เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1345—1346: ศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่ง (สองตอนรวมกัน)

บทที่ 1345—1346: ศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่ง (สองตอนรวมกัน)

บทที่ 1345—1346: ศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่ง (สองตอนรวมกัน)


เวลา 1 ทุ่มครึ่ง

ณ ลานฝึกซ้อมกลางแจ้ง

“ถิงถิง!”

เจ้ามังกรน้อยอสนีเบิกตากว้าง แววตาทอประกายคมกริบ ร่างทั้งร่างมีสายฟ้าสีเหลืองแลบผ่านไปมา แล้วก็ยิงสายฟ้าพุ่งใส่ชิงเป่าที่ลอยอยู่ไม่ไกลนั้น

แต่ในจังหวะที่สายฟ้ากำลังจะฟาดถึงตัว ชิงเป่ากลับกลายเป็นสายลมแล้วหายวับไปทันที

ฟ้าผ่าลงบนยังพื้นดินที่ว่างเปล่า

“ไม่เลวเลย” เฉียวซางเอ่ยชม “ทักษะผสานครั้งนี้แกฝึกใช้มาห้ารอบ ทุกครั้งก็ทำสำเร็จหมด ไม่พลาดสักครั้ง ดูท่าที่ทำได้ตอนแข่งวันนี้ คงไม่ใช่แค่ฟลุ๊กแล้วล่ะ”

“ถิงถิง”

มังกรน้อยอสนีทำหน้าเหมือนจะบอกว่า แน่นอนอยู่แล้ว

เฉียวซางว่า “ต่อไปก็ฝึกเรื่องความเร็วกับปฏิกิริยาตอบสนองต่อการถูกโจมตี”

“ถิงถิง” มังกรน้อยอสนีพยักหน้ารับ

“ชิงชิง~”

ชิงเป่าโผล่ออกมาพร้อมก้อนหินเต็มสองแขน แสดงว่ามันพร้อมแล้ว

“เริ่มได้เลย” เฉียวซางกล่าว

ชิงเป่าไม่พูดพร่ำ กลายร่างเป็นสายลมพัดพาก้อนหินทีละก้อนปาใส่มังกรน้อยอสนี

มังกรน้อยอสนีเคลื่อนไหวว่องไว หลีกหลบอย่างคล่องแคล่ว

แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีหลุมดำโผล่ขึ้นมาตรงตำแหน่งที่มันกำลังจะขยับไป

“ถิงถิง!”

มังกรน้อยอสนีตกใจ รีบชะลอเท้าทันที

พอดีกับที่ก้อนหินก้อนหนึ่งตกใส่หัวของมันอย่างจัง

“ถิง…ถิง…”

มังกรน้อยอสนีส่ายหัวไล่อาการมึนงง

“ซุนซุน…”

ซุนเป่าที่เพิ่งโผล่หัวออกมาครึ่งนึง พอเห็นภาพตรงหน้า ก็ค่อยๆ มุดหัวกลับเข้าไปอย่างรู้สึกผิด

หลุมดำหายวับไป

“ชิงชิง!”

“ชิงชิง!”

ชิงเป่าโผล่มาอีกครั้งพร้อมก้อนหินในมือ แล้วร้องบ่นอย่างหงุดหงิดไปยังอากาศที่ว่างเปล่า

“ถิงถิง”

มังกรน้อยอสนีได้สติแล้ว ร้องเสียงหนึ่งเหมือนจะบอกว่า ไม่เป็นไรๆ พี่ใหญ่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจ อย่าดุเขาเลย

ชิงเป่า : “……”

“ซุนซุน”

ซุนเป่าโผล่หัวจากหลุมดำอีกจุดที่ห่างออกไปเป็นร้อยเมตรแล้วเปล่งเสียงร้องตอบกลับมา

ตามนั้นเลย!

ชิงเป่า : “……”

มันถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วพายุลมรอบกายก็เริ่มพัดแรงขึ้น จากนั้นก็ยิ้มให้มังกรน้อยอสนีพร้อมพูดว่า

“ชิงชิง”

เรามาต่อกันเถอะ

“ถิงถิง”

มังกรน้อยอสนีจู่ๆ ก็รู้สึกถึงพลังคุกคามบางอย่าง แต่พอนึกถึงว่ากำลังฝึกอยู่ มันก็ยังพยักหน้าตอบตกลง

ชิงเป่ากลายเป็นสายลมอีกครั้ง แล้วก้อนหินมากมายก็โปรยลงมาเหมือนลูกเห็บ

มังกรน้อยอสนีหลบซ้ายหลบขวาอย่างเต็มที่ แต่เพิ่งจะเคลื่อนที่ได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกหินถล่มใส่ไม่ยั้ง

ต่อมาก็แทบจะเดินได้แค่สองสามเมตรก็โดนหินซัดเข้าทันที

“ถิง…ถิง…”

มังกรน้อยอสนีกัดฟันแน่น เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหวขึ้นอีก

ฝึกไปประมาณครึ่งชั่วโมง แม้ว่าหัวของมันจะเต็มไปด้วยรอยปูดลูกโตๆ แต่ความเร็วในการเคลื่อนไหวของมันก็พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ดูเหมือนว่ามังกรน้อยอสนีจะมีพรสวรรค์ด้านร่างกายค่อนข้างสูงทีเดียว…เฉียวซางที่มองอยู่ไม่ไกลก็พลอยรู้สึกพอใจอย่างมาก

ขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พักด้านข้าง มิเคลล่าก็วางมือถือ แล้วพูดขึ้นมาทันทีว่า

“ฉันเจอการแข่งขันที่เหมาะกับภูติเร้นเมฆามากๆ เลยล่ะ”

เฉียวซางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผลอถามออกมาทันทีว่า

“งานแข่งอะไรเหรอคะ?”

“มันชื่อว่าศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่งน่ะ” มิเคลล่าตอบเรียบๆ

เฉียวซางชะงักไปอีกครั้ง “มีการแข่งขันแบบนี้ด้วยเหรอคะ?”

บนโลกบลูสตาร์ ส่วนใหญ่ชื่อรายการแข่งขันมักจะเน้นระดับของผู้ฝึกสัตว์อสูรเป็นหลัก หรือไม่ก็เน้นการแข่งขันระหว่างสัตว์อสูรประเภทเดียวกัน ถึงจะมีการแข่งขันแนวศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรอยู่เหมือนกัน แต่ระดับของสัตว์อสูรที่เข้าร่วมก็มักจะอยู่ในระดับนายพลขึ้นไป การแข่งที่ตั้งชื่อว่าเน้นเฉพาะสัตว์อสูรระดับสูงแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่น่าจะดึงดูดผู้คนได้มากนัก

ก็อย่างว่าแหละ ระดับสูงนั้นไม่ได้ถือว่าสูงอะไรเลยในบรรดาสัตว์อสูรทั้งหลาย ถ้าผู้ฝึกสัตว์อสูรเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย มีทรัพยากรสนับสนุนดีๆ แล้วสัตว์อสูรไม่มีปัญหาอะไรเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ก็สามารถพัฒนาให้ถึงระดับสูงได้ไม่ยากอยู่แล้ว

“บอกแล้วไงว่าบนดาวนภาเพลิงน่ะ การแข่งขันต่อสู้มีแทบทุกแบบ” มิเคลล่าพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่ใช่แค่ศึกชิงจ้าวระดับสูงนะ แม้แต่ศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นก็มีเหมือนกัน”

ศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นเหรอ…เฉียวซางได้ยินแล้วก็เบิกตากว้าง รู้สึกว่ามังกรน้อยอสนีน่าจะเหมาะกับรายการแบบนั้นมากเลยทีเดียว

มิเคลล่าเห็นแววตาเธอก็พูดต่อว่า “ฉันลองดูเวลาจัดแข่งของศึกชิงจ้าวระดับเริ่มต้นแล้ว การแข่งขันนี้จัดแค่ปีละครั้ง พึ่งจบไปเมื่อสองเดือนก่อนนี้เอง”

เฉียวซางได้ยินแล้วก็หมดความสนใจไปในทันที

มิเคลล่าเอ่ยต่ออย่างใจเย็น “บนดาวนภาเพลิง การแข่งชิงจ้าวในแต่ละระดับของสัตว์อสูรจริงๆ แล้วมีเรตติ้งสูงมาก ทั้งผู้ฝึกสัตว์อสูรที่มาสมัคร รวมถึงสัตว์อสูรป่าที่ไม่มีผู้ฝึกสัตว์อสูรก็มากันเพียบเลยล่ะ...”

