- หน้าแรก
- ก้าวแรกสู่บัลลังก์เจ้าสัว
- บทที่ 124 กินดื่มไม่อั้น
บทที่ 124 กินดื่มไม่อั้น
บทที่ 124 กินดื่มไม่อั้น
การที่หลี่เหวินเจี๋ยห้ามไม่ให้เหยาคุนคุกเข่า เพียงการกระทำเล็กน้อยนี้ก็ทำให้เขาได้รับความประทับใจและความเคารพจากอีกฝ่ายแล้ว
บนโลกใบนี้ย่อมไม่มีใครไม่ชอบคนที่ไว้หน้าตนเอง
"พี่ใหญ่ ขอบใจ" เหยาคุนยืนตัวตรง กล่าวขอบคุณหลี่เหวินเจี๋ยอย่างจริงใจ
ก่อนหน้านี้ที่เหยาคุนเรียก 'พี่ใหญ่' อาจกล่าวได้ว่านั่นเป็นเพียงการเรียกไปอย่างเสียไม่ได้ เป็นแค่การทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อพ่ายแพ้ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากการถูกลงโทษ
แต่ 'พี่ใหญ่' สองคำในตอนนี้ เหยาคุนกลับเอ่ยออกมาจากใจจริง
"ฮ่าๆ ขอบคุณอะไรกัน มาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการกันหน่อย ฉันชื่อหลี่เหวินเจี๋ย อยู่โรงเรียนมัธยมหมายเลขสอง ชั้นม.สองห้องสาม" หลี่เหวินเจี๋ยหัวเราะแล้วยื่นมือไปหาเหยาคุน
"เหยาคุน อยู่โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง ชั้นม.สองห้องหนึ่ง" เหยาคุนจับมือหลี่เหวินเจี๋ยและแนะนำตัวเองกลับไป
"ฮ่าๆ ไม่นึกเลยนะว่าพวกเราจะอยู่รุ่นเดียวกัน นี่เพื่อนร่วมห้องของฉันเอง หยวนเหว่ย" หลี่เหวินเจี๋ยหัวเราะแล้วแนะนำหยวนเหว่ยต่อ
"ไง" ครั้งนี้เหยาคุนเป็นฝ่ายยื่นมือก่อน หยวนเหว่ยจึงยกมือขึ้นไปจับตอบรับ
"นี่ถังเมิ่งเซียว ส่วนนี่เติ้งหมิ่น พวกเราอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน แล้วก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งเหมือนกัน เติ้งหมิ่นอยู่ห้องเดียวกับฉัน ส่วนถังเมิ่งเซียวอยู่ห้องสอง อ้อ... พวกนี้ก็เป็นเพื่อนของพวกเรา ส่วนใหญ่ก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง" เหยาคุนแนะนำคนอื่นๆ ให้หลี่เหวินเจี๋ยกับหยวนเหว่ยได้รู้จัก
หลี่เหวินเจี๋ยกับหยวนเหว่ยจึงทำความรู้จักกับพวกเขาทีละคน
เพียงแต่ตอนที่ทักทายกับเติ้งหมิ่น เธอยังคงรู้สึกไม่พอใจ สีหน้ายังคงบึ้งตึงอยู่
"เติ้งหมิ่น ขอโทษด้วยนะ เมื่อครู่ที่หยวนเหว่ยผลักเธอจนล้ม ส่วนฉันเองก็พูดจาล่วงเกินเธอไปบ้าง ในโอกาสนี้ก็อยากจะขอโทษเธออย่างเป็นทางการ" ในเมื่อเปลี่ยนจากศัตรูมาเป็นมิตรแล้ว หลี่เหวินเจี๋ยจึงต้องแสดงท่าทีเพื่อคลี่คลายความขุ่นเคืองของเติ้งหมิ่น
อีกทั้งเมื่อมองว่าเธอเป็นผู้หญิง ต่อให้เธอจะตั้งใจสร้างอุปสรรคหรือไม่ การเอ่ยปากขอโทษก่อนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
"หยวนเหว่ย นายก็ขอโทษเติ้งหมิ่นเขาด้วยสิ"
เมื่อหลี่เหวินเจี๋ยเอ่ยปากแล้ว ต่อให้หยวนเหว่ยจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม ก็ทำได้เพียงพูดคำว่า “ขอโทษ” กับเติ้งหมิ่น
เติ้งหมิ่นคาดไม่ถึงว่าหลี่เหวินเจี๋ยกับหยวนเหว่ยจะหันกลับมาขอโทษเธอ ชั่วขณะนั้นจึงประมวลผลตามไม่ทัน
