- หน้าแรก
- ชีวิตผมวุ่นวาย เพราะ อดีต ดาวมหาลัยทั้งสองคน
- บทที่ 40 ค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างตา
บทที่ 40 ค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างตา
บทที่ 40 ค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างตา
บทที่ 40 ค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างตา
◉◉◉◉◉
"คุณแน่ใจนะ?" เย่จือชิวประหลาดใจเล็กน้อย
"ครับ ผมอยากจะติดตามคุณเย่ไป" สวีเหวินเทาพยักหน้าอย่างหนักแน่น
"เหวินเทา คุณต้องคิดให้ดีนะ ทำแบบนี้คุณจะเสียงานที่มั่นคงไปเลยนะ"
"ก็แค่งานๆ หนึ่งเท่านั้นนี่ครับ การได้ติดตามคุณเย่ไปก็คืองานเหมือนกัน"
สวีเหวินเทาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไรไป แต่สัญชาตญาณของเขากำลังบอกว่า ถ้าหากพลาดโอกาสในครั้งนี้ไป เขาอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
"คุณยังไม่ถามผมเลยว่าจะให้เงินเดือนเท่าไหร่ คุณก็จะมาตามผมแล้วเนี่ยนะ" เย่จือชิวรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง
"ไม่ว่าจะเท่าไหร่ ผมก็ยอมรับครับ" นัยน์ตาของสวีเหวินเทาแน่วแน่ น้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย
เขาทำงานขายมาหลายปี ปกติต้องเจอะเจอผู้คนหลากหลายประเภท สายตาที่เฉียบคมและสัญชาตญาณที่สั่งสมมานานหลายปีทำให้เขามั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง
ที่เรียกว่า 'นิ่งสงบดั่งขุนเขา สะท้านปฐพีเมื่อเคลื่อนไหว' เขาอยากจะเป็นพยานในวันที่คุณเย่สร้างปรากฏการณ์อันน่าทึ่งนั้น
จากการทำความรู้จักกันในช่วงสองวันนี้ ทำให้เขาได้เข้าใจในตัวตนที่ 'หรูหราแบบเรียบง่าย' ของเย่จือชิวลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เพียงแค่เปิดร้านชานมร้านเดียวก็สามารถกลายเป็นปรากฏการณ์แห่งมหา'ลัยเจียงได้ การที่ขี่มอเตอร์ไซค์มูลค่านับล้านก็สะท้อนให้เห็นถึงฐานกำลังทางการเงินอันมหาศาลที่อยู่เบื้องหลัง
คนที่มีศักยภาพเช่นนี้ คู่ควรแก่การที่เขาจะติดตามไป
ยิ่งไปกว่านั้น สวีเหวินเทายังค้นพบว่า เส้นทางสู่การเป็นนักธุรกิจของเย่จือชิวนั้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
การที่เขาได้ติดตามไปในช่วงเวลานี้ ในอนาคตเขาก็จะกลายเป็นบุคลากรระดับอาวุโส ย่อมต้องได้รับการดูแลอย่างดีแน่นอน
นี่คือโอกาสและในขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทาย ถ้าหากพลาดไป ชาตินี้ก็อาจจะไม่มีวันได้พบเจออีกแล้ว
"ตกลง" เย่จือชิวพยักหน้า แบบนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลาจ้างงานคนอื่นให้ยุ่งยาก
"คุณกลับไปรับค่าคอมมิชชันของคุณแล้วก็ทำเรื่องลาออกซะ ผมจะรอคุณอยู่ในรถ"
"ได้ครับ คุณเย่" สวีเหวินเทาพยักหน้า แล้วเดินกลับเข้าไปในร้าน
เมื่อได้ยินว่าสวีเหวินเทาจะลาออก พนักงานในร้านต่างก็พากันอึ้งไปตามๆ กัน
นี่มันสถานการณ์อะไรกัน? ทั้งๆ ที่เห็นอยู่ว่าสวีเหวินเทากำลังจะกลายเป็นสุดยอดนักขายแห่งปีอยู่แล้ว รออีกแค่ไม่กี่เดือนก็จะได้โบนัสปลายปีงามๆ
แต่เขากลับเลือกที่จะลาออกเอง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลังจากผ่านขั้นตอนการลาออกอันยุ่งยาก สวีเหวินเทาก็กลับมาที่รถ
"เถ้าแก่ครับ แผนต่อไปของเราคืออะไรครับ?"
สวีเหวินเทาปรับเปลี่ยนสถานะของตัวเองได้เร็วมาก เริ่มเรียกเย่จือชิวว่าเถ้าแก่แล้ว
แผนต่อไปงั้นเหรอ?