เฉียวซางทำหน้ามึนงงแล้วรีบขัดขึ้น “เดี๋ยวนะ สัตว์อสูรป่าเหรอคะ?”

“ใช่” มิเคลล่าตอบ “รายการนี้เปิดให้ทั้งสัตว์อสูรที่มีผู้ฝึกสัตว์อสูรและสัตว์อสูรป่าที่มีระดับตรงตามเกณฑ์สามารถเข้าร่วมได้ รุ่นก่อนแชมป์ก็คือสัตว์อสูรป่าตัวหนึ่งนั่นแหละ”

พูดจบเธอก็ยิ้มขึ้น “เธอยังไม่เคยลองประลองกับสัตว์อสูรที่ไม่มีผู้ฝึกในสนามแข่งจริงเลยใช่ไหมล่ะ?”

“ยังเลยค่ะ” เฉียวซางตอบทันควัน สีหน้าดูสนใจขึ้นมาทันที “น่าสนุกเหมือนกันนะเนี่ยคะเนี่ย”

เธอถามต่อ “ว่าแต่แข่งวันไหนเหรอคะ?”

“มะรืนนี้” มิเคลล่าตอบ

“มะรืน!?” เฉียวซางอุทาน “เร็วขนาดนั้นเลยเหรอคะ? แต่ตอนนั้นมังกรน้อยอสนีก็ยังต้องแข่งอยู่เลยนะคะ”

มิเคลล่าหัวเราะนิดๆ แล้วพูดว่า “หนึ่งในกติกาของศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงคือ ถ้าเป็นสัตว์อสูรระดับสูงก็สามารถลงสมัครได้ทันที ต่อให้ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันไม่ว่าง มันก็สามารถลงแข่งคนเดียวได้เหมือนกัน”

กติกายืดหยุ่นขนาดนี้เลยเหรอ…เฉียวซางรู้สึกทึ่ง

“ย่าห์?”

จู่ๆ หยาเป่าที่กำลังฝึกอยู่ไกลๆ ก็เทเลพอร์ตมาโผล่ข้างๆ แล้วส่งเสียงอย่างตื่นเต้น เหมือนจะถามว่าไม่มีศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับราชาบ้างเหรอ?

ลู่เป่าที่แผ่พลังเย็นยะเยือกอยู่ไกลๆ หูขยับเล็กน้อย

หลุมดำลูกหนึ่งผุดขึ้นกลางอากาศ

“ซุนซุน?”

ซุนเป่าก็โผล่หัวออกมาจากหลุมดำ พร้อมกับถามด้วยเสียงตื่นเต้นเช่นกัน

ส่วนกงเป่าก็ยังคงฝึกอยู่บนท้องฟ้าต่อไป ราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย

“มีสิ” มิเคลล่าพยักหน้าตอบ

“ย่าห์!”

หยาเป่าหันไปมองผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองแล้วส่งเสียงอย่างกระตือรือร้น

มันจะลงแข่ง!

“ซุนซุน!”

ซุนเป่าก็ยกอุ้งมือขึ้นสูง

มันก็จะลงด้วยเหมือนกัน!

ลู่เป่าคลายพลังความเย็นจากตัว แล้วเดินเข้ามาใกล้

ส่วนทางด้นกงเป่ายังคงฝึกฝนต่อไป

หยาเป่า ลู่เป่า ซุนเป่า และกงเป่า…นี่พวกมันอยากจะตัดสินกันแล้วใช่ไหมว่าใครกันแน่ที่แกร่งที่สุดในหมู่พวกมัน…เฉียวซางรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยเช่นกัน เธอพยักหน้าแล้วพูดว่า

“ดีเลย งั้นเราก็ลงชื่อสมัครกันเถอะ!”

จะว่าไป เธอรู้สึกว่าศึกชิงจ้าวของสัตว์อสูรระดับราชายังน่าสนใจกว่าศึกของระดับสูงหรือระดับเริ่มต้นตั้งเยอะ

กงเป่าที่กำลังฝึกอยู่ก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้

ในการต่อสู้ในใจของผู้ฝึก มัน…เทียบชั้นกับพวกหยาเป่าได้เลยงั้นเหรอ?

“แต่ศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับราชาน่ะ จัดทุกๆ สองปีนะ” มิเคลล่าเสริม “กว่าจะถึงครั้งหน้าก็อีกตั้งกว่าปีแน่ะ”

เฉียวซาง: “……”

“ย่าห์……”

หยาเป่าแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา ก่อนจะเทเลพอร์ตหายไปไกล แล้วเริ่มฝึกซ้อมใหม่อีกรอบ

“ซุนซุน…”

ซุนเป่าที่กำลังตื่นเต้นอยู่ดีๆ ก็พลันหมดอารมณ์ ก่อนจะมุดกลับเข้าไปในหลุมดำเงียบๆ

ลู่เป่าก็หันหลังกลับไปอย่างเงียบเชียบ พลังเย็นยะเยือกเริ่มแผ่ออกมาอีกครั้ง

ส่วนกงเป่าก็ยังคงไม่แสดงท่าทีอะไร ยังคงฝึกซ้อมของมันต่อไปโดยไม่สะทกสะท้าน

“ว่าไงล่ะจะให้ภูติเร้นเมฆาไปแข่งไหม?” มิเคลล่าหันมาถามขึ้น

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ” เฉียวซางมองไปทางที่หินกำลังหมุนวนเป็นพายุโหมกระหน่ำลงมา แล้วตอบว่า “ตอนนี้สิ่งที่ชิงเป่าขาดที่สุดก็คือประสบการณ์ในการต่อสู้จริงนั่นแหละค่ะ”

มิเคลล่าพยักหน้า “งั้นเดี๋ยวฉันส่งลิงก์สมัครให้”

พูดจบเธอก็ก้มลงไปกดในมือถือ

เฉียวซางก็หยิบมือถือออกมา เปิดเว็บไซต์ตามไปพลางถามขึ้นลอยๆ ว่า “สนามแข่งของศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงนี้ อยู่ในเมืองเดียวกันกับพวกเราหรือเปล่าคะ?”

ดาวนภาเพลิงนั้นมีโครงสร้างคล้ายกับโลกบลูสตาร์คือมีการแบ่งดินแดนเป็นประเทศ และตอนนี้ที่พวกเธออยู่ก็คือประเทศชื่อว่าประเทศช้าง

“ไม่ใช่” มิเคลล่าตอบ

เฉียวซาง : “???”

“อยู่ที่เมืองฮาร์มาน” มิเคลล่าพูดต่อ “แต่ไม่ต้องห่วงนะ พวกเราสามารถใช้สัตว์อสูรที่เชี่ยวชาญด้านการเดินทางระหว่างเมืองพาไปได้ ถึงที่นั่นได้ในพริบตาเลยล่ะ”

เฉียวซางใช้เวลาคิดสักพัก ก่อนจะถามว่า “สัตว์อสูรที่ใช้เดินทางระหว่างเมือง? ใช้ทักษะข้ามพิกัดมิติรึเปล่าคะ?”

ด้วยขอบเขตของพลังข้ามพิกัดมิติของซุนเป่าในตอนนี้ ก็สามารถพาเธอวาร์ปไปยังเมืองใกล้ๆ ได้ก็จริง แต่ถ้าไกลกว่านั้นก็ยังไม่ไหว

“ไม่ใช่” มิเคลล่าส่ายหน้าเบาๆ “ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าใช้ทักษะกำหนดพิกัดมากกว่า”

กำหนดพิกัด เป็นทักษะเหนือระดับของประเภทพลังจิต หากสัตว์อสูรมีทักษะนี้ จะสามารถติดตั้งพิกัดไว้ยังตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง หรือบนตัวเป้าหมาย แล้วเคลื่อนย้ายไปยังจุดนั้นหรือไปยังตัวเป้าหมายเมื่อใดก็ได้

ยิ่งชำนาญมากเท่าไร พิกัดที่วางไว้ก็จะอยู่ได้นานขึ้น ระยะที่รับรู้ได้ก็จะยิ่งไกลขึ้นตามไปด้วย

ในหัวของเฉียวซางพลันปรากฏข้อมูลของทักษะกำหนดพิกัดขึ้น เธอจึงถามขึ้นอย่างแปลกใจ “มีสัตว์อสูรที่ใช้ทักษะนี้ทำงานเฉพาะทางเลยเหรอคะ?”

สัตว์อสูรที่มีทักษะกำหนดพิกัดนั้นมีไม่เยอะ แล้วยิ่งที่มีระดับความชำนาญสูงๆ ยิ่งหาได้ยากมาก บนโลกบลูสตาร์ ถ้าอยากหาสัตว์อสูรแบบนี้ ต้องโพสต์ประกาศรับจ้างเป็นเรื่องเป็นราว แถมยังไม่แน่ว่าจะหาเจอหรือเปล่าด้วยซ้ำ

สัตว์อสูรที่สามารถตั้งพิกัดไว้ในเมืองอื่นแล้วใช้เดินทางกลับไปได้สำเร็จ ต้องมีระดับถึงราชาเป็นอย่างน้อย และทักษะนี้ก็ต้องพัฒนาไปถึงขั้นไร้ที่ติด้วย

ซึ่งเงื่อนไขสองข้อนี้...ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด

“ใช่แล้วล่ะ” มิเคลล่าตอบ “ถ้าเธอได้ออกเดินทางบ่อยๆ จะรู้ว่ามีสัตว์อสูรที่ทำงานอิสระแบบนี้อยู่เยอะเลยทีเดียว”

“อย่างงานติดตั้งพิกัดข้ามเมืองเนี่ย ก็เป็นงานที่รัฐบาลจัดจ้างโดยตรง ถือว่าเป็นงานประจำที่มั่นคง สวัสดิการดี ค่าตอบแทนสูง มีสัตว์อสูรป่าไม่น้อยที่สมัครใจอยากทำเลยล่ะ”

เฉียวซางฟังแล้วก็พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา “แต่ถ้าต้องส่งชิงเป่าไปแข่งต่างเมือง ฉันก็อดรู้สึกกังวลไม่ได้อยู่ดีค่ะ”

ชิงเป่าพึ่งออกมาจากอาณาเขตลึกลับได้ไม่นาน แถมยังไม่ค่อยเคยแยกจากเธอเลย ถ้าแค่แข่งในเมืองเดียวกันยังพอไหว แต่ให้ไปอีกเมืองเลยแบบนี้ก็อดรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้

“ไม่เห็นต้องกังวลอะไรเลย” มิเคลล่ายิ้มบางๆ แล้วพูดอย่างขำๆ “เธอเองก็เป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B แล้วนะ จะเรียกภูติเร้นเมฆากลับมาเมื่อไรก็ได้ทั้งนั้น อีกอย่างการแข่งขันนี้ก็มีช่องถ่ายทอดสดเฉพาะ เธอก็นั่งดูถ่ายทอดไปสิ”

เฉียวซางนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะถามอย่างงุนงง

“ถึงอยู่คนละเมือง ฉันก็ยังเรียกชิงเป่ากลับมาได้เหรอคะ?”

มิเคลล่านิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเด็กคนนี้ที่เธอกำลังคุยด้วย อายุแค่สิบเจ็ดปีเท่านั้น เธอจึงอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า

“ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B เนี่ย ต่อให้เป็นในประเทศใหญ่ๆ อย่างประเทศมังกร ก็ยังสามารถรับรู้ตำแหน่งของสัตว์อสูรของตัวเองได้ตลอดเวลา แล้วอย่างประเทศเล็กๆ อย่างประเทศช้างที่เราอยู่เนี่ย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย”

เฉียวซาง: “!!!”

พอรู้แบบนั้นเธอก็แทบจะอดใจไม่ไหว อยากจะให้ซุนเป่าวาร์ปไปต่างเมืองเดี๋ยวนั้นเลยด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็กลั้นใจไว้ แล้วพูดว่า

“แต่ฉันก็ยังรู้สึกไม่ค่อยวางใจอยู่ดี…”

สำหรับเธอแล้ว ชิงเป่าดูเป็นภูติเร้นเมฆาที่ยังไม่มีประสบการณ์ในโลกภายนอก แถมยังดูไร้เดียงสาเกินไป ง่ายที่จะถูกหลอก

มิเคลล่านึกถึงหน้าตาน่ารักน่าชังของชิงเป่าที่ยังดูอ่อนต่อโลก แล้วก็แนะนำว่า

“งั้นเธอลองให้ผู้พิทักษ์อัคคีเจิดจรัส หรือราชาบ่วงรัตติกาลตามไปเป็นเพื่อนก็ได้”

เฉียวซางที่ได้ยินก็เริ่มคิดหนักทันที ว่าจะให้หยาเป่าไปด้วยดี หรือจะให้ซุนเป่าไปด้วยดี

ตอนนี้หยาเป่าก็เริ่มนิ่งขึ้นมากแล้ว แถมบางครั้งก็มีความเป็นพี่ใหญ่ให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่นิสัยก็ยังร้อนแรงอยู่ดี ถ้าไม่มีเธอคอยคุมไว้ อาจจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทขึ้นมาได้ง่ายๆ…

ส่วนซุนเป่าน่ะฉลาดมาก ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็สามารถพาชิงเป่าหนีได้ทันแน่นอน…

“ซุนซุน~”

ในจังหวะที่ความคิดยังวนเวียนอยู่ หลุมดำลูกหนึ่งก็โผล่ขึ้นตรงหน้า ซุนเป่าก็โผล่หัวออกมาแล้วร้องขึ้นมาหนึ่งเสียง เหมือนจะบอกว่า มันสามารถพาเจ้าตัวเล็กไปได้ แล้วจะพากลับมาอย่างปลอดภัยด้วย!

“ซุนซุน~”

มันร้องขึ้นอีกครั้ง พร้อมทำหน้าจริงจัง

อีกอย่าง มันอ่านหนังสือออก! ไม่มีทางหลงทางแน่นอน!

เฉียวซางได้ยินแบบนั้น ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ “งั้นก็ดีเลย งั้นแกพาชิงเป่าไปนะ พอแข่งของมังกรน้อยอสนีจบเมื่อไหร่ ฉันจะรีบตามไปทันที”

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าร้องเสียงดีใจแล้วหมุนตัวหายเข้าไปในหลุมดำ เตรียมตัวไปแจ้งข่าวนี้กับชิงเป่าให้เร็วที่สุด

ทันใดนั้น หลุมดำลูกหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในเขตที่มีพายุหมุนแรงกล้า

หัวของซุนเป่าโผล่ออกมาจากหลุมนั้น

แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรเลย ก้อนหินก้อนแล้วก้อนเล่าก็ราวกับฝนห่าใหญ่กระหน่ำลงมาใส่หัวมันไม่หยุด

หัวของมันโดนไปทีละลูกๆ จนพยักหน้าถี่เหมือนพยักหน้ารับคำสัญญา

กระแสลมที่โหมกระหน่ำอยู่ก่อนหน้าก็ค่อยๆ อ่อนกำลังลง

“ชิงชิง~”

ชิงเป่าปรากฏตัวขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจและรู้สึกผิด มันรีบร้องขึ้นเสียงหนึ่งเพื่อบอกว่า มันไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆ

ซุนเป่า : “……”

ทำไมรู้สึกว่าเจ้าห้านี่จงใจชัดๆ เลยล่ะ…

“ถิงถิง…”

มังกรน้อยอสนีที่อยู่ข้างล่าง ในที่สุดก็ได้พักหายใจหายคอบ้างเสียที

เฉียวซางที่ยืนอยู่ไกลๆ เห็นภาพซุนเป่ากับชิงเป่าอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขแบบนี้ ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก แล้วก็ไม่ลังเลอีกต่อไป รีบกรอกข้อมูลสมัครลงทะเบียนทันที

และในเวลาเดียวกัน ณ มุมขอบของสนามฝึก ช่อดอกไม้ที่ใกล้เหี่ยวเฉาต่างก็พากันหลับตาสีชมพูเข้มลงอย่างเงียบงัน…

รุ่งเช้า วันถัดมา

เฉียวซางล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยอย่างง่ายๆ พอทานอาหารเช้าเสร็จ เธอก็เปิดประตูห้องออก และก็เป็นไปตามคาด เธอเห็นช่อดอกไม้ที่คุ้นตาวางอยู่ตรงหน้าประตูอีกเช่นเคย

เธอหยิบช่อดอกไม้นั้นกลับเข้าห้อง วางไว้ลวกๆ แล้วก็ออกเดินทางไปยังหอแข่งขันมู่เหลียนพร้อมกับอาจารย์มิเคลล่า

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ณ สนามแข่ง

ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำยืนอยู่กลางสนามแข่งขัน พร้อมถือไมโครโฟนกล่าวขึ้นว่า “ท่านสุภาพสตรี สุภาพบุรุษทั้งหลาย ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การแข่งขันประลองความเข้ากันของพันธสัญญา! ผมคือพิธีกรของวันนี้…”

เขาไม่เสียเวลา รีบเข้าสู่ขั้นตอนการแข่งขันทันที

“ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกท่าน เก็บสัตว์อสูรตัวที่ไม่ได้ร่วมแข่งขันในรอบนี้กลับเข้าไปในตำราอสูรด้วยครับ”

บนอัฒจันทร์ฝั่งผู้ชม มิเคลล่านั่งรออยู่ครู่ใหญ่ แต่ก็ยังไม่เห็นซุนเป่ากับชิงเป่าโผล่มาเสียที

เธอจึงหันไปมองยังที่นั่งอีกฝั่งหนึ่งที่ตั้งใจซื้อตั๋วไว้ให้สองตัวนั้น แต่ก็ยังคงว่างเปล่าเช่นเดิม

ในเวลาเดียวกัน…

ณ มุมหนึ่งของสนามแข่ง

“ซุนซุน~”

“ซุนซุน~”

ซุนเป่ากำลังถือโน้ตบุ๊กอยู่ พร้อมกับอธิบายกติกาและข้อควรระวังต่างๆ ของการแข่งขันศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่ง ให้กับชิงเป่าอย่างตั้งอกตั้งใจ

“ชิงชิง”

“ชิงชิง”

ชิงเป่าก็นั่งฟังอยู่ข้างๆ สีหน้าจริงจังมาก บางทีก็พยักหน้าเล็กน้อยเป็นระยะ เพื่อแสดงว่าเข้าใจแล้ว

บนสนาม พิธีกรประกาศเสียงดังขึ้นอีกครั้งว่า

“เอาล่ะ ใครกันนะที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบถัดไป เราจะจับคู่กันแบบสุ่มเดี๋ยวนี้เลยครับ!”

สิ้นเสียงของพิธีกร พื้นสนามทั้งสนามก็เริ่มเคลื่อนที่ พลิกสลับเปลี่ยนตำแหน่งกันไปมา

ในเวลาไม่นาน สนามทั้งหมดก็หยุดนิ่งลง ตำแหน่งของทั้ง 32 คู่ก็จัดเรียงเสร็จสมบูรณ์

ตอนนี้เหลือผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดเพียง 64 คน แบ่งออกเป็น 32 กลุ่ม

หลายๆ คนในสนาม รวมถึงสัตว์อสูรด้วย ต่างก็เริ่มมองหาการแข่งขันที่พวกเขาอยากดูที่สุด

“ดูนั่นสิ! สัตว์อสูรประเภทมังกรสองตัวกำลังจะเผชิญหน้ากัน!” ใครบางคนร้องขึ้น

ผู้คนรอบข้างพอได้ยินก็สนใจขึ้นมาทันที พากันตามหาว่าสนามไหนกันแน่ที่มีสัตว์อสูรประเภทมังกรอยู่ด้วยกัน

ต่อให้เป็นดาวนภาเพลิงที่มนุษย์และสัตว์อสูรป่าอาศัยอยู่ร่วมกัน สัตว์อสูรประเภทมังกรก็ยังถือเป็นสิ่งมีชีวิตหายากอยู่ดี

และในการแข่งขันครั้งนี้ ทั้งหมดมีสัตว์อสูรมังกรแค่สองตัวเท่านั้น

หนึ่งในนั้นคือมังกรน้อยพฤกษาสมุทร สัตว์อสูรระดับเริ่มต้นที่มีคุณสมบัติสองประเภทคือมังกรและน้ำ มีนิสัยดุร้าย หากใครเผลอไปแตะตัวมันเข้า ก็มีโอกาสสูงมากที่จะถูกมันกลืนลงท้องในพริบตา...

เฉียวซางมองไปยังสัตว์อสูรตัวหนึ่งในสนามที่อยู่ไกลออกไป รูปร่างสูงราวหนึ่งเมตร ร่างกายส่วนใหญ่เป็นสีฟ้า ปลายหางบิดเป็นเกลียว ข้อมูลของมันพลันแล่นวาบขึ้นมาในหัวของเธอทันที

จบบทที่ บทที่ 1345—1346: ศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่ง (สองตอนรวมกัน)

คัดลอกลิงก์แล้ว