- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1464: เราสามารถลงไปได้
บทที่ 1464: เราสามารถลงไปได้
บทที่ 1464: เราสามารถลงไปได้
เฉียวซางกับหยาเป่าและพวกมันหันไปมองราชสีห์หิมะโปรยพร้อมกันทันที
วินาทีถัดมา หยาเป่าก็เทเลพอร์ตไปอยู่ข้างๆ ราชสีห์หิมะโปรย
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าเดินเข้ามาแปลให้
มันบอกว่ามันเจอตำแหน่งที่มีผลึกฟ้าแล้ว
แม้การได้ยินของซุนเป่าจะไม่ดีเท่าหยาเป่า แต่ถึงอย่างนั้น ระดับของมันก็อยู่ที่ระดับราชาแล้ว แม้เมื่อครู่จะลอยอยู่บนฟ้าสูง ก็ยังได้ยินคำพูดของราชสีห์หิมะโปรยอย่างชัดเจน
เฉียวซางชะงักไปเล็กน้อย “เสียงดังกึกก้องขนาดนั้น เธอไม่ได้รับผลกระทบเลยเหรอ?”
แถมยังหาผลึกฟ้าเจออีก ประโยคหลังเธอเลือกจะไม่พูดออกมา เพราะดูแล้วเหมือนจะไปตั้งคำถามในเชิงลบกับสัตว์อสูรที่เพิ่งหาผลึกฟ้าระดับ S มาให้เธอเมื่อไม่นานนี้
“เพียวเพียว”
ราชสีห์หิมะโปรยทำหน้าหวาดๆ ปนโล่งใจเล็กน้อย ก่อนจะร้องขึ้นเสียงหนึ่ง
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าพยักหน้า ก่อนจะแปลสีหน้าและเสียงนั้นว่า
มันรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวผิดปกติของน้ำทะเล เลยรีบดำน้ำลงไปลึกๆ ทำให้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบ แถมยังไปเจอที่ที่มีผลึกฟ้าอีกแห่งหนึ่งด้วย เดิมทีตั้งใจจะออกมาเร็วกว่านี้ แต่ผิวน้ำข้างบนไม่สงบเลย ไหนจะมีสัตว์อสูรน่ากลัวอยู่อีก เลยรอจนปลอดภัยแล้วค่อยโผล่ออกมา
เฉียวซางฟังแล้วก็พยักหน้าเบาๆ เห็นว่าเป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลอยู่ เลยยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ ก่อนจะชมว่า “ลำบากเธอจริงๆ นะ”
แล้วก็รีบถามต่ออย่างกระตือรือร้นว่า “แล้วตำแหน่งแน่นอนอยู่ตรงไหน?”
“เพียวเพียว”
ราชสีห์หิมะโปรยชี้ไปอีกฟากของทะเลแล้วร้องเสียงหนึ่ง
เฉียวซางขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไกลขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ก่อนหน้านี้ราชสีห์หิมะโปรยยังชี้ไปใกล้ๆ อยู่เลยนี่นา ต่อให้ชี้พลาดก็ไม่น่าจะห่างกันขนาดนี้นี่
“เพียวเพียว”
ราชสีห์หิมะโปรยร้องอีกรอบ
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าแปลทันที
มันบอกว่า อาจจะเป็นอีกที่หนึ่งที่มีผลึกฟ้า เพราะที่นั่นมันไม่เห็นมังกรกรงเล็บดาวอยู่เลย
เฉียวซางได้ยินแบบนั้นก็อดถามไม่ได้ว่า “ในเมื่อไม่มีมังกรกรงเล็บดาว แล้วทำไมเธอไม่เก็บผลึกฟ้ามาเลยล่ะ?”
