลายเป็นผงธุลี... เงาสีเทาบนนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลาก็เข้มข้นขึ้นเล็กน้อย

คลาวน์พอจะมองเห็นเค้าโครงของมันได้อย่างเลือนราง: มันเหมือนกับปลาหมึกที่วิปริต... มีหนวดมากกว่าหมึกทั่วไป... พร้อมกับการร่ายรำของหนวด... ในสัมผัสวิญญาณของเขาก็เกิดความรู้สึกหงุดหงิดและเสื่อมสลายขึ้น

จิตสำนึกของเขาถอนตัวออกจากทะเลจิตสำนึก... พลันได้ยินเสียงคนกระซิบกระซาบอยู่ข้างหู... เมื่อกลั้นหายใจตั้งใจฟังอีกครั้ง... ในโถงใหญ่ก็เงียบสงัด... จนสามารถได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอและยาวนานของท่านบาทหลวงที่อยู่ไกลออกไป

ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มอำมหิต... เขาลุกขึ้นยืน... ขยับแขนขาที่ชาเล็กน้อยเพราะไม่ได้เคลื่อนไหวนานเกินไป

ตอนนี้คือตีสี่ครึ่ง... อักขระรูนสีเงินในสถานศักดิ์สิทธิ์ได้หมองลงไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง... ม่านหมอกสีเทาข้างนอกก็บางลงมาก

คลาวน์ขยับร่างกายเสร็จก็กลับมานั่งขัดสมาธิต่อ... และเริ่มต้นจินตภาพแก่นแท้ของมนตราประกายทอง

หลังจากผ่านไปสิบสองรอบใหญ่... เขาหยุดการจินตภาพแล้วจมจิตสำนึกเข้าสู่ทะเลจิตสำนึกอีกครั้ง

บนฐานทองเหลืองของนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลาในขณะนี้ส่องประกายแสงสีทองจางๆ... ไหนเลยจะยังมีเงาสีเทาอยู่ครึ่งส่วน?

เขาลืมตาขึ้นแล้วยิ้มอย่างเงียบๆ... เมื่อมองไปยังผนังทั้งสี่ของสถานศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง... ก็พบว่าทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม... อักขระรูนกลับคืนเป็นสีเทาเหมือนเดิม

ขณะนี้คือหกโมงเช้า... ดวงอาทิตย์ใกล้จะขึ้นแล้ว

คลาวน์หันไปมองท่านบาทหลวง... เขาอยากจะออกจากสถานศักดิ์สิทธิ์เพื่ออาบไล้แสงอรุณรุ่งเพื่อจินตภาพ... แต่ก็กลัวว่าจะไปรบกวนการบำเพ็ญของอีกฝ่าย

ขณะที่เขากำลังลังเล... นิคราวกับจะรับรู้ได้ก็หันกลับมา... สองสายตาสบกัน

บาทหลวงยิ้มกล่าว "สภาพจิตใจของเจ้าดีมากนี่! ค่ำคืนที่ใช้เวลาอยู่ที่นี่รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง... น่าจะมีการเก็บเกี่ยวที่พิเศษอยู่บ้างใช่ไหม?"

"เก็บเกี่ยวไปไม่น้อยเลยขอรับ" มุมปากของคลาวน์ประดับรอยยิ้ม "เช้าแล้ว... ข้าอยากจะกลับขึ้นไปข้างบน... ไปด้วยกันไหมขอรับ?"

"ไป" นิคมือหนึ่งยันแผ่นหินลุกขึ้นยืน... ทั้งสองคนก็จากไปพร้อมกัน

...

เวลากลับย้อนไปเมื่อเย็นวาน... ก่อนที่จันทราสีเลือดจะปรากฏ

เกรอลท์กำลังจัดของของตนเองอยู่ในห้อง... อลันมองเขาด้วยแววตาี่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

"อาจารย์... ข้าขอไปกับท่านด้วยเถอะ... อาการป่วยของท่านตอนนี้กำเริบขึ้นมาหากต้องการจะควบคุมก็ยิ่งสิ้นเปลืองพลังใจมากขึ้น... ข้ากลัวว่าจะมีสัตว์ป่าอสูรกายประเภทไหนบุกเข้าไปตอนที่ท่านอ่อนแอที่สุด... ข้าเป็นห่วงท่าน..."

นักล่าอสูรยิ้มขัดคำพูดของนักเรียน "ตอนนี้ข้างนอกมีม่านหมอกสีเทาแผ่ขยาย... เจ้าออกไปก็อันตรายเกินไป... ส่วนข้าเป็นผู้เหนือธรรมชาติอยู่แล้ว... อยู่ในม่านหมอกสักคืนไม่มีปัญหาใหญ่หรอก"

"ก็เพราะข้างนอกยิ่งอันตราย... ข้ายิ่งเป็นห่วงท่าน" ใบหน้าของเด็กหนุ่มเศร้า

ดวงตาสีอำพันของเกรอลท์ลุ่มลึก... เขาวางสองมือลงบนไหล่ของนักเรียน "ครั้งนี้ข้ามีของดีบางอย่าง... คลาวน์ได้สร้างอักขระยันต์ไว้สองสามแผ่น... จะต้องช่วยข้าได้อย่างแน่นอน... ในการควบคุมความคิดชั่วร้ายที่คลุ้มคลั่งในใจของข้า"

"หากของที่พี่ชายสร้างขึ้นสามารถใช้ประโยชน์ได้... ข้ายิ่งควรจะไปกับท่าน..."

เด็กหนุ่มยังพูดไม่ทันจบ... ก็เห็นนักล่าอสูรเคลื่อนไหวไปข้างหน้าครึ่งก้าวอย่างคล่องแคล่ว... และยกมือขึ้นแล้วฟาดลงไปที่ต้นคอของเขา

อลันสูญเสียสติไป

เกรอลท์อุ้มนักเรียนของตนไปวางไว้บนเตียง... เกรอลท์ทอดถอนใจ... ในดวงตาฉายแววเศร้าสร้อยอย่างสุดซึ้ง

ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีกระยะหนึ่งกว่าที่จันทราสีเลือดจะขึ้น... เขารู้สึกได้ว่าในใจได้เกิดความรู้สึกคลุ้มคลั่งขึ้นแล้ว... นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ในอดีต... จะมีเพียงหลังจากที่จันทราสีเลือดขึ้นแล้วเขาถึงจะมีความรู้สึกเช่นนี้... ดังนั้นเขาจึงไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะทนผ่านคืนวันเพ็ญครั้งนี้ไปได้หรือไม่

เขาทิ้งอาวุธของตนไว้บนโต๊ะ... หยิบยันต์ชำระจิตหนึ่งแผ่นและยันต์ประกายทองหนึ่งแผ่นออกมาจุดไฟตามลำดับ... ใส่ลงในชามน้ำสะอาดสองใบ

เมื่ออักขระยันต์ถูกเผาไหม้จนหมด... สีของน้ำสะอาดในชามหนึ่งก็เปลี่ยนเป็นสีขาวนวลราวกับแสงจันทร์... ส่วนน้ำในอีกชามหนึ่งก็ส่องประกายแสงสีทองไหลเวียน

เขายกน้ำยันต์สีเงินขึ้น... จิบเข้าไปอย่างระมัดระวัง

ครู่ต่อมา... เขาก็รู้สึกถึงความเย็นสบายสายหนึ่งแผ่ซ่านในใจ... ความรู้สึกคลุ้มคลั่งนั้นลดลงไปเล็กน้อย

เขายกน้ำยันต์สีทองขึ้นอีก... ดื่มเข้าไปเล็กน้อย... กระแสธารอันอบอุ่นสายหนึ่งพลั่งพรูขึ้นจากท้องน้อย... แต่กลับไม่มีความรู้สึกอื่นใดอีก

'มีประโยชน์อยู่บ้าง... แต่ผลไม่แรงพอ' นักล่าอสูรยิ้มอย่างเศร้าสร้อย... แอบเยาะเย้ยตนเองว่าไม่ควรจะไปคาดหวังอะไรมาก