เย่จือชิวเหลือบมองแอปธนาคารในมือถือ ในบัตรธนาคารเหลือเงินอยู่แค่เกือบห้าหมื่นเท่านั้น เขากลับมาจนอีกครั้งแล้ว
หลังจากที่เคยชินกับตัวเลขในบัญชีธนาคาร พอหายไปเยอะขนาดนี้ในคราวเดียว เย่จือชิวก็รู้สึกไม่มั่นคงอย่างมาก
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการหาทุนกลับคืนมา
"ผมจะมอบหมายงานให้คุณสามอย่าง"
เย่จือชิวมองไปยังสวีเหวินเทา "อย่างแรกก็คือ ปล่อยเช่าต่อร้านค้าสี่แห่งของผม"
"ซึ่งในจำนวนนี้ไม่รวมถึงร้านที่อยู่ใกล้มหา'ลัยเจียงร้านนั้นนะ ร้านนั้นผมตั้งใจจะเก็บไว้ทำเป็นโรงจอดรถของผม"
เอาร้านค้าที่ค่าเช่าปีละแสนกว่ามาทำเป็นโรงจอดรถ นี่คือความหรูหราแบบเรียบง่ายของคุณเย่สินะ? รักเลย รักเลย สวีเหวินเทายิ่งมั่นใจว่าตัวเองเลือกตามคนไม่ผิด
"อย่างที่สองก็คือ ช่วยผมจัดการขั้นตอนการเปิดร้านชานมทั้ง 10 สาขาให้เรียบร้อย จากนั้นก็รับสมัครพนักงานเข้าประจำการ คุณมีความเห็นอะไรบ้างไหม?" เย่จือชิวเอ่ยถาม
"ผมคิดว่าเราควรจะรับสมัครผู้จัดการร้านสิบคนก่อน แล้วค่อยให้ผู้จัดการร้านเป็นคนรับสมัครพนักงานครับ"
เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่กำลังทดสอบตัวเอง สวีเหวินเทาก็แสดงความคิดเห็นของเขา
"ตกลง ทำตามที่คุณว่า อย่างที่สามก็คือ ช่วยผมเตรียมเอกสารสำหรับเปิดบริษัท ผมตั้งใจว่าจะเปิดบริษัทลงทุนแห่งหนึ่ง" เย่จือชิวคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูด
ยังไงซะเขาก็มีฟังก์ชัน 'ค้นหาลู่ทางธุรกิจ' อยู่ การเปิดบริษัทลงทุนก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่ในอนาคต
เป็นไปตามที่เขาคิดไว้จริงๆ ธุรกิจของคุณเย่ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ การที่คิดจะเปิดบริษัทลงทุนก็แสดงว่าไม่ขาดแคลนเงิน รักเลย รักเลย
เย่จือชิวมองไปยังสวีเหวินเทาที่กำลังมโนไปไกล "เกี่ยวกับภารกิจสามอย่างนี้ คุณมีอะไรอยากจะพูดไหม?"
"เถ้าแก่ครับ ตอนนี้ข้อมูลการปล่อยเช่ามันหาดูได้ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ตเลยนะครับ การจะทำกำไรจากส่วนต่างราคามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คาดว่าคงทำได้แค่ปล่อยเช่าต่อในราคาเดิมครับ" สวีเหวินเทาเอ่ยถึงข้อสงสัยของเขา
"ปัญหาข้อนี้ผมอธิบายให้คุณฟังตอนนี้ไม่ได้ คุณแค่ทำตามที่ผมบอกก็พอ"
สวีเหวินเทาพยักหน้า ก็ใครใช้ให้เขาเป็นเถ้าแก่ของคุณล่ะ คุณว่ายังไงก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละ
"อ้อ จริงสิ คุณเพิ่งได้ค่าคอมมิชชันมาไม่ใช่เหรอ?" เย่จือชิวถาม
??? สวีเหวินเทาทำหน้างุนงง "แล้วยังไงต่อครับ?"
"ก่อนที่หน้าร้านจะปล่อยเช่าต่อได้ ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในช่วงนี้ก็ให้คุณเป็นคนสำรองจ่ายไปก่อนนะ พอร้านปล่อยเช่าต่อได้แล้วค่อยมาเบิกคืนกับผม"
??? สวีเหวินเทางงเป็นไก่ตาแตก
มาทำงานยังต้องให้ตัวเองสำรองเงินจ่ายไปก่อนอีกเหรอ พวกนายทุนเห็นแล้วยังต้องหลั่งน้ำตาอะ
เย่จือชิวถอนหายใจในใจ ช่วยไม่ได้นะเหวินเทา ตอนนี้เราก็ไม่มีเงินเหมือนกัน คงต้องลำบากคุณไปก่อน
"ยังมีปัญหาอะไรอีกไหม?" เย่จือชิวถาม
"ไม่มีแล้วครับ"
"ดี งั้นคุณก็ไปส่งผมกลับที่มหา'ลัยเจียงด้วย แล้วก็เอากุญแจร้านค้าที่มหา'ลัยเจียงมาให้ผม"
หลังจากกลับมาถึงมหา'ลัยเจียง เย่จือชิวก็ขี่เจ้ามอเตอร์ไซค์น้อยของเขากลับบ้าน
เขายังนอนอยู่บนเตียงได้ไม่ถึงไม่กี่นาที ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนพิเศษจาก QQ ดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าเป็นข้อความจาก 'กวางน้อยเหม่อ'
กวางน้อยเหม่อ: "เธอเป็นอะไรของเธอ สองวันนี้แทบจะไม่ทักมาคุยกับฉันเลย?"
กวางน้อยเหม่อ: "ไม่รักกันแล้วเหรอ? สุดท้ายก็เป็นเพียงจวงโจวฝันถึงผีเสื้อ เธอคือพรที่สวรรค์ประทานมา และก็เป็นเคราะห์กรรมของฉันเช่นกัน!"
กวางน้อยเหม่อ: [ส่งสติกเกอร์ 'ฉันสบายดี (ฝืนยิ้ม)']
เมื่อเห็นข้อความของกวางน้อยเหม่อ เย่จือชิวก็ยิ้มออกมาจากใจจริง
เห็นได้ชัดว่ากวางน้อยเหม่อกำลังพูดประชดประชัน กำลังต่อว่าเขาว่าทำไมสองวันนี้ถึงได้เย็นชากับเธอ
"เธอไปเรียนรู้ประโยคนั้นมาจากไหนเนี่ย (สติกเกอร์หัวเราะ)"
"ขอโทษนะ สองวันนี้ยุ่งนิดหน่อยน่ะ"
จากนั้นเย่จือชิวก็ส่งสติกเกอร์ขอโทษไป
กวางน้อยเหม่อ: "แน่ใจนะว่าแค่ยุ่ง ไม่ได้ไปเดตกับผู้หญิงที่ไหน?"
"สองวันนี้ไม่มีจริงๆ สองวันนี้ฉันยุ่งอยู่กับเรื่องงาน!"
เย่จือชิวเหงื่อกาฬไหลซึม นี่มันสัญชาตญาณของผู้หญิงที่น่ากลัวชะมัด
แต่เขาก็พูดความจริง สองวันนี้เขาวุ่นอยู่แต่กับเรื่องการขยายสาขาจริงๆ
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่พูดถึงเรื่องหลี่เฟิงจิ่น หนึ่งคือผู้บริสุทธิ์ย่อมบริสุทธิ์อยู่วันยังค่ำ สองคือเขาไม่อยากจะขุดหลุมฝังตัวเอง ความรักทางไกลสิ่งที่ขาดแคลนที่สุดก็คือความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย
การที่ไปพูดถึงเพศตรงข้ามคนอื่น มันง่ายที่จะทำให้ความสัมพันธ์พังทลาย ถึงแม้จะไม่มีอะไร แต่เพราะระยะทางและเวลาที่ขวางกั้น มันก็ง่ายที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด
เมื่อไหร่ก็ตามที่เมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดระแวงได้ถูกหว่านลงไปแล้ว ความสัมพันธ์ครั้งนี้ก็ใกล้จะถึงจุดจบ
กวางน้อยเหม่อ: "เหอะ งานอะไรของเธอ ไหนเธอลองพูดมาให้ฉันฟังหน่อยสิ?"
"พูดไปเธออาจจะไม่เชื่อนะ ฉันเปิดร้านชานมร้านหนึ่งน่ะ อยู่ที่ถนนสายของกินเขตซีเหย่วนในมหา'ลัยของเรา"
ในขณะเดียวกัน ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ภายในคอนโดทังเฉินยี่ปิ่น
หลินซินเยว่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงเจ้าหญิงของเธอ ในดวงตาสวยคู่นั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เปิด... เปิดร้าน?
ร้านชานมที่ถนนสายของกินเขตซีเหย่วน?
ไม่จริงน่า ตอนนี้ร้านชานมที่ฮอตที่สุดในมหา'ลัยก็คือร้านนั้นที่อยู่ถนนสายของกินเขตซีเหย่วนไม่ใช่เหรอ?
ที่เขาพูดมา หรือว่าจะหมายถึงร้านกวางน้อยเหม่อร้านนั้น ร้านนั้นเป็นร้านที่เย่จือชิวเปิดเหรอ?
กวางน้อยเหม่อ: "เธอเอาเงินมาจากไหน?" หลินซินเยว่อยากรู้มาก
"เรื่องนี้คงต้องรอจนกว่าเราจะได้เจอกัน ฉันถึงจะบอกเธอได้"
กวางน้อยเหม่อ: "เธอแน่ใจนะว่าไม่ได้หลอกฉัน?"
ในโลกแห่งความเป็นจริง หลินซินเยว่กำลังกัดริมฝีปากเบาๆ
"ฉันไม่หลอกเธอหรอกน่า ชื่อร้านชานมร้านนี้ ก็คือชื่อในเน็ตของเธอนั่นแหละ"
เป็นร้านกวางน้อยเหม่อจริงๆ ด้วย ในโลกความเป็นจริง หลินซินเยว่มีสีหน้าประหลาดใจ เหม่อมองแสงจันทร์นอกหน้าต่างอย่างเผลอไผล
ค่ำคืนนี้จันทร์กระจ่างตาจริงๆ
◉◉◉◉◉
[จบแล้ว]