เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1293: วัฏจักรเครือข่าย

บทที่ 1293: วัฏจักรเครือข่าย

บทที่ 1293: วัฏจักรเครือข่าย


ระหว่างที่พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อยแบบไม่จริงจังนัก เฉียวซางก็กินอาหารเช้าไปจนหมดในที่สุด

มิเคลล่าหันไปมองอากาศว่างเปล่าข้างตัว เหมือนกำลังจะเทเลพอร์ตอีกครั้ง

“เดี๋ยวก่อนค่ะ!” เฉียวซางรีบร้องขัดทันที

มิเคลล่าหันกลับมามอง

เฉียวซางรีบลุกขึ้นเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในห้องนอน ไม่นานก็กลับออกมาพร้อมกับอุ้มไข่สัตว์อสูรไว้ในอ้อมแขนแล้วก็วางกระเป๋าข้างๆ ลู่เป่า

ลู่เป่าเห็นแบบนั้นก็กระโจนเข้าไปในกระเป๋าทันทีโดยไม่ต้องรอให้เรียก

เฉียวซางสะพายกระเป๋าขึ้นไหล่ พลางพูดขึ้นว่า

“เรียบร้อยค่ะ พร้อมแล้ว!”

ทันทีที่คำพูดหลุดออกจากปาก ภาพตรงหน้าก็พลันมืดสนิท

พอแสงสว่างกลับมาอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองมาอยู่ที่หน้าห้องปฏิบัติการอุปกรณ์ขนาดกว้างขวางแห่งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว

ระหว่างที่กำลังยืนตั้งสติอยู่ ก็มีนักเรียนเดินผ่านไปตามทางเดินบ้างประปราย ไม่มีใครแสดงสีหน้าตกใจเลยแม้แต่น้อยที่เห็นมีคนกับสัตว์อสูรโผล่มากลางอากาศ ทุกคนล้วนแค่เหลือบตามองแบบผ่านๆ เพียงเท่านั้น

แต่พอสายตาเหล่านั้นมาหยุดอยู่ที่ซุนเป่า หลายคนก็ทำหน้าแปลกใจ บางคนถึงกับหยิบมือถือขึ้นมาทันที

เอาล่ะสิ มาอีกแล้ว พวกที่จำซุนเป่าผิดอีกแล้ว… เฉียวซางแอบบ่นในใจ แต่นอกหน้ายังคงเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ซุนซุน…”

ซุนเป่าเองก็รู้ตัวว่าคนพวกนั้นกำลังเข้าใจผิด มันหน้าบูดบึ้ง แก้มป่องขึ้นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหายตัวไปทันที

“ก๊อก ก๊อก” มิเคลล่าเคาะประตูสองครั้ง แล้วก็ผลักเข้าไปด้านใน

เฉียวซางตามเข้าไปอย่างไม่รอช้า ก่อนจะปิดประตูตามหลังเบาๆ

“มาแล้วเหรอ” ชายชราผมขาวที่กำลังสอนสัตว์อสูรหลอมแร่บางอย่างอยู่เงยหน้าขึ้นมาทักด้วยน้ำเสียงเฉยชาไม่ใส่อารมณ์

เขาหันมามองเฉียวซางแล้วจ้องเธออยู่นาน สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยปนสนใจ “นี่เหรอนักเรียนจากคณะจักรพรรดิที่กลายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B ตั้งแต่อายุแค่ 17?”

“ใช่” มิเคลล่าพยักหน้าตอบ

“สวัสดีค่ะ อาจารย์” เฉียวซางก้มหัวลงเล็กน้อยพร้อมทักอย่างสุภาพ

ชายชราผมขาวหรี่ตามองเธออีกรอบอย่างตั้งใจ ก่อนจะถามขึ้นด้วยความอยากรู้

“เธอฝึกโดเมนสมองส่วนพิเศษยังไง? นั่งสมาธิเพียงอย่างเดียวหรือเปล่า?”

