เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 ค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างตา

บทที่ 40 ค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างตา

บทที่ 40 ค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างตา


บทที่ 40 ค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างตา

◉◉◉◉◉

"คุณแน่ใจนะ?" เย่จือชิวประหลาดใจเล็กน้อย

"ครับ ผมอยากจะติดตามคุณเย่ไป" สวีเหวินเทาพยักหน้าอย่างหนักแน่น

"เหวินเทา คุณต้องคิดให้ดีนะ ทำแบบนี้คุณจะเสียงานที่มั่นคงไปเลยนะ"

"ก็แค่งานๆ หนึ่งเท่านั้นนี่ครับ การได้ติดตามคุณเย่ไปก็คืองานเหมือนกัน"

สวีเหวินเทาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไรไป แต่สัญชาตญาณของเขากำลังบอกว่า ถ้าหากพลาดโอกาสในครั้งนี้ไป เขาอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

"คุณยังไม่ถามผมเลยว่าจะให้เงินเดือนเท่าไหร่ คุณก็จะมาตามผมแล้วเนี่ยนะ" เย่จือชิวรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง

"ไม่ว่าจะเท่าไหร่ ผมก็ยอมรับครับ" นัยน์ตาของสวีเหวินเทาแน่วแน่ น้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย

เขาทำงานขายมาหลายปี ปกติต้องเจอะเจอผู้คนหลากหลายประเภท สายตาที่เฉียบคมและสัญชาตญาณที่สั่งสมมานานหลายปีทำให้เขามั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง

ที่เรียกว่า 'นิ่งสงบดั่งขุนเขา สะท้านปฐพีเมื่อเคลื่อนไหว' เขาอยากจะเป็นพยานในวันที่คุณเย่สร้างปรากฏการณ์อันน่าทึ่งนั้น

จากการทำความรู้จักกันในช่วงสองวันนี้ ทำให้เขาได้เข้าใจในตัวตนที่ 'หรูหราแบบเรียบง่าย' ของเย่จือชิวลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เพียงแค่เปิดร้านชานมร้านเดียวก็สามารถกลายเป็นปรากฏการณ์แห่งมหา'ลัยเจียงได้ การที่ขี่มอเตอร์ไซค์มูลค่านับล้านก็สะท้อนให้เห็นถึงฐานกำลังทางการเงินอันมหาศาลที่อยู่เบื้องหลัง

คนที่มีศักยภาพเช่นนี้ คู่ควรแก่การที่เขาจะติดตามไป

ยิ่งไปกว่านั้น สวีเหวินเทายังค้นพบว่า เส้นทางสู่การเป็นนักธุรกิจของเย่จือชิวนั้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

การที่เขาได้ติดตามไปในช่วงเวลานี้ ในอนาคตเขาก็จะกลายเป็นบุคลากรระดับอาวุโส ย่อมต้องได้รับการดูแลอย่างดีแน่นอน

นี่คือโอกาสและในขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทาย ถ้าหากพลาดไป ชาตินี้ก็อาจจะไม่มีวันได้พบเจออีกแล้ว

"ตกลง" เย่จือชิวพยักหน้า แบบนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลาจ้างงานคนอื่นให้ยุ่งยาก

"คุณกลับไปรับค่าคอมมิชชันของคุณแล้วก็ทำเรื่องลาออกซะ ผมจะรอคุณอยู่ในรถ"

"ได้ครับ คุณเย่" สวีเหวินเทาพยักหน้า แล้วเดินกลับเข้าไปในร้าน

เมื่อได้ยินว่าสวีเหวินเทาจะลาออก พนักงานในร้านต่างก็พากันอึ้งไปตามๆ กัน

นี่มันสถานการณ์อะไรกัน? ทั้งๆ ที่เห็นอยู่ว่าสวีเหวินเทากำลังจะกลายเป็นสุดยอดนักขายแห่งปีอยู่แล้ว รออีกแค่ไม่กี่เดือนก็จะได้โบนัสปลายปีงามๆ

แต่เขากลับเลือกที่จะลาออกเอง

หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลังจากผ่านขั้นตอนการลาออกอันยุ่งยาก สวีเหวินเทาก็กลับมาที่รถ

"เถ้าแก่ครับ แผนต่อไปของเราคืออะไรครับ?"

สวีเหวินเทาปรับเปลี่ยนสถานะของตัวเองได้เร็วมาก เริ่มเรียกเย่จือชิวว่าเถ้าแก่แล้ว

แผนต่อไปงั้นเหรอ?

เย่จือชิวเหลือบมองแอปธนาคารในมือถือ ในบัตรธนาคารเหลือเงินอยู่แค่เกือบห้าหมื่นเท่านั้น เขากลับมาจนอีกครั้งแล้ว

หลังจากที่เคยชินกับตัวเลขในบัญชีธนาคาร พอหายไปเยอะขนาดนี้ในคราวเดียว เย่จือชิวก็รู้สึกไม่มั่นคงอย่างมาก

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการหาทุนกลับคืนมา

"ผมจะมอบหมายงานให้คุณสามอย่าง"

เย่จือชิวมองไปยังสวีเหวินเทา "อย่างแรกก็คือ ปล่อยเช่าต่อร้านค้าสี่แห่งของผม"

"ซึ่งในจำนวนนี้ไม่รวมถึงร้านที่อยู่ใกล้มหา'ลัยเจียงร้านนั้นนะ ร้านนั้นผมตั้งใจจะเก็บไว้ทำเป็นโรงจอดรถของผม"

เอาร้านค้าที่ค่าเช่าปีละแสนกว่ามาทำเป็นโรงจอดรถ นี่คือความหรูหราแบบเรียบง่ายของคุณเย่สินะ? รักเลย รักเลย สวีเหวินเทายิ่งมั่นใจว่าตัวเองเลือกตามคนไม่ผิด

"อย่างที่สองก็คือ ช่วยผมจัดการขั้นตอนการเปิดร้านชานมทั้ง 10 สาขาให้เรียบร้อย จากนั้นก็รับสมัครพนักงานเข้าประจำการ คุณมีความเห็นอะไรบ้างไหม?" เย่จือชิวเอ่ยถาม

"ผมคิดว่าเราควรจะรับสมัครผู้จัดการร้านสิบคนก่อน แล้วค่อยให้ผู้จัดการร้านเป็นคนรับสมัครพนักงานครับ"

เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่กำลังทดสอบตัวเอง สวีเหวินเทาก็แสดงความคิดเห็นของเขา

"ตกลง ทำตามที่คุณว่า อย่างที่สามก็คือ ช่วยผมเตรียมเอกสารสำหรับเปิดบริษัท ผมตั้งใจว่าจะเปิดบริษัทลงทุนแห่งหนึ่ง" เย่จือชิวคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูด

ยังไงซะเขาก็มีฟังก์ชัน 'ค้นหาลู่ทางธุรกิจ' อยู่ การเปิดบริษัทลงทุนก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่ในอนาคต

เป็นไปตามที่เขาคิดไว้จริงๆ ธุรกิจของคุณเย่ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ การที่คิดจะเปิดบริษัทลงทุนก็แสดงว่าไม่ขาดแคลนเงิน รักเลย รักเลย

เย่จือชิวมองไปยังสวีเหวินเทาที่กำลังมโนไปไกล "เกี่ยวกับภารกิจสามอย่างนี้ คุณมีอะไรอยากจะพูดไหม?"

"เถ้าแก่ครับ ตอนนี้ข้อมูลการปล่อยเช่ามันหาดูได้ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ตเลยนะครับ การจะทำกำไรจากส่วนต่างราคามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คาดว่าคงทำได้แค่ปล่อยเช่าต่อในราคาเดิมครับ" สวีเหวินเทาเอ่ยถึงข้อสงสัยของเขา

"ปัญหาข้อนี้ผมอธิบายให้คุณฟังตอนนี้ไม่ได้ คุณแค่ทำตามที่ผมบอกก็พอ"

สวีเหวินเทาพยักหน้า ก็ใครใช้ให้เขาเป็นเถ้าแก่ของคุณล่ะ คุณว่ายังไงก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละ

"อ้อ จริงสิ คุณเพิ่งได้ค่าคอมมิชชันมาไม่ใช่เหรอ?" เย่จือชิวถาม

??? สวีเหวินเทาทำหน้างุนงง "แล้วยังไงต่อครับ?"

"ก่อนที่หน้าร้านจะปล่อยเช่าต่อได้ ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในช่วงนี้ก็ให้คุณเป็นคนสำรองจ่ายไปก่อนนะ พอร้านปล่อยเช่าต่อได้แล้วค่อยมาเบิกคืนกับผม"

??? สวีเหวินเทางงเป็นไก่ตาแตก

มาทำงานยังต้องให้ตัวเองสำรองเงินจ่ายไปก่อนอีกเหรอ พวกนายทุนเห็นแล้วยังต้องหลั่งน้ำตาอะ

เย่จือชิวถอนหายใจในใจ ช่วยไม่ได้นะเหวินเทา ตอนนี้เราก็ไม่มีเงินเหมือนกัน คงต้องลำบากคุณไปก่อน

"ยังมีปัญหาอะไรอีกไหม?" เย่จือชิวถาม

"ไม่มีแล้วครับ"

"ดี งั้นคุณก็ไปส่งผมกลับที่มหา'ลัยเจียงด้วย แล้วก็เอากุญแจร้านค้าที่มหา'ลัยเจียงมาให้ผม"

หลังจากกลับมาถึงมหา'ลัยเจียง เย่จือชิวก็ขี่เจ้ามอเตอร์ไซค์น้อยของเขากลับบ้าน

เขายังนอนอยู่บนเตียงได้ไม่ถึงไม่กี่นาที ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนพิเศษจาก QQ ดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าเป็นข้อความจาก 'กวางน้อยเหม่อ'

กวางน้อยเหม่อ: "เธอเป็นอะไรของเธอ สองวันนี้แทบจะไม่ทักมาคุยกับฉันเลย?"

กวางน้อยเหม่อ: "ไม่รักกันแล้วเหรอ? สุดท้ายก็เป็นเพียงจวงโจวฝันถึงผีเสื้อ เธอคือพรที่สวรรค์ประทานมา และก็เป็นเคราะห์กรรมของฉันเช่นกัน!"

กวางน้อยเหม่อ: [ส่งสติกเกอร์ 'ฉันสบายดี (ฝืนยิ้ม)']

เมื่อเห็นข้อความของกวางน้อยเหม่อ เย่จือชิวก็ยิ้มออกมาจากใจจริง

เห็นได้ชัดว่ากวางน้อยเหม่อกำลังพูดประชดประชัน กำลังต่อว่าเขาว่าทำไมสองวันนี้ถึงได้เย็นชากับเธอ

"เธอไปเรียนรู้ประโยคนั้นมาจากไหนเนี่ย (สติกเกอร์หัวเราะ)"

"ขอโทษนะ สองวันนี้ยุ่งนิดหน่อยน่ะ"

จากนั้นเย่จือชิวก็ส่งสติกเกอร์ขอโทษไป

กวางน้อยเหม่อ: "แน่ใจนะว่าแค่ยุ่ง ไม่ได้ไปเดตกับผู้หญิงที่ไหน?"

"สองวันนี้ไม่มีจริงๆ สองวันนี้ฉันยุ่งอยู่กับเรื่องงาน!"

เย่จือชิวเหงื่อกาฬไหลซึม นี่มันสัญชาตญาณของผู้หญิงที่น่ากลัวชะมัด

แต่เขาก็พูดความจริง สองวันนี้เขาวุ่นอยู่แต่กับเรื่องการขยายสาขาจริงๆ

ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่พูดถึงเรื่องหลี่เฟิงจิ่น หนึ่งคือผู้บริสุทธิ์ย่อมบริสุทธิ์อยู่วันยังค่ำ สองคือเขาไม่อยากจะขุดหลุมฝังตัวเอง ความรักทางไกลสิ่งที่ขาดแคลนที่สุดก็คือความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย

การที่ไปพูดถึงเพศตรงข้ามคนอื่น มันง่ายที่จะทำให้ความสัมพันธ์พังทลาย ถึงแม้จะไม่มีอะไร แต่เพราะระยะทางและเวลาที่ขวางกั้น มันก็ง่ายที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด

เมื่อไหร่ก็ตามที่เมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดระแวงได้ถูกหว่านลงไปแล้ว ความสัมพันธ์ครั้งนี้ก็ใกล้จะถึงจุดจบ

กวางน้อยเหม่อ: "เหอะ งานอะไรของเธอ ไหนเธอลองพูดมาให้ฉันฟังหน่อยสิ?"

"พูดไปเธออาจจะไม่เชื่อนะ ฉันเปิดร้านชานมร้านหนึ่งน่ะ อยู่ที่ถนนสายของกินเขตซีเหย่วนในมหา'ลัยของเรา"

ในขณะเดียวกัน ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ภายในคอนโดทังเฉินยี่ปิ่น

หลินซินเยว่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงเจ้าหญิงของเธอ ในดวงตาสวยคู่นั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึง

เปิด... เปิดร้าน?

ร้านชานมที่ถนนสายของกินเขตซีเหย่วน?

ไม่จริงน่า ตอนนี้ร้านชานมที่ฮอตที่สุดในมหา'ลัยก็คือร้านนั้นที่อยู่ถนนสายของกินเขตซีเหย่วนไม่ใช่เหรอ?

ที่เขาพูดมา หรือว่าจะหมายถึงร้านกวางน้อยเหม่อร้านนั้น ร้านนั้นเป็นร้านที่เย่จือชิวเปิดเหรอ?

กวางน้อยเหม่อ: "เธอเอาเงินมาจากไหน?" หลินซินเยว่อยากรู้มาก

"เรื่องนี้คงต้องรอจนกว่าเราจะได้เจอกัน ฉันถึงจะบอกเธอได้"

กวางน้อยเหม่อ: "เธอแน่ใจนะว่าไม่ได้หลอกฉัน?"

ในโลกแห่งความเป็นจริง หลินซินเยว่กำลังกัดริมฝีปากเบาๆ

"ฉันไม่หลอกเธอหรอกน่า ชื่อร้านชานมร้านนี้ ก็คือชื่อในเน็ตของเธอนั่นแหละ"

เป็นร้านกวางน้อยเหม่อจริงๆ ด้วย ในโลกความเป็นจริง หลินซินเยว่มีสีหน้าประหลาดใจ เหม่อมองแสงจันทร์นอกหน้าต่างอย่างเผลอไผล

ค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างตาจริงๆ

◉◉◉◉◉

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 ค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างตา

คัดลอกลิงก์แล้ว