เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 สู้ไม่ได้ก็ต้องสู้

บทที่ 14 สู้ไม่ได้ก็ต้องสู้

บทที่ 14 สู้ไม่ได้ก็ต้องสู้


"ไอ้หนู แกอยู่ที่นี่นี่เอง ให้ตายสิ นึกว่าจะหาแกไม่เจอซะแล้ว" ทันทีที่หลี่เหวินเจี๋ยรับเงินมา ก็มีคนเบียดเข้ามาจากฝูงชน แล้วผลักเข้าที่ไหล่ของเขาอย่างแรง

หลี่เหวินเจี๋ยเงยหน้าขึ้นมองให้ชัดๆ ที่แท้ก็เป็นคู่เวรคู่กรรม คนคนนี้คือหลานชายของผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ขี่รถชนหลี่ฟู่ และโดนเขาฟาดด้วยเศษอิฐที่โรงพยาบาลนั่นเอง

"ฉันยังไม่ได้ไปหานาย นายกลับมาหาฉันเอง มันจะเกินไปหน่อยแล้วนะ" หลี่เหวินเจี๋ยทำหน้าเย็นชา จ้องมองอีกฝ่ายแล้วพูด

"เกินไปเหรอ บอกให้เลย วันนี้กูจะรังแกมึงนี่แหละ ดูหัวของกูสิ ยังพอกยาอยู่เลย วันนั้นแกหนีไปได้ แต่วันนี้ แกหนีไม่รอดแน่" อีกฝ่ายกัดฟันพูดพร้อมกับชี้ไปที่หน้าผากของตัวเอง

"นั่นเป็นเพราะนายขี่รถชนพ่อของฉันแล้วคิดจะไม่รับผิดชอบ จะมาโทษฉันไม่ได้" หลี่เหวินเจี๋ยพูดพลางก้มตัวลงจะเก็บนาฬิกา

"เก็บ เก็บพ่องมึงสิเก็บ!" เด็กหนุ่มคนนั้นสบถพลางเตะไปที่ผ้าปูที่นอนที่หลี่เหวินเจี๋ยเพิ่งจะดึงขึ้นมา

นาฬิกาดิจิทัลที่เพิ่งจะถูกม้วนเข้าไปก็ถูกเตะกระเด็นออกไปทันที กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น

"พ่อหนุ่ม ทำไมทำแบบนี้ล่ะ?"

"มีอะไรก็พูดกันดีๆ สิ เตะนาฬิกาของเขาแบบนี้มันไม่ถูกต้องนะ"

"เป็นผู้ใหญ่แล้ว เขายังเป็นเด็กอยู่เลย ไม่รู้จักอายบ้างหรือไง"

ความอวดดีและกร่างของชายหนุ่มคนนี้ทำให้ผู้ที่มุงดูอยู่ไม่พอใจทันที พวกเขารู้สึกว่าอีกฝ่ายทำเกินไป

คนในยุคนี้ยังค่อนข้างซื่อตรง เมื่อเจอเรื่องที่ไม่เป็นธรรม หลายคนยังเต็มใจที่จะยื่นมือเข้าช่วย

ไม่เหมือนกับในอีกหลายปีต่อมา ที่คนส่วนใหญ่เมื่อเจอเรื่องอะไรก็ตาม ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง ก็มักจะเลือกที่จะไม่ยุ่งเกี่ยว ยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่เข้าไปแทรกแซงง่ายๆ

"ไม่เกี่ยวกับพวกแกสักหน่อย แต่ละคนยุ่งไม่เข้าเรื่อง นี่มันเป็นปัญหาระหว่างฉันกับมัน พวกแกจะมาจุ้นจ้านอะไร" เด็กหนุ่มคนนั้นโมโหมาก พอโดนรุมว่าเข้า ก็หันไประบายอารมณ์ใส่ผู้ที่มุงดูอยู่

จากเรื่องนี้จะเห็นได้ว่าปกติแล้วเขาเป็นคนอวดดีและกร่างจนเคยตัว

"พ่อหนุ่ม เห็นเรื่องไม่เป็นธรรมทุกคนก็ต้องพูด ทำแบบนี้มันใช้ไม่ได้นะ"

"ใช่แล้ว รังแกเด็กมันจะไปเก่งอะไรกัน"

หลี่เหวินเจี๋ยยังไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องพวกนั้น เขากับหยวนเหว่ยรีบก้มลงเก็บนาฬิกาดิจิทัลเหล่านั้น เพราะตอนนี้มันคือสมบัติทั้งหมดของพวกเขาสองคนเลยทีเดียว ถ้าโดนใครเหยียบพังไปก็คงแย่แน่

"หยวนเหว่ย เดี๋ยวนายคอยดูแลนาฬิกาพวกนี้นะ ได้ยินไหม" หลี่เหวินเจี๋ยพูดกับหยวนเหว่ยพลางเก็บนาฬิกาไปพลาง

ตอนนี้หยวนเหว่ยทั้งหงุดหงิดและกังวล ทำไมสองวันนี้ถึงได้โชคร้ายขนาดนี้ เจอแต่คนเข้ามาก่อกวนไม่หยุด

"ใครบอกว่าใช้ไม่ได้ ไอ้เด็กเหลือขอนี่มันตีหัวกูแตก กูมาหาเรื่องมันแล้วมันผิดตรงไหนวะ!" เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ใส่ใจต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์

หลังจากตอบโต้กับผู้ที่มุงดูแล้ว เด็กหนุ่มคนนั้นก็ยกขาขึ้นเตะเข้าที่เอวของหลี่เหวินเจี๋ยเต็มแรง ทำให้หลี่เหวินเจี๋ยที่ไม่ทันได้ระวังตัวล้มลงกับพื้นทันที

"ไอ้เวรเอ๊ย! วันนี้กูจะสู้กับมึงให้ตายไปข้างหนึ่ง!" หลี่เหวินเจี๋ยหันกลับมาลุกขึ้น แยกเขี้ยวแล้วพุ่งเข้าใส่ฝ่ายตรงข้าม

หลี่เหวินเจี๋ยโกรธจัดจริงๆ ตอนที่นาฬิกาถูกเตะ เขาก็อัดอั้นความโกรธไว้ก้อนหนึ่งแล้ว พอโดนเตะเข้าไปอีกที เขาก็โกรธจนทนไม่ไหว

อย่างไรเสียนาฬิกาพวกนั้นก็ให้หยวนเหว่ยดูแลแล้ว ตอนนี้หลี่เหวินเจี๋ยเลยตัดสินใจทุ่มสุดตัวขอสู้กับไอ้สารเลวคนนี้สักตั้ง

ไอ้สารเลวที่ชอบรังแกคนแบบนี้ ถ้าไม่ตอบโต้กลับไป มันก็จะยิ่งได้ใจ ทำอะไรตามอำเภอใจมากขึ้น

จะสู้ได้หรือสู้ไม่ได้ค่อยว่ากัน แต่ถ้าโดนข่มเหงถึงขนาดนี้แล้วยังไม่ตอบโต้กลับ เขาก็คงจะเสียหน้าเกินไป เสียชาติที่ได้ย้อนเวลากลับมา

พอเห็นหลี่เหวินเจี๋ยพุ่งเข้าหา อีกฝ่ายก็เหวี่ยงหมัดสวนมา หลี่เหวินเจี๋ยหลบไม่พ้น ใช้ไหล่รับหมัดไปหนึ่งที แล้วก็พุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของอีกฝ่าย ต่อยเข้าที่ท้องของเขาไปสองที

แต่แรงของหลี่เหวินเจี๋ยดูเหมือนจะไม่มากนัก สองหมัดที่ต่อยออกไปไม่ได้สร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายมากเท่าไหร่ กลับทำให้อีกฝ่ายมีโอกาสโจมตีเขาจากด้านบนลงมา

เขาโดนชกเข้าที่หลังหนึ่งที ที่ท้ายทอยอีกหนึ่งที สองหมัดนี้ทำให้หลี่เหวินเจี๋ยรู้สึกแย่มากในทันที

คนที่มุงดูเห็นว่าหลี่เหวินเจี๋ยสู้ไม่ได้เลย มีผู้ชายสองคนก็ยื่นมือเข้าไปดึงอีกฝ่ายไว้ ผู้หญิงคนหนึ่งก็ดึงหลี่เหวินเจี๋ย พยายามจะแยกทั้งสองคนออกจากกัน

"ปล่อยนะ ไอ้พวกเวรปล่อยกู! ไอ้เด็กเปรตนี่ วันนี้กูไม่ฆ่ามันให้ตายก็แล้วไป!" เด็กหนุ่มฝ่ายตรงข้ามดิ้นรนแล้วคำราม

"เข้ามาสิ เข้ามาเลย! คิดว่ากลัวหรือไง ไอ้ลูกหมา!" หลี่เหวินเจี๋ยก็ตอบโต้กลับไปด้วยความโกรธ

หลังจากดึงทั้งสองคนออกจากกันได้สองสามเมตร คนข้างๆ ก็ปล่อยพวกเขา แล้วเริ่มพูดจาเกลี้ยกล่อม

แต่ในตอนนี้ คำพูดของคนอื่นไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มคนนั้นตัดสินใจแล้วว่าจะต้องแก้แค้นหลี่เหวินเจี๋ยให้ได้ เพื่อระบายความแค้นที่โดนฟาดด้วยเศษอิฐ ส่วนหลี่เหวินเจี๋ยก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้เช่นกัน เขาโกรธแค้นไอ้สารเลวคนนี้ที่ชนพ่อของเขาบาดเจ็บก่อน แล้วตอนนี้ยังจะมาหาเรื่องอีก

ทางด้านหยวนเหว่ยก็ใช้สองมืออุ้มห่อนาฬิกาไว้อยู่ อยากจะช่วยหลี่เหวินเจี๋ย แต่ก็วางนาฬิกาพวกนั้นลงไม่ได้ แต่ถ้าไม่ช่วย เขาก็รู้สึกว่าตัวเองดูไม่มีน้ำใจ

"พ่อหนุ่ม เธอสู้เขาไม่ได้หรอก รีบไปเถอะ ถ้ายังไม่ไปอีกเดี๋ยวเขาจะตีเธออีกนะ คราวนี้ไม่มีใครช่วยแล้วนะ" หญิงคนหนึ่งกระซิบข้างหูหลี่เหวินเจี๋ย

"ผมไม่กลัวเขาหรอก สู้ไม่ได้ก็ต้องสู้กับ ไอ้สารเลวนี่มันเกินไปจริงๆ" หลี่เหวินเจี๋ยจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่ายแล้วพูด

"ไอ้เวรเอ๊ย! ยังกล้าด่ากูอีกเหรอ ดูซิกูจะไม่ฆ่าให้ตายได้ยังไง!" เด็กหนุ่มคนนั้นโกรธจนทนไม่ไหว พุ่งเข้าใส่หลี่เหวินเจี๋ยทันที

แต่ครั้งนี้หลี่เหวินเจี๋ยเตรียมตัวไว้แล้ว ต่อให้คนอื่นไม่ได้ห้ามอีกฝ่ายไว้ เขาก็จะไม่ตกเป็นฝ่ายรับเหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว

และครั้งนี้หลี่เหวินเจี๋ยก็เรียนรู้แล้วว่าไม่สามารถเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงในระยะประชิดได้ ตัวเองแรงน้อยกว่า ตัวก็ไม่สูงเท่า ถ้าเข้าไปสู้กันในวงใน คนที่เสียเปรียบก็ต้องเป็นเขา

ดังนั้นพออีกฝ่ายพุ่งเข้ามา หลี่เหวินเจี๋ยก็หลบไปด้านข้าง ในขณะที่โดนตบไปหนึ่งที เขาก็เตะสวนไปหนึ่งทีเช่นกัน

แต่หลี่เหวินเจี๋ยยังขาดประสบการณ์ในการต่อสู้ เขาอยากจะใช้ความคล่องแคล่วของตัวเองให้เป็นประโยชน์ แต่ที่เกิดเหตุกลับมีคนมุงดูเต็มไปหมด พวกเขาถูกเบียดอยู่ตรงกลาง จึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เต็มที่

ไม่นาน ทั้งสองคนก็เข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอีกครั้ง

ใบหน้า ศีรษะ และเอวของหลี่เหวินเจี๋ยล้วนโดนตี แต่เขาก็ทนความเจ็บปวดไว้ รอจังหวะ แล้วก็งับเข้าที่หน้าอกของอีกฝ่ายอย่างไม่ทันตั้งตัว

"อ๊าก!" เขางับลงไปสุดแรงเกิด พอคาบได้แล้วก็ไม่ยอมปล่อยปากเด็ดขาด

เสื้อผ้าของอีกฝ่ายบางมาก ฟันของหลี่เหวินเจี๋ยแทบจะฝังเข้าไปในเนื้อ เขาเจ็บจนร้องโหยหวน

"ปล่อยนะ! ว๊าก! ปล่อยกูเดี๋ยวนี้!" เด็กหนุ่มคนนั้นตะโกนลั่น สองมือก็รัวหมัดใส่ตัวหลี่เหวินเจี๋ยเหมือนห่าฝน

แต่ในตอนนี้ หลี่เหวินเจี๋ยอยากจะกัดเนื้อตรงหน้าอกของเขาออกมาให้ได้ ดังนั้นไม่ว่าอีกฝ่ายจะตีอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยปาก แถมยังกัดฟันแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกว่ามีเลือดไหลติดออกมาที่มุมปาก

จบบทที่ บทที่ 14 สู้ไม่ได้ก็ต้องสู้

คัดลอกลิงก์แล้ว