เขาทิ้งดาบทั้งสองเล่มของตนไว้บนโต๊ะ... สะพายดาบเหล็กของอลันเล่มหนึ่ง

เกรอลท์หยิบจดหมายที่เขียนไว้แล้วฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อและวางไว้ใต้ดาบ... แล้วจึงดื่มน้ำยันต์ในชามทั้งสองจนหมด

เขามองนักเรียนของตนอย่างล้ำลึก... หยิบคบเพลิงพิเศษที่เติมน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว... ออกจากห้อง... และเดินออกจากโบสถ์... ข้ามกำแพงไป...

เมื่อนักล่าอสูรมาถึงเหมืองแร่ที่อยู่นอกเมือง... จันทราสีเลือดก็ขึ้นแล้วสาดแสงสีเลือดลงบนปฐพี

เขาล่ามตนเองเข้ากับโซ่เหล็กอย่างรวดเร็ว... เพิ่งจะทำทั้งหมดนี้เสร็จ... ปากของเขาก็ยืดยาว... สองหูเปลี่ยนเป็นแหลมตั้งตรง... ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นจนสูงกว่าสองเมตรครึ่ง... ขนสีขาวราวกับเข็มเหล็กเส้นแล้วเส้นเล่าก็งอกออกมาจากร่างกาย

"โฮก"

เสียงคำรามโหยหวนอันป่าเถื่อนสั่นสะเทือนไปทั่วทิศ... ความกระจ่างใสในดวงตาของเกรอลท์ค่อยๆ เลือนหาย... ดวงตาสีอำพันกลายเป็นสีแดงฉาน

กรงเล็บแหลมคมของเขาตบไปบนผนังหินอย่างแรง... หินแตกกระจาย... เศษหินร่วงหล่นลงมา

"จบสิ้นแล้ว... จันทราสีเลือดเพิ่งจะขึ้นก็กดสัญชาตญาณป่าเถื่อนบ้าคลั่งของตนเองไว้ไม่อยู่... นักล่าอสูรกลายเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตแห่งความมืด... ช่างน่าขันสิ้นดี... ที่พวกเขาขับไล่ข้าบางทีอาจจะถูกต้องแล้ว... ความมืดมิดเช่นนี้ไม่อาจเอาชนะได้"

"โฮกกก" หมาป่ายักษ์สีขาวย่อสองขาลง... สองกรงเล็บกำแน่น... คำรามลั่นใส่ปากถ้ำ... ดวงตาของมันกลายเป็นสีแดงเลือดโดยสมบูรณ์

จากนั้น... กรงเล็บแหลมคมของเขาก็จับโซ่เหล็ก... ดึงอย่างแรง... หมุดเหล็กที่ตอกเข้าไปในผนังหินกลับมีแนวโน้มที่จะถูกดึงออกมา!

ดวงตาของมนุษย์หมาป่าพลันส่องประกายแสงสีเงินวาบหนึ่ง... ดุจแสงจันทร์อันเย็นเยียบ

ความหนาวเย็นระลอกแล้วระลอกเล่าถาโถมเข้ามา... สีแดงในดวงตาของหมาป่าสีขาวจางลงไปครึ่งหนึ่ง... สีของลูกตาบริเวณใกล้ๆ ม่านตากลับคืนเป็นสีอำพัน

เกรอลท์รู้สึกเพียงว่ามีไอเย็นที่แทรกซึมถึงจิตวิญญาณระเบิดออกมา... ความคลุ้มคลั่งในใจก็ถูกกดลงไปมากในทันที

"ของเจ้าหนุ่มนั่นได้ผลจริงๆ รึ?" มนุษย์หมาป่ายกแขนขึ้น... มองดูอุ้งเล็บที่ใหญ่โตของตนอย่างตะลึงงัน... ปากหมาป่าอ้าออก... ลิ้นสีแดงฉานยื่นออกมาเลียจมูกของตนเอง

จบบทที่ ตอนที่ 70

คัดลอกลิงก์แล้ว