เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1332: ทูตเคราะห์ร้าย ปะทะ ซุนเป่า

บทที่ 1332: ทูตเคราะห์ร้าย ปะทะ ซุนเป่า

บทที่ 1332: ทูตเคราะห์ร้าย ปะทะ ซุนเป่า


เร็วขนาดนี้เชียว… ดูท่าที่ดาวนภาเพลิง ใครเดินผ่านตามถนนก็เป็นผู้รับรองการประลองได้ทั้งนั้นสินะ… เฉียวซางอดรู้สึกทึ่งในใจไม่ได้ ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“งั้นเราไปกันเถอะ”

“ซุนซุน~!”

ซุนเป่าลอยตัวมาข้างๆ ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมัน โชว์เกราะทองอร่ามระยิบระยับราวกับบอกว่าพร้อมลุยแล้วเต็มที่

แล้วจู่ๆ มันก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เลยถอดวงแหวนออก หวังจะหยิบโล่ออกมาจากข้างใน

แต่แสงทองที่พุ่งวาบออกมาอย่างกะทันหันก็จัดจ้าเกินไปจนเกือบทำให้แจ็คเกอลีนกับโชคลาภประจำวันตาพร่า ทั้งคู่ต้องรีบยกมือขึ้นมาบังตาไว้โดยอัตโนมัติ

จังหวะนั้นเอง มิเคลล่าก็พูดขึ้นช้าๆ ว่า

“ที่ดาวนภาเพลิงน่ะ การประลองระหว่างผู้ฝึกสัตว์อสูรกับสัตว์อสูร ไม่ว่าจะระหว่างคนหรือระหว่างสัตว์อสูรก็ตาม ปกติจะไม่ใช้ไอเทมหรือการสลักลายกันหรอกนะ”

พอได้ยินแบบนั้น เฉียวซางก็พูดกับซุนเป่าว่า

“ซุนเป่า ถอดไอเทมออกให้หมดเลย”

“ซุน…”

ซุนเป่าทำหน้าไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่สุดท้ายก็ยอมถอดไอเทมที่ติดตัวอยู่ออกทั้งหมดแล้วเก็บใส่วงแหวนตามคำสั่งอย่างว่าง่าย

แจ็คเกอลีนมองมิเคลล่าเล็กน้อย เหมือนจะอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็กลืนคำพูดกลับไป

“กงฉิว”

เสียงเรียกดังขึ้นจากกงเป่าที่ร้องเรียกเบาๆ แล้วก็เริ่มบินนำทาง

ทุกคนก็ตามกันไปติดๆ

พอลงมาถึงชั้นล่างก็เห็นว่าทูตเคราะห์ร้ายยืนอยู่ตรงหน้าประตู พร้อมกับสัตว์อสูรขนาดราวสามเมตรตัวหนึ่ง ทั้งตัวมีสีน้ำตาลเข้มเหมือนก้อนหิน ดูเหมือนจะทำจากหินทั้งร่าง กำลังพูดคุยกับทูตเคราะห์ร้ายบางอย่างอยู่

อสูรหนามแกร่ง ประเภทดิน ระดับสูง เป็นสัตว์อสูรที่นิสัยซื่อๆ ตัวแข็งเหมือนก้อนเหล็ก และสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวรอบตัวได้ด้วยคลื่นเสียง… ข้อมูลของมันผุดขึ้นมาในหัวของเฉียวซางโดยอัตโนมัติ

“หยานรุ่ย?”

อสูรหนามแกร่งหันมาทางกลุ่มของเฉียวซางที่เพิ่งเดินออกมาจากร้าน ร้องเสียงเบาเหมือนตั้งคำถาม

“ซื่อเจ่อ”

ทูตเคราะห์ร้ายชี้มาที่เฉียวซางอย่างชัดเจน

“หยานรุ่ย”

อสูรหนามแกร่งเดินเข้ามาหาเฉียวซาง แล้วยื่นสมุดสีแดงเล่มหนึ่งให้

เฉียวซางรับมาเปิดดูแล้วก็พบว่ามันคือเอกสารรับรองสถานะผู้รับรองการประลองระดับ C ซึ่งด้านในมีรูปถ่ายของอสูรหนามแกร่งติดอยู่ด้วย

มิเคลล่าเดินเข้ามาดูแวบหนึ่งก่อนจะอธิบายว่า

“จริงๆ แล้ว ผู้รับรองระดับ C ไม่สามารถรับรองการประลองระหว่างสัตว์อสูรระดับราชาได้หรอกนะ แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่มีใครคัดค้านก็ไม่เป็นไร”

ผู้รับรองก็มีระดับเหมือนกัน อย่างการประลองระหว่างสัตว์อสูรระดับราชา โดยทั่วไปต้องใช้ผู้รับรองระดับ B ขึ้นไปตามกฎ

“ฉันไม่ติดอะไร” เฉียวซางพูดพลางปิดสมุดแล้วคืนให้กับอสูรหนามแกร่ง

“ซื่อเจ่อ”

