เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1417 โลกอีกใบ

บทที่ 1417 โลกอีกใบ

บทที่ 1417 โลกอีกใบ


พงหมอก

กงเป่าบินอยู่บนท้องฟ้า พร้อมกับกระพือปีกไปด้วย

สายลมแรงเริ่มพัดกรรโชก

ชิงเป่าบางครั้งก็แปรสภาพเป็นสายลมผสานตัวเข้าไปในลมแรง คอยควบคุมทิศทางลม ช่วยพัดหมอกจางรอบๆ ให้หายไป

เมื่อหมอกถูกพัดออก ภาพตรงหน้าก็เริ่มชัดเจนขึ้น

แต่แค่ราวๆ สามวินาที หมอกสีขาวก็พุ่งกลับมาอีกครั้งอย่างน่าประหลาด

เฉียวซางอาศัยช่วงเวลาสั้นๆ ที่เส้นทางปรากฏขึ้น เดินตัดผ่านป่าไปตามทางนั้น

เดินมาได้ราวๆ สิบกว่านาที เธอก็หยุดเท้าอย่างกะทันหัน

กงเป่าที่บินตามอยู่ก็หยุดบินตามไปด้วย

“ซุนซุน?”

ซุนเป่าที่ลอยวูบไปวูบมาอยู่ในหมอก รีบลอยกลับมาหาผู้ฝึก แล้วร้องออกมาเบาๆ เหมือนจะถามว่า ทำไมอยู่ๆ ถึงหยุดเดินล่ะ?

“ฉันรู้สึกแปลกๆ น่ะสิ” เฉียวซางพูดขึ้น

“ชิงชิง?” ชิงเป่าลอยเข้ามาใกล้ ทำเสียงสงสัย

แปลกยังไงเหรอ?

“พวกแกไม่รู้สึกเหรอ ว่าหมอกที่นี่มันไม่ใช่หมอกปกติ? ที่มันกลับมาปกคลุมเร็วเกินไปน่ะสิ” เฉียวซางพูดต่อ

พลังลมของกงเป่าร่วมกับการควบคุมลมของชิงเป่า ปกติแค่พัดหมอกออกก็สามารถเคลียร์ระยะได้เป็นร้อยเมตร บางครั้งถ้ากงเป่าใช้พลังลมแรงหน่อย ก็สามารถพัดหมอกออกได้ไกลถึงกิโล

แต่ไม่ว่าจะพัดออกได้ไกลแค่ไหน หมอกมันก็จะย้อนกลับมาในเวลาราวๆ สามวินาที กลับมาปกคลุมหมดทุกอย่างอีก ไม่เหมือนหมอกปกติเลย สุดจะพิลึก

“ย่าห์!”

พอได้ยินผู้ฝึกพูดแบบนี้ หยาเป่าก็เหมือนจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง สีหน้ากลายเป็นระวังตัวขึ้นมาทันที เริ่มสังเกตไปรอบๆ อย่างจริงจัง

ลู่เป่าที่เพิ่งกลับเข้าไปในเป้เงียบๆ ก็ยื่นหัวออกมาอีกครั้งแบบไม่พูดไม่จา

“ถิงถิง”

ถิงเป่าไม่สนใจที่เฉียวซางพูดแม้แต่นิด เขามัวแต่มองลู่เป่าที่โผล่หัวออกมาจากเป้ด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เฉียวซางยังพูดต่อ

“หยาเป่า ซุนเป่า พวกแกลองใช้พลังจิตสำรวจดูหน่อย ว่าบริเวณนี้มันมีอะไรผิดปกติรึเปล่า”

สัตว์อสูรประเภทพลังจิตส่วนมากจะมีพลังจิตสูงกว่าสัตว์อสูรระดับเดียวกันอยู่แล้ว ยิ่งพอถึงระดับราชา ยิ่งสามารถใช้พลังจิตตรวจจับสิ่งรอบตัวได้โดยตรง อย่างซุนเป่าก็ใช้พลังจิตในการตรวจหาตำแหน่งเป็นหลัก

หยาเป่าแม้จะยังข้ามพิกัดมิติไม่ได้ แต่การใช้พลังจิตตรวจจับก็ยังไม่มีปัญหา

“ย่าห์!”

“ซุนซุน~”

หยาเป่ากับซุนเป่าร้องรับคำ แล้วดวงตาทั้งคู่ก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าออกมา

“ย่าห์”

“ซุนซุน~”

ไม่กี่วินาทีต่อมา แสงสีฟ้าในดวงตาของทั้งสองก็ค่อยๆ จางหายไป พวกมันทั้งคู่ส่ายหน้าเหมือนจะบอกว่าไม่เจออะไรผิดปกติเลย

ไม่มีอะไรเลยเหรอ เฉียวซางนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อว่า “แล้วแถวนี้มีสัตว์อสูรอยู่บ้างไหม?”

“ย่าห์”

“ซุนซุน”

หยาเป่ากับซุนเป่าส่ายหน้าอีกครั้ง บอกว่าไม่พบเลย

แม้แต่สัตว์อสูรก็ไม่มี เฉียวซางเริ่มครุ่นคิดลึกขึ้น

จากที่ชายชราลึกลับคนนั้นเคยบอกไว้ พื้นที่แถบนี้ถูกหมอกปกคลุมตลอดปี สัตว์อสูรมักจะหลงทางถ้าเข้าไปด้านใน เลยไม่มีสัตว์อสูรกล้าเข้ามาอยู่ในนี้มากนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่น่าจะไม่มีเลยสักตัว

แต่ก็อาจจะเป็นแค่เธอคิดมากไปเองก็ได้ สัตว์อสูรตัวเล็ก การรับรู้ของหยาเป่ากับซุนเป่าก็แค่กวาดตรวจในวงกว้าง ไม่เจออะไรก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

เฉียวซางสลัดความคิดแล้วพูดขึ้นว่า

“ช่างเถอะ เราเดินต่อกันก่อนก็แล้วกัน”

ในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางหมอกขาวที่ปกคลุมไปทั่ว กลับมีดวงตาหลากสีหลากรูปร่างหลายคู่ จ้องมองการเคลื่อนไหวของเฉียวซางและพวกสัตว์อสูรอย่างใกล้ชิด

ภายในพงหมอก คล้ายกับมีอีกโลกหนึ่งอยู่ทับซ้อนกัน ภาพรอบตัวค่อยๆ เปลี่ยนจากทะเลหมอกหนาทึบ กลายเป็นภูเขาเขียวชอุ่มที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสี พืชนานาชนิด และพลังชีวิตที่เปี่ยมล้น

บนต้นไม้ บนดอกไม้ กลางทุ่งหญ้า หรือแม้แต่กลางอากาศ มีสัตว์อสูรหน้าตาแปลกตา ซึ่งหากโผล่ไปที่โลกภายนอกคงเรียกเสียงฮือฮาได้มหาศาล ปรากฏอยู่เต็มไปหมด

กลางอากาศ มีหน้าจอพลังงานลอยนิ่งอยู่ บนจอฉายภาพการเคลื่อนไหวของเฉียวซางและพวกสัตว์อสูรในพงหมอกอย่างชัดเจน

“หนิงหนิง”

สัตว์อสูรรูปร่างเหมือนม้า ตัวใหญ่สีฟ้าครามแซมลายขาว มีปีกสีขาวคู่หนึ่ง หันไปเรียกสัตว์อสูรอีกตัวที่อยู่ข้างๆ ซึ่งมีขนาดราวหนึ่งเมตร และทั้งร่างประกอบขึ้นจากหมอกสีขาวล้วน

“อู่อู่”

สัตว์อสูรหมอกสีขาวตัวนั้นดูเก้อเขิน ยกอุ้งมือเกาหัวเบาๆ ก่อนจะประกบสองมือเข้าด้วยกันแล้วเริ่มหมุนเวียนพลังงานภายในร่าง

ภายในป่า เฉียวซางหยุดเดินกะทันหันอีกครั้ง

“ย่าห์?”

หยาเป่าหยุดตามทันที พร้อมส่งเสียงถามว่า เกิดอะไรขึ้นอีก?

“กงฉิว”

ยังไม่ทันที่เฉียวซางจะตอบ กงเป่าที่คอยบินสำรวจรอบๆ ก็ส่งเสียงจริงจังออกมาบอกว่า เวลาที่หมอกย้อนกลับมาเปลี่ยนไปแล้ว

“ใช่” เฉียวซางพยักหน้า “ก่อนหน้านี้มันย้อนกลับมาในสามวินาที แต่ตอนนี้กลายเป็นสิบวินาที เวลายาวขึ้นมาก”

“ย่าห์?”

หยาเป่าทำหน้ามึนๆ ไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรด้วย?

เฉียวซางทำสีหน้าเคร่งเครียดแล้วพูดว่า

“ก่อนหน้านี้ประมาณสิบกว่านาที หมอกจะย้อนกลับมาในเวลาประมาณสามวินาทีตลอด แต่พอเราพูดเรื่องนี้ออกไป มันกลับยืดเวลาเป็นสิบวินาทีแบบทันทีเลยไม่คิดว่ามันแปลกเหรอ?”

“ย่าห์”

หยาเป่าพยายามทำหน้าครุ่นคิดและเริ่มรู้สึกถึงความร้ายแรงของสถานการณ์

“ซุนซุน!”

ซุนเป่าดูเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก ทำหน้าตาตื่นตกใจแล้วส่งเสียงร้อง

อย่าบอกนะว่าหมอกพวกนี้มีสติ!

หมอก? มีสติ? หยาเป่าพยายามประมวลผลให้เข้าใจ

“ชิงชิง”

ชิงเป่าแอบมีแววตาตื่นเต้นอยู่แวบหนึ่ง แต่ก็รีบเก็บอารมณ์ กลับมาทำสีหน้าเป็นกังวล ก่อนจะลอยมาใกล้เฉียวซางแล้วส่งเสียงเบาๆ แสดงความกลัวว่าแบบนี้เราจะทำยังไงดี?

“เราจะออกกันไปก่อน” เฉียวซางตัดสินใจเด็ดขาดทันที

หา? ชิงเป่าชะงักไปนิดนึง นี่ไม่ใช่คำตอบที่มันอยากได้เลยสักนิด

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าที่เมื่อกี้ยังทำหน้าตกใจอยู่ เปลี่ยนสีหน้าเป็นเสียดาย ส่งเสียงอ้อนๆ เหมือนไม่อยากหยุดเล่นเลยสักนิด

หมอกมีสติก็จริง มันก็น่ากลัวแหละแต่มีหยาเป่ากับลู่เป่าอยู่ด้วย มันก็ยังรู้สึกปลอดภัยอยู่ดี

อีกมุมหนึ่งของพื้นที่แห่งเดียวกัน ในโลกอีกใบ

“เกาเกา”

สัตว์อสูรลักษณะแมวตัวอ้วนๆ สีชมพูทั้งตัว ส่งสายตารังเกียจใส่สัตว์อสูรที่ทำจากหมอกสีขาวทั้งตัว

“อู่อู่”

สัตว์อสูรหมอกดูหมดอาลัยตายอยากไปชั่วขณะ

“หนิงหนิง”

สัตว์อสูรลักษณะม้าใหญ่ที่มีปีกขาวพูดปลอบเสียงนุ่มบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก ยังไงมนุษย์คนนั้นก็กำลังจะไปแล้ว

“อู่อู่”

สัตว์อสูรหมอกสีขาวได้ยินแบบนั้นก็เหมือนจะมีกำลังใจขึ้นมาอีกหน่อย

“จวี้จวี้!”

จู่ๆ ก็มีสัตว์อสูรที่ดูแก่ๆ ตัวหนึ่งเดินเข้ามา มันใส่แว่น ตัวสีขาวทั้งตัว คิ้วยาวจนห้อยลงมา ทำหน้าเคร่งขรึมแล้วจ้องภาพบนจอพลังงาน พลางร้องเสียงจริงจังเมื่อเห็นใครบางคนในภาพนั้น

สัตว์อสูรทั้งหมดหันไปมองพร้อมกัน

“คุยคุย”

สัตว์อสูรที่ทั้งร่างหุ้มด้วยเกราะทองคำ แต่ภายในกลับไม่มีร่างอะไรอยู่เลย มองไปที่ภาพบนหน้าจอ ก่อนจะหยิบรายชื่อหนึ่งชุดขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ส่ายหน้า แสดงว่ามนุษย์คนนั้นไม่ได้อยู่ในรายชื่อ

“จวี้จวี้!”

สัตว์อสูรแก่ๆ ที่มีคิ้วยาวจนห้อยลงมาทำสีหน้าจริงจังแล้วส่งเสียงว่า ตัวมันไม่มีทางตรวจจับผิดแน่นอน

สัตว์อสูรทั้งหมดต่างพากันมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครรู้ว่าควรจะทำยังไงดี

สัตว์อสูรที่ประกอบด้วยหมอกทั้งตัวดูลังเลสุดๆ

“เซี่ยเซี่ย”

จู่ๆ ก็มีเสียงใสๆ ของลูกสัตว์อสูรตัวหนึ่งดังขึ้น

สัตว์อสูรทั้งหมดหันไปมองเจ้าตัวที่พูด แล้วพากันพยักหน้ารับเห็นด้วย

“อู่อู่”

สัตว์อสูรหมอกที่ลังเลอยู่เมื่อครู่ ในที่สุดก็เลิกลังเล แล้วพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็ประสานอุ้งมือแล้วเริ่มหมุนเวียนพลังงาน

อีกด้านหนึ่ง

“ฉันจะกลับไปตรวจสอบดูก่อนว่ามันคืออะไร พรุ่งนี้จะกลับมาใหม่” เฉียวซางพูดอย่างระมัดระวัง

“ซุนซุน”

ซุนเป่าทำหน้าเหมือนปลงตกแล้วบอกว่าเอางั้นก็ได้ แล้วดวงตาก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้า

แต่ในวินาทีนั้นเอง หมอกขาวรอบๆ ก็พลันเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ราวกับระเบิดพลังออกมา กลืนกินร่างของเฉียวซางกับหยาเป่าและพวกสัตว์อสูรไปในพริบตา

“กงเป่า! ชิงเป่า!” เฉียวซางร้องเรียกทันที

“กงฉิว!” เสียงของกงเป่าดังตอบกลับมาแทบจะในทันที

แล้วลมกรรโชกแรงก็บังเกิดขึ้นทันใด

หมอกขาวรอบๆ ถูกพัดกระจายออกไปอีกรอบเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

แต่ในตอนนั้นเอง เฉียวซางก็พลันรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล เธอกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเร่งรีบ

ชิงเป่าอยู่ไหน?!

จบบทที่ บทที่ 1417 โลกอีกใบ

คัดลอกลิงก์แล้ว