ราชสีห์หิมะโปรยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจ แล้วตอบพร้อมสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่า
“เพียวเพียว…”
แม้ที่นั่นจะไม่มีมังกรกรงเล็บดาว แต่กลับมีอสูรตะกอนน้ำหลายตัวอยู่
ราชสีห์หิมะโปรยเดาเอาว่านั่นน่าจะเป็นอาณาเขตของวิญญาณน้ำแข็งไร้ค่า ก็เลยไม่กล้าเสี่ยงเข้าไป
เรื่องวิญญาณน้ำแข็งไร้ค่าที่อยู่บนเกาะหมื่นเหมันต์ ไม่ใช่เรื่องลับอะไรเลย ใครๆ ก็สามารถค้นจากอินเทอร์เน็ตก็เจออยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงพวกสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ
เฉียวซางไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเลยที่ราชสีห์หิมะโปรยจะรู้เรื่องนี้
อสูรตะกอนน้ำเป็นร่างวิวัฒนาการระดับนายพลของวิญญาณน้ำแข็งไร้ค่า โดยปกติแล้ว เผ่าพันธุ์นี้จะมีจำนวนน้อยมากและมักจะอาศัยรวมกันในพื้นที่เดียวกัน ถ้าพบอสูรตะกอนน้ำก็แสดงว่าใกล้ๆ นั้นมีโอกาสสูงมากที่จะมีวิญญาณน้ำแข็งไร้ค่าอยู่ด้วย
น่าเสียดาย ตอนที่ไอพ่นเบิกฟ้ากำลังต่อสู้กับวิญญาณน้ำแข็งไร้ค่า นั่นเป็นจังหวะที่ราชสีห์หิมะโปรยมีโอกาสฉวยเอาผลึกฟ้ามากที่สุด
เฉียวซางรู้สึกเสียดายอยู่นิดๆ แล้วหันไปมองมิเคลล่าที่เพิ่งเหยียบอากาศลงมาพร้อมถามว่า
“ผลึกฟ้าอาจจะอยู่ในอาณาเขตของวิญญาณน้ำแข็งไร้ค่าน่ะค่ะ พวกเราจะไปไหมคะ?”
พื้นที่แบบนั้น เธอไม่มีความสามารถพอจะเข้าไปเอาของมาได้เองแน่นอน เวลาแบบนี้ ต้องพึ่งขาใหญ่อย่างอาจารย์มิเคลล่าเท่านั้น!
มิเคลล่าครุ่นคิดถึงพลังต่อสู้ของวิญญาณน้ำแข็งไร้ค่าที่เพิ่งเจอมา แล้วพยักหน้าช้าๆ “ไป”
เฉียวซางได้ยินก็ตาเป็นประกาย หันไปพูดกับราชสีห์หิมะโปรยทันที
“งั้นก็รบกวนเธอนำทางหน่อยนะ”
“เพียวเพียว!”
ราชสีห์หิมะโปรยพยักหน้า แล้วกระโดดตูมลงทะเลก่อนจะว่ายนำไปทันที
“โม่ โม่โม่”
ราชามังกรเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก มันทำหน้าจริงจังแล้วร้องขึ้นเสียงหนึ่ง บอกว่ามันจะอยู่บนฝั่งดูแลชาราร่าให้ดี
ชาราร่าแสดงสีหน้าเป็นห่วง
มันก็อยากไปเหมือนกันนั่นแหละ… แต่ก็รู้ตัวดีว่าถ้าไปคงเป็นตัวถ่วงเปล่าๆ ไม่อย่างนั้นเฉียวซางคงไม่ให้มันอยู่เบื้องหลังหรอก
มิเคลล่าหันไปมองราชามังกรแวบหนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องอยู่บนฝั่งหรอก นายกับชาราร่าเองก็ไปด้วยกันเถอะ”
“โม่โม่…”
ราชามังกรขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วร้องเบาๆ แต่เฉียวซางเป็นคนสั่งให้มันอยู่ดูแลชาราร่านะ
เจ้ามังกรบ้าใครกันแน่ที่เป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรของแกกัน มิเคลล่ามุมปากกระตุกเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้
เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ก่อนจะทันเปิดปาก เฉียวซางก็พูดขึ้นก่อนว่า
“ก่อนหน้านี้วิญญาณน้ำแข็งไร้ค่ายังไม่โผล่ เราก็ยังไม่แน่ใจว่ามันอยู่ที่นี่หรือเปล่า แต่ตอนนี้มันปรากฏตัวแล้ว ก็ยากที่จะรับประกันได้ว่ามันจะไม่ย้อนกลับมาอีก”
“เราไปด้วยกัน น่าจะปลอดภัยกว่านะคะ”
คำพูดของเธอ ทำให้แววตาของชาราร่าที่เต็มไปด้วยความกังวลเมื่อครู่ สว่างวาบขึ้นทันที
“โม่โม่”
ราชามังกรได้ยินเหตุผลแล้วก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
มิเคลล่า: “…”
ใจเย็นไว้ ใจเย็นไว้ สัตว์อสูรของตัวเอง สัตว์อสูรของตัวเอง มิเคลล่าท่องในใจย้ำซ้ำๆ เพื่อกล่อมอารมณ์ตัวเอง
“เพียวเพียว?”
ราชสีห์หิมะโปรยที่ว่ายอยู่ในทะเลหยุดการเคลื่อนไหว หันหน้ากลับมาทำหน้าสงสัย ก่อนจะร้องขึ้นเสียงหนึ่ง
แม้จะไม่ต้องให้ซุนเป่าแปล ทั้งเฉียวซางและมิเคลล่าก็เข้าใจความหมายของมันได้ในทันที
มิเคลล่าควบคุมอารมณ์กลับมาได้แล้ว ก็เปิดปากพูดอย่างเรียบง่าย
“ไปกันเถอะ”
เฉียวซางยิ้ม ก่อนจะตบหลังหยาเป่าเบาๆ หนึ่งที
หยาเป่าเข้าใจทันที กระพือปีกก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ไอพ่นเบิกฟ้าเทเลพอร์ตมาอยู่ข้างๆ หยาเป่าทันที ราวกับรอคำสั่งอยู่แล้ว
มิเคลล่าหันไปมองราชามังกร แม้จะแยกจากกันไปนาน แต่พวกเขาก็เคยร่วมทางกันมาเกือบร้อยปี ราชามังกรยังคงเข้าใจเจตนาของผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองได้ดี
“โม่โม่”
มันร้องขึ้นเสียงหนึ่งอย่างไม่พอใจเล็กน้อย เหมือนจะบ่นว่า เธอเองก็เดินในอากาศได้ไม่ใช่เหรอ แล้วจะให้ฉันแบกทำไม
แม้จะบ่น แต่ราชามังกรก็ยังค่อยๆ ขยายร่างขึ้นจนสูงประมาณสามสิบเมตรแล้วจึงหยุด
มิเคลล่าก็เหยียบอากาศขึ้นไปยืนบนหลังของมันอย่างสง่างาม
ราชามังกรกระพือปีกตามไปทันที
ราชสีห์หิมะโปรยว่ายนำทางอยู่ใต้ทะเล ส่วนเฉียวซางกับมิเคลล่าก็นั่งอยู่บนหลังของหยาเป่าและราชามังกร ลอยตามอยู่บนฟ้า
ผ่านไปประมาณยี่สิบนาที ราชสีห์หิมะโปรยก็หยุดแล้วร้องขึ้นเสียงหนึ่ง
“เพียวเพียว!”
ตอนนี้พวกเขาอยู่กลางทะเลแล้ว มองไปรอบๆ ไม่มีภูเขาน้ำแข็งแม้แต่ลูกเดียว มีเพียงก้อนน้ำแข็งที่ลอยกระจัดกระจายอยู่บ้างเท่านั้น
เฉียวซางกวาดตามองรอบตัว ก่อนจะถามย้ำว่า “คือที่นี่แน่ใช่ไหม?”
“เพียวเพียว”
ราชสีห์หิมะโปรยพยักหน้า
“ซุนเป่า” เฉียวซางเรียกชื่อเบาๆ
“ซุนซุน!” ซุนเป่าชะงักเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาจะสว่างวาบขึ้นมาทันที แสดงสีหน้าตื่นเต้น แล้วแสงสีฟ้าก็เริ่มส่องประกายในดวงตาของมัน
แต่เพียงวินาทีเดียว น้ำทะเลก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
เฉียวซางรีบยกมือโบก “หยุด! หยุดๆ! ฉันหมายถึงให้นายควบคุมราชสีห์หิมะโปรยขึ้นมาก่อน ไม่ใช่จะเปิดศึก!”
“ซุนซุน…”
ซุนเป่าทำหน้าเสียดายชัดเจน ดวงตาหม่นแสงลง ก่อนจะหันไปมองราชสีห์หิมะโปรย
ภายใต้พลังที่มองไม่เห็น ร่างของราชสีห์หิมะโปรยก็ลอยขึ้นจากผิวน้ำ ช้าๆ แล้วลอยค้างอยู่กลางอากาศ
“เพียวเพียว…”
ราชสีห์หิมะโปรยมีสีหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด มันกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ การลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำทำให้ระดับความปลอดภัยของมันลดลงทันที มันไม่ค่อยชินกับการอยู่กลางอากาศเท่าไรนัก
เมื่อมันลอยขึ้นถึงระดับความสูงที่กำหนด มิเคลล่าก็หันไปส่งสายตาให้ไอพ่นเบิกฟ้า
ไอพ่นเบิกฟ้าดวงตาส่องแสงสีฟ้า มองจ้องไปยังผืนน้ำเบื้องล่าง
ทันใดนั้นผิวน้ำทะเลก็เริ่มสั่นไหวรุนแรง ก่อนจะถูกพลังที่มองไม่เห็นฉีกออกอย่างแรง กลายเป็น “หน้าผา” ขนาดยักษ์กั้นน้ำทะเลไว้สองฝั่ง
แต่ครั้งนี้ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะพวกเขาไม่ได้เห็นก้นทะเลทันที
ไอพ่นเบิกฟ้าเพิ่มพลังขึ้นอีกขั้น แรงที่ฉีกผิวน้ำก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว
มองจากมุมบนลงไป มันเหมือนกับช่องว่างดำมืดที่ลึกสุดหยั่ง เหมือนเหวลึกแห่งท้องทะเล
เฉียวซางประเมินด้วยสายตาแล้วก็รู้สึกว่า นี่มันลึกหลายพันเมตรแน่ๆ
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังไม่เห็นก้นทะเลจริงๆ
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน แสงสีฟ้าในดวงตาของไอพ่นเบิกฟ้าก็ค่อยๆ จางลง มันส่ายหัวเบาๆ
“เป่ยเป่ย”
มิเคลล่าพึมพำ ก่อนจะวิเคราะห์ออกมาว่า “ดูเหมือนว่าก้นทะเลที่นี่จะลึกไม่น้อยกว่าหมื่นเมตร”
ก้นทะเลลึกระดับหมื่นเมตร ต่อให้เป็นไอพ่นเบิกฟ้าที่เก่งกาจขนาดนี้ ก็ยังไม่อาจฉีกแหวกน้ำทะเลลงไปถึงเบื้องล่างได้อย่างสมบูรณ์
ยิ่งทะเลลึก แรงดันน้ำก็ยิ่งสูง
แม้แค่ลงไปลึกอีกไม่กี่เมตร ความยากในการใช้พลังจิตฉีกน้ำก็จะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ
เฉียวซางเข้าใจความหมายของอาจารย์ดี เธออดถอนหายใจเบาๆ ด้วยความผิดหวังไม่ได้ แล้วเอ่ยถาม “แล้วตอนนี้เราจะทำยังไงดีคะ?”
“เพียวเพียว!”
ยังไม่ทันที่มิเคลล่าจะตอบ ราชสีห์หิมะโปรยก็ร้องขึ้นเสียงหนึ่ง
บอกชัดๆ ว่า “เราสามารถลงไปได้!”