ทูตเคราะห์ร้ายก็ร้องรับสั้นๆ แสดงว่าไม่มีปัญหาเช่นกัน

“หยานรุ่ย”

อสูรหนามแกร่งเก็บสมุดคืน ยิ้มให้เล็กน้อย จากนั้นก็ชี้ไปทางด้านซ้ายพร้อมกับร้องเบาๆ แล้วเดินนำทางไปยังทิศที่มันชี้ไว้

ทูตเคราะห์ร้ายขยับตัวตามไปทันที

ส่วนเฉียวซางก็เดินตามหลังไปพร้อมกับอาจารย์ทั้งสองคน รวมถึงหยาเป่าและพวกสัตว์อสูรตัวอื่นๆ

หลังจากเดินทางกันประมาณสิบกว่านาที พวกเธอก็มาถึงสนามประลองสัตว์อสูรแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง

อสูรหนามแกร่งเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์ด้านหน้า พูดคุยกับพนักงานอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหน้ากลับมามองทางเฉียวซาง

ทูตเคราะห์ร้ายเองก็หันมามองทางนี้ด้วยเหมือนกัน

“หนึ่งรอบต่อการประลอง ราคา 288 เหรียญพันธมิตรค่ะ รับชำระด้วยสแกนหรือเงินสดดีคะ?”

พนักงานสาวยิ้มแย้มพูดขึ้น พร้อมหันตามสายตาของอสูรหนามแกร่งกับทูตเคราะห์ร้ายมาที่เฉียวซาง

คิดค่าเป็นรายรอบแถมยังแพงขนาดนี้เลยเหรอ… เฉียวซางแอบบ่นในใจ ก่อนจะหันไปมองอาจารย์แจ็คเกอลีน

แจ็คเกอลีนรีบเดินเข้าไปจัดการจ่ายเงินเรียบร้อย

“สนามอยู่ด้านใน เชิญเลยค่ะ” พนักงานกล่าวพลางชี้นิ้วไปทางด้านใน

ดูเหมือนอสูรหนามแกร่งจะคุ้นเคยกับที่นี่ดีมาก ไม่แม้แต่จะถามอะไรเพิ่ม แล้วก็เดินนำไปอย่างคล่องแคล่ว

กลุ่มของเฉียวซางก็เดินตามเข้าไปข้างใน

“ที่นี่คิดค่าใช้สนามเป็นรายรอบเลยเหรอคะ?” เฉียวซางอดถามไม่ได้

“เพราะมีคนประลองเยอะ แต่สนามมีจำกัดน่ะสิ” มิเคลล่าอธิบาย “จริงๆ ก็มีแบบคิดเป็นครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมงก็มีนะ แต่ที่เธอกับทูตเคราะห์ร้ายจะสู้กัน มันถือเป็นการต่อสู้ของระดับราชา การต่อสู้แบบนี้สร้างความเสียหายให้สนามตั้งเยอะ ที่นี่คิดเป็นรอบ รอบละแค่ 288 เหรียญก็ไม่แพงแล้วล่ะ”

พอเฉียวซางนึกถึงสนามที่ถูกทำลายเละในตอนแข่งระดับภูมิภาคก็รู้สึกเห็นด้วยขึ้นมาทันที

“งั้นที่นี่มีสนามฟรีให้ใช้ไหมคะ?” เฉียวซางถามอีก

“มีสิ” มิเคลล่าตอบ “แต่แย่งกันยากมากเลยล่ะ”

ระหว่างที่กำลังพูดคุยกัน อสูรหนามแกร่งก็ผลักประตูบานหนึ่งเข้าไป

ภาพที่เห็นภายในคือสนามซ้อมกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่ถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วน แต่ละสนามแทบจะมีคนประลองอยู่เต็มหมด บางคนก็ยืน บางคนนั่งอยู่ขอบสนามเฝ้าดูอยู่ข้างๆ บรรยากาศดูคล้ายกับรอบคัดเลือกของการแข่งขันเล็กๆ บนบลูสตาร์ที่ให้ผู้เข้าแข่งขันลงแข่งแบบ 1 ต่อ 1 พร้อมกันทุกสนาม โดยแต่ละสนามจะมีกรรมการยืนดูและบันทึกคะแนนอยู่ข้างสนาม

“หยานรุ่ย”

อสูรหนามแกร่งเดินไปหยุดที่สนามเปล่าแห่งหนึ่ง ก่อนจะหยิบหวีดออกมาจากตัว แล้วหันมาโบกมือเป็นสัญญาณเรียกเฉียวซางกับทูตเคราะห์ร้ายให้มาที่สนาม

ทูตเคราะห์ร้ายลอยตัวไปประจำที่ฝั่งหนึ่งของสนาม

เฉียวซางเดินไปอีกฝั่งของสนาม

มิเคลล่ากับแจ็คเกอลีนเดินไปนั่งลงที่ม้านั่งข้างสนาม

สุดท้ายแจ็คเกอลีนก็อดถามขึ้นไม่ได้

“ฉันจำได้ว่า ถ้าไม่มีข้อตกลงล่วงหน้า ก็ไม่จำเป็นต้องถอดไอเทมหรือสลักลายนี่คะ ทำไมคุณถึงให้เจ้าราชาบ่วงรัตติกาลนั่นถอดไอเทมออกล่ะคะ?”

“เธอเคยเห็นนักเรียนของสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิใส่ไอเทมลงสนามสู้มั้ยล่ะ?” มิเคลล่าตอบกลับด้วยคำถาม

แจ็คเกอลีนเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยถามต่อ

“นักเรียนเฉียวจะชนะได้ไหม?”

เธอไม่ได้ตั้งใจดูถูกฝีมือของนักเรียนจากสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิหรอกนะ แค่เฉียวซางดูเด็กเกินไปจริงๆ

“วางใจเถอะ” มิเคลล่ายิ้มมุมปาก “เธอชนะได้แน่นอน”

เฉียวซางพยักหน้าให้ซุนเป่า

ซุนเป่าเผยสีหน้าจริงจัง ลอยตัวขึ้นไปยืนประจันหน้าศัตรูตรงหน้าผู้ฝึกของมัน

“ซื่อเจ่อ”

ทูตเคราะห์ร้ายมองสำรวจซุนเป่าอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็กดปุ่มบนกำไลปรับขนาดที่มันสวมอยู่ตรงข้อมือ

ทันใดนั้น ร่างของมันก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งสูงถึงประมาณแปดเมตรถึงหยุดลง

รอบๆ สนามมีหลายคนเริ่มหันมามอง เพราะแม้แต่ที่สนามประลองสัตว์อสูรซึ่งมีการประลองทุกเมื่อเชื่อวันอยู่แล้ว ขนาดตัวแบบนี้ก็ยังนับว่าไม่ธรรมดา

ทูตเคราะห์ร้ายก้มหน้าลงมองซุนเป่าเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง

อสูรหนามแกร่งเองก็หันมามอง ยังไม่ประกาศเริ่มการประลองทันที

“ซุนซุน…”

ซุนเป่าไม่ชอบถูกมองจากมุมสูงแบบนั้น มันเลยลอยขึ้นไปให้ระดับสายตาอยู่พอๆ กับหัวของทูตเคราะห์ร้าย

ทูตเคราะห์ร้ายชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะมองไปยังสองอุ้งมือของซุนเป่า พอเห็นว่าไม่มีใส่กำไลปรับขนาดไว้ มันก็ระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นทันที

“ซื่อเจ่อ ซื่อเจ่อ ซื่อเจ่อ!”

“ซุนซุน…”

ซุนเป่ารู้ทันทีว่ามันกำลังหัวเราะเรื่องอะไร ใบหน้าก็เลยพองแก้มออกอย่างหัวเสียสุดๆ

“ถิงถิง…”

เสียงหัวเราะของทูตเคราะห์ร้ายไปปลุกให้มังกรน้อยอสนีตื่นขึ้น มันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยท่าทีงัวเงีย

“เริ่มได้แล้ว” เฉียวซางพูดกับอสูรหนามแกร่ง

อสูรหนามแกร่งหันไปมองสัตว์อสูรสองตัวที่ขนาดตัวต่างกันสุดขั้วในสนาม แล้วก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง มันพยายามกลั้นหัวเราะก่อนจะหยิบหวีดขึ้นมาเป่าเสียงดังฟืด

ทันใดนั้นเอง ร่างของซุนเป่าก็หายวับไปจากสนามในพริบตา

เสียงหัวเราะของทูตเคราะห์ร้ายก็หยุดลง มันเริ่มหันซ้ายหันขวาอย่างระแวดระวัง

แม้เจ้าตัวเล็กนั่นจะดูเตี้ยจิ๋ว แต่พลังงานที่มันสัมผัสได้กลับไม่ได้อ่อนแอเลยสักนิด

ทันใดนั้น ทูตเคราะห์ร้ายเหมือนจะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง มันก้มลงมองไปที่พื้น

ก็เห็นซุนเป่าปรากฏตัวขึ้นที่พื้น กำลังใช้กรงเล็บเล็กๆ ของมันกวักเรียกใส่แบบท้าทาย

ทูตเคราะห์ร้ายโดนยั่วโมโหเข้าเต็มๆ สีหน้ามันดูไม่สบอารมณ์สุดๆ มันยื่นมือออกมา รวบรวมพลังสร้างลูกบอลเงามืดสีดำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราวสองเมตร แล้วเหวี่ยงลงมาจากด้านบน

แต่ทันใดนั้นเอง กรงเล็บของซุนเป่าก็ขยับเบาๆ

แขนขวาของทูตเคราะห์ร้ายที่กำลังจะขว้างลูกเงามืดพลันโดนพลังบางอย่างควบคุมเอาไว้ เปลี่ยนทิศทางกลางคันแล้วพุ่งลงไปฟาดใส่หัวของมันเอง!

จบบทที่ บทที่ 1332: ทูตเคราะห์ร้าย ปะทะ ซุนเป่า

คัดลอกลิงก์แล้ว