- หน้าแรก
- ก้าวแรกสู่บัลลังก์เจ้าสัว
- บทที่ 5 หาทางหาเงิน
บทที่ 5 หาทางหาเงิน
บทที่ 5 หาทางหาเงิน
หลี่เหวินเจี๋ยต้องวางจางเวยลงก่อน รอจนฟ้ามืดสนิทแล้วจึงค่อยๆ ปีนขึ้นไปสำรวจที่ปากถ้ำเพียงลำพัง พอแน่ใจว่าปลอดภัยแล้วจึงกลับลงไปในถ้ำอีกครั้ง กว่าจะช่วยจางเวยออกมาจากถ้ำหินได้ก็เล่นเอาเหนื่อยแทบขาดใจ
โชคดีที่จางเวยไม่ใช่เด็กอ้วน หากไม่แล้วหลี่เหวินเจี๋ยคงหมดหนทาง
พอช่วยจางเวยออกมาได้ เพื่อความปลอดภัย หลี่เหวินเจี๋ยจึงตรงไปที่บ้านของหยวนเหว่ย
เขาฝากจางเวยไว้ที่บ้านของหยวนเหว่ย โดยให้พ่อแม่ของเพื่อนช่วยดูแล ส่วนตัวเองก็ให้หยวนเหว่ยพาไปที่ร้านขายของชำตรงปากหมู่บ้าน เพื่อโทรศัพท์จากตู้สาธารณะเพียงเครื่องเดียวที่มีอยู่
"นั่นใช่บ้านคุณจางหัวหัวไหมครับ รบกวนตามคุณจางหัวหัวมารับสายด่วนเลยครับ ผมเจอลูกสาวของเขาแล้ว!"
หลี่เหวินเจี๋ยจำเบอร์โทรศัพท์บ้านบนประกาศตามหาคนได้แม่น เขาจึงรีบหาโทรศัพท์สาธารณะเพื่อโทรหาจางหัวหัว แต่คนที่รับสายกลับไม่ใช่เจ้าตัว
"คุณเป็นใคร เจอเธอที่ไหน" ไม่นานนัก เสียงของจางหัวหัวก็ดังมาจากปลายสาย
"คุณอย่าเพิ่งถามอะไรมากเลย รีบมาที่หมู่บ้านหยวนเจียไจ้ด่วน ลูกสาวของคุณยังหมดสติอยู่ รีบมาพาเธอไปโรงพยาบาล ช้าไปอาจจะอันตรายได้" หลี่เหวินเจี๋ยไม่รอให้อีกฝ่ายถามจบ ก็รีบร้อนพูดแทรกขึ้นมา
สถานการณ์ของจางเวยในตอนนี้ไม่สู้ดีนักจริงๆ เพื่อชีวิตของเธอแล้ว ต้องแข่งกับเวลาทุกวินาที
พอได้ยินว่าลูกสาวอยู่ที่หมู่บ้านหยวนเจียไจ้ จางหัวหัวก็รีบออกเดินทางทันที เขาพาคนขับรถสองคันมุ่งตรงไปยังหมู่บ้านหยวนเจียไจ้ทันที
ที่หน้าประตูบ้านของหยวนเหว่ย หลี่เหวินเจี๋ยได้พบกับจางหัวหัวเป็นครั้งแรก เขาสูงโปร่ง มีใบหน้าที่ผอมยาว
ไม่มีเวลาทักทายปราศรัย ทุกคนรีบอุ้มจางเวยขึ้นรถ แล้วมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลประชาชนอย่างรวดเร็วราวกับพายุ
เมื่อเห็นหน้าลูกสาว จางหัวหัวและภรรยาก็ทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปที่จางเวย ไม่มีใครสนใจจะถามไถ่หลี่เหวินเจี๋ยเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
ที่โรงพยาบาลประชาชน ครอบครัวจางรีบพาจางเวยเข้าห้องฉุกเฉิน เมื่อลงจากรถแล้วหลี่เหวินเจี๋ยก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรให้เขาทำอีก จึงได้แต่หันหลังเดินกลับบ้านไปเงียบๆ
"นายไปไหนมา ทำไมเพิ่งโผล่หัวมาป่านนี้ เอ๊ะ! เสื้อเชิ้ตนายหายไปไหน ทำไมเหลือแต่เสื้อกล้าม" พอเปิดประตูเห็นหลี่เหวินเจี๋ย หลี่เหวินอิงเอ่ยปากบ่นก่อนจะสังเกตเห็นความผิดปกติ
"ตอนนี้ให้อธิบายก็ยาวน่ะพี่ ว่าแต่หมอบ้านที่ผมตามมาให้มาหรือยัง เขาว่ายังไงบ้าง" หลี่เหวินเจี๋ยไม่รู้จะอธิบายอย่างไรจึงเลือกที่จะไม่พูดถึง และในเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว เขาก็ต้องห่วงอาการของหลี่ฟู่ก่อนเป็นธรรมดา
"หมอที่นายเรียกมาแล้ว เขามาดูอาการ คลำกระดูกให้พ่อแล้วบอกว่าใช้ยาสมุนไพรพอกก็หาย แต่วันนี้ยังไม่ได้เตรียมมา เลยแค่พ่นสเปรย์ให้ไปก่อน" หลี่เหวินอิงพูดพลางเปิดทางให้หลี่เหวินเจี๋ยเข้าบ้าน
"ผมให้เงินเขาไปตั้งยี่สิบหยวนนะ เขาไม่ทิ้งงานใช่ไหม"
"เขาบอกว่าจะกลับไปเตรียมยาสมุนไพร พรุ่งนี้เที่ยงจะมาอีกที แล้วก็ให้เราเตรียมผ้าก๊อซไว้ล่วงหน้า" หลี่เหวินอิงบอก
"อ้อ ผ้าก๊อซพรุ่งนี้เช้าผมไปซื้อเอง ว่าแต่พี่ ผมยังไม่ได้กินอะไรเลย อุ่นข้าวให้ชามสิ ผมจะเข้าไปดูพ่อหน่อย" ขณะที่หลี่เหวินเจี๋ยกำลังจะเปิดประตูห้องนอนของหลี่ฟู่ เขาหันกลับมาพูด
"มืดค่ำไม่ยอมกลับบ้าน ฉันก็นึกว่าไปหาข้าวกินบ้านเพื่อนมาซะอีก เชอะ" ถึงจะบ่นอย่างไม่พอใจ แต่หลี่เหวินอิงก็ยังเดินเข้าครัวไปอุ่นข้าวให้หลี่เหวินเจี๋ย
"พ่อครับ เป็นยังไงบ้าง เจ็บไหม" หลี่เหวินเจี๋ยเปิดประตูแล้วนั่งลงข้างเตียงของหลี่ฟู่ถามด้วยความเป็นห่วง
"นอนนิ่งๆ ก็ไม่เจ็บแล้ว แกหายไปไหนมา ทำไมเพิ่งกลับมาป่านนี้" หลี่ฟู่ขมวดคิ้วมองลูกชายแล้วถาม
"ไม่มีอะไรครับ พอดีเจอเพื่อน เลยแวะไปเล่นที่บ้านเขามา" เพื่อไม่ให้หลี่ฟู่เป็นห่วง หลี่เหวินเจี๋ยจึงโกหกไป
"หลี่เหวินเจี๋ย พ่อจะบอกให้นะ เลิกเที่ยวเตร่ไปวันๆ ได้แล้ว การบ้านปิดเทอมของแกยังทำไม่เสร็จใช่ไหม ทำไมไม่ตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้หน่อย ทำให้พ่อเป็นห่วงน้อยลงหน่อยได้ไหม" พอหลี่เหวินเจี๋ยโกหกว่าไปเที่ยวเล่น ก็โดนหลี่ฟู่ตำหนิเข้าชุดใหญ่ทันที
"พ่อวางใจได้เลยครับ การบ้านผมทำเสร็จพรุ่งนี้แน่นอน ต่อไปนี้ผมจะไม่ทำให้ครูต้องเชิญพ่อไปพบอีกแล้ว ผมรับประกันว่าเทอมหน้าจะคว้าที่หนึ่งกลับมาให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ พ่อจะลงโทษผมยังไงก็ได้" เพื่อให้หลี่ฟู่วางใจ หลี่เหวินเจี๋ยจึงให้คำมั่นสัญญา
คำสัญญานี้สำหรับหลี่เหวินเจี๋ยแล้วไม่ใช่ปัญหาเลย ไม่ว่าจะเป็นการบ้านปิดเทอมหรือการสอบได้ที่หนึ่ง ในเมื่อเขาย้อนเวลากลับมาได้ เรื่องแค่นี้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
"แกอย่ามาขี้โม้หน่อยเลย ที่หนึ่งที่สองพ่อไม่กล้าหวังหรอก ขอแค่แกเรียนได้กลางๆ ห้อง พ่อก็สวดมนต์ไหว้พระแล้ว ว่าแต่เรื่องที่พ่อบาดเจ็บ ไม่ได้มีใครไปบอกแม่แกใช่ไหม" หลี่ฟู่ไม่ค่อยจะเชื่อคำสัญญาของลูกชายเท่าไหร่นัก
"ไม่ครับ แม่ไปดูแลคุณยายอยู่ไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ไม่อยากให้แม่ต้องกังวล อีกอย่างเวลาของคุณยายก็เหลือน้อยแล้ว" หลี่เหวินเจี๋ยส่ายหน้าตอบ
หลี่ฟู่มองหลี่เหวินเจี๋ยแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ "อืม แกคิดถูกแล้ว ยังไงหมอก็มาดูแล้ว อีกไม่กี่วันก็กลับมาเดินได้ ถึงตอนนั้นเราค่อยไปเยี่ยมยายของแกกัน"
ในตอนนี้หลี่ฟู่รู้สึกว่าจู่ๆ หลี่เหวินเจี๋ยก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ทั้งที่ปกติแล้วเขาไม่เคยพูดจาแบบนี้เลย
"พ่อครับ สองสามวันนี้พ่อนอนพักรักษาตัวให้ดีๆ นะครับ เรื่องในบ้านไม่ต้องเป็นห่วง มีผมอยู่ทั้งคน"
ในตอนนั้นเอง หลี่เหวินอิงผัดข้าวเสร็จพอดี จึงตะโกนเรียกหลี่เหวินเจี๋ยให้ไปกินที่ห้องนั่งเล่น
"พี่ สองสามวันนี้ฝากพี่ดูแลพ่อด้วยนะ" หลี่เหวินเจี๋ยพูดกับหลี่เหวินอิงขณะกินข้าว
"หา? นายจะมาสั่งฉันเหรอ แล้วนายล่ะจะทำอะไร ฉันจะบอกให้นะว่าฉันเป็นพี่สาวนาย นายต่างหากที่ต้องฟังฉัน" หลี่เหวินอิงขัดขึ้นเมื่อได้ยินน้องชายออกคำสั่ง
"ผมต้องไปลาหยุดให้พ่อ แล้วก็ต้องไปหาเงินมาด้วย ตอนนี้พ่อทำงานไม่ได้ ค่ายาก็ต้องใช้ สุขภาพของคุณยายก็แย่ลงเรื่อยๆ ไม่แน่อาจจะต้องใช้เงินก้อนใหญ่อีก ผมต้องหาทางแก้ปัญหานี้ให้ได้" หลี่เหวินเจี๋ยหยุดตะเกียบ แล้วพูดกับหลี่เหวินอิงอย่างจริงจัง
"นายเนี่ยนะจะหาเงินได้? จะไปหามาจากไหนกัน อย่ามาโกหกเพื่อแอบหนีไปเที่ยวล่ะ ฉันเตือนไว้ก่อนนะ" หลี่เหวินอิงแสดงความกังขาต่อคำพูดของน้องชายอย่างเห็นได้ชัด
"ถ้าอย่างนั้นให้ผมอยู่บ้านดูแลพ่อ แล้วพี่ไปหาเงินมาแทนไหมล่ะ ไม่ต้องเยอะหรอก แค่สองสามร้อยหยวนก็พอ" ปกติแล้วการจะโน้มน้าวหลี่เหวินอิงไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจึงใช้กลยุทธ์ถอยเพื่อรุก
"สอง...สองสามร้อยหยวน ฉัน...ฉันจะไปหามาจากไหน ฉันหาไม่ได้หรอก..." ยังไม่ทันต้องทำอะไร หลี่เหวินอิงก็ยอมแพ้ไปเองเสียแล้ว
"นั่นแหละ ในเมื่อพี่ทำไม่ได้ ก็มีแต่ผมที่ต้องทำ ตกลงตามนี้นะ ในบ้านพี่รับผิดชอบ นอกบ้านผมจัดการเอง"
หลี่เหวินอิงหาเหตุผลที่หนักแน่นมาโต้แย้งไม่ได้ ดังนั้นถึงจะสงสัยว่าหลี่เหวินเจี๋ยแค่หาข้ออ้างไปเที่ยวเล่น เธอก็ทำได้เพียงยอมรับไปก่อน
รออีกสองสามวัน ถ้าหลี่เหวินเจี๋ยหาเงินกลับมาไม่ได้ ค่อยจัดการเขาทีหลังก็ยังไม่สาย
หลี่เหวินเจี๋ยนอนอยู่บนเตียงเล็กๆ ของตัวเอง พลางขบคิดถึงแผนการหาเงินต่างๆ นานา
ในปี 1992 โอกาสในการทำเงินมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง น่าเสียดายที่ตอนนี้หลี่เหวินเจี๋ยมีเงินทุนติดตัวเพียงสี่สิบหยวน การจะใช้เงินสี่สิบหยวนหาเงินให้ได้หลายร้อยหยวนภายในไม่กี่วันนั้น ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก