- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1428: มังกรรากฐาน
บทที่ 1428: มังกรรากฐาน
บทที่ 1428: มังกรรากฐาน
ให้ชาราร่าตามไปเที่ยวด้วยกันกับฉันเหรอ? เฉียวซางถึงกับงงไปครู่หนึ่งในใจแอบคิด กงเป่าไม่ได้แปลผิดใช่ไหมเนี่ย? แต่ยังไม่ทันจะคิดอะไรต่อ อยู่ดีๆ บัลลังก์ที่สิบ ทรานเวเดสก็พูดภาษามนุษย์ออกมาว่า
“มันแปลไม่ผิดหรอก”
เฉียวซาง: “!!!”
สมองของเธอถึงกับว่างเปล่าไป 0.01 วินาที ก่อนจะมีเสียงกรีดร้องพุ่งขึ้นมาในหัวทันที
กรี๊ดดด! บัลลังก์ที่สิบอ่านใจฉันได้! แล้วท่านยังพูดภาษามนุษย์ได้ด้วย!
นี่แหละ สมน้ำหน้าที่ไม่เชื่อในการแปลของฉัน… กงเป่ามองผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองอย่างเงียบๆ
เฉียวซางรีบสูดหายใจลึก ตั้งสติแล้วท่องอยู่ในใจซ้ำๆ ว่า อย่าคิดอะไร อย่าคิดอะไร เดี๋ยวท่านได้ยินหมด!
หลังจากตั้งสติได้ เธอก็ได้ยินเสียงของตัวเองพูดออกมาอย่างสงบนิ่งว่า
“ฉันจะดูแลชาราร่าให้ดีที่สุดเลยค่ะ”
“เซี่ยเซี่ย!”
ชาราร่าได้ยินแบบนั้นก็ดีใจสุดๆ แทบจะรีบเก็บของเตรียมออกเดินทางไปเที่ยวกับมนุษย์ตรงหน้าเดี๋ยวนั้นเลย
“แต่ว่า…” เฉียวซางพูดต่อ เปลี่ยนน้ำเสียงเล็กน้อย
“ฉันมากับอาจารย์มาที่ดาวนภาเพลิงด้วยกัน ถ้าชาราร่ามากับฉัน อาจารย์ฉันต้องรู้แน่นอนค่ะ แล้วฉันก็ไม่กล้ารับปากเต็มปากหรอกว่าชาราร่าจะไม่ถูกใครจับได้ค่ะ”
ถึงอย่างนั้น เธอเองก็มีผงล่องหนที่ช่วยลดการรับรู้ตัวตนได้ แต่ถ้าคู่ฝึกกับสัตว์อสูรคนไหนมีระดับสูงมากพอ ก็จะไม่ได้ผลอยู่ดี
“เซี่ยเซี่ย!”
ชาราร่าได้ยินแบบนั้นก็แสดงสีหน้าเป็นกังวล ก่อนจะหดหัวลงไปในกลีบของดอกไม้ที่อยู่รอบคอ แขนที่เหมือนใบไม้ก็กางขึ้นข้างบน กลายเป็นเหมือนต้นไม้ดอกไม้ธรรมดาเลยทีเดียว
“เซี่ยเซี่ย!”
เฉียวซางยังไม่ทันได้พูดอะไร ชาราร่าก็โผล่หัวขึ้นมาจากดอกไม้อีกครั้ง พร้อมกับร้องเสียงจริงจังออกมาแสดงให้เห็นว่าปกติตัวมันนั้นพรางตัวเก่งมากจะไม่ให้ใครจับได้แน่นอน
‘กงฉิว’
กงเป่ารีบแปลให้ในหัวทันที
ที่แท้ชาราร่าก็มีความสามารถแบบนี้ด้วยเหรอ เฉียวซางรู้สึกทึ่งอยู่ในใจ
“เวเดส”
ทรานเวเดสเรียกอีกครั้ง
เฉียวซางเห็นบัลลังก์ที่สิบพูดภาษาของสัตว์อสูรกับเธออีก ในใจก็แอบอยากจะบ่นเหมือนกัน แต่ก็ได้แต่กลืนคำพูดไว้ เพราะไม่แน่ใจว่าท่านจะได้ยินความคิดของเธออีกหรือเปล่า
‘กงฉิว’
กงเป่าก็แปลให้เหมือนเดิม
ท่านบอกว่า อาจารย์ของเธอจะรู้เรื่องชาราร่าก็ไม่เป็นไร และสิ่งที่เธอกังวลก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่แปลจบ ดวงตาของทรานเวเดสก็เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนขึ้นมา
วินาทีนั้นตรงหน้าของเฉียวซางก็เกิดหลุมมิติดำกลมๆ ขนาดราวสิบเซนติเมตร ลอยขึ้นมากลางอากาศ
ภายในหลุมดำ ปรากฏใบไม้สีเขียวเล็กๆ ใบหนึ่ง ก่อนมันจะค่อยๆ ลอยออกมาอย่างช้าๆ…
เฉียวซางยื่นมือไปรับอย่างอัตโนมัติ
“เวเดส”
ทรานเวเดสเปล่งเสียงอีกครั้ง
‘กงฉิว’
กงเป่าก็แปลให้ในใจทันที
ท่านบอกว่าสิ่งนี้ชื่อว่าดอกไม้กลายพันธุ์ เอามาจากสายพันธุ์พฤกษาร้อนรุ่มมีความสามารถทำให้สัตว์อสูรประเภทพืชแปลงร่างเป็นพืชชนิดไหนก็ได้ หรือแม้แต่กลายเป็นสัตว์อสูรประเภทพืชตัวอื่นก็ยังได้ ต่อให้ถูกสแกนด้วยเครื่องระบุสัตว์อสูรรุ่นล่าสุดก็ไม่มีทางถูกจับได้แน่นอน
พฤกษาร้อนรุ่ม เป็นสัตว์อสูรประเภทพืชที่ได้รับการจัดอันดับจากสมาคมอนุรักษ์สัตว์อสูรธรรมชาติแห่งดาวนภาเพลิงว่าเป็นหนึ่งในสิบสายพันธุ์สัตว์อสูรประเภทพืชที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุดในโลก ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์สวยงาม แต่พลังยังแข็งแกร่งสุดๆ อีกทั้งยังเคร่งครัดเรื่องสายเลือดมาก ก่อนจะใกล้สูญพันธุ์เคยถูกขนานนามว่าสัตว์อสูรชั้นสูง
ข้อมูลพวกนี้ผุดขึ้นมาในหัวเฉียวซางทันที เธอหันไปมองเจ้าตัวที่ยืนอยู่ไม่ไกล มันมีขนสีเขียวอ่อน ใบไม้รอบคอพาดไปด้านหลังคล้ายผ้าคลุม กำลังถือดอกไม้กลายพันธุ์สีเขียวอยู่ตรงอุ้งมือ ทั่วทั้งตัวเปล่งออร่าของความสูงศักดิ์ออกมา
“เร่รี”
สัตว์อสูรหน้าตาสง่างามนั่นเหลือบมองมาทางนี้ ก่อนจะพยักหน้าให้เบาๆ คล้ายกับทักทาย
ถ้ามีดอกไม้นี่อยู่ตั้งแต่แรก แล้วทำไมก่อนหน้านี้ไม่ให้ชาราร่าออกมาเที่ยวบ้างนะ เฉียวซางคิดได้แว้บหนึ่ง แต่ก็รีบหยุดความคิดไว้แล้วพูดอย่างจริงจังว่า
“เข้าใจแล้วค่ะ”
พูดจบก็ยื่นดอกไม้กลายพันธุ์ให้ชาราร่า
“เซี่ยเซี่ย!”
ชาราร่ายิ้มกว้างอย่างดีใจ ยื่นมือไปรับทันที จากนั้นก็ปล่อยพลังของตัวเองแผ่ออกมาห่อหุ้มดอกไม้กลายพันธุ์ไว้
ทันใดนั้น ร่างของมันก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเวอร์ชันย่อส่วนของพฤกษาร้อนรุ่มทันที
“ซุนซุน”
ซุนเป่าแสดงสีหน้าสงสัยนิดหน่อย ก่อนจะหยิบเครื่องระบุสัตว์อสูรขึ้นมาส่องไปที่ร่างของชาราร่า
ทันใดนั้น เสียงจากเครื่องที่ใช้เนื้อเสียงเดียวกับซุนเป่าก็ดังขึ้นว่า
[นายท่านช่วงนี้ใช้งานฉันถี่เชียวนะ~ ไหนขอดูหน่อยสิ~ …ตรวจพบพฤกษาร้อนรุ่ม! สัตว์อสูรประเภทพืชระดับมหาจักรพรรดิที่ใกล้สูญพันธุ์ ดอกไม้ที่ถืออยู่นั้นสามารถทำให้สัตว์อสูรประเภทพืชแปลงร่างได้ ออร่ารอบตัวดูหรูหราซะเหลือเกิน…]
พฤกษาร้อนรุ่มที่อยู่ไกลๆ ได้ยินคำบรรยายถึงตัวเองก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ซุนซุน~”
แต่ยังไม่ทันฟังจบ ซุนเป่าก็รีบกดปิดเครื่องตัดบททันที พร้อมทั้งมองชาราร่าในร่างจิ๋วของพฤกษาร้อนรุ่มด้วยแววตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
สีหน้าของพฤกษาร้อนรุ่มหุบยิ้มลงทันที…
เฉียวซางเห็นแบบนั้น คิดขึ้นมาสองอย่าง
อย่างแรกคือ ในที่สุดซุนเป่ามันก็เริ่มฉลาดแล้วสินะ รู้ว่าครึ่งหลังของคำอธิบายจากเครื่องระบุจะปล่อยให้มันพูดออกมาไม่ได้โดยเด็ดขาด
อย่างที่สองก็จริงตามที่บัลลังก์ที่สิบบอกไว้เลย แม้แต่เครื่องระบุสัตว์อสูรก็ยังแยกไม่ออก…
เธอรู้สึกทึ่งอยู่ในใจไม่น้อย
เพราะส่วนใหญ่แล้ว สัตว์อสูรที่มีความสามารถแปลงร่าง ถึงจะแปลงกายได้ยังไง เครื่องพวกนี้ก็ตรวจจับได้แทบทั้งนั้น
“เซี่ยเซี่ย!”