“ไม่เป็นไรๆ ก็รู้จักกันแล้วนี่ เติ้งหมิ่น หลี่เหวินเจี๋ยกับหยวนเหว่ยขอโทษเธอแล้ว ทำไมยังไม่ตอบอะไรอีกล่ะ ไม่ต้องโกรธแล้วน่า ใจกว้างหน่อยสิ นะ!” เหยาคุนเห็นเติ้งหมิ่นยังนิ่งเฉย เลยเอ่ยปากแทน พร้อมกับสะกิดเตือนเธอเบาๆ
“อะ... อ้อ ในเมื่อพวกนายมีท่าทีที่ดี งั้นก็แล้วกันไป ฉันไม่ถือสาหาความแล้วก็ได้” เติ้งหมิ่นที่เพิ่งได้สติกลับมา เบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าไปอีกทางแล้วเอ่ยขึ้น
“ฮ่าๆ งั้นก็ขอบใจนะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เพื่อแสดงความจริงใจ พวกเราสองคนขอเป็นเจ้ามือเอง เลี้ยงปิ้งย่างทุกคน ไปนั่งกินดื่มด้วยกันหน่อยเป็นไง?” หลี่เหวินเจี๋ยผายมือเชื้อเชิญอย่างเป็นกันเอง
หลี่เหวินเจี๋ยเป็นคนใจกว้างและชอบผูกมิตรกับผู้คน
คนกลุ่มนี้ ตอนแรกดูเหมือนจะกร่างไม่เบา แต่ตอนนี้ดูท่าจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว
เพราะไม่สู้กันก็คงไม่รู้จักกัน ดังนั้นหลี่เหวินเจี๋ยจึงคิดจะตีเหล็กตอนร้อน กระชับความสัมพันธ์เอาไว้เสียหน่อย
"เดี๋ยวสิ พวกเรามากันตั้งหลายคน ถ้าจะเลี้ยง ก็ต้องเป็นพวกเราเลี้ยง ไม่ใช่ให้พวกนายสองคนเลี้ยง"
“เหยาคุน ในเมื่อฉันเป็นคนเสนอเอง นายก็อย่ามาแย่งเลย นี่มันเป็นเรื่องของความจริงใจนะ เมื่อกี้ทำพวกนายล้มกันไป สมควรแล้วที่พวกเราจะเป็นคนเลี้ยง ต่อให้นายอยากจะเลี้ยงจริงๆ ก็เก็บไว้คราวหน้าแล้วกัน” หลี่เหวินเจี๋ยยกมือขึ้นห้าม
"พวกเราคนเยอะขนาดนี้ นายเลี้ยงไหวเหรอ?" ถังเมิ่งเซียวถามขึ้นมาอย่างไม่ถูกกาลเทศะ
ถังเมิ่งเซียวไม่ได้ดูถูกเสียทีเดียว ส่วนหนึ่งเขายังคงรู้สึกไม่ยอมรับอยู่บ้าง อีกส่วนหนึ่งที่เขาพูดก็เป็นความจริงอยู่ไม่น้อย
ในยุคสมัยนี้ ครอบครัวส่วนใหญ่ต่อให้จะให้อั่งเปา ก็คงให้ไม่มากนัก สิบหยวนห้าหยวนก็ถือว่าเยอะแล้ว
ถ้าเลี้ยงแค่มันฝรั่งทอดหรือเต้าหู้เหม็นก็ยังพอไหว แต่การเลี้ยงคนเยอะขนาดนี้กินปิ้งย่าง ไม่แน่ว่ามื้อเดียวอาจจะหมดไปยี่สิบสามสิบหยวน ถ้าสั่งแบบไม่ยั้งมือหน่อย สี่ห้าสิบหยวนก็เป็นไปได้
สำหรับเด็กจากครอบครัวทั่วไปคงรับภาระนี้ไม่ไหวแน่นอน และเมื่อดูจากการแต่งตัวของหลี่เหวินเจี๋ยกับหยวนเหว่ยแล้ว ก็ไม่เหมือนว่ามาจากครอบครัวที่ร่ำรวยอะไร
"ฮ่าๆ ถังเมิ่งเซียว นายวางใจเถอะ ในเมื่อฉันเอ่ยปากแล้ว ก็รับรองว่ากินดื่มไม่อั้น นายไม่ต้องเป็นห่วงฉันขนาดนั้น"
“ดีสิ! ในเมื่อเป็นอย่างนี้ งั้นพวกนายก็เลี้ยงแล้วกัน อีกเดี๋ยวพวกเราไม่เกรงใจนะ” ถังเมิ่งเซียวเชิดคอพูด “เหยาคุน ก็ให้พวกเขาเลี้ยงไปเถอะ คราวหน้าค่อยเป็นพวกเราเลี้ยงคืน”
"งั้นก็ได้"
ดังนั้น ทั้งกลุ่มจึงพากันไปคืนรองเท้าสเกต แล้วเดินออกจากลานสเกตอย่างคึกคัก มุ่งหน้าไปยังสี่แยกบนถนนซื่อฟาง
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ถนนซื่อฟางจะคึกคักที่สุด สองข้างทางเต็มไปด้วยแผงขายของกินเล่นและร้านขายของเล่นของขวัญนานาชนิด
พวกหลี่เหวินเจี๋ยหาร้านปิ้งย่างที่ค่อนข้างกว้างขวางและมีที่นั่งว่างเยอะหน่อยแล้วจึงนั่งลง
ปิ้งย่างในอำเภอถ่าซานมีอยู่สองแบบ แบบแรกคือเป็นรถเข็นคันใหญ่ ของกินต่างๆ จะถูกเสียบไม้เอาไว้ เมื่อสั่งแล้วเถ้าแก่จะย่างให้ จากนั้นก็ถือเดินกินได้เลย
ส่วนอีกแบบคือการย่างด้วยตัวเอง จะมีเตาถ่านหนึ่งเตา วางตะแกรงเหล็กขนาดใหญ่ไว้ด้านบน คล้ายกับเตาอบแบบตะแกรงที่ขายกันในยุคหลัง อยากกินอะไรก็สั่ง แล้วเถ้าแก่จะยกมาเสิร์ฟเป็นจานๆ หลังจากทาน้ำมันแล้วก็ลงมือย่างได้เลย
เมื่อก่อนแบบที่ให้เถ้าแก่ย่างให้จะพบเห็นได้บ่อยกว่า แต่ตอนนี้แบบที่ให้ลงมือย่างเองค่อยๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น
เถ้าแก่หญิงนำน้ำจิ้มมาเสิร์ฟ จากนั้นจึงหยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมาเตรียมจดรายการที่พวกเขาสั่ง
"อืม... ตูดไก่หนึ่งจาน ปีกไก่หนึ่งส่วน น่องไก่สองส่วน มันฝรั่งสามส่วน หมูสามชั้นหนึ่งจาน กุยช่ายหนึ่งส่วน เค้กข้าวหนึ่งส่วน ไส้กรอกสองส่วน อ้อ! ตีนไก่ก็เอามาสิบชิ้นด้วย” ถังเมิ่งเซียวมองเมนูพลางสั่งอย่างไม่เกรงใจและไม่มียั้งมือ
ไหนบอกว่ากินดื่มไม่อั้น ไม่ต้องให้ฉันเป็นห่วงไม่ใช่เหรอ? งั้นฉันจะจัดหนักสักครั้ง คอยดูสิว่านายจะเสียดายเงินไหม แล้วถ้าจ่ายไม่ไหวจะหาทางลงยังไง
"หลี่เหวินเจี๋ย ฉันสั่งของพวกนี้ นายว่าได้ไหม" หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง ถังเมิ่งเซียวก็เอ่ยถามหลี่เหวินเจี๋ยเชิงหยั่งเชิง
"ถังเมิ่งเซียว สั่งแต่พอดีก็พอแล้ว" เหยาคุนพูดแทรกขึ้น
"เหยาคุน ไม่เป็นไรน่า ถังเมิ่งเซียว พวกเรามากันเกือบสิบคน ที่นายสั่งมาดูเหมือนจะน้อยไปด้วยซ้ำ กลัวว่าอีกเดี๋ยวจะไม่พอให้กินน่ะสิ" หลี่เหวินเจี๋ยพูดอย่างไม่ใส่ใจ
"เถ้าแก่ ขอเต้าหู้เหม็นอีกสองจาน เนื้อวัวอีกสองจาน ส่วนหมูสามชั้น ปีกไก่ น่องไก่ และตีนไก่ที่สั่งไปเมื่อกี้ เพิ่มอีกอย่างละหนึ่งส่วนครับ" พูดจบหลี่เหวินเจี๋ยก็เป็นฝ่ายเพิ่มรายการอาหารอย่างใจกว้าง "พวกเราจะดื่มเบียร์หรือน้ำอัดลมกันดีล่ะ ฉันแล้วแต่พวกนายเลย"
"จะดื่มน้ำอัดลมทำไม ดื่มเบียร์กันดีกว่า ปีใหม่ทั้งที พวกนายว่าไง" คนที่เสนอจะดื่มเบียร์กลับกลายเป็นสาวน้อยเติ้งหมิ่น
เด็กในวัยต่อต้านส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้
"ก็ได้ครับ เถ้าแก่หญิง เบียร์กับน้ำอัดลมอย่างละลังครับ"
หลี่เหวินเจี๋ยจัดการเรื่องต่างๆ ได้อย่างเจนจัด เขาคำนึงถึงบางคนที่อาจจะดื่มเบียร์ไม่ได้ จึงสั่งน้ำอัดลมมาลังหนึ่งเพื่อเอาใจโดยเฉพาะ
"หลี่เหวินเจี๋ย นายสั่งเยอะขนาดนี้ อีกสักพัก..." เหยาคุนเริ่มเป็นห่วงหลี่เหวินเจี๋ยขึ้นมา
"ฮ่าๆ ตอนนี้ฉันเป็นพี่ใหญ่ นายวางใจเถอะ พวกเราก็แค่กินดื่มกันให้สนุก อย่างอื่นไม่ต้องไปสนใจ"