- หน้าแรก
- เงาเซียนใต้จันทรา
- บทที่ 193 แลกเปลี่ยนอย่างบ้าคลั่ง
บทที่ 193 แลกเปลี่ยนอย่างบ้าคลั่ง
บทที่ 193 แลกเปลี่ยนอย่างบ้าคลั่ง
บทที่ 193 แลกเปลี่ยนอย่างบ้าคลั่ง
วัตถุดิบนานาชนิดปรากฏขึ้นรอบกายของสวี่เฉิง
แต้มศรัทธาหนึ่งล้านสามแสนแต้มถูกเขาใช้ไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงหลักหน่วย!
ทว่าในใจของเขากลับไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เพราะอีกไม่นานก็จะมีแต้มศรัทธาจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามา
ในบรรดารังของเผ่าพันธุ์นับหมื่นที่อยู่ใกล้เคียงหลายสิบแห่ง เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งกว่าเผ่ากางปิ้นเล็กน้อยก็คือเผ่าหนูเขมือบโลหะ
หนูเขมือบโลหะเป็นเผ่าพันธุ์ที่กินโลหะเป็นอาหาร พลังต่อสู้ของพวกมันแต่ละตัวนั้นอ่อนแออย่างยิ่ง แต่กลับมีจำนวนมากถึงหลายหมื่นตัว ดังนั้นความแข็งแกร่งโดยรวมจึงสูงกว่าเผ่ากางปิ้น
การเลือกพวกมันเป็นเป้าหมายโจมตีลำดับที่สาม สวี่เฉิงก็ได้วางแผนการบางอย่างไว้แล้ว ก่อนที่จะไปพิชิต เขาได้จัดให้คนใช้วิธีการต่างๆ นานาเพื่อลดจำนวนของฝูงหนูเขมือบโลหะ
และในขณะที่เขากำลังจัดการกับรังที่สามอย่างเงียบๆ พลันมีคนเอ่ยขึ้นมาในเสียงสนทนาในทีม จากนั้นจึงเกิดความโกลาหลขึ้น
"นี่มันยากเกินไปแล้ว ข้าเพิ่งกำจัดไปได้แค่เผ่าพันธุ์เดียว ก็สูญเสียพลเมืองไปหลายร้อยคนแล้ว แถมรางวัลที่ได้ก็ห่วยแตกสิ้นดี" รุ่ยเฟิ่ง
"ใช่แล้ว สัดส่วนของแต้มศรัทธาก็สูงเกินไปแล้ว นานๆ ทีจะได้รางวัลที่ไม่ใช่แต้มศรัทธา ก็ยังเป็นของไร้ประโยชน์อีก" โม่เฟย
"ทุกคนพยายามเข้า ตอนนี้คะแนนของเราตามหลังวิทยาเขตทิศตะวันตกแล้ว ทางนั้นคะแนนเพิ่มขึ้นเร็วมาก" เซียวเฟิง
"หึ ข้าเพิ่งจัดการรังที่สองเสร็จ ตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปรังที่สาม ข้าจะไล่ตามคะแนนให้ทันแน่นอน!" ลู่ซาน
"สวี่เฉิงเล่า? ทำไมเขาไม่พูดอะไรเลย?" เซียวหย่าหลิน
"เขาน่าจะกำลังยุ่งอยู่" จ้าวถงไข่
ทั้งวิทยาเขตทิศตะวันออกและทิศตะวันตกต่างก็มีเสียงสนทนาในทีมของตนเอง ซึ่งสามารถส่งได้ทั้งข้อความและวิดีโอ
และนอกจากเสียงสนทนาในทีมแล้ว ยังมีเสียงสนทนาส่วนรวม ซึ่งก็คือการทำให้วิทยาเขตอื่นเห็นข้อความที่ตนส่ง อันที่จริงแล้ว ส่วนใหญ่มักใช้เพื่อเยาะเย้ยหรือข่มขวัญกันเสียมากกว่า
นักเรียนห้องเรียนจอหงวนทั้งสามสิบคนล้วนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เมื่อเทียบกับคนจากห้องเรียนอื่น ในด้านนี้ก็ยังถือว่ามีความได้เปรียบอยู่บ้าง แน่นอนว่าในจำนวนนั้นก็มีบางคนที่ไม่เป็นที่ชื่นชอบของผู้อื่น เช่น เซียวหย่าหลิน ก่งจื่อเหวิน และคนที่ไม่เข้าสังคมอย่างเว่ยหัง