“ค่ะ” เฉียวซางพยักหน้ารับ “แต่ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่อัลติเมทสตาร์เคยดื่มน้ำบริสุทธิ์แห่งเวียร์ไปขวดหนึ่งค่ะ”

น้ำบริสุทธิ์แห่งเวียร์งั้นเหรอ?… สำหรับเขาแล้ว ของแบบนี้เด็กสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิแทบทุกคนก็เคยกินอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลก เขาเลยไม่ได้ถามอะไรต่อ และเปลี่ยนเรื่องทันที

“ได้ยินมาว่าเธออยากจะหลอมอุปกรณ์? ใช้วัสดุอะไรบ้างล่ะ?”

น้ำเสียงตอนนี้ของเขานุ่มลงกว่าตอนคุยกับมิเคลล่าชัดเจน

หรือว่าคู่นี้มีเรื่องในใจกันแฮะ… เฉียวซางคิดในใจขำๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอแค่พยักหน้าไปทางที่ซุนเป่าซ่อนตัวอยู่เงียบๆ

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าปรากฏตัวออกมาจากการล่องหน แล้วถอดวงแหวนของมันออก ก่อนจะล้วงของจากด้านในออกมาอย่างคล่องแคล่ว

ชายชรามองมันอยู่แป๊บหนึ่ง แล้วก็ชะงักไปทันที จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นตกใจสุดขีด “เจ้านี่มัน ราชาผีวงแหวนที่เคยขโมยเสื้อผ้าคนอื่นแล้วโยนเข้าห้องขังใช่ไหม!?”

เฉียวซาง: “……”

ซุนเป่า: “……”

“ไม่ใช่ตัวนั้น” มิเคลล่าตอบเสียงเรียบ “ช่วงก่อนหน้านี้ฉันพาเฉียวซางไปฝึกอยู่ที่ประเทศมังกร เพิ่งกลับมาเมื่อวานนี้เอง”

ชายชราไม่ได้ตอบมิเคลล่าเลยแม้แต่นิด กลับหันไปมองเฉียวซางแล้วยิ้มนิดๆ พร้อมพูดว่า

“หน้าตาเหมือนสัตว์อสูรที่ถูกตั้งค่าหัวเป๊ะๆ ดูแล้วคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ หวังว่าเจ้าราชาผีวงแหวนตัวนั้นจะถูกจับเร็วๆ นี้ก็แล้วกัน”

อืม... อาจารย์แกกับอาจารย์มิเคลล่ามีอะไรติดใจจริงๆ นั่นแหละ… เฉียวซางคิดในใจ แล้วก็พยักหน้าตอบเบาๆ

“ฉันก็หวังแบบนั้นเหมือนกันค่ะ”

ระหว่างที่พูดกันอยู่ ซุนเป่าก็หาจนเจอถุงใส่ทองโบราณอำพราง แล้วส่งให้ชายชราด้วยตัวเอง

ชายชรารับถุงมา เปิดดูแวบหนึ่งแล้วก็หันมามองซุนเป่า

“เข้าใจแล้ว จะหลอมอุปกรณ์ให้ราชาผีวงแหวนตัวนี้สินะ”

จากนั้นเขาก็หันไปถามเฉียวซางต่อทันที

“เธออยากให้ออกแบบอุปกรณ์แบบไหน?”

เฉียวซางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า

“อยากได้แบบที่พกติดตัวได้ตลอดเวลาเลยค่ะ แต่ไม่เอาพวกที่แนบเนื้อหรือแบบพอดีตัวเป๊ะๆ เพราะว่าผีวงแหวนของฉันกำลังจะวิวัฒนาการ รูปร่างมันจะเปลี่ยนอีกแน่นอน”

“แล้วก็ดีไซน์ขอให้สวยๆ หน่อยค่ะ เจ้านี่มันชอบของที่ดูดี ส่วนเรื่องฟังก์ชัน ขอแค่ช่วยให้ดูดซับพลังงานได้เร็วขึ้นก็พอแล้วค่ะ”

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าพยักหน้ารัวๆ สีหน้าพอใจแบบสุดๆ

พูดแทนใจเลย! ถูกใจมาก!

“เข้าใจแล้ว” ชายชราพยักหน้าเบาๆ แล้วพูดต่อ “อีกครึ่งเดือนค่อยกลับมารับ”

แต่จู่ๆ น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัด

การเปลี่ยนท่าทีแบบปุบปับทำเอาเฉียวซางงงไปพักหนึ่ง เธอไม่แน่ใจว่าเผลอพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า แล้วก็ไม่กล้าถามเรื่องแต้มเลย กลัวว่าถ้าถามตอนนี้จะโดนโขกเพิ่ม

“งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะ” มิเคลล่าพูดขึ้นเรียบๆ

ชายชราก็โบกมือส่งแบบห้วนๆ ท่าทางไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว

……

ระหว่างเดินออกจากห้องปฏิบัติการมุ่งหน้ากลับเขตของคณะจักรพรรดิ เฉียวซางก็อดถามไม่ได้ เพราะความอยากรู้มันพุ่งจนแทบระเบิด

“อาจารย์โกรฟเวอร์เขาไม่ค่อยถูกกับอาจารย์เหรอคะ?”

มิเคลล่าถอนหายใจยาว “ไม่ใช่แค่ฉันหรอก เขาไม่ถูกกับทั้งอาจารย์แล้วก็พวกเด็กคณะจักรพรรดิทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ”

“หืม?” เฉียวซางเบิกตานิดๆ

ไม่ใช่ว่าคณะจักรพรรดิเป็นห้องเรียนสุดเทพของสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิหรอกเหรอ?

ยังไม่ทันได้ถามต่อ มิเคลล่าก็พูดเสริมทันทีว่า

“พวกเราคณะจักรพรรดิเน้นเป้าหมายคือไปให้ถึงระดับแข่งขันศึกชิงถ้วยอวกาศ เพราะงั้นทุกเวทีที่เราแข่งจะไม่สามารถข้องเกี่ยวกับพวกอุปกรณ์ได้เลย แถมเวลาฝึกหรือออกทำภารกิจก็ยังถูกสั่งห้ามใช้พวกอุปกรณ์อีกต่างหาก”

“อาจารย์โกรฟเวอร์เขาเคยเสนอทำอุปกรณ์ให้พวกนักเรียนคณะจักรพรรดิหลายครั้ง แต่ก็โดนปฏิเสธหมด มีอาจารย์คนนึงถึงกับพูดใส่หน้าเขาว่า”อุปกรณ์มันไร้ประโยชน์ พลังของตัวเองต่างหากคือของจริง“…ประโยคนั้นแหละ ทำเอาเขาโมโหจนเลือดขึ้นหน้า”

“ยังไม่พอ มีเด็กคณะจักรพรรดิคนหนึ่งรับอุปกรณ์จากเขาไป แล้วดันเอาไปขายต่อในเว็บแลกเปลี่ยนแต้ม แบบโขกแต้มสุดชีวิตอีกต่างหาก”

“หลังจากนั้นเขาก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้าพวกเราคณะจักรพรรดิอีกเลย”

เอ่อ… เฉียวซางฟังแล้วถึงกับเหวอ ทำหน้างงๆ แล้วถามอย่างลังเลว่า

“รู้แบบนี้แล้วจะให้เขาทำอุปกรณ์ให้ฉันจะดีเหรอคะ?”

“เขาปฏิเสธเธอไหมล่ะ?” มิเคลล่าหันมายิ้ม “คนเราเวลาถูกปฏิเสธซ้ำๆ ก็จะยิ่งอยากพิสูจน์จนให้ได้การยอมรับมากขึ้นนั่นแหละ เชื่อฉันเถอะ อุปกรณ์ที่เธอขอ เขาจะตั้งใจทำให้สุดฝีมืออย่างแน่นอน”

เฉียวซางโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่แล้วจู่ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้เลยถามว่า

“แต่ตอนแรกฉันเห็นอาจารย์โกรฟเวอร์ดูจะชอบฉันอยู่นะคะ ทำไมตอนหลังๆ เหมือนเขาก็เริ่มไม่ค่อยอยากยุ่งกับฉันแล้วล่ะคะ?”

มิเคลล่าหัวเราะเบาๆ ก่อนตอบเสียงนิ่งว่า

“ก็เพราะเธอขอให้ออกแบบอุปกรณ์ง่ายเกินไปน่ะสิ”

“เงื่อนไขที่เธอบอกไป ต่อให้นักเรียนภาคอุปกรณ์ธรรมดาก็ทำได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องถึงมือเขาหรอก”

พูดแล้วเธอก็เว้นไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมขึ้นว่า

“แต่เขาก็ให้ความสำคัญกับเธออยู่นะ ฉันว่าเขาน่าจะเคยได้ยินเรื่องของเธอมาก่อนนั่นแหละเลยสนใจเป็นพิเศษ”

มิเคลล่ายิ้มออกมาบางๆ “ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเป็นเขานี่แหละที่รับงานออกแบบอุปกรณ์ให้เธอ ตอนแรกฉันก็คิดว่าเขาคงไม่รับงานจากพวกคณะจักรพรรดิอีกแล้วเสียอีก”

เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะคะอาจารย์ เมื่อกี้ยังทำเหมือนรู้อยู่แล้วเลยนะ! เฉียวซางแอบบ่นในใจ ก่อนจะถามต่อ

“แต่ถ้าเด็กคณะจักรพรรดิไม่ได้ใช้อุปกรณ์เลย แล้วฉันจะใช้อุปกรณ์แบบนี้ มันจะไม่ขัดกับแนวทางของห้องเหรอคะ?”

มิเคลล่ายิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“เธอยังห่างจากเวทีศึกชิงถ้วยอวกาศอีกไกลเลยล่ะ”

พูดอีกอย่างก็คือ ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะไปยึดติดกับหลักการพวกนั้น

เฉียวซาง: “……”

……

ท้องฟ้าโปร่งสีฟ้าสดใส สวนหลังอาคารที่ดูงดงามราวกับหลุดมาจากเทพนิยาย

ศาลาไม้หลังเดิมที่เธอคุ้นเคย

จากตรงนี้สามารถมองเห็นหญิงสูงวัยผมสีขาวแซมอยู่ครึ่งศีรษะ ผิวขาวซีด ใบหน้ามีร่องรอยแห่งวัยนั่งอยู่ภายในศาลานั้นอย่างสงบนิ่ง

“คณบดีรออยู่ในนั้นน่ะ เธอเข้าไปได้เลย” มิเคลล่าหันมาบอก

“ไม่เข้าไปด้วยกันเหรอคะ?” เฉียวซางถามขึ้น

“คณบดีเรียกพบเธอ ไม่ใช่ฉัน” มิเคลล่าตอบเรียบๆ

พูดจบ ร่างของอาจารย์มิเคลล่าก็หายตัวไปในทันทีเหมือนไม่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน

เฉียวซาง: “……”

เธอถอนหายใจเบาๆ พยายามตั้งสติให้มั่น จัดท่าทางให้เรียบร้อยแล้วก้าวเดินเข้าไปยังศาลาด้วยความเคารพ

“สวัสดีค่ะ ท่านคณบดี”

คณบดีเทเรซาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วผายตามองไปยังถ้วยชาที่วางอยู่ตรงหน้า “นั่งสิ ลองชิมดูหน่อย ชานี่เตรียมไว้ให้เธอโดยเฉพาะเลยนะ”

เฉียวซางรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าคณบดีจะใจดีขนาดนี้ เธอวางไข่สัตว์อสูรลงบนโต๊ะกลม แล้วรับถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างระมัดระวัง

เทเรซามองไข่ที่อยู่บนโต๊ะครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มบางๆ “นี่คือไข่ของมังกรน้อยอสนีสินะ”

“ใช่ค่ะ” เฉียวซางพยักหน้ารับ

เทเรซาพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ที่มหาวิทยาลัยเรามีผลงานวิจัยอยู่ชิ้นหนึ่ง สามารถตรวจสอบได้ว่าสัตว์อสูรในไข่นั้นเป็นสายเลือดแท้หรือเปล่า เธอสามารถพาไข่มังกรน้อยอสนีนี้ไปตรวจได้”

เฉียวซางลังเลเล็กน้อยก่อนจะถามออกไปอย่างตรงๆ

“วิธีตรวจแบบนี้จะไม่กระทบกับไข่ใช่ไหมคะ?”

“ก็แค่ใช้เครื่องสแกนจากภายนอกเท่านั้น ไม่มีผลกระทบอะไรเลย” คณบดีเทเรซาตอบด้วยความมั่นใจ

งานวิจัยแบบนี้ดีมากจริงๆ เฉียวซางคิดในใจ ก่อนหน้านี้ยังนึกว่ามหาวิทยาลัยมีแค่เครื่องที่ใช้วัดว่าอีกนานแค่ไหนไข่จะฟักออกมาเสียอีก

แต่ยังไม่ทันจะคิดให้จบ เทเรซาก็พูดต่อว่า

“แต่ว่าการตรวจครั้งหนึ่งจะใช้ 100 แต้ม”

เฉียวซางได้ยินแบบนั้นก็กลับมาเป็นทางการทันที “จริงๆ แล้วสำหรับฉัน เรื่องที่มังกรน้อยอสนีจะเป็นสายเลือดแท้หรือเปล่า มันไม่ได้สำคัญเลยค่ะ ขอแค่มันฟักออกมาได้อย่างปลอดภัยก็พอแล้ว”

ทันทีที่คำพูดเธอหลุดออกมา ไข่มังกรใบเล็กนั้นก็สั่นไหวเบาๆ อย่างแผ่วจนแทบไม่สังเกตเห็น…

แรงสั่นของไข่นั้นเบาจนแทบจะมองไม่เห็น แต่สำหรับคณบดีเทเรซาและเฉียวซางแล้ว มันชัดเจนมาก ชัดเจนจนไม่ต้องพูดก็เข้าใจกันได้

“นี่มัน... ใกล้จะฟักแล้วเหรอคะ?” เฉียวซางหันไปมองทันที แววตาเปล่งประกายอย่างตื่นเต้น

“ไข่ของสัตว์อสูรประเภทมังกรมักใช้เวลาฟักนานมาก” เทเรซาคณบดีกล่าวเสียงเรียบ “มันอาจจะได้ยินเสียงเราคุยกันเลยตอบกลับมาก็เป็นไปได้”

เฉียวซางฟังแล้วก็อดสงสัยไม่ได้

“สัตว์อสูรที่อยู่ในไข่ ฟังเสียงเราออกด้วยเหรอคะ? แถมยังเข้าใจอีก?”

“ก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์กับความสามารถในสายเลือดของมันน่ะ” เทเรซาอธิบายอย่างใจเย็น

“บางสายพันธุ์ฉลาดมาก ถึงจะยังอยู่ในไข่ก็สามารถเข้าใจภาษามนุษย์หรือสัมผัสถึงความรู้สึกดีร้ายจากภายนอกได้เลย ถ้าเจอสิ่งที่ไม่ชอบก็อาจแสดงออกด้วยการต่อต้านทันทีที่ฟักออกมา”

“แต่บางสายพันธุ์ก็ไม่มีความสามารถแบบนั้นเลย พอฟักออกมาเมื่อไหร่ เจอใครก่อนก็ผูกพันธ์กับคนนั้นก่อนโดยอัตโนมัติ”

เฉียวซางฟังแล้วเผลอคิดถึงตอนที่ซุนเป่าเพิ่งฟักออกจากไข่ตอนแรกทันที

“ซุนซุน……”

พอพูดถึงไข่ ซุนเป่าก็เหมือนจะรู้ตัว มันค่อยๆ ปรากฏร่างออกมา แล้วโน้มตัวมองไข่สัตว์อสูรใบนั้นด้วยความสนใจเต็มเปี่ยม ดวงตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ยังคงยืนอยู่หลังเครื่องป้องกันอย่างเป็นระเบียบ

เฉียวซางค่อยๆ ดึงสติกลับมา แล้วพูดขึ้นอย่างจริงจัง

“ท่านคณบดีเรียกฉันมาวันนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?”

“ได้ยินมาว่าเธอยังไม่ได้แลกของอะไรเลย” เทเรซาคณบดีถามตรงๆ “เพราะว่าเธอไม่ถูกใจกับของในคลังแต้มใช่ไหม?”

“ไม่ใช่ค่ะ” เฉียวซางรีบอธิบาย “แค่ฉันรู้สึกว่าโอกาสแลกของมันมีค่าเกินไป ฉันเลยอยากเก็บไว้แลกของที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ ของในคลังแต้มก็ดีมากแล้วค่ะ แต่ยังไม่มีชิ้นไหนที่เหมาะกับฉันตอนนี้เลย”

เทเรซาพยักหน้ารับ แล้วถามต่อ “งั้นเธออยากได้ของที่มีการใช้งานในรูปแบบไหนล่ะ?”

เฉียวซางครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วตอบอย่างระมัดระวัง

“ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากได้อุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าสัตว์อสูรตัวนี้ในอนาคตจะพัฒนาไปทางไหน แม้จะเป็นร่างวิวัฒนาการที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนก็ตามค่ะ”

เทเรซาคณบดีเงียบไปครู่หนึ่ง

หลังผ่านไปไม่กี่วินาที เธอก็พูดขึ้นช้าๆ ว่า “สิ่งที่จะเกิดในอนาคตน่ะเราสามารถคาดการณ์ได้ แต่สิ่งที่ยังไม่เคยมีอยู่ มันยากเกินจะมองเห็นนะ ฉันว่าเธอน่าจะเลือกของที่มีประโยชน์ใช้งานแบบอื่นดีกว่า”

เฉียวซางถามต่ออีก “งั้นมีอุปกรณ์ที่ฟื้นชีวิตได้ไหมคะ หรือไม่ก็ช่วยเร่งการพัฒนาสมองช่วง 59% ให้ก้าวกระโดดแบบไม่เกิดผลข้างเคียง?”

เทเรซาถึงกับกำถ้วยชาแน่นเล็กน้อย แม้สีหน้ายังดูสงบนิ่งตามสไตล์บอสใหญ่ แต่เสียงก็ตอบกลับมาเรียบสนิท

“ไม่มี”

เฉียวซางทำหน้าเศร้าในทันที “งั้นฉันคงรอดูไปก่อนค่ะ เผื่ออนาคตจะมีไอเท็มที่เหมาะกับตัวเองมากกว่านี้”

เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย แล้วก็ถามต่อ

“ท่านคณบดี เรียกฉันมาเพราะเรื่องนี้อย่างเดียวหรือเปล่าคะ?”

“อีกหนึ่งสัปดาห์บ่อน้ำพลังงานจะเปิดให้ใช้งาน” เทเรซาคณบดีกล่าว

“ฉันได้ยื่นขอสิทธิ์ให้เธอหนึ่งสิทธิ์แล้ว เธอสามารถให้เหยี่ยวคมดาบเหล็กเข้าไปใช้ได้ ตอนนี้มันเคยวิวัฒนาการแบบชั่วคราวมาแล้วก็จะสามารถดูดซับพลังงานได้เต็มที่โดยไม่เกิดผลข้างเคียง และสามารถทะลุขีดจำกัดวิวัฒนาการไปยังระดับต่อไปได้เลย”

ความคิดแรกของเฉียวซางคือ นี่มันเหมือนสระพลังงานของอัลติเมทสตาร์เลย!

ความคิดถัดมาคือแล้วแต้มของฉันล่ะ!? ยาที่ซื้อไว้สองขวดนั่น ซื้อเร็วเกินไปรึเปล่าเนี่ย!

เธอรีบควบคุมสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วถามเสียงเบาๆ

“แล้วต้องใช้กี่แต้มคะ?”

เทเรซามองเธอแวบหนึ่งก่อนจะตอบสั้นๆ

“ไม่ต้อง เธอได้สิทธิ์ฟรี”

เฉียวซางรีบยิ้มแฉ่งแล้วประจบออกมาทันที

“ท่านคณบดีใจดีสุดๆ ไปเลยค่ะ!”

เทเรซาคณบดีหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า

“เธอเพิ่งไปทำสัญญากับสัตว์อสูรในตำนานที่ประเทศมังกรมา แล้วยังเลื่อนขั้นเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B ได้ในคราวเดียว แค่นี้ผลงานก็นับว่ายิ่งใหญ่พอตัวแล้ว”

“สิทธิ์ในการใช้บ่อน้ำพลังงานก็ถือว่าแค่ช่วยให้เธอประหยัดเวลาในการฝึกฝนสัตว์อสูรนิดหน่อยเท่านั้นเอง จริงๆ แล้วนักเรียนคณะจักรพรรดิที่มีผลงานโดดเด่นก็สามารถขอใช้ได้เหมือนกัน”

เฉียวซางรีบชมต่ออย่างไม่ให้ขาดตอน “ก็เพราะท่านคณบดีช่วยจัดการให้ ฉันถึงได้โอกาสดีๆ แบบนี้นี่แหละค่ะ!”

คำพูดนี้ทำให้เทเรซาคณบดียิ้มกว้างขึ้น

“แล้วภูติเร้นเมฆาล่ะ? ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นสัตว์อสูรในตำนานสายพันธุ์นี้ตัวจริงมาก่อนเลย”

เฉียวซางไม่รอช้า รีบเรียกทันที

“ชิงเป่า!”

“ชิงชิง~”

สายลมบางเบาพัดเข้ามาจากข้างนอกศาลา แล้วรวมตัวกลายเป็นร่างของชิงเป่าอย่างสง่างาม

คณบดีเทเรซาเบิกตาเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบเบาๆ อย่างอดใจไม่ไหว

ชิงเป่าเองก็แสนว่านอนสอนง่าย ยืนนิ่งๆ ยอมให้สัมผัสโดยไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย

พอลูบจนพอใจแล้ว เทเรซาก็ยิ้มพลางพูดขึ้น

“ไม่มีธุระอะไรเพิ่มเติมแล้วล่ะ”

เฉียวซางยังไม่ขยับ ยืนอยู่เฉยๆ ทำทีท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ดูลังเลเล็กน้อย

เทเรซามองหน้าแล้วถามตรงๆ

“มีอะไรอยากพูดงั้นเหรอ?”

สุดท้ายเฉียวซางก็รวบรวมความกล้าและตัดสินใจพูดออกมา

“ท่านคณบดี... พอจะให้ฉันสักหน่อยได้ไหมคะ...หมายถึงแต้มน่ะค่ะ”

เทเรซาหันมามองเธอ “แต้มไม่พอใช้เหรอ?”

จริงๆ ก็ไม่เชิง... แค่อาจารย์มิเคลล่าใช้ให้มาขอเอง...

แต่ด้วยจิตสำนึกในความดี เฉียวซางก็ยังเลือกที่จะไม่ขายอาจารย์มิเคลล่า เธอยิ้มเจื่อนๆ แล้วตอบไปว่า

“แต้มพวกนี้...มันจะไปพอใช้ได้ยังไงล่ะคะ?”

เทเรซาเงียบไปแวบหนึ่ง คิดอยู่พัก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เธอเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B ตอนอายุ 17 ก็ถือว่าทำลายสถิตินักเรียนอายุน้อยที่สุดที่เลื่อนขั้นได้ถึงระดับนี้แล้ว งั้นเอาแบบนี้ ฉันจะให้เธอเพิ่มอีก 10,000 แต้มก็แล้วกัน”

เฉียวซาง: “!!!”

“ท่านคณบดีใจป๋ามากค่ะ!”

……

บ่ายโมงตรง

เฉียวซางเดินเข้าห้องวิจัยของอาจารย์ฟราวด้าด้วยอารมณ์เริงร่า ถึงขั้นฮัมเพลงเบาๆ เดินยิ้มเหมือนลอยมาขัดกับซุนเป่าที่เดินข้างๆ ซึ่งทำหน้าหงอยๆ เหมือนมีเรื่องให้ปวดใจ

อาจารย์ฟราวด้าเห็นเข้าก็อดยิ้มไม่ได้

“ดูเหมือนอารมณ์ดีใช่เล่นเลยนะเรา”

“เช้านี้ได้พบกับท่านคณบดีเทเรซาค่ะ พูดคุยกันได้ราบรื่นมาก เรียกได้ว่าเป็นการสนทนาอันแสนเป็นมิตรเลยค่ะ” เฉียวซางพูดยิ้มๆ

“คณบดีเทเรซา…” ฟราวด้าชะงักไปนิด ก่อนจะหัวเราะเบาๆ

“ดูออกเลยว่าเธอน่าจะคุยกันถูกคอทีเดียว”

พูดจบเขาก็หันไปมองซุนเป่าที่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมถามด้วยรอยยิ้มบางๆ

“ส่วนราชาผีวงแหวนนี่ดูท่าจะอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยนะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

“ซุนซุน…”

ซุนเป่าทำหน้าบอกบุญไม่รับ สีหน้าก็เต็มไปด้วยอารมณ์แบบ "จะให้เล่ายังไงดีล่ะ..." แบบที่ใครเห็นก็รู้ว่าเรื่องมันซับซ้อนเหลือเกิน…

เฉียวซางได้ยินแบบนั้นก็รีบเก็บรอยยิ้มทันที สีหน้ากลับมาเคร่งขรึม

“ก็เพราะเจ้าราชาผีวงแหวนตัวที่ถูกตั้งค่าหัวนั่นแหละค่ะ วันนี้ที่มหาวิทยาลัย มีคนเข้าใจผิดว่าซุนเป่าเป็นมันตั้งหลายคนแน่ะ”

ที่เธอไม่ได้พูดออกไปก็คือ ตอนเช้าที่กลับมาจากการพูดคุยกับท่านคณบดี เธอกับซุนเป่าก็ลองพยายามหาตัวโทเท็มเปลี่ยนร่างกันแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่เจออะไรเลย

“อ้าว เรื่องแค่นี้ก็ไม่ยากนี่นา แค่จับตัวเจ้าราชาผีวงแหวนตัวนั้นให้ได้ก็จบแล้ว” อาจารย์ฟราวด้าพูดแบบสบายๆ

เฉียวซางถอนหายใจทันที

“ถ้าง่ายขนาดนั้นก็ดีสิคะ…”

“ซุนซุน……”

ซุนเป่าก็ถอนหายใจตามอย่างพร้อมเพรียง สีหน้าหงอยๆ ไม่ต่างกัน

อาจารย์ฟราวด้าคิดอยู่แป๊บนึง ก่อนจะถามว่า

“ตอนนี้เธอมีแต้มอยู่ในมือบ้างไหม?”

เฉียวซางพยักหน้า “มีค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น ลองไปหาเด็กจากสาขาวารสารศาสตร์สัตว์อสูรดู พวกนั้นมีช่องทางข้อมูลแน่นหนาที่สุดในมหาวิทยาลัยเลยหรืออีกทางนึงก็คือไปหาผู้ฝึกสัตว์อสูรจากสาขาจักรกลที่มีเงาวิเคราะห์จักรกลอยู่กับตัว ให้พวกเขาช่วยหาก็ได้”

เฉียวซางทำหน้าไม่เข้าใจ “เงาวิเคราะห์จักรกล?”

“มันเป็นสัตว์อสูรประเภทจักรกลชนิดหนึ่งที่สามารถเข้าไปในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้แทบทุกชนิดน่ะ” อาจารย์ฟราวด้าอธิบาย ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้แล้วพูดต่อ

“ตอนเธอได้รับจดหมายตอบรับเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยเราน่ะ ยังจำได้ไหมว่ามีสัตว์อสูรประเภทจักรกลตัวนึงปรากฏผ่านหน้าจอคอมแล้วส่งจดหมายให้เธอโดยตรงน่ะ?”

เฉียวซางพยักหน้าเร็ว “จำได้ค่ะ”

“สัตว์อสูรตัวนั้นชื่อวัฏจักรเครือข่ายเป็นร่างระดับมหาจักรพรรดิของเงาวิเคราะห์จักรกลนั่นแหละ” อาจารย์ฟราวด้าตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

จบบทที่ บทที่ 1293: วัฏจักรเครือข่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว