เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1325: 《ผู้เช่าของฉันคือมนุษย์》

บทที่ 1325: 《ผู้เช่าของฉันคือมนุษย์》

บทที่ 1325: 《ผู้เช่าของฉันคือมนุษย์》


หลังจากนั้น มิเคลล่าก็พาเฉียวซางวนดูบ้านที่อยู่แถวๆ นี้แทบจะครบทุกหลังแล้ว ทั้งที่ตรงตามเงื่อนไขเรื่องฝึกซ้อมด้วย ดูไปสิบกว่าหลังได้ แต่ดันไม่มีสักหลังที่เข้าตาอาจารย์เลย—จะติดก็ตรงโน้นตรงนี้ อย่างบ้านที่อยู่ติดกับเพื่อนบ้านมากเกินไป ทำให้เก็บเสียงเวลาใช้ท่าฝึกไม่ดี หรือไม่ก็เจอบ้านที่เจ้าของเป็นสัตว์อสูร แล้วดันเป็นแบบปล่อยเช่าแบบอยู่ด้วยกัน ไม่ได้ให้เช่าทั้งหลังจริงๆ

“ทำไมพวกบ้านที่เจ้าของเป็นสัตว์อสูรถึงให้เช่าแบบอยู่ด้วยกันเกือบหมดเลยล่ะคะ?” เฉียวซางอดบ่นไม่ได้ในที่สุด “แถมในประกาศพวกนี้ก็ไม่บอกให้ชัดเจนด้วยนะว่าเจ้าของเป็นสัตว์อสูร”

มิเคลล่านิ่งคิดไปแป๊บ ก่อนจะตอบว่า “ตอนฉันเช่าบ้านบนดาวนภาเพลิงเมื่อก่อนก็ไม่เห็นเจอแบบนี้นะ แต่คงเป็นเพราะว่าสัตว์อสูรส่วนใหญ่อ่านหนังสือไม่ออก พวกมันเลยแค่ถ่ายรูปรอบบ้านแล้วอัปขึ้นแอปเช่าบ้าน จากนั้นระบบมันก็สร้างประกาศอัตโนมัติขึ้นมา พวกมันก็คงกดให้เช่าไปแบบไม่คิดอะไรนั่นแหละ”

พูดถึงตรงนี้ เธอก็เหลือบตามองชิงเป่าแบบแว้บเดียวก่อนจะพูดต่อว่า “จริงๆ บ้านของเจ้าแพร่หมอกที่เราไปดูเมื่อเช้า ถือว่าใช้ได้เลย มันไม่ชอบเจอหน้าคนอยู่แล้ว ถ้าเช่าบ้านมันล่ะก็รับรองไม่ใช่แบบอยู่ด้วยกันแน่นอน”

“ชิงชิง”

ชิงเป่ากะพริบตาปริบๆ ด้วยความใสซื่อเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด

เฉียวซางไอออกมาเบาๆ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน “งั้นเราไปลองดูแถวชานเมืองไหมคะ? บ้านแถวนั้นเว้นระยะห่างกันเยอะ เสียงฝึกซ้อมไม่ไปรบกวนใครแน่นอน แถมซุนเป่าเองก็มีทักษะข้ามพิกัดมิติด้วย อยู่ไกลหน่อยก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร ไปไหนมาไหนก็สะดวกอยู่แล้วนี่ค่ะ”

แต่มิเคลล่ากลับตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“ไม่ได้ อย่าลืมว่าเธอมาที่นี่ไม่ใช่เพื่อฝึกอย่างเดียว และไม่ได้มาเพื่อแค่เข้าร่วมการแข่งขันด้วย เธอต้องตามหาโชคชะตาตามที่ภูตแห่งโชคชะตาทำนายเอาไว้ ชานเมืองน่ะคนมันน้อย สัตว์อสูรก็โหลงเหลง ถ้้าเอาแต่ฝึกไปวันๆ แล้วจะเจอโชคชะตาของตัวเองได้ยังไงกัน”

เฉียวซางถึงกับนิ่งไปพักนึง ก่อนถามกลับไปว่า

“โชคชะตาเนี่ย มันต้องไปหาเองด้วยเหรอคะ? ไม่ใช่ว่ามันจะมาหาเราเองไม่ใช่เหรอคะ?”

มิเคลล่า: “...”

“ตอนอยู่ที่ภูมิภาคจงคง ถ้าเธอไม่ไปสมัครแข่งในศึกชิงถ้วยของภูมิภาคล่ะก็ คิดเหรอว่าพรายผืนฟ้านิรันด์จะได้วิวัฒนาการเป็นพรายศีตละอำพัน? แล้วคิดเหรอว่าจะได้ทำสัญญากับสัตว์อสูรสายพันธุ์ในตำนานอย่างนางฟ้าใจพิสุทธิ์?” มิเคลล่าพูดขึ้น

อืมก็จริงอย่างที่อาจารย์พูด เฉียวซางยอมรับในใจอย่างเงียบๆ

มิเคลล่าหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาครู่หนึ่งแล้วพูดว่า

“ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ กินเสร็จค่อยเดินหากันต่อ”

ซึ่งแน่นอนว่าเฉียวซางไม่มีอะไรคัดค้าน

สองคนเดินเข้าร้านอาหารแถวๆ นั้น

ร้านอาหารบนดาวนี้ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ไหนหรือรสชาติแบบไหนก็มักจะรองรับทั้งคนกับสัตว์อสูรด้วยกันทั้งนั้น

พอเฉียวซางเดินเข้าไป ก็เห็นสัตว์อสูรหลายตัวนั่งกินข้าวด้วยกันแบบเป็นกลุ่มๆ ดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดูมาก

เธอกับมิเคลล่าหาโต๊ะใหญ่ติดหน้าต่างนั่งลง พอสั่งอาหารเสร็จ ไม่นานของกินก็ถูกพนักงานเอามาเสิร์ฟ

หยาเป่า ซุนเป่า แล้วก็ถิงเป่ากินกันแบบเรียกได้ว่าแทบกลืนเข้าไปทั้งชิ้น

ส่วนลู่เป่า กงเป่า แล้วก็ชิงเป่ากินกันค่อนข้างเรียบร้อย ดูดีมีมารยาท

ส่วนสัตว์อสูรของอาจารย์มิเคลล่าอย่างไอพ่นเบิกฟ้านั้นก็จับมีดกับส้อมตัดเนื้ออย่างละเมียดละไม ดูสง่างามราวกับขุนนางตระกูลใหญ่

มิเคลล่านั่งกินไปด้วย มืออีกข้างก็เปิดแพลตฟอร์มหาบ้านเช่าในละแวกนั้นไปด้วย

เฉียวซางยกช้อนซุปขึ้นจิบ แล้วพูดว่า “ถ้าหาไม่ได้จริงๆ เราก็ไปอยู่แบบแชร์กับสัตว์อสูรก็ได้นะคะ ฉันดูแล้วพวกมันก็ใส่กำไลปรับขนาดกันหมด เดินไปเดินมาไม่น่าจะเกะกะอะไรเลย”

มิเคลล่าปฏิเสธแทบไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ

“ถ้าลงทุนจ่ายค่าเช่าแล้ว ใครจะอยากอยู่กับเจ้าของบ้านล่ะ ถึงจะเป็นสัตว์อสูรก็เหอะ พวกนี้น่ะบางทีป่วนยิ่งกว่าคนอีกนะ แล้วฉันก็รู้สึกแปลกๆ กับเทรนด์สัตว์อสูรที่ปล่อยเช่าบ้านแบบอยู่ด้วยกันพวกนี้ มันดูไม่ชอบมาพากลยังไงไม่รู้”

เฉียวซางได้ยินแบบนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อแบบเรียบร้อย

ยังไงอาจารย์มิเคลล่าก็มีประสบการณ์มากกว่าเธอเยอะอยู่แล้ว ถ้าเธอบอกว่ามีอะไรแปลกๆ ก็แปลว่าต้องมีอะไรแน่แหละ

อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงบทสนทนาจากโต๊ะข้างๆ ลอยมาเข้าหู

“ฉันเองก็อยากย้ายออกเหมือนกันนะ แต่ถ้าออกตอนนี้ เจ้าปะการังอัญมณีนั่นมันจะไม่คืนเงินประกันให้ฉันอ่ะดิ”

“เอาน่า ก็แค่ค่าประกันเดือนเดียว ไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ แต่ให้ทำกับข้าวให้มันทุกวัน แถมยังต้องเก็บบ้านให้อีก มันใช่รึไง! ฉันว่าสัตว์อสูรป่านี่ดูละครมากไปแล้ว”

“ก็พูดถูกนะ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะละครพวกนั้น สัตว์อสูรพวกนี้ก็คงไม่คิดปล่อยเช่าบ้านตัวเองหรอก แต่พูดก็พูดเหอะ ตอนนี้หาบ้านง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย ยอมเหนื่อยหน่อยละกัน ยังไงค่าเช่าที่พวกมันเรียกมาก็ถูกจะตาย”

บทสนทนาเรื่องค่าเช่าจบลงตรงนั้น สองคนนั้นก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน

แต่เฉียวซางเกิดอาการคันใจขึ้นมาอย่างแรง สุดท้ายก็เอ่ยปากถามด้วยความอยากรู้

“ขอโทษนะคะ ละครอะไรเหรอ?”

สองคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ หันหน้ามามอง

หนึ่งในนั้นเป็นคุณลุงรุ่นใหญ่ ทำหน้างงนิดๆ “อะไรนะ ละครอะไร?”

“ก็ที่เมื่อกี้คุณลุงพูดว่าสัตว์อสูรป่ามาปล่อยบ้านเช่าเพราะไปดูละครน่ะค่ะ เรื่องนั้นชื่ออะไรเหรอคะ?” เฉียวซางถามกลับไป

“อ๋อ หมายถึง [ผู้เช่าของฉันคือมนุษย์] สินะ ช่วงนี้ในหมู่สัตว์อสูรกำลังฮิตเลยล่ะ” ลุงคนนั้นตอบ

ชื่อเรื่องนี่มัน เฉียวซางรีบขอบคุณก่อนจะหันกลับมา ควักมือถือเปิดเบราว์เซอร์ แล้วเริ่มพิมพ์ชื่อเรื่องลงไปทันที

หน้าเว็บโหลดแป๊บเดียวก็ขึ้นข้อมูลเพียบ

เฉียวซางอ่านเรื่องย่อกับรีวิวคร่าวๆ แล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่า มันคือซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวของมนุษย์กับสัตว์อสูรป่าที่มาอยู่ร่วมบ้านกัน

เรื่องเริ่มจากมนุษย์คนหนึ่งออกเดินทางผจญภัย แล้วบังเอิญไปเช่าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเจ้าของบ้านคือสัตว์อสูรป่าชื่อ “กระต่ายขี้เกียจ”

เจ้ากระต่ายนี่นิสัยก็ไม่ค่อยดี พรสวรรค์ก็ไม่โดดเด่น แถมยังขี้เกียจสุดๆ แต่คนที่มาอยู่บ้านด้วยนั้นอารมณ์ดีมาก ใจเย็น แล้วก็ช่วยดูแลบ้าน ทำอาหารพลังงานให้มันกินอีกต่างหาก

พออยู่ด้วยกันไปนานๆ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์อสูรก็แน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ

ต่อมา มนุษย์คนนั้นได้ไปลงแข่งต่อสู้ แล้วดันได้แชมป์มาเฉยเลยและกลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน

สัตว์อสูรป่าทั่วบริเวณพากันมาขอทำสัญญา แต่เขาปฏิเสธหมด แล้วกลับไปหากระต่ายขี้เกียจ บอกว่าจริงๆ แล้วเขาอยากทำสัญญากับมันต่างหาก