แต่โดยรวมแล้ว บรรยากาศระหว่างทุกคนก็ยังนับว่าดี ตอนนี้ไม่เพียงแต่ไม่มีความขัดแย้งระหว่างกัน แต่ยังเป็นกลุ่มผลประโยชน์ร่วมกัน ทุกคนล้วนเป็นอัจฉริยะ ย่อมรู้ดีว่าทางเลือกแบบไหนที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด
สวี่เฉิงนึกถึงเรื่องเสียงสนทนาในทีมขึ้นมาได้โดยบังเอิญ เมื่อเปิดดูแล้วพบว่ามีข้อความมากถึงหลายหมื่นข้อความ เขาจึงใช้เวลาสักพักในการอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ
ด้วยจำนวนคนสามสิบคน ในเวลาประมาณสิบวันถึงมีข้อความมากขนาดนี้ ถือว่าส่งกันน้อยมากแล้ว
หลังจากอ่านจบ เขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกไป
การใช้คัมภีร์สรรพสิ่งเสมอภาคเปลี่ยนแต้มศรัทธาให้เป็นความแข็งแกร่งได้ในทันที คือความได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา และยังเป็นไพ่ตายที่มิอาจให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ ในตอนนี้ เขาเพียงต้องเก็บเนื้อเก็บตัวกอบโกยผลประโยชน์เงียบๆ ก็พอแล้ว
ส่วนคำวิจารณ์ของผู้อื่น... หากมองการณ์ไกล ขอเพียงสุดท้ายพิสูจน์ให้เห็นว่าดินแดนที่ตนยึดมาได้นั้นมีมากกว่าทุกคนอย่างเทียบไม่ติดก็พอแล้ว ถึงตอนนั้นทุกคนก็จะช่วยหาข้ออ้างให้เขาเอง
ระหว่างนักเรียนด้วยกันก็สามารถทำการค้าขายได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น วัตถุดิบธรรมดาบางอย่างที่ผลิตได้ในโลกใบเล็กของตนเอง อาจจะดูไร้ค่าในสายตาของตน แต่สำหรับผู้อื่นแล้วกลับเป็นทรัพยากรชั้นเลิศ
สำหรับของเช่นนี้ หากความสัมพันธ์ไม่ดีพอ ก็ไม่ต่างอันใดกับการซื้อขายที่ต้องมีการต่อรองราคากัน
เหมือนกับมนุษย์ศิลาของโม่เฟย สำหรับวัตถุดิบประเภทสมุนไพร พวกมันย่อมใช้ไม่ได้อย่างแน่นอน และในโลกใบเล็กจะเกิดสิ่งใดขึ้นมาบ้างก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาควบคุมได้ ในตอนนี้หากสามารถทำการค้าขายได้ก็นับเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างก็พัฒนาของตนเอง โลกใบเล็กของแต่ละคนไม่เกี่ยวข้องกัน ดังนั้นจึงไม่ต้องคิดเรื่องนี้ แต่ตอนนี้แตกต่างออกไป โลกใบเล็กของทุกคนอยู่บนทวีปเดียวกัน อีกไม่นานก็จะได้ติดต่อกัน การแลกเปลี่ยนวัตถุดิบที่ตนเองไม่ได้ใช้ ก็นับเป็นเรื่องดีสำหรับทั้งสองฝ่าย
แน่นอนว่าคงไม่มีผู้ใดบอกทั้งหมดว่าตนเองมีอะไรบ้าง แม้แต่พี่น้องแท้ๆ ก็ยังต้องคิดบัญชีกันอย่างชัดเจน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพื่อนร่วมชั้นที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน การกระทำประเภทหยั่งเชิงจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
วัตถุดิบในโลกใบเล็กของบางคนก็มีประโยชน์ต่อสวี่เฉิง... แต่เขาไม่ต้องการ การแลกเปลี่ยนโดยตรงจากคัมภีร์สรรพสิ่งเสมอภาคคุ้มค่ากว่ามาก พูดอีกอย่างก็คือ เขาสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างสมบูรณ์!
จี๊ดๆๆ!
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด ในหูก็ได้ยินเสียงหนูตายอยู่เบื้องล่างไม่ขาดสาย
ภายในรังใต้ดินขนาดมหึมาที่สลับซับซ้อนราวกับเขาวงกต ผู้ฝึกยุทธ์เผ่าหุนทั่วกำลังล้อมปราบฝูงหนูเขมือบโลหะที่อาศัยอยู่ที่นี่ ภายใต้การนำทัพของอิ้นและควงหยวน
[บันทึก]: ท่านได้สังหารหนูเขมือบโลหะ ได้รับแต้มศรัทธาเก้าแต้ม
[บันทึก]: ท่านได้สังหารหนูเขมือบโลหะ ได้รับแต้มศรัทธาเจ็ดแต้ม
[บันทึก]: ท่านได้สังหารหนูเขมือบโลหะ ได้รับแต้มศรัทธาสิบสองแต้ม
แต้มศรัทธาที่ได้จากหนูเขมือบโลหะแต่ละตัวนั้นมีน้อยมาก ต้องอาศัยปริมาณเข้าสู้ล้วนๆ จึงจะทำให้ยอดแต้มศรัทธาของสวี่เฉิงเพิ่มพูนขึ้นได้
ของที่ได้รับจากแต่ละรังจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความแข็งแกร่งของรังนั้น ในเมื่อแต้มศรัทธาสุดท้ายที่ได้รับจากรังฮาร์ปี้คือหนึ่งล้านกว่าแต้ม เช่นนั้นรังหนูเขมือบโลหะก็คงไม่เกินจำนวนนี้!
ตามการประเมินในปัจจุบัน หากล้อมปราบรังหนูเขมือบโลหะนี้จนหมดสิ้น ก็น่าจะได้แต้มศรัทธาประมาณเจ็ดแสนห้าหมื่นแต้ม
ความเสียหายที่หนูเขมือบโลหะสร้างให้แก่ผู้ฝึกยุทธ์เผ่าหุนทั่วมีจำกัดอย่างยิ่ง ตอนนี้ผู้ฝึกยุทธ์เผ่าหุนทั่วแข็งแกร่งในทุกๆ ด้าน จำนวนก็มากกว่าหนึ่งหมื่นคน ทั้งยังมีขุมกำลังระดับขอบเขตแก่นทองคำอย่างอิ้นและควงหยวน การสังหารพวกมันจึงเป็นเรื่องง่ายดาย
เพียงแค่ไม่กี่วัน หนูเขมือบโลหะหลายหมื่นตัวในรังก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่สามารถสร้างปัญหาอะไรได้เลย
"ท่านได้รับ 108 คะแนน ปัจจุบันมีคะแนนรวม 422 คะแนน คะแนนรวมของวิทยาเขตทิศตะวันออก: 3794"
หืม?
สวี่เฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขามองดูคะแนนรวมของตนเอง ซึ่งแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่กำจัดเผ่าฮาร์ปี้เสร็จ
คนอื่นช้าเกินไปแล้ว
ในใจของเขารู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง ตอนนี้เขาจัดการรังที่สามเสร็จแล้ว แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว คนอื่นๆ ส่วนใหญ่เพิ่งจะจัดการเสร็จไปแค่รังเดียว ตามที่เขาคาดการณ์ไว้แต่แรก ตอนนี้น่าจะมีคะแนนอย่างน้อยหกพันกว่าคะแนนแล้ว
แต่เมื่อเห็นคะแนนของวิทยาเขตทิศตะวันตก อารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นเล็กน้อย
"คะแนนรวมปัจจุบันของวิทยาเขตทิศตะวันตก: 4023"
อัตราการเพิ่มของวิทยาเขตทิศตะวันตกก็น้อยมาก แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง
"ดูเหมือนว่าความเร็วของข้าจะค่อนข้างเร็ว"
สวี่เฉิงพึมพำกับตนเอง พอจะเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ แล้ว
เขามองดูแต้มศรัทธาของตนเองอีกครั้ง
[หน้าต่างนักบุญ]
[แต้มศรัทธา]: เจ็ดแสนหกหมื่นสามพันสี่ร้อยยี่สิบสี่
แต้มศรัทธาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แทบจะเรียกได้ว่าก่อนหน้านี้ใช้ไปโหดเท่าไหร่ ตอนนี้ก็หามาได้โหดเท่านั้น
ต้องบอกว่าความรู้สึกแบบนี้มันช่างสบายใจอย่างที่สุด ราวกับว่าแต้มศรัทธาของตนเองเป็นน้ำพุขนาดใหญ่ ที่มีแต้มศรัทธาพวยพุ่งออกมาจากเบื้องล่างไม่หยุดหย่อน
หลังจากจัดการรังของเผ่าหนูเขมือบโลหะแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์เผ่าหุนทั่วบาดเจ็บล้มตายน้อยมาก ในทางกลับกัน กลับมีคนจำนวนมากที่ได้บรรลุบางอย่างระหว่างการต่อสู้ ทำให้ระดับพลังเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นจนถึงตอนนี้ ความแข็งแกร่งโดยรวมไม่เพียงไม่ลดลง แต่ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย!
ยิ่งสู้ยิ่งแกร่ง!
สำหรับสวี่เฉิงแล้ว นี่นับเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง เขาอยากให้ผู้ฝึกยุทธ์เผ่าหุนทั่วแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ยิ่งดี
การต่อสู้เพียงไม่กี่วัน ตั้งแต่ต้นจนจบก็เป็นเพียงความรุนแรงระดับสงครามใหญ่ครั้งหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องให้สวี่เฉิงพูด อิ้นและควงหยวนก็จัดคนมุ่งหน้าไปยังรังต่อไปแล้ว
และในขณะที่พวกเขากำลังเคลื่อนทัพ สวี่เฉิงกลับกำลังแลกเปลี่ยนของอย่างบ้าคลั่ง
[เกราะร้อยหลอม]
ประเภท: อุปกรณ์
คำอธิบาย: ชุดเกราะล้ำค่าที่หลอมจากเหล็กอุกกาบาต สามารถเพิ่มพลังป้องกันของผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างมหาศาล
ค่าใช้จ่าย: สามสิบแต้มศรัทธา/ชุด
สามสิบ?
ราคาถูกเหมือนผัก!
เอามาห้าพันชุด!
ของอย่างเกราะร้อยหลอมมีผลอย่างมากกับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตบำเพ็ญกายเท่านั้น แต่นี่คือสิ่งที่สวี่เฉิงต้องการ ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตบำเพ็ญกายในสนามรบนี้ยังถือว่าอ่อนแอเกินไป ง่ายต่อการตาย จึงจำเป็นต้องเสริมพลังป้องกันของตนเอง
เกราะร้อยหลอมห้าพันชุดก็แค่หนึ่งแสนห้าหมื่นแต้มศรัทธาเท่านั้น ตอนนี้แม้แต่การใช้จ่ายระดับล้านแต้มเขาก็คุ้นเคยแล้ว ในตอนนี้ไม่เพียงไม่รู้สึกว่าแพงเลยสักนิด แต่ยังรู้สึกว่าถูกอย่างยิ่ง
อะไรนะ? พลังของธนูบางครั้งยังไม่เพียงพอหรือ?
แลกเปลี่ยน!
[ธนูทะลวงโลหะ]
ประเภท: อาวุธ
คำอธิบาย: พลังนับหมื่นชั่ง สามารถเจาะทะลุพืชโลหะได้อย่างง่ายดาย
ค่าใช้จ่าย: ห้าสิบ/คัน
เอามาสามพันคัน!
ก็แค่หนึ่งแสนห้าหมื่นแต้มศรัทธาเท่านั้น!
การแลกเปลี่ยนโดยตรงนั้นจริงๆ แล้วแพงกว่าวัตถุดิบเล็กน้อย แต่สำหรับของอย่างเกราะร้อยหลอมและธนูทะลวงโลหะ ช่างฝีมือที่สามารถสร้างได้ในเผ่ามนุษย์หุนทั่วมีไม่มาก ไม่มีเวลารอขนาดนั้น
เชียนหมิ่นย่อมสามารถสร้างขึ้นมาได้ แต่เขาแม้แต่เวลาที่จะสร้างศาสตราวุธวิเศษให้เหล่าผู้ฝึกตนยังไม่พอ จะมีเวลาที่ไหนไปจัดการเรื่องอุปกรณ์ของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตบำเพ็ญกาย
ของสองอย่างนี้ล้วนพิจารณาเพื่อผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตบำเพ็ญกาย ก็ใช้ไปเพียงสามแสนแต้มเท่านั้น
แต้มศรัทธาที่เหลืออีกสี่แสนหกหมื่นแต้มสวี่เฉิงก็จะไม่เก็บไว้
แลกเปลี่ยน!
แลกเปลี่ยนให้หมด!
ตอนนี้เขาเป็น ‘พวกใช้เงินเดือนชนเดือน’ อย่างแท้จริง พอมีแต้มศรัทธาเข้ามาก็แลกเปลี่ยนในทันที
ดังนั้นผู้ฝึกยุทธ์เผ่าหุนทั่วจึงเปลี่ยนจากความประหลาดใจและขอบคุณในตอนแรกมาเป็นความชาชินจนเกือบจะเป็นนิสัยไปแล้ว
"รังต่อไปก็คือทะเลสาบทางทิศตะวันออกนั่นเถอะ ถึงตอนนั้น ข้าจะใช้วิชาแห่งเต๋าบีบให้เผ่าพันธุ์ต่างแดนที่อยู่ภายในออกมา แล้วเจ้าก็นำผู้ฝึกยุทธ์ไปสังหารพวกมันให้สิ้น"
อิ้นและควงหยวนกำลังปรึกษากัน
ผลประโยชน์ที่ได้จากการกำจัดสามเผ่าพันธุ์แรกนั้นเห็นได้ชัดเจนมาก แม้ว่าบนตัวฮาร์ปี้จะไม่มีส่วนไหนที่ใช้ประโยชน์ได้ แต่ซากของกางปิ้นและหนูเขมือบโลหะกลับนำมาใช้ประโยชน์ได้ ทำให้ช่างตีเหล็กในเผ่ามีวัตถุดิบให้ฝึกฝนมากมาย
นอกจากนี้ก็คือตัวผู้ฝึกยุทธ์เอง ก็เพราะเรื่องนี้ทำให้ฐานะของพวกเขาดีขึ้น ประสบการณ์การต่อสู้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มสาวจำนวนมากที่ก่อนหน้านี้เอาแต่ฝึกฝนอย่างหนักแต่ไม่มีประสบการณ์ ก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในสงครามใหญ่ไม่กี่ครั้งนี้
รังที่สี่เนื่องจากเป็นเผ่าพันธุ์ในน้ำ จึงสร้างปัญหาให้แก่ผู้ฝึกยุทธ์เผ่าหุนทั่วอยู่บ้าง
แต่สุดท้ายก็สามารถกำจัดพวกมันได้สำเร็จ โดยต้องแลกมาด้วยการบาดเจ็บล้มตายกว่าร้อยคน และในขณะที่เกิดการบาดเจ็บล้มตายกว่าร้อยคน ทางเผ่ามนุษย์หุนทั่วก็มีคนอีกกว่าสองร้อยคนที่บรรลุเงื่อนไขการเข้าร่วมรบ และถูกส่งมาเสริมทัพใหญ่ ดังนั้นจำนวนจึงไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้น
นี่คือทิศทางการพัฒนาที่ดี!
และเป็นสิ่งที่สวี่เฉิงอยากเห็นมาโดยตลอด!
ไม่ว่าแนวหน้าจะบาดเจ็บล้มตายอย่างไร แนวหลังก็มีผู้ฝึกตนและผู้ฝึกยุทธ์มาเสริมทัพอย่างไม่ขาดสาย รักษาขุมกำลังรบให้เปี่ยมล้นอยู่เสมอ สถานการณ์เช่นนี้คือสภาวะที่ดีที่สุด!
รังที่สี่นำคะแนนมาให้สวี่เฉิง 115 คะแนน คะแนนส่วนตัวรวมมาถึง 537 คะแนน
ด้านแต้มศรัทธาก็ได้รับมาอีกแปดแสนหนึ่งหมื่นแต้ม!
จากนั้น
คัมภีร์สรรพสิ่งเสมอภาค!
แลกเปลี่ยนต่อไป!