เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1314 – 1315: วันที่วิวัฒนาการเป็นระดับราชา (สองตอนรวมกัน)

บทที่ 1314 – 1315: วันที่วิวัฒนาการเป็นระดับราชา (สองตอนรวมกัน)

บทที่ 1314 – 1315: วันที่วิวัฒนาการเป็นระดับราชา (สองตอนรวมกัน)


“มันจะไปทำอะไรเหรอ?” มิเคลล่าถามขึ้น

เฉียวซางตอบอย่างลังเลว่า

“อาจจะไปหาหยาเป่าน่ะค่ะ”

ทั้งสองคนจึงตามมังกรน้อยอสนีไปจนถึงห้องนั่งเล่น แล้วก็เห็นอย่างที่คาด มันปีนขึ้นไปอยู่บนตัวหยาเป่า ส่วนหยาเป่าก็ดูทำอะไรไม่ได้นอกจากกินเม็ดพลังงานต่อไปด้วยสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจ

มิเคลล่าเชื่อในทันทีถึงสิ่งที่เฉียวซางเคยบอกไว้ก่อนหน้า ว่ามังกรน้อยอสนีลืมตาขึ้นมาแล้วเจอหยาเป่าเป็นสิ่งแรก เธอจึงถอนใจพูดว่า

“ดูเหมือนว่ามังกรน้อยอสนีจะยึดผู้พิทักษ์อัคคีเจิดจรัสเป็นญาติใกล้ชิดไปแล้วแหละ แต่ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะผู้พิทักษ์อัคคีเจิดจรัสมีลักษณะร่างเพลิงจะช่วยให้ลูกสัตว์อสูรพัฒนาได้ดี”

ทันใดนั้นเธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงถามขึ้นว่า

“เธอติดต่ออาจารย์ฟราวด้าแล้วหรือยัง?”

“ยังเลยค่ะ” เฉียวซางส่ายหัวตอบ

มิเคลล่าหันไปทางอากาศด้านข้าง แล้วพูดว่า

“ไปพาตัวฟราวด้ามาหน่อย”

แล้วเสียงของไอพ่นเบิกฟ้าก็ดังขึ้นมาจากอากาศว่างเปล่า “เป่ย เป่ย~”

เฉียวซางนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันที จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ทำไมฉันมีตาจิตวิญญาณแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นกลับยังมองไม่เห็นไอพ่นเบิกฟ้าในตอนที่มันล่องหนอยู่ล่ะคะ?”

มิเคลล่าอธิบายให้ฟังว่า “วิธีล่องหนของสัตว์อสูรมีอยู่หลายแบบ บางตัวก็อาศัยการกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบตัวเพื่อให้หายตัวได้ บางตนก็ใช้ภาพลวงตาหรือบิดเบือนรูปร่างตัวเอง ส่วนอีกบางพวกก็มีลักษณะเฉพาะตัวที่ทำให้ล่องหนได้มาโดยกำเนิด ซึ่งตาจิตวิญญาณโดยมากจะมองเห็นได้แค่ประเภทที่สามเท่านั้น”

เฉียวซางเข้าใจในทันทีแล้วก็ถามต่อว่า

“งั้นไอพ่นเบิกฟ้ากับผู้พิทักษ์ล่องหนใช้วิธีล่องหนแบบเดียวกันรึเปล่า?”

มิเคลล่านิ่งไปไม่กี่วินาที ก่อนจะตอบว่า

“ไม่เหมือนกัน ไอพ่นเบิกฟ้าใช้แบบที่สอง ส่วนผู้พิทักษ์ล่องหนเป็นแบบที่สาม”

เฉียวซางพยักหน้า “อ๋อค่ะ”

ห้องนั่งเล่นพลันเงียบไปชั่วขณะ มีแค่เสียงหยาเป่าเคี้ยวเม็ดพลังงานดังเป็นจังหวะ

ไม่กี่วินาทีให้หลัง มิเคลล่าก็ทนไม่ไหว ถามออกมาว่า “แล้วจู่ๆ ทำไมเธอถึงถามถึงผู้พิทักษ์ล่องหนขึ้นมาล่ะ?”

เฉียวซางตอบว่า

“เพราะในบรรดาสัตว์อสูรที่ฉันเคยเจอแบบล่องหนได้ มีอยู่ไม่กี่ตัวที่จำได้ขึ้นใจน่ะค่ะ โดยเฉพาะผู้พิทักษ์ล่องหนนั่นน่ะล่องหนอยู่ตลอดเวลาเลย ฉันยังไม่รู้เลยว่าหน้าตามันเป็นยังไง”

กำลังที่มิเคลล่าจะพูดอะไรต่อ จู่ๆ ไอพ่นเบิกฟ้าก็พาอาจารย์ฟราวด้าปรากฏตัวขึ้นในห้องนั่งเล่นทันที

“มังกรน้อยอสนีออกจากไข่แล้วเหรอ?” ฟราวด้าอุ้มอุปกรณ์อยู่ในมือถามขึ้น

มิเคลล่าส่งสายตาไปทางที่หยาเป่านั่งอยู่ พลางพูดว่า

“อยู่ตรงนั้นแหละ”

ดวงตาของฟราวด้าเป็นประกาย เขาเดินไปหาหยาเป่าทันทีแล้วยื่นมือไปแตะมังกรน้อยอสนี

มิเคลล่ารีบพูดขึ้นว่า “นายอย่าเพิ่ง…”

แต่ก็พูดไม่ทันจบ

มือของฟราวด้าสัมผัสโดนร่างของมังกรน้อยอสนี มังกรน้อยแค่ลืมตาขึ้นมามองเขาแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านหรือปล่อยสายฟ้าอย่างที่คิดกันไว้

“เมื่อกี้ว่าจะพูดว่าอะไรนะ?” ฟราวด้าหันมาถาม

มิเคลล่าเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดว่า

“ให้ระวังหน่อย มันเพิ่งฟักออกมาไม่นานเอง”

ฉันเป็นถึงนักพัฒนาสัตว์อสูรระดับ S เชียวนะ จะไม่รู้อะไรแค่นั้นได้ยังไง... ฟราวด้าแอบบ่นในใจ ก่อนจะพยักหน้าแล้วอุ้มมังกรน้อยอสนีวางลงบนพื้น ใช้อุปกรณ์เริ่มตรวจเช็ค

“ถิง……”

สัมผัสเย็นๆ ทำให้มังกรน้อยอสนีแสดงสีหน้าไม่พอใจ มีสายฟ้าสีเหลืองบางๆ เท่าเส้นผมแวบขึ้นมาเล็กน้อย

มิเคลล่ามองแล้วไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรเป็นพิเศษ แต่ในใจก็แอบรู้สึกพอใจแบบแปลกๆ

ทว่าในวินาทีนั้นเอง ปลายหางของหยาเป่าก็สะบัดเบาๆ ไปลูบหัวมังกรน้อยอสนีด้วยท่าทีปลอบโยน

“ถิง……”

สัมผัสอุ่นที่คุ้นเคยแผ่กระจายออกมา ทำให้มังกรน้อยแสดงสีหน้าสบายใจ สายฟ้าสีเหลืองที่เมื่อครู่ปรากฏออกมาก็หายไปในทันที

“ซุนซุน……”

ซุนเป่าที่ยืนอยู่ข้างๆ แสดงสีหน้าครุ่นคิด

ดูจากท่าทางของมังกรน้อยอสนีแล้ว ถ้าในอนาคตผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันเลือกทำสัญญากับเจ้านี่จริงๆ โอกาสที่มันจะยอมมาเป็นน้องเล็กของตัวเองก็คงไม่มาก ดูจากท่าทางแล้ว มันชอบพี่ใหญ่หยาเป่ามากกว่าชัดๆ

คิดมาถึงตรงนี้ มันก็ถอนหายใจออกมา

ถ้าตอนนั้นไม่มัวแต่หมกมุ่นกับเรื่องโทเท็มเปลี่ยนร่างล่ะก็ มันคงได้เป็นคนที่ฟักไข่นี้แล้ว

แต่ในวินาทีนั้นเอง ซุนเป่าก็นึกถึงคุณสมบัติพากันตายของตัวเองและทักษะทะลวงเงา แล้วก็นึกถึงตอนที่พี่ใหญ่หยาเป่าโดนพากันตายในสนามแข่งจนถึงขั้นถูกกระตุ้นโชติช่วงออกมา ความเริงร่าของมันก็กลับมาเต็มเปี่ยม

ในอนาคตถ้าตัวเองแข็งแกร่งกว่าพี่ใหญ่หยาเป่าเมื่อไหร่ จะกลัวไม่มีน้องเล็กมาคอยตามหรือยังไง!

ร่างของซุนเป่าพลันเต็มไปด้วยแรงฮึด มันเทเลพอร์ตออกจากห้องไปยังลานฝึกกลางแจ้งทันที

“ชิงชิง……”

ชิงเป่าหันไปมองมังกรน้อยอสนีที แล้วก็มองไปทางลานฝึกกลางแจ้งที ก่อนจะกลายเป็นสายลมพุ่งตามออกไป

ไม่นาน ลมกระโชกแรงก็โหมกระหน่ำทั่วลานฝึกกลางแจ้ง

ซุนเป่าฝึกฝนอย่างสุดกำลังกลางสายลมอันบ้าคลั่ง

ในขณะเดียวกัน ภายในห้องนั่งเล่น ฟราวด้าก็ตรวจเสร็จเรียบร้อย

เขาวางอุปกรณ์ลงแล้วพูดว่า “ร่างกายของมังกรน้อยอสนีแข็งแรงดี ไม่มีปัญหาอะไร แต่ในช่วงนี้ควรเน้นเรื่องการเติบโตให้มาก ยังไม่ควรฝึกทักษะแล้วก็ห้ามให้มันเข้าใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้าเด็ดขาด”

เฉียวซางทำหน้างง

“ทำไมถึงเข้าใกล้ไม่ได้ล่ะคะ?”

ฟราวด้าอธิบายว่า

“ตอนนี้พลังธาตุไฟฟ้าในร่างของมันยังควบคุมไม่ได้ ถ้าเผลอไปแตะเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าแล้วกระตุ้นพลังธาตุออกมาโดยไม่ตั้งใจ มันอาจปล่อยสายฟ้าทำให้อุปกรณ์พังได้เลย”

เฉียวซางได้ยินแบบนั้นก็หน้าตึงขึ้นมาทันที ตอบกลับอย่างจริงจังว่า

“ฉันจะไม่ให้มันแตะอะไรพวกนั้นเด็ดขาดเลยค่ะ!”

ฟราวด้าหัวเราะออกมา—

“เดี๋ยวถ้าผ่านไปอีกสักพัก เมื่อมังกรน้อยอสนีสามารถปล่อยทักษะของตัวเองได้คล่องๆ ก็คงไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ”

เฉียวซางพยักหน้า แสดงว่าเข้าใจแล้ว

ฟราวด้าพูดต่อว่า

“สัตว์อสูรที่เพิ่งฟักออกมาน่ะ ยังไม่ควรกินเม็ดพลังงานหรอก โดยเฉพาะมังกรน้อยอสนีที่เป็นสายพันธุ์มังกร มันพัฒนาได้ช้ากว่าสายพันธุ์อื่นมาก ต้องรออีกสักสองเดือน ฉันถึงจะเริ่มปรับสูตรเม็ดพลังงานให้มันได้”

“ตอนนี้ ฉันจะเตรียมอาหารที่ย่อยง่ายไว้ให้ ตอนบ่ายๆ จะเอามาให้เธอแล้วกัน”

เฉียวซางพูดว่า

“ขอบคุณมากเลยนะคะ อาจารย์”

แล้วจู่ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามต่อว่า

“มังกรน้อยอสนีตัวนี้ เป็นเพศอะไรเหรอคะ?”

“ตัวผู้น่ะ” ฟราวด้าตอบ

ระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน เจ้าตัวเล็กก็ปีนกลับไปอยู่บนตัวหยาเป่าอีกครั้ง

พอฟราวด้าเดินจากไป มิเคลล่าก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอเดินมาหามังกรน้อยอสนี แล้วค่อยๆ ยื่นมือไปหา

ตอนนี้มังกรน้อยอสนียังไม่ได้นอน มันจ้องมองมือที่ยื่นเข้ามา แล้วไม่พูดพร่ำทำเพลง ร่างกายก็ปรากฏสายฟ้าสีเหลืองเปรี๊ยะๆ ขึ้นมาทันที

แต่แรงสายฟ้านั้นสำหรับหยาเป่าแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับลมปะทะเบาๆ เลย มันไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น แถมยังเรอออกมาหนึ่งทีอีกต่างหาก

มิเคลล่าจึงดึงมือกลับมาเงียบๆ ไม่พูดอะไร

ตอนนี้เธอเริ่มสงสัยอย่างหนักว่า มังกรน้อยอสนีนี่มีอคติกับเธอรึเปล่า แต่ก็ไม่ควรจะเป็นแบบนั้นนะ เพราะนี่มันเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเจอกันแท้ๆ …

มังกรน้อยอสนีรับรู้ถึงสายตาของเธอ จึงค่อยๆ ขยับตัว พร้อมกับใช้หางโบกมาทางมิเคลล่าอย่างเงียบงัน

มิเคลล่า: “……”

……

ตอนเที่ยง เฉียวซางนั่งอยู่ข้างโต๊ะอาหาร กำลังทานมื้อกลางวันอยู่

หยาเป่ากับตัวอื่นๆ ก็กินเม็ดพลังงานกันไป

ส่วนมังกรน้อยอสนีก็นั่งแนบชิดอยู่ข้างหยาเป่า ใช้หางม้วนขวดนมเอาไว้แล้วก็ดื่มนมไปเงียบๆ

หยาเป่ากินเม็ดพลังงานเสร็จก็เดินตรงไปทางลานฝึกกลางแจ้ง

มังกรน้อยอสนีก็ตามไปแบบเงียบๆ

“มังกรน้อยอสนี” เฉียวซางเรียกไว้

มังกรน้อยอสนีหันหน้ากลับมา

“มาหาฉันทางนี้หน่อยได้ไหม?” เฉียวซางยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วพูด

เพราะเวลาหยาเป่าฝึกทีไร สนามพังยับทุกที ถ้าเกิดมังกรน้อยอสนีโดนลูกหลงขึ้นมาคงไม่ดีแน่

มังกรน้อยอสนีได้ยินเสียงคุ้นๆ ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ใช้หางม้วนขวดนมแล้วเลี้ยวกลับไปคลานเข้าหาเธอ

เชื่องใช้ได้เลยแฮะ… เฉียวซางรู้สึกดีใจมากในใจ

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารก็ดังขึ้น

สายตาของมังกรน้อยอสนีก็หันไปจ้องโทรศัพท์ทันที

เฉียวซางดูชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอ แล้วก็หยิบขึ้นมากดรับสาย

“กินข้าวกลางวันหรือยังลูก?” เสียงของแม่ดังออกมาจากลำโพง

“กำลังกินอยู่เลยค่ะ” เฉียวซางพูดพลางมองไปที่มังกรน้อยอสนีข้างตัว แล้วพูดต่อว่า

“แม่โทรมาถูกจังหวะพอดีเลย หนูกำลังจะเล่าเรื่องนึงให้ฟังอยู่พอดี”

“เรื่องอะไรเหรอ?” เย่เซียงถิงถามกลับมา

“ไข่มังกรน้อยที่ได้จากรางวัลแข่งเขตเมื่อคราวก่อนน่ะค่ะ มันฟักเมื่อคืนนี้แล้วล่ะ”

“ไวขนาดนั้นเลยเหรอ!” เย่เซียงถิงทั้งตกใจทั้งดีใจ

เฉียวซางตอบแค่ “อืม” แล้วก็กดเปิดวิดีโอคอล พร้อมหันกล้องไปทางมังกรน้อยอสนี

“ถิง……”

มังกรน้อยอสนีเห็นภาพตัวเองในวิดีโอคอลก็ตะลึงไปแวบหนึ่ง แถมยังทำหน้าตาเอ๋อๆ แบบน่าเอ็นดูอีกต่างหาก

“แม่ไม่เคยเห็นมังกรน้อยอสนีมาก่อนเลย น่ารักจัง~” เย่เซียงถิงพูดอย่างตื่นเต้น

แล้วเธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ พูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่า

“แต่ตอนนี้เธอยังไม่มีหน้าสัญญาใหม่แล้วจะทำยังไงกับมังกรน้อยอสนีดี?”

เฉียวซางหมุนกล้องกลับมาหาตัวเองแล้วพูดว่า “ก็พกติดตัวไว้ก่อนนั่นแหละค่ะ พอมีหน้าสัญญาแล้วค่อยทำก็ได้ แม่ก็รู้ว่าหนูเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B แล้ว ต่อให้เป็นสัตว์อสูรที่ไม่ได้ทำสัญญา หนูก็สามารถพกติดตัวได้อยู่ดี”

ระหว่างที่พูดคุยกัน เจ้าตัวเล็กก็วางขวดนมลง แล้วค่อยๆ คลานขึ้นไปบนบ่าของเฉียวซาง หันหน้าไปจ้องจอวิดีโอที่ยังเปิดอยู่ต่อ

เย่เซียงถิงได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ แล้วพอเห็นมังกรน้อยอสนีโผล่มาในวิดีโออีกครั้ง ก็ยิ้มแล้วพูดว่า

“ดูเหมือนว่ามันจะสนิทกับลูกมากเลยนะเนี่ย”

“แน่นอนอยู่แล้วล่ะ” เฉียวซางพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ “หนูน่ะเป็นคนที่พวกสัตว์อสูรรักเสมอเลยนะ ตอนที่ไปภูมิภาคจือเตี้ยนก็มีสัตว์อสูรประเภทผีตัวนึงที่อยากจะทำสัญญากับหนูด้วยล่ะ”

“พูดถึงเรื่องนั้นนะ แม่เคยได้ยินคนเขาพูดกันว่า…” เย่เซียงถิงเริ่มเม้าท์ “ว่าลูกไปเอาชนะผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ A ที่ภูมิภาคจือเตี้ยนมาจริงรึเปล่า?”

เฉียวซาง: “……”

เฉียวซางรีบอธิบายว่า “คือผู้ฝึกสัตว์อสูรคนนั้นเขา...”

ระหว่างนั้นเอง เจ้าตัวเล็กถิงถิงก็ค่อยๆ เอาหัวเข้าไปใกล้หน้าจอ

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าเหมือนจะสังเกตเห็นความตั้งใจของมังกรน้อยจึงร้องเตือนเบาๆ

มังกรน้อยอสนีหยุดการเคลื่อนไหวแล้วหันไปมองมัน

“ซุนซุน~”

พอเห็นว่ามังกรน้อยหยุด ซุนเป่าก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า…เจ้าน้องเล็กตัวนี้บางทีมันอาจจะจีบเข้าทีมด้วยก็ได้ มันถอดวงแหวนที่ใส่ไว้ออก แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมา โบกไปมาให้มังกรน้อยดู

มังกรน้อยอสนีจ้องดูโทรศัพท์อยู่สองวินาที ก่อนจะค่อยๆ คลานเข้าไปหาซุนเป่าจนมาอยู่ข้างๆ

“ซุนซุน?”

ซุนเป่าร้องขึ้นทีนึง เหมือนจะถามว่า—อยากเล่นไหม?

“ถิง”

มังกรน้อยอสนีพยักหน้า

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าโบกโทรศัพท์อีกครั้ง แล้วร้องขึ้นเหมือนจะสื่อว่า—เรียกว่าพี่ใหญ่ก่อน แล้วจะให้เล่น

“ถิง ถิง…”

มังกรน้อยอสนีไม่รู้ว่า “พี่ใหญ่” หมายถึงอะไร แต่ก็พยายามออกเสียงเลียนแบบให้ได้

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าดีใจมาก รีบส่งโทรศัพท์ให้เลย

ทางด้านกงเป่าที่กำลังกินเม็ดพลังงานอยู่ เงยหน้าขึ้นมาเห็นพอดี

มันก็นึกถึงคำพูดของนักพัฒนาสัตว์อสูรคนนั้นขึ้นมาได้ เลยรีบจะอ้าปากเตือนว่า

“กง…”

แต่ตอนนั้น มังกรน้อยอสนีก็ใช้หางม้วนโทรศัพท์ไว้เรียบร้อยแล้ว

...ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กงเป่าเงียบไป แล้วก็ก้มหน้ากินเม็ดพลังงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าเห็นว่ามังกรน้อยไม่มีกรงเล็บไว้จับโทรศัพท์ก็เลยหวังดีหยิบมือถือออกจากหางของมันมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วร้องขึ้นหนึ่งทีเหมือนจะบอกว่า—วางไว้ตรงนี้จะใช้หางเล่นง่ายกว่า

พูดจบก็ชี้ไปที่หางของมังกรน้อยอสนี

“ถิง”

มังกรน้อยอสนีก็ลองทำตามคำแนะนำของซุนเป่าใช้ปลายหางจิ้มไปที่หน้าจอ

ทันใดนั้นเอง…ปลายหางแตะจอโทรศัพท์ ปรากฏกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านขึ้นมา

“ปัง!!” เสียงระเบิดดังสนั่น มือถือระเบิดออกเป็นชิ้น

“ซุนซุน!!”

ซุนเป่าร้องออกมาด้วยเสียงโหยหวนสุดชีวิต

เฉียวซางสะดุ้งโหยง รีบหันไปมอง

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ? แม่ได้ยินเสียงระเบิด!” เย่เซียงถิงถามเสียงร้อนรนผ่านทางโทรศัพท์

“ไม่มีอะไรค่ะ แค่โทรศัพท์ระเบิดเฉยๆ เองค่ะ” เฉียวซางตั้งสติได้แล้วก็ตอบกลับอย่างนิ่งๆ

เย่เซียงถิง: “???”

หลังจากคุยกับแม่อีกไม่กี่คำ เฉียวซางก็กดวางสายไป

“ซุนซุน!!”

“ซุนซุน!!”

ซุนเป่าฟุบหน้าลงที่ข้างโทรศัพท์ แตกละเอียดที่โต๊ะ ทั้งชกทั้งเคาะโต๊ะไปน้ำตาไหลพรากอย่างสิ้นหวัง

“ถิง……”

มังกรน้อยอสนียืนอยู่ข้างๆ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

เฉียวซางยกมือขึ้นกุมขมับ พูดด้วยเสียงเหนื่อยใจว่า “ลืมบอกไปเลย ตอนที่แกไปฝึกนอกบ้าน อาจารย์ฟราวด้าบอกไว้ชัดๆ เลยนะ ว่าห้ามให้มังกรน้อยอสนีไปแตะอุปกรณ์ไฟฟ้า ตอนนี้พลังสายฟ้าในร่างมันยังควบคุมไม่ได้ ถ้าแตะอะไรไปโดนๆ เข้า มันอาจปล่อยสายฟ้าออกมาจนทำให้อุปกรณ์ระเบิดได้เลย…”

“ซุนซุน!!”

“ซุนซุน!!”

ซุนเป่ายิ่งฟังน้ำตาก็ยิ่งไหลพราก ร้องไห้หนักกว่าเดิมอีก!

มันไม่รู้นี่นา!

กงเป่าก้มหน้ากินเม็ดพลังงานต่อไป ทำทีเหมือนกับว่าตัวเองก็ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

“ชิงชิง……”

ชิงเป่ามองเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างเต็มตา จู่ๆ ก็รู้สึกโล่งใจแปลกๆ ลมอ่อนๆ พลันพัดวนไปรอบๆ ตัวมัน

ช่างเถอะ…ซุนเป่ามันก็น่าสงสารขนาดนี้แล้ว ต่อไปจะไม่ไปเป่าลมบ้าคลั่งใส่มันอีกก็ได้

ตอนนั้นเอง เฉียวซางก็พูดขึ้นว่า “เลิกงอแงได้แล้ว เดี๋ยวฉันซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้ก็ได้”

ซุนเป่าหยุดร้องไห้ทันที เงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“แต่มีเงื่อนไขนะ ว่าต้องหาเงินเองก่อน” เฉียวซางพูดยิ้มๆ

……

เวลา 3 ทุ่มครึ่ง

ซุนเป่านั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ กำลังตั้งใจดูหน้าเว็บไซต์ของสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิ หาภารกิจที่ตัวเองสามารถรับได้ ก็ในเมื่อผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันบอกไว้ว่า ถ้ามันสามารถหาแต้มได้ครบ 1000 คะแนน จะซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้ มันก็ต้องพยายามสุดชีวิตแล้วสิ

“ถิง……”

มังกรน้อยอสนีค่อยๆ คลานเข้ามาอยู่ข้างๆ ซุนเป่า

“ซุนซุน!”

ซุนเป่าได้ยินเสียง ก็รีบหันไปดู พอเห็นว่าเป็นมังกรน้อยอสนีก็สะดุ้งเฮือก รีบคว้าโน้ตบุ๊กแล้วเทเลพอร์ตขึ้นไปกลางอากาศใช้พลังจิตควบคุมโน้ตบุ๊กให้ลอยอยู่กลางอากาศแล้วนั่งดูภารกิจต่อ

มังกรน้อยอสนีเงยหน้าขึ้น มองไปที่ทั้งซุนเป่าและโน้ตบุ๊กอยู่สองวินาที แล้วก็เริ่มพยายามกระโดดขึ้นไปให้ถึง

มันกระโดดซ้ำแล้วซ้ำอีก

แต่กระโดดเท่าไรก็ไม่เกินปลายหางสูงจากพื้นแค่เซนเดียว

ซุนเป่ามองลงมา พอเห็นแบบนั้นก็ค่อยโล่งใจ แล้วก้มหน้าหาภารกิจต่อ

“ถิง ถิง……”

มังกรน้อยอสนีเริ่มหงุดหงิดกับการกระโดดไม่ขึ้น ตัวมันเริ่มปล่อยสายฟ้าสีเหลืองออกมาทีละน้อย

ทันใดนั้นลมอ่อนๆ ก็พัดมาพอดี พัดมันลอยขึ้นไปกลางอากาศ

มังกรน้อยอสนีเหมือนจะสัมผัสอะไรได้บางอย่าง จึงหันไปมอง

“ชิงชิง~”

ชิงเป่าส่งรอยยิ้มหวานให้มัน

“ถิงถิง~”

มังกรน้อยอสนีพยายามเลียนแบบรอยยิ้มของชิงเป่าอย่างฝืนๆ

ลมนั้นยังคงพัดพามันไปถึงตัวซุนเป่า

“ซุนซุน!!”

ซุนเป่าตกใจจนตัวสะดุ้ง รีบพาโน้ตบุ๊กเทเลพอร์ตหนีอีกรอบ

“ชิงชิง~!”

ชิงเป่าเห็นท่าทางของซุนเป่าแล้วก็อดขำจนท้องแข็งไม่ได้

“ถิงถิง!”

มังกรน้อยอสนีเห็นชิงเป่าหัวเราะก็เหมือนจะโดนพลังบางอย่างกระตุ้นให้หัวเราะตามขึ้นมา

“ซุนซุน……”

ซุนเป่าทำหน้าเซ็งจัด ใช้อุ้งมือแตะไปที่โน้ตบุ๊ก

วินาทีต่อมา มันก็หายตัวไปพร้อมกับโน้ตบุ๊คแล้วเข้าสู่โหมดล่องหน

“ถิงถิง!” มังกรน้อยอสนียังคงหัวเราะอยู่

ชิงเป่า: “……”

นิสัยของชิงเป่านี่เปลี่ยนไปเยอะจริงๆ… เฉียวซางที่นั่งถือหนังสืออยู่ถึงกับรู้สึกในใจ

ทันใดนั้น โทรศัพท์สั่นขึ้นมา

เฉียวซางหยิบขึ้นมาดู

เป็นข้อความจากระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ทางการของสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิ

[เรียนคุณเฉียวซาง นักศึกษาสาขาผู้ฝึกสัตว์อสูร ตุณได้จองสิทธิ์เข้ารับการแช่บ่อน้ำพลังงานเอาไว้ รอบของคุณจะเปิดในเวลา 9.00 น. ของวันพรุ่งนี้ กรุณานำบัตรนักศึกษามาแสดง ณ อาคารพลังงานตามเวลานัดหมาย]

พรุ่งนี้… เฉียวซางตาเป็นประกาย เธอวางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปมองทางกงเป่า

กงเป่ารับรู้ได้ทันทีถึงความคิดของเจ้านาย ดวงตาก็เป็นประกายเช่นกัน มันพยักหน้าให้เธอหนึ่งที

หากไม่มีอะไรผิดพลาดล่ะก็…พรุ่งนี้ก็คงจะเป็นวันที่มันจะได้วิวัฒนาการเป็นระดับราชาโดยสมบูรณ์แล้ว!

จบบทที่ บทที่ 1314 – 1315: วันที่วิวัฒนาการเป็นระดับราชา (สองตอนรวมกัน)

คัดลอกลิงก์แล้ว