ชาราร่าในร่างพฤกษาร้อนรุ่มรุ่นจิ๋วร้องเรียกทรานเวเดสอย่างร่าเริง แล้วร่างก็ค่อยๆ กลับคืนเป็นรูปร่างเดิมของตัวเอง
“เวเดส”
ทรานเวเดสยิ้มให้ชาราร่า ก่อนจะหันมาทางเฉียวซางอีกครั้งแล้วส่งเสียงออกมา
‘กงฉิว’
กงเป่าจึงรีบแปลให้ทันทีในหัว
ท่านบอกว่า ขอแค่เธอช่วยดูแลชาราร่าให้ดี พอถึงวันที่เธอจะออกจากดาวนภาเพลิงเมื่อไหร่ เธอสามารถขออะไรจากท่านก็ได้หนึ่งอย่าง
เฉียวซาง: “!!!”
ในใจเธอแทบระเบิดออกมาเป็นพลุ แต่ก็ฝืนเก็บสีหน้าไว้ให้ดูนิ่งที่สุด
ไม่ทำตัวโอเวอร์ พร้อมถามออกไปอย่างจริงจัง
“แล้วตอนนั้นฉันจะติดต่อท่านยังไงคะ?”
ดีใจจนจะเก็บอาการไม่อยู่แล้วล่ะสิ…
กงเป่ามองผู้ฝึกของตัวเองเงียบๆ อย่างเหนื่อยใจ
“เวเดส”
ดวงตาของทรานเวเดสเปล่งแสงฟ้าอ่อนอีกครั้ง
จากนั้นพลังงานสีฟ้าก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นตัวเลขเรียงต่อกันเป็นชุดรหัสหนึ่ง
‘กงฉิว’
กงเป่ารีบบอกความหมายทันที
ท่านบอกว่า ถ้าถึงวันนั้นให้ติดต่อมาที่เบอร์นี้ได้เลย
นี่มัน…เบอร์ส่วนตัวของบัลลังก์ที่สิบหรือเปล่า…?
เฉียวซางรู้สึกตื่นเต้นจนใจพอง รีบหยิบมือถือขึ้นมาบันทึกเบอร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศไว้ทันที
พอเก็บเบอร์เสร็จ พลังงานที่ลอยอยู่ก็คล้ายกับผลึกน้ำแข็งที่ค่อยๆ สลายไปในอากาศ
“เซี่ยเซี่ย!”
ชาราร่ายิ้มกว้างอย่างปลื้มใจ มันรู้แล้วว่าเรื่องนี้ตัดสินแน่นอนแล้ว
“ชิงชิง~”
ชิงเป่าลอยมาข้างๆ ชาราร่าพร้อมแสดงสีหน้าดีใจเช่นกัน
มันชอบเจ้าตัวนี้จริงๆ แค่มีมันอยู่ใกล้ๆ ก็รู้สึกว่าอากาศรอบตัวหอมขึ้นเลย
เหล่าสัตว์อสูรรอบข้างต่างก็มองหน้ากันไปมา บางตัวยังคงงงๆ กับการตัดสินใจของบัลลังก์ที่สิบ แต่ก็มีอยู่ไม่กี่ตัวที่ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง แล้วหันไปมองมนุษย์คนนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
“เวเดส”
ทรานเวเดสเปล่งเสียงออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
เหล่าสัตว์อสูรต่างรีบตั้งใจฟังทันที
ด้วยการแปลของกงเป่า เฉียวซางจึงเข้าใจว่า นี่คือคำพูดปิดท้ายของการพบปะในวันนี้จากบัลลังก์ที่สิบ
จบแล้วเหรอเนี่ย… เฉียวซางรู้สึกเสียดายนิดๆ
พูดตามตรง แค่ปาร์ตี้วันนี้ เธอรู้สึกว่าอยู่ต่ออีกหลายเดือนก็ยังไหวเลย
“เวเดส”
“เวเดส”
ทรานเวเดสพูดยาวชุดใหญ่ แล้วก็หันมามองทางเฉียวซาง ก่อนจะหมุนตัวก้าวเข้าไปในหลุมมิติดำที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
เหล่าสัตว์อสูรทุกตัวต่างมองส่งมันเงียบๆ
ส่วนมังกรรากฐานที่จ้องตามหลังบัลลังก์ที่สิบมาตลอด ก็รู้ดีว่านี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวในชีวิตของมัน มันจึงรวบรวมความกล้า ร้องเรียกเสียงดังว่า
“โม่โม่!”
ทรานเวเดสหยุดก้าวเท้า หันหน้ากลับมามองทันที…
สายตาของเหล่าสัตว์อสูรทั้งหมดก็หันไปจ้องมองที่มังกรรากฐานพร้อมกัน