เจ้ากระต่ายขี้เกียจซึ้งใจสุดๆ ถึงกับเลิกขี้เกียจในทันที แต่ก็ไม่ได้ตอบตกลง บอกว่าขอเวลาอาทิตย์นึงแล้วจะให้คำตอบ

แล้วมันก็แอบไปสมัครแข่งขันรายการโชว์ชื่อดังรายการหนึ่งซึ่งกำลังฮิตทั่วทั้งดาวนภาเพลิง

ตั้งใจว่าอยากจะชนะให้ได้ แล้วค่อยกลับไปตอบตกลงกับมนุษย์ แต่ดันพลาดท่าแพ้ตั้งแต่รอบแรกและโดนคัดออกไปด้วยความรวดเร็ว

เพราะรายการนี้ดังมาก คนกับสัตว์อสูรแทบทุกตัวดูกันหมด

พอมันออกไปข้างนอกก็โดนล้อเลียนตลอดเวลา เสียใจหนักมากจนถึงขั้นปิดบ้านไม่ออกไปไหนเลย

พอครบหนึ่งอาทิตย์ มนุษย์ที่เช่าบ้านก็มาถามคำตอบจากมัน

เจ้ากระต่ายขี้เกียจนิ่งไปแว้บนึง ก่อนจะเปิดคลิปวิดีโอตัวเองตอนพลาดท่าตกรอบมาให้ดู

แต่มนุษย์กลับไม่สนใจอะไรเลย แล้วพูดแค่ว่า “ฉันไม่สนใจเรื่องนั้นหรอกนะ”

เจ้ากระต่ายขี้เกียจนั่นถึงกับซึ้งน้ำตาไหล แล้วก็ยอมทำสัญญาด้วย จากนั้นทั้งคน ทั้งสัตว์อสูรต่างก็ออกผจญภัยไปด้วยกัน

—จบเรื่อง

เฉียวซาง: “...”

ไม่คิดเลยว่าสัตว์อสูรป่าจะอินกับซีรีส์แนวแบบนี้ขนาดนี้ เธอนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเก็บมือถือแล้วหันกลับมากินข้าวต่อ

มิเคลล่าที่ก็นั่งดูข้อมูลอยู่เหมือนกัน หันมาพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “ที่แท้พวกสัตว์อสูรป่านี่ก็ไปดูละครเรื่องนี้มานี่เอง ถึงได้เริ่มปล่อยบ้านให้เช่ากันเป็นล่ำเป็นสัน นี่มันไม่ใช่แค่หาผู้เช่าแล้ว เห็นชัดเลยว่ามันอยากได้เจ้าของบ้านคนใหม่มากกว่า”

เฉียวซางที่ได้ยินก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะเธอก็ได้ยินบทสนทนาเหมือนกันเลยไม่ได้แปลกใจที่อาจารย์จะรู้จักซีรีส์เรื่องนี้แล้วจู่ๆ ก็คิดอะไรขึ้นมาได้เลยหันไปถามว่า

“บนดาวนี้ สัตว์อสูรป่าสามารถซื้อบ้านและเป็นเจ้าของได้ด้วยเหรอคะ? แล้วถ้ามีคนไปทำสัญญากับมัน บ้านนั้นจะเป็นของใครกันแน่?”

“เป็นของสัตว์อสูรกับผู้ที่ทำสัญญาด้วยกันทั้งคู่” มิเคลล่าอธิบาย “แต่สัตว์อสูรส่วนใหญ่ไม่มีปัญญาซื้อขาดหรอก ส่วนมากก็ซื้อแบบผ่อน แล้วถ้าเกิดทำสัญญาขึ้นมาแล้วเจ้าสัตว์อสูรยังผ่อนไม่หมด หนี้บ้านก็จะตกไปอยู่ที่ผู้ฝึกที่ทำสัญญากับมันแทนโดยอัตโนมัติ”

ไม่แปลกเลยสักนิดที่พวกสัตว์อสูรจะซื้อบ้านหลังใหญ่โตกันเป็นว่าเล่น เพราะสุดท้ายแล้วหนี้ก้อนโตก็จะมีคนมาจ่ายให้ในภายหลังอยู่ดี เฉียวซางคิดเรื่องทั้งหมดภายในหัวพลางกลับไปนั่งกินข้าวเงียบแบบเดิม

หลังจากอิ่มท้องแล้ว ในที่สุดมิเคลล่าก็พาเฉียวซางไปเจอบ้านเช่าหลังหนึ่งที่ตรงตามทุกเงื่อนไขที่ต้องการ

เนื้อที่กว้างขวาง มีห้องเยอะขนาดที่ว่าให้หยาเป่าแต่ละตัวนอนแยกกันก็ยังเหลือพื้นที่ว่าง แถมมีสนามฝึกกลางแจ้งโดยเฉพาะด้วย อยู่ห่างจากบ้านอื่นพอสมควร ฝึกเสียงดังแค่ไหนก็ไม่รบกวนใครแน่ๆ ที่สำคัญคือเจ้าของบ้านเป็นคนจริงๆ

หลังจากเซ็นสัญญา จ่ายเงินค่าเช่าและรับกุญแจ คืนนั้นเฉียวซางกับมิเคลล่าก็ย้ายเข้าอยู่ทันที

“ย่าห์!”

“ซุนซุน!”

“ชิงชิง”

หยาเป่า ซุนเป่า และชิงเป่าตื่นเต้นกันสุดๆ เดินสำรวจบ้านอย่างร่าเริง

กงเป่าก็บินวนอยู่แถวๆ เฉียวซาง มองซ้ายมองขวาเชิงสำรวจเหมือนกัน

ถิงเป่าก็อยู่ใกล้ๆ ลู่เป่า คอยเอาหัวถูไปถูมา แววตาเต็มไปด้วยความสุข

ส่วนลู่เป่าก็ยังคงยืนเฉยๆ สีหน้านิ่งสงบเหมือนเดิม

เฉียวซางจัดของเข้าที่ไปเรื่อยๆ พลางบ่นเบาๆ ว่า

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าทำเลดีขนาดนี้ แต่ค่าเช่ากลับถูกขนาดนั้น”

ที่นี่คือย่านใจกลางเมือง เฉียวซางเคยดูบ้านในโซนนี้มาก่อน ค่าเช่าเฉลี่ยต่อเดือนแพงกว่าหลังนี้ประมาณสองพันเหรียญพันธมิตรเลยทีเดียว

“ยิ่งถูกก็ยิ่งต้องระวัง บ้านพวกนี้มักจะมีอะไรแปลกๆ ซ่อนอยู่” มิเคลล่าพูดขึ้นเสียงเรียบๆ

เฉียวซางได้ยินก็อดนึกถึงตอนที่เคยเช่าบ้านที่มีลู่เป่าอยู่ด้วยไม่ได้ ตอนนั้นบ้านก็ถูกกว่าปกติเยอะเหมือนกัน เธอเลยอดขำไม่ได้แล้วพูดว่า

“มีปัญหาก็ดีนะคะ ปัญหาของคนอื่นอาจจะเป็นโอกาสของฉันก็ได้ ใครจะรู้”

แนวคิดดีใช้ได้เลย มิเคลล่าที่ได้ฟังแล้วถึงกับยิ้มพึงพอใจ

ทันใดนั้น เสียงกริ่งประตูดังขึ้น

“ซุนซุน!”

ซุนเป่าเทเลพอร์ตพรวดไปที่หน้าประตู แล้วก็เหล่ตามองกล้องวงจรปิด ก่อนจะเปิดประตูออก

“เมย์เมย์”

หน้าประตูตอนนี้ มีสัตว์อสูรตัวยืนอยู่ ตัวสูงประมาณเมตรครึ่ง สีหลักของทั้งร่างเป็นสีเขียว ใบไม้สองแฉกบนหัวมันกางออกเบาๆ ดวงตาสีชมพูอมแดงดูสดใส มีแขนเรียวยาวสองข้าง ปลายมือมีกรงเล็บที่สวมสายรัดระบุตัวตนสีดำไว้ ส่วนล่างก็มีอวัยวะที่ดูคล้ายเท้า และตอนนี้มันกำลังถือช่อดอกไม้สีชมพูอมแดงยืนยิ้มหวานอยู่

เสน่ห์กลิ่นสาบ สัตว์อสูรประเภทพืชระดับสูง หน้าตาน่ารัก แต่ว่าร่างกายมันปล่อยกลิ่นเหม็นออกมาตลอด ข้อมูลประวัติของมันผุดขึ้นในหัวเฉียวซางทันทีที่เห็น

“ซุนซุน?”

ซุนเป่าทำหน้างง เรียกเบาๆ ด้วยความสงสัย

“เมย์เมย์”

เสน่ห์กลิ่นสาบเห็นซุนเป่าแล้วคิ้วกระตุกนิดๆ แต่ก็รีบคลายยิ้ม ยิ้มหวานแล้วส่งเสียงอีกครั้ง

“ซุนซุน”

ซุนเป่าตอบกลับ—พร้อมบอกว่าบ้านหลังนี้ให้เช่าไปแล้ว เจ้าของเดิมก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วด้วย

“เมย์เมย์”

เสน่ห์กลิ่นสาบสีหน้าหม่นลงทันที แต่พอมองเห็นสองมนุษย์ที่อยู่ข้างในบ้าน แววตาก็เปลี่ยนทันที มันยิ้มอีกครั้งก่อนจะยัดช่อดอกไม้ใส่มือซุนเป่า แล้วชี้ไปทางบ้านข้างๆ จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป

“ซุนซุน”

ซุนเป่ามองตามหลังเสน่ห์กลิ่นสาบแบบงงๆ ไปแว้บหนึ่ง พอปิดประตูเสร็จ มันก็ก้มลงมองดอกไม้ในมือ

แค่ชั่วพริบตา มันก็ทำหน้าเหม็นเบ้ “โอ้ย เหม็น!” แล้วรีบยื่นดอกไม้ออกห่างตัวสุดแขน แต่ก็ไม่ได้ทิ้งและยังคงถือเอาไว้อยู่

“เสน่ห์กลิ่นสาบนี่มาหาเจ้าของบ้านเก่าเหรอ?” เฉียวซางถามขึ้น ตามที่ได้ยินซุนเป่าพูดก่อนหน้า

“ซุนซุน” ซุนเป่าพยักหน้า แล้วเล่าว่าเสน่ห์กลิ่นสาบบอกว่าตัวเองอยู่บ้านข้างๆ แล้วก็ทิ้งท้ายไว้ว่าต่อไปจะติดต่อกันบ่อยๆ นะ

ที่แท้ก็เป็นเพื่อนบ้านนี่เอง ดูเหมือนจะเป็นมิตรดีนะ เฉียวซางคิดในใจ

“ซุนซุน”

ซุนเป่าจัดการเอาดอกไม้ไปปักใส่แจกันที่อยู่บนโต๊ะตรงกลางบ้าน

มันจ้องอยู่แป๊บนึง แล้วก็กลั้นหายใจ ยกแจกันขึ้นด้วยพลังจิตแล้วย้ายมันไปไว้ตรงมุมห้องแทน

“ซุนซุน”

ทันใดนั้น อากาศในห้องกลับมาสดชื่นอีกครั้ง ซุนเป่าถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก

...

ที่บ้านข้างๆ

เสน่ห์กลิ่นสาบเดินเข้าบ้านหลังมืดทึม เปิดไฟขึ้นมา

แสงไฟสว่างจ้าทั่วห้อง

ผนังฝั่งหนึ่งของห้องเต็มไปด้วยรูปภาพคนมากมาย แปะเรียงกันแน่น บางรูปมีเครื่องหมายกากบาทสีแดงทับหน้าไว้ บางรูปก็ยังเปล่าๆ

เสน่ห์กลิ่นสาบเดินเข้าไป หยิบปากกาเขียนเครื่องหมายสีแดงจากบนโต๊ะ แล้ววาดกากบาทลงบนรูปหนึ่ง

ในรูปเป็นผู้ชายหัวเกรียน ท่าทางดูนิ่งๆ หน้าคมเข้มชัดเจน

ถ้าเฉียวซางมาอยู่ตรงนี้ด้วยล่ะก็จะรู้ทันทีว่าคนในรูปก็คือเจ้าของบ้านที่เพิ่งปล่อยเช่าหลังที่เธอย้ายเข้าไปเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง

หลังจากนั้น เสน่ห์กลิ่นสาบก็นึกถึงมนุษย์สองคนที่เพิ่งย้ายมาอยู่ข้างบ้าน ดวงตาเริ่มส่องประกายเป็นสีเขียววาบ

...

ในขณะเดียวกัน

ในแจกันดอกไม้ที่วางอยู่ตรงมุมห้องนั่งเล่น จู่ๆ ก็มีดวงตาสีชมพูอมแดง เบิกโพลงขึ้นมา

“ย่าห์!!”

หยาเป่าที่เพิ่งเดินสำรวจบ้านเสร็จแล้วกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นด้วยท่าทางสดใส แต่พอเจอกลิ่นเข้าไปปุ๊บ ใบหน้าก็เบี้ยวทันที รีบยกอุ้งมือขึ้นมาปิดจมูกแน่น

มันสูดดมอยู่สองสามที ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่แจกันในมุมห้อง พอล็อกเป้าเสร็จ หยาเป่าอ้าปากทันที เปลวเพลิงสีแดงสว่างวาบรวมตัวอยู่ในปาก!

“ซุนซุน!!”

ซุนเป่าเห็นท่าไม่ดี รีบร้องห้ามเสียงหลง

“ย่าห์”

หยาเป่าถึงกับหุบปาก หันไปมองแจกันอย่างรังเกียจสุดๆ ดวงตาเปลี่ยนเป็นแสงสีฟ้า ก่อนจะใช้พลังจิตย้ายแจกันนั้นออกไปยังลานฝึกกลางแจ้งด้านนอกทันที

ดวงตาสีชมพูอมแดงบนดอกไม้ค่อยๆ ปิดลงอีกครั้ง แล้วกลับไปกลายเป็นดอกไม้ธรรมดาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เมย์เมย์”

ในบ้านที่ผนังเต็มไปด้วยรูปภาพ เสน่ห์กลิ่นสาบที่เคยมีประกายตาสีเขียว ตอนนี้ตากลับมาเป็นสีชมพูอมแดงเหมือนเดิม แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ มันขมวดคิ้ว กดปิดไฟ แล้วก็เดินออกจากห้องไปทันที

...

ลานฝึกกลางแจ้ง

กงเป่าอ้าปากกว้าง พลังงานสีดำลึกลับเริ่มแผ่คลุมทั่วคมเขี้ยวของมัน

ในเวลาเดียวกัน ภาพเงาขนาดยักษ์น่าหวาดหวั่นสูงหลายสิบเมตรก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า พุ่งเข้าไปงับหินสีเทาเข้มก้อนใหญ่บนพื้นอย่างแรง

ปังงง!!

เสียงระเบิดดังกระหึ่ม แรงอัดกระแทกกระจายเป็นวงกว้าง ฝุ่นฟุ้งกระจาย เงาภาพขนาดยักษ์สลายหายไป

เมื่อทุกอย่างสงบลง หินก้อนนั้นก็ยังอยู่ดีไม่มีรอยแม้แต่นิดเดียว

“ผู้พิทักษ์เหล็กกล้าถือว่าไม่เลวเลยนะ เพิ่งเริ่มฝึกแท้ๆ ยังจับจังหวะของทักษะขย้ำจากห้วงลึกได้ชัดเจนขนาดนี้” มิเคลล่าพูดอย่างประทับใจ “ไม่คิดเลยนะว่าหลังจากเว้นช่วงฝึกไปตั้งนาน มันยังจำวิธีใช้ทักษะนี้ได้แม่นยำขนาดนี้”

ตอนอยู่บนยานอวกาศ กงเป่าทำได้แค่ฝึกใช้พลังธาตุมืดเคลือบคมเขี้ยวไว้เท่านั้นและไม่สามารถเรียกร่างเงามืดของทักษะออกมาได้เนื่องจากกฏของยานอวกาศ นั่นทำให้กงเป่าไม่ได้ฝึกทักษะขย้ำจากห้วงลึกแบบสมบูรณ์มาเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว

“กงเป่ามันฉลาดอยู่แล้วนี่คะ” เฉียวซางหัวเราะตอบ

ทางด้านมังกรน้อยอสนีที่กำลังนอนอยู่บนก้อนน้ำแข็งที่ลู่เป่าทำให้ พอได้ยินว่าคนอื่นได้คำชม มันก็รีบลุกขึ้นมา ปีนลงจากน้ำแข็งแล้วมาวางตัวโชว์ฝีมือตรงเบื้องหน้าที่ๆ เฉียวซางจะสามารถมองเห็น

มันเริ่มรวบรวมพลังงาน สีเหลืองของสายฟ้าขึ้นรอบตัว พร้อมส่งสายฟ้าเปรี้ยงปร้างกระจายใส่พื้นโดยรอบ

ต่างจากเมื่อก่อนตรงที่ตอนนี้สายฟ้าของมันสามารถระเบิดลงพื้นและทำให้ดินกระเด็นเป็นวงเล็กๆ ได้้แล้ว

พอปล่อยทักษะเสร็จ มันยืดอกเต็มที่รอรับคำชม

แต่มิเคลล่าพูดต่ออย่างไม่สนใจว่า

“แต่ถ้าอยากให้มันโจมตีจนเจาะหินทึบคมได้ล่ะก็ ต้องฝึกทักษะนี้ให้ถึงขั้นไร้ที่ติให้ได้”

“เข้าใจค่ะ” เฉียวซางพยักหน้า “อาจารย์เคยพูดไว้แล้วค่ะ”

“ถิงถิง”

มังกรน้อยอสนีเห็นว่าไม่มีใครสนใจมันเลย ก็เริ่มขยับตัว เขยิบเข้ามาใกล้อีกหน่อย แล้วปล่อยพลังออกมาอีกที มีสายฟ้าสีเหลืองฟาดกระจายไปรอบตัวอีกรอบ

มิเคลล่าหยิบมือถือขึ้นมาดูนาฬิกา

“คืนนี้อย่าฝึกดึกมากล่ะ พรุ่งนี้ออกไปข้างนอกกับฉันหน่อย”

“ค่ะ” เฉียวซางตอบรับทันที ไม่ได้ถามอะไร

มิเคลล่าหันหลังเดินจากไป

เฉียวซางก็หันกลับมามองกงเป่าที่กำลังฝึกต่ออยู่

“ถิงถิง”

มังกรน้อยอสนีเริ่มไม่พอใจแล้ว คราวนี้มันขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม แล้วปล่อยพลังแรงกว่าเดิม มีสายฟ้าฟาดรอบตัวอีกครั้ง เสียงดังเปรี้ยงปร้าง

จนในที่สุดเฉียวซางก็หันมามองมันแล้ว

มังกรน้อยอสนีดี๊ด๊าขึ้นทันที ยืดอกขึ้นมาอีกรอบเหมือนบอกว่า—เห็นฝีมือรึยัง

ใครไปกวนอารมณ์มันมาอีกเนี่ย เฉียวซางกวาดตามองรอบๆ แล้วก็เดินไปหยิบก้อนน้ำแข็งที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา วางไว้ตรงหน้ามันแล้วพูดว่า

“น้ำแข็งอยู่นี่นะ ไปนอนเย็นๆ สบายๆ ให้หายร้อนหน่อยดีไหม?”

มังกรน้อยอสนี: “.....”

จบบทที่ บทที่ 1325: 《ผู้เช่าของฉันคือมนุษย์》

คัดลอกลิงก์แล้ว