- หน้าแรก
- ก้าวแรกสู่บัลลังก์เจ้าสัว
- บทที่ 12 เขาไม่เหมาะกับเธอ
บทที่ 12 เขาไม่เหมาะกับเธอ
บทที่ 12 เขาไม่เหมาะกับเธอ
"พี่ชายครับ พวกเราไม่มีเงินหรอกครับ ดูพวกเราสองคนสิครับ จะเหมือนคนมีเงินได้ยังไง" เพื่อที่จะคลี่คลายปัญหา หลี่เหวินเจี๋ยพยักหน้าโค้งตัว ทำท่าทางประจบประแจงและหวาดกลัว
"ไม่ต้องมาเล่นละครกับกู! คนมีเงินที่ไหนจะบอกว่าตัวเองมีเงิน ถ้ารู้ความก็เอาเงินออกมาสักหยวนสองหยวนก็จบเรื่อง ถ้าไม่รู้ความแล้วพวกกูค้นเจอเงินล่ะก็...พวกแกโดนอัดแน่!" เด็กหนุ่มตัวสูงที่สุดที่ยืนอยู่ตรงกลางสะบัดผมแสกข้างแล้วสบถออกมา
เงินหนึ่งหยวน หลี่เหวินเจี๋ยมีติดตัวอยู่ แต่เขาไม่เต็มใจที่จะหยิบออกมาให้ใคร
ครั้งนี้ที่พวกเขาไปรับของมา ไม่ได้ใช้เงินทั้งหมดซื้อของ แต่เก็บไว้บางส่วนเป็นค่าเดินทางและค่าอาหาร
นอกจากนี้ หลี่เหวินเจี๋ยยังรู้สึกว่า บางทีการไม่ให้เงินอาจจะดีกว่า ถ้าหากยอมควักออกมาจริงๆ เจ้าพวกนี้คงจะเอาไปทั้งหมดแน่
"พวกเราไม่มีเงินจริงๆ ครับ ไม่อย่างนั้นพวกพี่รอหน่อย พวกเราสองคนจะกลับไปขอเงินผู้ใหญ่มาให้ พวกพี่จะได้คนละสองสามเหมา แบบนี้ดีไหมครับ" หลี่เหวินเจี๋ยยังคงทำทีประจบประแจงและพูดจาอย่างว่าง่าย
แต่สำหรับเด็กเหลือขอพวกนี้แล้ว ยิ่งพูดจาดีด้วยมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งได้ใจมากเท่านั้น นิสัยของพวกเขาคือรังแกคนอ่อนแอแต่กลัวคนที่แข็งแกร่งกว่า สิ่งที่พวกเขาชอบคือท่าทีโกรธแต่ไม่กล้าพูดของเหยื่อ
"คิดว่ากูโง่เหรอ พวกแกกลับไปแล้วจะเอาเงินกลับมาให้อีกเรอะ อย่ามาเล่นตุกติกกับกู! พวกแกไปค้นตัวมัน ถ้ามีเงินก็ซ้อมมันเลย!" คนตัวสูงสั่งลูกน้องสองคน
จากแค่จะมาไถเงิน ตอนนี้กลับกลายเป็นการปล้นไปแล้ว
สีหน้าของหลี่เหวินเจี๋ยเคร่งเครียด เขาจะยอมให้คนมาค้นตัวได้อย่างไร ไม่ต้องพูดถึงว่ามีเงินหรือไม่ แค่การถูกค้นตัวโดยไม่มีเหตุผลก็นับเป็นการรังแกและดูถูกกันเกินไปแล้ว
"เดี๋ยวนายอุ้มกล่องวิ่งไปทางบ้านนายนะ ฉันจะรับหน้าที่ล่อพวกมันไปเอง จะให้พวกมันเอานาฬิกาพวกนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด" หลี่เหวินเจี๋ยยื่นกล่องกระดาษที่ใส่นาฬิกาให้หยวนเหว่ย แล้วกระซิบกำชับ
"แล้วนายล่ะ... นายสู้พวกเขาไม่ได้หรอกนะ..." หยวนเหว่ยพูดด้วยความเป็นห่วง
"วางใจเถอะ ฉันมีวิธี นายดูแลกล่องให้ดีก็พอ พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่หน้าห้างสรรพสินค้า..." หลี่เหวินเจี๋ยพูดพลางผลักหยวนเหว่ยออกไป พร้อมกับขวางทางไอ้เด็กเหลือขอสองคนที่กำลังเข้ามา
"พวกมันจะหนีแล้ว อัดมัน!" คนตัวสูงคนนั้นปฏิกิริยาไวมาก พอเห็นท่าไม่ดีก็ตะโกนขึ้นมาทันที
"อัดพ่องมึงสิ ไอ้เวรเอ๊ย!" หลี่เหวินเจี๋ยไม่เพียงแต่ไม่หนี แต่กลับพุ่งเข้าไปสวนก่อน
ทั้งสามคนไม่คาดคิดว่าในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด หลี่เหวินเจี๋ยจะยังกล้าสวนกลับ ทำให้พวกเขาตั้งตัวไม่ทัน
หลี่เหวินเจี๋ยชกเข้าที่จมูกของเจ้าอ้วนที่เตี้ยที่สุดในกลุ่ม แล้วสบถพลางพุ่งเข้าไปหาคนตัวสูง
"ไอ้เวร! ยังกล้าสู้กับพวกกูอีกเหรอ ดูซิกูจะอัดมึงยังไง!" คนตัวสูงยกขาขึ้นจะเตะหลี่เหวินเจี๋ยด้วยความโกรธ
แต่หลี่เหวินเจี๋ยไม่ได้คิดจะปะทะกับเขาตรงๆ เลยแม้แต่น้อย เขาแค่ทำทีเป็นหลอกล่อเท่านั้น
ดังนั้นพอจะถูกเตะ หลี่เหวินเจี๋ยก็รีบหักเลี้ยวแล้ววิ่งหนีไปข้างหน้าทันที
พอหยวนเหว่ยถูกผลัก เขาก็วิ่งออกไปด้านข้างทันที เมื่อเห็นว่าหลี่เหวินเจี๋ยชกอีกฝ่ายไปหนึ่งหมัดแล้วหนีไป เขาก็ไม่กล้าอยู่นาน เพราะกลัวว่าคนพวกนั้นจะหันกลับมาเล่นงานตนเอง จึงรีบอุ้มกล่องเผ่นหนีไป
หลี่เหวินเจี๋ยกับหยวนเหว่ยวิ่งไปคนละทิศละทาง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามทั้งสามคนสับสน ไม่รู้จะไล่ตามใครดี
"ไอ้เวร! กล้าลงมือกับกูแล้วยังคิดจะหนีอีกรึ ไล่ตามมันไป...จับมันมาซ้อมให้หนัก!" คนตัวสูงหยุดเท้า มองซ้ายขวา แล้วชี้ไปที่แผ่นหลังของหลี่เหวินเจี๋ยพลางตะโกนเสียงดัง
ในเวลานั้น บนถนนก็มีผู้ใหญ่คนอื่นเดินผ่านไปมาอยู่บ้าง แต่สำหรับการ "ทะเลาะวิวาท" ของเด็กวัยรุ่นอย่างพวกหลี่เหวินเจี๋ยแล้ว ผู้ใหญ่เหล่านั้นก็แค่ยืนดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่ได้มีใครคิดจะยื่นมือเข้ามายุ่ง
พอเห็นว่าทั้งสามคนไล่ตามตัวเอง ไม่ได้ไล่ตามหยวนเหว่ย หลี่เหวินเจี๋ยไม่เพียงแต่ไม่กังวล แต่กลับวางใจลงได้
ในตอนนี้ นาฬิกาในมือของหยวนเหว่ยนั้นมีค่ามากกว่า ส่วนไอ้เด็กเหลือขอสามคนนี้ ถึงหลี่เหวินเจี๋ยจะสู้ไม่ได้ แต่เขาก็มั่นใจว่าจะสลัดหลุดได้
พอวิ่งบนทางเท้ามาได้ระยะหนึ่ง พอเห็นว่าทั้งสามคนที่ตามมาข้างหลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หลี่เหวินเจี๋ยก็เลี้ยวโค้งแล้ววิ่งเข้าไปในตลาดสดใกล้ๆ โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งของอำเภอ
บนถนนโล่งกว้าง การจะสลัดผู้ไล่ตามให้หลุดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในตลาดสดที่วุ่นวายและคนเยอะ การทำเช่นนั้นจะง่ายกว่ามาก
"เอ๊ะ ไอ้เวรนั่นหายไปไหนแล้ว พวกแกเห็นมันวิ่งไปทางไหนบ้าง" หลังจากวิ่งวนอยู่ในตลาดสดอยู่สองสามรอบ ทั้งสามคนก็พบว่าร่างของหลี่เหวินเจี๋ยหายไปแล้ว
"เมื่อกี้ก็เห็นวิ่งมาทางนี้นี่นา โอ๊ย กูอยากจะกระทืบมันให้ตายจริงๆ" เจ้าอ้วนที่โดนหลี่เหวินเจี๋ยชกจมูกไปหนึ่งหมัดลูบจมูกตัวเองแล้วสบถ
"พวกเราแยกกันหา มันน่าจะยังหนีไปไม่ไกล อยู่ในตลาดนี่แหละ" คนตัวสูงโกรธจนหน้าเบี้ยว โบกมือสั่ง
ตอนนี้หลี่เหวินเจี๋ยยังไม่ได้หนีไปไกล และยังอยู่ในตลาดสดแห่งนี้จริงๆ แต่การที่ทั้งสามคนจะหาเขาเจอนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เพราะว่าตอนนี้เขาหมอบอยู่ใต้โต๊ะหินของแผงขายเนื้อพะโล้แห่งหนึ่ง และแม่ค้าที่เพิ่งจะขายของไปก็ไม่ทันได้สังเกตเห็น
ขนาดเจ้าของร้านยังไม่เห็นเลย แล้วเจ้าพวกบ้านั่นจะหาเจอได้อย่างไร
หลังจากหมอบอยู่ใต้โต๊ะหินนั้นสิบกว่ายี่สิบนาที พอรู้สึกว่าเจ้าพวกนั้นไปแล้ว หลี่เหวินเจี๋ยถึงได้โผล่ออกมา ซึ่งก็ทำเอาแม่ค้าตกใจจนสะดุ้ง
"แก... แกมาอยู่นี่ได้ยังไง"
"ผมไม่ได้เอาของป้าไปนะครับ แค่มาดมกลิ่นหอมๆ เฉยๆ" หลี่เหวินเจี๋ยตอบอย่างเซ่อๆ แล้วก็รีบวิ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งของตลาด
เจ้าพวกนั้นวนหาอยู่ในตลาดสดสองสามรอบแล้วก็ยังหาหลี่เหวินเจี๋ยไม่เจอ เลยคิดว่าเขาคงจะหนีออกไปแล้ว จึงไม่รออยู่ที่นี่อีกต่อไป
พอออกมาจากตลาดสด หลี่เหวินเจี๋ยก็ระมัดระวังตัว มองซ้ายมองขวาสอดส่องไปทั่ว กลัวว่าจะไปเจอกับอีกฝ่ายเข้า ซึ่งก็เท่ากับเดินเข้าไปหาเรื่องใส่ตัว
หลังจากเดินอ้อมไปอ้อมมา ในที่สุดหลี่เหวินเจี๋ยก็กลับถึงบ้านตอนฟ้ามืด
พออยู่ห่างจากประตูบ้านเจ็ดแปดเมตร หลี่เหวินเจี๋ยก็เห็นคนสองคนยืนอยู่ในเงาด้านข้างของตึก พอเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อย เงาสองเงานั้นก็แยกออกจากกัน คนหนึ่งวิ่งเข้าไปในซอยหลังตึก ส่วนอีกคนก็ค่อยๆ เดินออกมา
"เสี่ยวเจี๋ย กลับมาแล้วเหรอ วันนี้กลับเร็วนะ"
คนที่โผล่ออกมาคือหลี่เหวินอิง เธอทำเหมือนกับว่าทำอะไรผิดมา ตั้งใจจะกลบเกลื่อนโดยการชิงถามหลี่เหวินเจี๋ยก่อน
"คนนั้นคือสือเสี่ยวหัวเหรอ" หลี่เหวินเจี๋ยมองไปทางปากซอย ไม่ได้ตอบคำถามของหลี่เหวินอิง แต่กลับถามสวนไปแทน
"แกรู้ได้ยังไง" หลี่เหวินอิงตกใจมาก "แกเห็นอะไรเหรอ เราไม่ได้ทำอะไรกันสักหน่อยนะ"
"เขาไม่เหมาะกับพี่หรอก" หลี่เหวินเจี๋ยไม่ได้อธิบายอะไรมาก พูดออกมาเพียงประโยคง่ายๆ ประโยคเดียว
หลี่เหวินเจี๋ยไม่ได้มองเห็นคนคนนั้นชัดเจน แต่เขาก็เดาได้ว่าคนคนนั้นคือสือเสี่ยวหัวอย่างแน่นอน
เพราะหลี่เหวินเจี๋ยรู้ดีว่าในช่วงเวลานี้เองที่สือเสี่ยวหัวกำลังจีบหลี่เหวินอิงอยู่ และต่อมาพวกเขาสองคนก็คบกัน แต่กลับไม่มีความสุข เพราะหลัแต่งงานได้ไม่กี่ปีก็หย่ากัน