เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[อ่านฟรี] บทที่ 131 - บทที่ 132: จะไม่ไกลเกินเอื้อม

[อ่านฟรี] บทที่ 131 - บทที่ 132: จะไม่ไกลเกินเอื้อม

[อ่านฟรี] บทที่ 131 - บทที่ 132: จะไม่ไกลเกินเอื้อม


บทนี้อ่านฟรี เนื่องจากบทที่ 131 ของต้นฉบับไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับนิยาย

บทที่ 132: จะไม่ไกลเกินเอื้อม

การเคลื่อนที่ที่แสนชาญฉลาดของ ควาเรสม่า ทำเอากองหลังคู่แข่งหัวหมุนไม่ทัน เขาลากบอลผ่านการสกัดอย่างแคล่วคล่อง ก่อนจะกระชากบอลทะลุไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จนแนวรับที่พยายามจะปิดทางต้องตะลึงงัน

“เขาจะลากไปสุดเส้นเหรอ?”

เสียงฮือฮาดังขึ้นจากรอบสนาม ทุกคนต่างสงสัยเพราะปกติแล้ว ควาเรสม่า มักจะเล่นเป็นปีกที่ชอบเลี้ยงตัดเข้าในเพื่อหาจังหวะยิงประตูมากกว่า ไม่ใช่การกระชากไปสุดเส้นที่มุมแคบแบบนี้

แต่เสียงเชียร์จากแฟนบอลทำให้เขามีแรงฮึกเหิม ควาเรสม่า พาบอลเลาะเส้นข้างจนเกือบถึงเส้นหลัง การควบคุมบอลของเขานั้นยอดเยี่ยมเหลือเชื่อ บอลไม่ห่างจากเท้าแม้แต่นิดเดียว ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

เมื่อเขาลากบอลไปถึงใกล้เขตประตู กองหลังของมาริติโม่ ก็รีบตามเข้ามาสกัด แต่ก็ไม่ทันได้ตั้งตัว ควาเรสม่า เพียงแค่โยกหลอกเบา ๆ ก็สามารถหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษเล็กได้อย่างง่ายดาย ราวกับกองหลังคนนั้นเป็นแค่หุ่นไล่กาที่ขยับไม่ได้

ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากประตูไม่ถึง 5 หลา...

ควาเรสม่า ชำเลืองมองเข้าไปในกรอบเขตโทษ เห็นเพื่อนร่วมทีมอย่าง ปอสติก้า ยืนรออยู่ที่เสาแรก พร้อมจะเข้าชาร์จจากการเปิดบอล

นายทวารของมาริติโม่ก็คิดเช่นนั้น เขาขยับตำแหน่งเตรียมพุ่งไปปิดเสาแรกทันที

ไม่ใช่แค่ผู้รักษาประตู นักเตะทั้งสองทีมต่างก็เชื่อว่า ควาเรสม่า จะเปิดบอล ทุกคนขยับเตรียมรับมือ บ้างก็พร้อมที่จะโหม่งเคลียร์ บ้างก็พร้อมจะเข้าชาร์จ

แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากของ ควาเรสม่า ซึ่งเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และยียวน

ควาเรสม่า เหยียบลูกบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนจะง้างเท้ายิงทันที!

เขาไม่ได้เปิด...แต่ยิงเข้ามุมแคบ!

ทุกคนโดนหลอกหมด!

บอลพุ่งเป็นเส้นตรงเฉียดเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ผู้รักษาประตูของมาริติโม่ได้แต่ยืนงง มองลูกบอลที่กลิ้งข้ามเส้นไปต่อหน้าต่อตา

3-0!

ควาเรสม่ากระโดดขึ้นฟ้าพร้อมชูหมัดอย่างสะใจ ความดีใจพรั่งพรูออกมาจากทุกอณูของร่างกาย

เมื่อเท้าสัมผัสพื้น เขาก็ไม่รอให้เพื่อนร่วมทีมเข้ามากอด เขากลับวิ่งตรงไปที่ข้างสนาม ตรงไปยังม้านั่งสำรองของ มาริติโม่

"มาเถอะ! มาฉลองกันตรงนี้!"

ใช่แล้ว...ฉลองตรงหน้ากุนซือของมาริติโม่ให้เขาเห็นชัด ๆ ว่าประตูนี้เจ็บแสบขนาดไหน!

เพื่อนร่วมทีมเห็นท่าทางของ ควาเรสม่า ก็หัวเราะขำ ก่อนจะวิ่งตามไปสมทบ บางคนจากม้านั่งสำรองก็พุ่งมาร่วมวงกันอย่างคึกคัก

“ปอร์โต้” อาจจะไม่ใช่ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในสายตาพวกเขา...ก็แค่ทีมที่ไม่ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายของแชมเปียนส์ลีก แต่...ถ้าแค่เจอกับพวกเขาแล้วโดนยิง 3 ลูกใน 10 นาทีแรกแบบนี้ จะเรียกว่าแกร่งกว่าได้อย่างไร?

ตรงข้ามม้านั่งสำรองของปอร์โต้ กุนซือของ มาริติโม่ หน้าซีดเผือดเหมือนโดนสาดน้ำเย็น ทั้งยังดูเหมือนจะขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจจนหน้าดำหน้าแดงอยู่พักใหญ่ ผู้ช่วยโค้ชต้องรีบเข้าไปประคองเพราะกลัวว่าเขาจะล้มลงตรงนั้น

มันช่างเป็นการตบหน้าอย่างสวยงามและเจ็บแสบ!

เสียงหัวเราะและการฉลองที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทำเอากุนซือของมาริติโม่ได้แต่ยืนนิ่งอย่างพูดไม่ออก ราวกับโดนตบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

มีทีมหนึ่งที่นายเคยพูดว่า "ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมาก" แต่ตอนนี้ทีมของนายกำลังโดนถล่มเละเป็นโจ๊กอยู่ต่อหน้าต่อตา ถามจริง มีอะไรที่มันเจ็บปวดไปกว่านี้อีกไหม?

ผู้ช่วยโค้ชของมาริติโม่เดินบ่นกับผู้ตัดสินที่สี่ไม่หยุด เขามองว่าการที่นักเตะปอร์โต้ไปฉลองประตูตรงหน้าม้านั่งสำรองของมาริติโม่ เป็นการแสดงออกที่ท้าทายอย่างยิ่งและควรโดนลงโทษ

แต่ดูเหมือนผู้ตัดสินที่สี่จะไม่สนใจฟังสักนิด กลับมองด้วยสายตาเย้ยหยันเสียด้วยซ้ำ

“เขายังอยู่ในสนาม ไม่ได้ออกนอกเส้นไปเลย จะมองว่าเป็นการยั่วยุได้ยังไง? พวกเขาไม่ได้วิ่งไปเยาะเย้ยหน้าม้านั่งสำรองนายซะหน่อย นายจะหาเรื่องจับผิดก็จับไม่ได้หรอก!”

"ถ้ามีเวลามาบ่นขนาดนี้ สู้เอาเวลาไปคิดหาวิธีไม่ให้โดนยิงเพิ่มดีกว่าไหม?" ผู้ตัดสินที่สี่พูดพลางส่ายหน้า

ตอนนี้มาริติโม่โดนยิงจนแทบไม่รู้ว่าทิศไหนเป็นทิศไหนแล้ว การแข่งขันกลายเป็นเหมือนการแสดงโชว์ของปอร์โต้ไปเสียแล้ว แฟนบอลต่างก็ตะโกนอย่างสะใจ "แชมป์มาแล้ว!"

นาทีที่ 19 เมเรเลสโดนทำฟาวล์หน้าเขตโทษ ปอร์โต้ได้ฟรีคิก และดีเอโก้ก็จัดการปั่นโค้งสวยๆ ส่งบอลเสียบตาข่ายอย่างหมดจด สกอร์ขยับไปที่ 4-0

นาทีที่ 27 ปอร์โต้เดินเกมบุกอย่างไม่หยุดยั้ง มานิเช่ลองส่องไกลจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งทะลุกำแพงเข้าไปอย่างงดงาม 5-0

นาทีที่ 41 ควาเรสม่าเลี้ยงบอลกระชากขึ้นทางขวา วิ่งรับบอลจากการเปิดของโบซิงวา ก่อนจะหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงประตูอย่างเลือดเย็น เบิ้ลประตูที่สองของเขาเอง และทำให้สกอร์เป็น 6-0

จบครึ่งแรก ปอร์โต้ยิงยับ มาริติโม่โดนถล่มจนแทบไม่เหลือชิ้นดี นักเตะของพวกเขาเดินออกจากสนามเหมือนคนหมดแรง เหมือนคนที่เพิ่งสูญเสียบางอย่างที่สำคัญไป แววตาไร้ชีวิตชีวา พวกเขาอยากให้เกมนี้จบเสียที อยากจะหนีไปซ่อนตัวเหมือนนกกระจอกเทศที่ซุกหัวในทราย ไม่ต้องเห็นแสงสว่างอีก

เสียงเพลง "We Are The Champions" ดังขึ้นจากอัฒจันทร์ แฟนบอลต่างส่งเสียงร้องประสานกันอย่างครึกครื้น ต่อให้เป็นแฟนบอลที่มองโลกในแง่ร้ายที่สุด ก็ยังไม่คิดว่ามาริติโม่จะมีปาฏิหาริย์กลับมาได้ ถ้าไม่ใช่จานบินจากต่างดาวมาลักพาตัวนักเตะปอร์โต้ไปหมดสนาม ก็ไม่รู้จะเกิดปาฏิหาริย์ได้ยังไง

หรือไม่อีกที ผู้เขียนเรื่องนี้ก็คงต้องบ้าไปแล้ว ถึงจะเขียนให้มาริติโม่กลับมาแซงปอร์โต้ได้หลังจากโดนยิงกระจายขนาดนี้

บางครั้ง “ความหวัง” เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ยังสู้ต่อไป แต่ตอนนี้...มันไม่มีความหวังอะไรเหลืออยู่แล้ว

สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้คือปอร์โต้จะยิงเพิ่มอีกกี่ลูก!

หลายคนคาดหวังว่าครึ่งหลัง ปอร์โต้คงจะเพลาการบุกลงบ้าง เพราะนำขาดไปขนาดนี้ คงเก็บแรงไว้ฉลองแชมป์ดีกว่า แม้แต่นักเตะมาริติโม่เองก็คงคิดแบบนั้น

แต่ใครจะไปรู้ พวกเขาคิดผิดถนัด!

ปอร์โต้ไม่คิดจะผ่อนเกมแม้แต่น้อย พวกเขาต้องการทำให้มาริติโม่จดจำคืนนี้ไปจนวันตาย

นาทีที่ 51 ฟาเบียโน่จัดการซัดไกลจากนอกกรอบ บอลพุ่งเป็นจรวดผ่านมือผู้รักษาประตูของมาริติโม่ที่ได้แต่ยืนมอง สกอร์กลายเป็น 7-0

นาทีที่ 65 "เปเป้" นักเตะสายแข็งของปอร์โต้ ก็ไม่พลาดที่จะใช้โอกาสจากลูกเตะมุม โหม่งเต็มแรงส่งบอลเข้าตาข่าย ขยับเป็น 8-0

มันไม่ใช่การแข่งขันอีกต่อไปแล้ว มันคือการสังหารหมู่กลางสนามหญ้าอย่างไม่ปรานี

แฟนบอลของปอร์โต้แทบจะคลั่ง พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าการฉลองแชมป์จะมาพร้อมกับการถล่มประตูได้มากขนาดนี้ มันเหมือนกับว่าไม่ใช่แค่ได้ถ้วยแชมป์ แต่ยังได้โต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยของอร่อยๆ ที่กินไม่รู้จักหมดด้วย

"9-0"

"9-0"

"9-0"

แฟนบอลตะโกนพร้อมเพรียงกัน เสียงก้องกังวานไปทั่วสนาม พวกเขารอคอยประตูที่เก้าอย่างใจจดใจจ่อ เพราะเชื่อมั่นว่า มันกำลังจะมา...

และเหมือนกับแชมป์ที่กำลังรออยู่ตรงหน้า...มันจะไม่หนีไปไหนอย่างแน่นอน!

(โปรดติดตามตอนต่อไป!)

จบบทที่ [อ่านฟรี] บทที่ 131 - บทที่ 132: จะไม่ไกลเกินเอื้อม

คัดลอกลิงก์แล้ว