เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1541: มุ่งหน้าสู่เจิงโจวอีกครั้ง

บทที่ 1541: มุ่งหน้าสู่เจิงโจวอีกครั้ง

บทที่ 1541: มุ่งหน้าสู่เจิงโจวอีกครั้ง


ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามา ทั้งดีใจ ตกตะลึง และสับสน สีหน้าของราชามังกรเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง ในที่สุดหลังจากลังเลอยู่สิบกว่าวินาที มันก็มองไปยังบัลลังก์ที่สิบ แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียดายแต่ก็แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น

“โม่โม่”

มันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมสหพันธ์ผู้ฝึกสัตว์อสูร

มิเคลล่าเหลือบมองราชามังกรแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้แปลกใจกับคำตอบของมันเลยแม้แต่น้อย เพราะตั้งแต่ตอนที่บัลลังก์ที่สิบยื่นเงื่อนไขว่าต้องสละตำแหน่งหัวหน้าเผ่า เธอก็รู้ดีอยู่แล้วว่าราชามังกรไม่มีทางตอบตกลง

‘กงฉิว’

กงเป่าแปลให้ในใจ

ปฏิเสธไปซะแล้ว เฉียวซางมองราชามังกรด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปในทันที

หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาพักหนึ่ง เธอจึงรู้ดีว่าราชามังกรนั้นปรารถนาที่จะได้ทำงานใต้บังคับบัญชาของบัลลังก์ที่สิบมากขนาดไหน ที่ผ่านมาที่มันทำดีกับเธอก็เป็นเพราะเธอมีทั้งเบอร์ติดต่อและคำมั่นสัญญาของบัลลังก์ที่สิบอยู่ในมือ แต่เธอก็ไม่คาดคิดเลยว่าพอโอกาสมาอยู่ตรงหน้า มันกลับเลือกที่จะปฏิเสธไปซะอย่างงั้น…

บัลลังก์ที่สิบมองราชามังกรแล้วยิ้มออกมา ก่อนจะกล่าวว่า

“นายเป็นหัวหน้าที่ยอดเยี่ยม จงดูแลเผ่าพันธุ์ของนายให้ดีเถิด พวกเรายังมีโอกาสได้พบกันอีกในอนาคต”

พูดจบ เขาก็พาไข่สัตว์อสูรหันหลังกลับ ก้าวเข้าไปในหลุมดำที่ลึกราวกับขุมนรก แล้วอันตรธานหายไป

มิเคลล่าเดินมาอยู่ข้างๆ ราชามังกร ตบไหล่มันเบาๆ เป็นการปลอบใจ

“โม่โม่…” ราชามังกรส่งเสียงครางแผ่วเบา อารมณ์พลันดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด

ถึงแม้จะเป็นการตัดสินใจหลังจากที่ได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว แต่มันก็อดที่จะรู้สึกเศร้าไม่ได้อยู่ดี

นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่มันจะได้เข้าร่วมสหพันธ์ผู้ฝึกสัตว์อสูร ได้ใกล้ชิดกับบัลลังก์ที่สิบ แล้วสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง

“อย่าเสียใจไปเลย” มิเคลล่าปลอบ “บัลลังก์ที่สิบก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่ายังมีโอกาสได้พบกันอีกในอนาคต”

“โม่โม่…” คราวนี้ราชามังกรไม่ได้สวนกลับมิเคลล่าเหมือนเคย มันเพียงแค่โบกอุ้งมือไปมา แล้วเอ่ยราวกับจะตำหนิว่า เธอนี่ไม่เข้าสังคมเอาซะเลยนะ ไม่รู้หรือไงว่านั่นเป็นแค่คำพูดตามมารยาทของผู้มีอำนาจเท่านั้นแหละ

มิเคลล่า: “…”

เฉียวซางกล่าวว่า “ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว งั้นพวกเราก็ออกจากที่นี่กันเถอะค่ะ”

“ย่าห์ ย่าห์!” หยาเป่ากลับมาร่าเริงสดใสอีกครั้ง มันส่งเสียงขานรับอย่างแข็งขัน ไม่ได้คัดค้านอะไร

การที่ลิยาเซสสามารถกลับไปเป็นไข่ได้อีกครั้ง ในสายตาของมันก็นับว่าเป็นตอนจบที่ดีมากแล้ว

ก็แหงล่ะ ในเมื่อกลายเป็นไข่สัตว์อสูรได้ ก็ย่อมหมายความว่าสามารถฟักออกมาใหม่ได้ เหมือนกับชาราร่านั่นเอง

มิเคลล่ามองมาแล้วถามว่า “เธอคิดไว้หรือยังว่าจะไปที่ไหนต่อ?”

เฉียวซางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเสนอว่า “ไปเจิงโจวดีไหมคะ?”

เธออยากจะไปดูพื้นที่รกร้างที่เมื่อร้อยปีก่อนเคยเป็นสายแร่วิญญาณอัคคี

“ถิงถิง…” ถิงเป่าที่อยู่ข้างๆ ลู่เป่าอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงค้านเบาๆ เหมือนจะบอกว่าเปลี่ยนที่อื่นได้ไหม

มันยังไม่ลืมเลยว่าเจิงโจวนั้นร้อนแค่ไหน

เฉียวซางมองมาทางมัน

พอถิงเป่านึกถึงคำพูดที่ราชามังกรเคยพูดกับตัวเอง ร่างกายก็พลันแข็งทื่อไป ก่อนจะรีบแก้ตัวว่า

“ถิงถิง”

มันไม่ได้ทนร้อนไม่ไหวหรอกนะ

ปากแข็งจริงนะนาย… เฉียวซางพยักหน้า “ฉันรู้แล้ว”

“งั้นก็ไปเจิงโจว” มิเคลล่ากล่าว

ถิงเป่า: “…”

“แต่ก่อนจะไปเจิงโจว เราไปเช็คเอาท์กันก่อน” มิเคลล่าพูดต่อ

โรงแรม

เคาน์เตอร์

“คุณลูกค้าคะ พวกคุณเห็นหมายเลขสามบ้างไหมคะ?” พนักงานเอ่ยถาม “มันคือแมงกะพรุนน้ำแข็งบรรพกาลที่คอยให้บริการในห้องสวีทน่ะค่ะ พวกเราติดต่อมันไม่ได้ แล้วก็หามันไม่เจอด้วยค่ะ”

มิเคลล่าเหลือบมองไอพ่นเบิกฟ้าแวบหนึ่ง

ไอพ่นเบิกฟ้าไม่พูดพร่ำทำเพลง ดวงตาของมันพลันส่องประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า

แววตาของพนักงานพลันว่างเปล่าขึ้นมาทันที

“ไม่เคยมีแมงกะพรุนน้ำแข็งบรรพกาลอะไรทั้งนั้น พวกเราก็ไม่รู้จักหมายเลขสามด้วย” มิเคลล่ากล่าวอย่างสงบ

สีหน้าของพนักงานกลับมาเป็นปกติ เผยรอยยิ้มอย่างสุภาพแล้วกล่าวว่า

“เข้าใจแล้วค่ะคุณลูกค้า หวังว่าการเข้าพักครั้งนี้จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับพวกคุณนะคะ”

บนฟ้าสูง

ระหว่างทางไปเจิงโจว

“ซุนซุน~”

ซุนเป่ารี่เข้าไปหาไอพ่นเบิกฟ้าอย่างนอบน้อมเพื่อขอความรู้ มันยังจำได้ดีว่าอีกฝ่ายเคยรับปากว่าจะสอนวิธีสะกดจิตให้หลังจากเสร็จธุระแล้ว

ก่อนหน้านี้ การสะกดจิตของมันทำได้มากสุดแค่ทำให้คนอื่นฝันในสิ่งที่มันอยากให้ฝัน หรือไม่ก็ทำให้พูดความจริงออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่กลับไม่สามารถควบคุมการกระทำและความคิดของอีกฝ่ายได้อย่างสมบูรณ์เหมือนที่ไอพ่นเบิกฟ้าทำ

“เป่ยเป่ย”

ไอพ่นเบิกฟ้าไม่ได้บ่ายเบี่ยง และเริ่มถ่ายทอดทักษะให้ในทันที

“ซุนซุน…”

ซุนเป่าตั้งอกตั้งใจฟังเป็นอย่างดี แล้วพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ มันจึงรีบถอดห่วงวงแหวนออก แล้วหยิบมดที่เพิ่งจับมาสดๆ ร้อนๆ ออกมา เริ่มลงมือทดลองทันที

“ตอนนี้หน้าตำราสัตว์อสูรของเฉียวซางก็เต็มแล้ว บัลลังก์ที่สิบก็ได้เจอแล้ว เธอยังจะตามฉันไปอีกเหรอ?” มิเคลล่ามองราชามังกรแล้วถาม

เธอนั้นรู้เหตุผลมาตลอดว่าทำไมราชามังกรถึงได้ติดตามเธอมา

“โม่โม่”

ราชามังกรเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขณะบินไปข้างหน้าว่า เธอก็เป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรของฉันนี่นา ถ้าไม่ตามเธอแล้วจะให้ฉันไปตามใครล่ะ

มิเคลล่าได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก

เธอไม่ได้เห็นราชามังกรพูดจาดีๆ กับเธอแบบนี้มานานมากแล้ว

“เธอไม่กลับไปที่เผ่าเหรอ?” มิเคลล่าถาม

“โม่โม่”

ราชามังกรตอบกลับ ไม่รีบหรอก พวกเราไม่ได้เจอกันตั้งนาน รอให้เธอออกจากดาวนภาเพลิงแล้วฉันค่อยกลับไปก็ยังไม่สาย

มิเคลล่าถึงกับชะงักไป

เธอรู้สึกได้ว่าที่ราชามังกรพูดตอนนี้ไม่ใช่ข้ออ้าง แต่เป็นความจริงใจ

บทสนทนาทั้งหมดนี้ กงเป่าก็ช่วยแปลให้ในใจตลอด

เฉียวซางขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบว่า “อาจารย์คะ รู้สึกว่าตอนนี้ราชามังกรพูดกับอาจารย์อ่อนโยนขึ้นเยอะเลยนะคะ”

ที่แท้เธอก็รู้มาตลอดสินะว่าเมื่อก่อนมันร้ายกาจกับฉันขนาดไหน… มิเคลล่าได้แต่ถอนหายใจในใจ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องคุย

“เรื่องผลึกสุริยัน ตอนนี้เธอมีความคิดอะไรบ้างไหม?”

เฉียวซางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “คงได้แต่รอข่าวจากรุ่นพี่คังหยานค่ะ ถ้าหาผลึกสุริยันไม่ได้จริงๆ ฉันก็จะลองไปเข้าร่วมศึกชิงมาสเตอร์ในอนาคตดูค่ะ”

วัตถุดิบวิวัฒนาการขั้นต่อไปของหยาเป่าตอนนี้ขาดเพียงแค่ผลึกสุริยันเท่านั้น และก่อนที่จะรวบรวมได้ครบ เธอก็ไม่มีทางออกจากดาวนภาเพลิงเด็ดขาด

หากเป็นเมื่อหลายเดือนก่อน เธอก็คงจะทำได้แค่สืบข่าวไปเรื่อยๆ

แต่ตอนนี้ โดเมนสมองของเธอทะลุ 60% แล้ว หยาเป่าเองก็วิวัฒนาการเป็นระดับจักรพรรดิแล้ว ขอแค่มีสัตว์อสูรอีกตัวหนึ่งวิวัฒนาการ เธอก็จะสามารถเข้าร่วมการทดสอบผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ A ได้

ถึงตอนนั้น พอเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ A แล้ว เธอก็จะมีสิทธิ์ลงทะเบียนเข้าร่วมศึกชิงมาสเตอร์

ถึงแม้ความหวังที่จะคว้าแชมป์จะริบหรี่ แต่ในเมื่อมีหนทางที่จะได้ผลึกสุริยัน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ลอง

มิเคลล่ายิ้มแล้วกล่าวว่า

“สมกับที่เป็นนักเรียนของฉัน มีความทะเยอทะยานดี”

เฉียวซางแสร้งทำเป็นเขินอายแล้วกล่าวว่า “ก็เพราะฉันไม่รู้หนทางอื่นที่จะได้ผลึกสุริยันแล้วนี่คะ”

มิเคลล่าเปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า

“มีเรื่องหนึ่งที่เธอไปถึงเจิงโจวแล้วอย่าลืมทำล่ะ”

“อะไรเหรอคะ?” เฉียวซางถาม

“อัปเดตข้อมูลของเจ้าผู้พิทักษ์อัคคีเจิดจรัสไงล่ะ” มิเคลล่ายิ้มแล้วกล่าวต่อ “ไม่สิ ตอนนี้ไม่ควรจะเรียกมันว่าผู้พิทักษ์อัคคีเจิดจรัสแล้ว”

พูดจบ เธอก็เอ่ยถามต่อว่า “แล้วเธอคิดชื่อเผ่าพันธุ์ใหม่ของมันไว้หรือยังล่ะ?”

หยาเป่าบินไปพลาง เงี่ยหูฟังไปพลาง

ฉันยังไม่ได้ดูตำราอสูรเลย… เฉียวซางแสร้งทำเป็นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ฉันยังไม่ได้คิดเลยค่ะ”

“ไม่รีบหรอก” มิเคลล่ากล่าว “พวกเรายังต้องใช้เวลาอีกพักหนึ่งกว่าจะถึงเจิงโจว เธอค่อยๆ คิดไปก็ได้”

เฉียวซางพยักหน้ารับคำ จากนั้นก็แสร้งทำเป็นนั่งขัดสมาธิทำสมาธิ แต่แท้จริงแล้ว จิตของเธอได้ดำดิ่งเข้าไปในตำราอสูรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

...

ขออภัยด้วยครับ พอดีตั้งลงล่วงหน้าเอาไว้เลยไม่ได้มาเช็ค พึ่งเห็นว่าไม่ได้ลงมาสองวันแล้ว

จบบทที่ บทที่ 1541: มุ่งหน้าสู่เจิงโจวอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว