- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1229 – 1230: สาหร่ายพิษสี่สาย (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1229 – 1230: สาหร่ายพิษสี่สาย (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1229 – 1230: สาหร่ายพิษสี่สาย (สองตอนรวมกัน)
ในสนามที่ยังคงมีสนามไฟฟ้าอยู่แบบนี้…ยังไงลู่เป่าก็ยังเหมาะจะสู้มากกว่า…เฉียวซางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มมีเค้าฝนฟ้าคะนองอีกครั้ง แต่เธอกลับไม่ได้เก็บลู่เป่ากลับเข้าตำราอสูรเลย
จำได้ว่าคู่ต่อสู้น่ะ ยังเหลือสัตว์อสูรระดับราชาอีกหนึ่งตัว สาหร่ายพิษสี่สายสินะ
โซนที่นั่งของครอบครัว
เย่เซียงถิงเงยหน้ามองสนามเหนือเวทียังมีคลื่นพลังสายฟ้าอยู่เต็มไม่จางหายและสงสัยพลางถามว่า
“ทางนั้นไม่กลัวสายฟ้าฟาดใส่สัตว์อสูรตัวเองเลยเหรอคะ? ตัวที่ชื่อจอมราชาคาปิบารามีลักษณะเฉพาะตัวที่เอื้อต่อการเก็บกลิ่นอายของอสูร แต่ตัวอื่นล่ะ? หรือว่าจะมีลักษณะเฉพาะตัวกลบกลิ่นอายด้วยอีกกันคะ?”
ถึงมิเคลล่าจะไม่ได้สนใจผู้เข้าแข่งขันคนอื่นมากนอกจากเฉียวซาง แต่ด้วยความรู้อันลึกซึ้งของเธอก็ยังสามารถอธิบายออกมาได้ว่า “สัตว์อสูรตัวที่เหลืออีกตัวน่ะ น่าจะมีร่องรอยกลิ่นของอสูรระรัวสายฟ้าเหลืออยู่บนตัวเหมือนกันนะ ถ้ามีกลิ่นอายของมันอยู่ ฟ้าผ่าก็จะหลีกเลี่ยงไม่ฟาดใส่”
ว่าแล้วเธอก็หันมาถามว่า
“สัตว์อสูรระดับราชาอีกตัวของฝ่ายตรงข้ามคือตัวไหนนะ?”
เย่เซียงถิงตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด
“สาหร่ายพิษสี่สายค่ะ”
แม้เธอจะไม่ได้คุ้นกับผู้ฝึกสัตว์อสูรและสัตว์อสูรจากภูมิภาคจงคงเท่าไหร่ แต่พออีกฝ่ายสามารถเข้ารอบรองชนะเลิศได้ เธอก็ย่อมพอมีภาพจำอยู่แล้ว
มิเคลล่าครุ่นคิดก่อนจะอธิบายว่า
“มันเป็นสัตว์อสูรที่มีสามธาตุในตัวประเภทดิน ประเภทพืช แล้วก็ประเภทพิษ ธาตุดินเองก็มีคุณสมบัติรับมือสายฟ้าได้ดีอยู่แล้ว อีกทั้งสัตว์อสูรที่ปล่อยพลังสนามไฟฟ้าออกมาก็แค่ระดับนายพล แม้จะผ่าใส่มัน ความเสียหายก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ แล้วถ้ามันมีทักษะหยั่งรากแล้วยังฝึกได้ถึงขั้นสมบูรณ์อีก มันก็สามารถปล่อยพลังสายฟ้าที่ฟาดใส่ลงสู่พื้นได้ เท่ากับว่าพื้นที่สนามไฟฟ้าก็แทบไม่มีผลกระทบต่อมันเลย”
หยั่งรากมันไม่ใช่ทักษะฟื้นฟูเหรอ? ถึงกับปล่อยกระแสไฟฟ้าลงสู้พื้นดินได้ด้วย…
เย่เซียงถิงต้องกลั้นใจไม่ถามออกไปอีก
กลัวว่าเผลอถามเยอะไปจะดูเป็นเด็กเรียนไม่เก่งขึ้นมา…
ถึงจะเคยเรียนพวกนี้ในโรงเรียนมาก่อนก็เถอะ แต่ความรู้พวกนั้นน่ะ ส่งคืนครูไปหมดแล้ว…
“ซุน…ซุน…”
ข้างๆ ซุนเป่าอยู่นิ่งสนิท เงาที่ควรจะอยู่ด้านหน้า กลับปรากฏอยู่ด้านหลังและยืดยาวออกไปเรื่อยๆ
ขณะเดียวกัน ตัวเลข “10” ก็ปรากฏขึ้นกลางสนามเป็นแสงเลือนลาง
ลู่เป่ายังคงยืนอยู่กลางสนาม
“ผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางยังไม่ได้เปลี่ยนตัวสัตว์อสูรและเอาพรายศีตละอำพันกลับเข้าตำราอสูรครับ!” บนโต๊ะผู้บรรยายเสียง เถียนอี้ว่านถึงกับอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
“เธอเลือกจะให้พรายศีตละอำพันแข่งต่อไป!”
ถังเสวี่ยหรานเองก็ดูตกใจไม่แพ้กัน
“ในการแข่งขันที่แล้วพรายศีตละอำพันน่าจะใช้พลังไปเยอะมากแล้วนะคะ ถ้าจะต้องสู้กับสัตว์อสูรระดับราชาอีกตัวคงลำบากแน่…
แถมทักษะประเภทฟื้นฟูของมันอย่างแสงแห่งการรักษาก็จำได้ว่ารักษาได้แค่บาดแผลกับสภาพผิดปกตินะ”
ฝั่งผู้ชมก็พากันมองหน้ากันไปมา สีหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความมึนงง
“ทำไมเฉียวซางถึงไม่เปลี่ยนตัวพรายศีตละอำพันออกไปล่ะ?”
“เมื่อกี้ใช้พลังเปิดอาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลอยู่นานขนาดนั้น แถมยังมีเกราะน้ำแข็งคลุมทั้งตัวอีก พลังน่าจะหมดไปเยอะแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันเดาว่าเธออาจจะอยากถ่วงเวลาให้สนามไฟฟ้าหมดไป พรายศีตละอำพันมีเกราะน้ำแข็งก็เลยไม่กลัวฟ้าผ่า แต่ผู้พิทักษ์อัคคีเจิดจรัสไม่ไหวหรอก มันป้องกันไม่เก่ง แถมยังไม่มีทักษะป้องกันด้วย”
“ฟังดูมีเหตุผลนะ พรายศีตละอำพันมีแสงแห่งการรักษา ต่อให้โดนโจมตีเรื่อยๆ ก็ยังรักษาตัวไปได้เรื่อยๆ อย่างน้อยก็ถ่วงเวลาได้ล่ะน่า”
“พูดง่ายเกินไปมั้ง แสงแห่งการรักษามันก็เป็นทักษะเหนือระดับนะ ต้องใช้พลังงานเหมือนกันแหละน่า”
“แต่ถ้าพรายศีตละอำพันอยู่ในสภาพเต็มร้อยจริง มันก็น่าจะรับมือกับสาหร่ายพิษสี่สายได้ดีอยู่พอตัวนะ อย่างแค่แสงแห่งการรักษาก็เอาอยู่แล้วสำหรับจัดการพวกทักษะพิษของอีกฝ่ายน่ะ”
ในเวลาเดียวกัน
ช่องทางถ่ายทอดสดหลักของทางการ
[อ๊ากกก! เทพเฉียวยังไม่เปลี่ยนลู่เป่ากลับเลยอ่ะ!]
[ฉันมาใหม่ ขอถามได้ไหมว่าลู่เป่าคือใคร?]
[ชื่อที่เทพเฉียวตั้งให้พรายศีตละอำพันน่ะ ก่อนหน้านี้เธอเผลอเรียกออกมา แล้วก็โดนคนแอบอัดคลิปไว้]
[ตอนแรกฉันว่าจะปิดไลฟ์ไปแล้วนะ แต่พอเห็นลู่เป่ายังอยู่ในสนาม ฉันก็รีบเปิดกลับมาเลย!]
[ถึงฉันจะอยากดูพรายศีตละอำพันแข่งต่อก็เถอะ แต่รอบที่แล้วมันใช้พลังไปเยอะมากจริงๆ นะ…]
[เชื่อมั่นในเทพเฉียว! สนับสนุนเต็มที่!]
[อย่าเลย ฉันอยากดูผู้พิทักษ์อัคคีเจิดจรัสแข่งบ้าง!]
……
ในสนามแข่ง
ไม่คิดเลยว่าจะไม่เปลี่ยนพรายศีตละอำพันกลับไป…
อู๋เทียนเจียวมองร่างสูงสง่าสวยงามที่ยืนอยู่ไกลๆ แบบไม่วางตา ในใจไม่มีความประมาทแม้แต่นิดเดียว
เธอได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงตั้งแต่การต่อสู้กับเหยี่ยวคมดาบเหล็กในการแข่งขันแรกแล้วว่าอย่าคิดเปิดแชมเปญฉลองก่อนที่เกมจะเริ่มจริงๆ
อีกฝ่ายต้องมีอะไรที่เธอยังไม่รู้แน่นอน ไม่งั้นคงไม่เลือกให้พรายศีตละอำพันแข่งต่อ
“ปิงตี้
พอลู่เป่าเห็นว่าตัวเองไม่ได้กลับเข้าตำราอสูร มันก็ดูมึนงงไปชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับไปมองผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง
แกทำได้แน่… เฉียวซางพยักหน้าให้มันอย่างหนักแน่น
ลู่เป่าชะงักไปอีกครั้ง หัวใจเต้นพลาดไปหนึ่งจังหวะ มันสัมผัสได้ถึงความไว้วางใจจากผู้ฝึกของมันอย่างชัดเจน มันเลยหันกลับไปยังฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจัง
ตอนนี้เสียงกลไกดังขึ้น พร้อมกับแสงนับถอยหลังไปถึง “1”
จากนั้น แสงทั้งหมดก็ค่อยๆ จางหายไป
อู๋เทียนเจียวประสานมืออัญเชิญ
กลุ่มดาวสีแดงสดขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ไม่นานสัตว์อสูรขนาดประมาณสิบสองเมตรปรากฏตัวออกมาจากกลุ่มดาว โครงสร้างลำตัวคล้ายเต่ายักษ์ ตัวสีเขียวโดยรวม ด้านหลังปกคลุมด้วยเถาวัลย์ บนเถาวัลย์มีดอกไม้ขนาดใหญ่สี่ดอก สีแตกต่างกันไปขาว ม่วง แดง และดำ ดวงตาของมันเป็นสีเหลือง
สาหร่ายพิษสี่สาย
สัตว์อสูรระดับราชา ธาตุดิน พืช และพิษ
ตั้งแต่เกิดมาก็จะปล่อยละอองพิษตลอดเวลา ดอกสีขาวปล่อยละอองพิษที่ทำให้สูญเสียการมองเห็น ดอกสีม่วงปล่อยพิษที่ทำให้สูญเสียการรับกลิ่น ดอกสีแดงทำให้สูญเสียการได้ยิน และดอกสีดำทำให้สูญเสียการรับสัมผัส
ว่ากันว่าถ้าพัฒนาไปถึงระดับจักรพรรดิจะมีดอกที่ห้าผุดขึ้นมาซึ่งจะปล่อยพิษที่ทำให้สูญเสียการรับรส ถ้าครบทั้งห้าดอกเมื่อไหร่ เป้าหมายก็จะถูกตัดขาดจากทั้งห้าสัมผัสในทันที…
เฉียวซางมองสัตว์อสูรโครงสร้างคล้ายเต่าตัวใหญ่ตรงหน้าแล้วก็ไม่กล้าชะล่าใจแม้แต่นิด
ด้วยสไตล์การต่อสู้แบบชนตรงของหยาเป่า การที่มันจะสูดเอาละอองพิษพวกนี้เข้าไปก็แทบเลี่ยงไม่ได้
สำหรับสัตว์อสูร ความไวในการตอบสนองคือกุญแจสำคัญ ประสาทสัมผัสทั้งการมอง การฟัง และการดมกลิ่น ล้วนจำเป็น
ถ้าหยาเป่าสูญเสียประสาทสัมผัสพวกนี้ไป มันก็ไม่มีทางงัดพลังออกมาได้เต็มที่แน่นอน มีเพียงลู่เป่าเท่านั้น ที่เหมาะจะรับมือกับสาหร่ายพิษสี่สายที่สุด…
เฉียวซางเอ่ยปากเบาๆ
“ฟื้นฟู”
ทันทีที่สาหร่ายพิษสี่สายปรากฏตัว ร่างของลู่เป่าก็ถูกห่อหุ้มด้วยเกราะน้ำแข็งสวยงามอีกครั้ง ราวกับชุดเกราะจริงๆ
ครอบคลุมทั่วทั้งร่างรวมถึงจมูกด้วย
และในเวลาเดียวกัน ใต้เกราะน้ำแข็งก็มีแสงสีน้ำเงินสว่างขึ้นบนร่างของมัน
“พรายศีตละอำพันกำลังใช้แสงแห่งการรักษาอยู่งั้นเหรอครับ?”
เถียนอี้ว่านบนโต๊ะผู้บรรยายเอ่ยอย่างงงๆ
“ผมจำได้นะว่ารอบก่อนๆ มันก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรนี่นา?”
แม้ในการแข่งขันก่อนตอนท้ายจะมีฝนตกหนัก บวกกับสนามไฟฟ้าที่ทำให้พลังสายฟ้าแรงขึ้น แต่เกราะน้ำแข็งไร้ที่ติของมันก็ยังต้านทานการโจมตีสายฟ้าไว้ได้ แม้จะเกิดรอยร้าว แต่ก็ไม่ถึงกับพังจนสายฟ้าทะลุเข้าร่างจริงของมันได้
“ไม่ใช่แสงแห่งการรักษาหรอกค่ะ”
ถังเสวี่ยหรานจ้องไปที่กลางสนาม แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“นั่นน่ะคือการฟื้นฟูพลังงานค่ะ”
สิ้นเสียงเธอ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วสนาม
“การฟื้นฟูพลังงาน?” เถียนอี้ว่านทวนคำเสียงมึนงง
“ใช่แล้วค่ะ พรายศีตละอำพันตอนใช้แสงแห่งการรักษา แสงจะออกเป็นสีน้ำเงินเข้มอมม่วง แต่ตอนนี้ที่เห็นชัดเลยคือแสงสีฟ้าใส” ถังเสวี่ยหรานอธิบาย
“พวกสัตว์อสูรประเภทน้ำ ถ้าใช้การฟื้นฟูพลังงาน แสงก็จะเป็นแบบนี้แหละ”
ผู้ชมที่เริ่มเงียบไปช่วงหนึ่งก็ฮือฮากันอีกระลอกทันที!
“เชี่ย! พรายศีตละอำพันใช้ทักษะฟื้นฟูพลังงานได้ด้วยเหรอเนี่ย!”
“ฟื้นฟูพลังงานบวกกับแสงแห่งการรักษาเนี่ยนะ โอ้โห แบบนี้มันสู้ได้ยาวเลยสิ!”
“สรุปมันใช่ฟื้นฟูพลังงานจริงเหรอ?”
“ไม่รู้ดิ แต่ผู้บรรยายเขายืนยันขนาดนั้นก็คงใช่แหละน่า”
“ที่แท้ที่ผ่านมาพรายศีตละอำพันยังแอบเก็บทักษะลับไว้อยู่อีก!”
“มิน่าล่ะ เฉียวซางถึงยอมให้มันสู้ต่อ ทั้งที่ดูเหมือนพลังจะหมดไปแล้ว ถ้ามีทักษะฟื้นฟูพลังงานก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วนี่นา!”
“ใจเย็นก่อนพวกนายจะเวอร์ไปละ สัตว์อสูรของฉัน อีกาเงาก็มีทักษะฟื้นฟูพลังงานเหมือนกัน มันไม่ได้เวอร์แบบที่คิดหรอก ทักษะนี้มันโดนขัดจังหวะได้ง่าย แถมไม่ใช่ใช้ปุ๊บฟื้นพลังทันทีด้วย ต้องใช้เวลาสักพัก ถ้าใครยังฝึกไม่ชำนาญก็อาจต้องรอถึงสิบวินาทีเลย แล้วในสนามแข่งแบบนี้ ใครเขาจะยอมให้เวลาขนาดนั้นล่ะ เฉียวซางน่ะคงประเมินแล้วว่าพรายศีตละอำพันยังต้านการโจมตีไว้ได้สักระยะด้วยเกราะน้ำแข็ง ถึงตัดสินใจให้มันใช้ฟื้นฟูพลังงานก่อนสู้ต่ออีกการแข่งขันไงล่ะ”
“แต่ถ้าสาหร่ายพิษสี่สายมีทักษะไม้ตายโจมตีแรงขั้นสุดแล้วทะลวงเกราะน้ำแข็งได้ขึ้นมาล่ะ? แบบนั้นพรายศีตละอำพันไม่โดนเล่นงานจังๆ เลยเหรอ?”
“ในทางทฤษฎีมันก็ใช่นะ ก็ขึ้นอยู่กับว่าสาหร่ายพิษสี่สายมันมีทักษะแบบนั้นหรือเปล่าแหละ…”
กลางสนามแข่ง
ไม่ใช่แสงแห่งการรักษา แต่นี่มัน…การฟื้นฟูพลังงาน!
อู๋เทียนเจียวเบิกตากว้าง ดวงตาไหววูบ
ไม่แปลกเลย…ไม่แปลกเลยว่าทำไมเฉียวซางถึงยังให้พรายศีตละอำพันลงแข่งต่อ ทั้งที่ใช้พลังไปมากขนาดนั้น!
“เรียกแดด!” อู๋เทียนเจียวตะโกนคำสั่งขึ้นเสียงดัง
ในเมื่อสนามไฟฟ้าไม่สามารถทำอันตรายอะไรพรายศีตละอำพันได้ งั้นก็ไม่ต้องใช้มันแล้วก็ได้
เธอไม่สามารถยืดเยื้อเพื่อรอรับมือผู้พิทักษ์อัคคีเจิดจรัสได้อีกต่อไป ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือจัดการพรายศีตละอำพันให้ได้เร็วที่สุด!
“ฉีตู่!”
สาหร่ายพิษสี่สายตะโกนคำสั้นๆ ขึ้นไปบนฟ้า
ทันใดนั้น สายฟ้าที่พุ่งวาบอยู่เหนือสนามก็จางหายไปในพริบตา
จากท้องฟ้ามืดครึ้ม กลายเป็นแจ่มใสทันที
แสงแดดร้อนแรงสาดส่องลงมาทันทีที่สนาม
เฉียวซางเงยหน้ามองฟ้า ก่อนจะนึกขึ้นได้ในใจอย่างไม่ตั้งตัวว่า
ที่แท้ ถ้าพลังของสัตว์อสูรที่ใช้ทักษะควบคุมสภาพอากาศแข็งแกร่งพอก็สามารถแทนที่พลังของอีกทักษะที่มีลักษณะเป็นสนามแบบเดียวกันได้สินะ…
แบบนี้แหละที่เรียกว่าเรียนรู้จากประสบการณ์จริงล้วนๆ …
เรียกแดดแสดงว่าอีกฝ่ายน่าจะใช้ คอมโบทักษะระหว่าง เรียกแดด กับ ลำแสงดวงอาทิตย์ สินะ
ขณะที่ความคิดแล่นผ่านหัว
สาหร่ายพิษสี่สายก็ก้มลงมองลู่เป่า
ก่อนจะอ้าปากออกเต็มที่
“หลอม” เฉียวซางเอ่ยสั่งออกมาแบบไม่ลังเล ตามการคาดการณ์ล่วงหน้า
ทันทีที่เสียงของเธอสิ้นสุดลง ลำแสงสีขาวเจิดจ้าราวกับจะบดขยี้ทุกสิ่งก็ยิงตรงมาทางลู่เป่าอย่างรวดเร็ว
ลู่เป่าขยับตัวอย่างคล่องแคล่ว ร่างทั้งร่างหดตัวลง เล็กลง และบิดเบี้ยวทันที แสงสีขาวพุ่งทะลุพื้นที่ที่ร่างของลู่เป่าเคยอยู่ พลาดบริเวณส่วนบนแบบเฉียดฉิว แทบจะเสี้ยววินาทีเดียว
ลู่เป่าหายไปจากจุดนั้นทันที
“สาหร่ายพิษสี่สายใช้เรียกแดดแทนที่สนามไฟฟ้าแล้วครับ!” เถียนอี้ว่านพากย์ต่อแบบเร็วจี๋
“มันใช้ลำแสงดวงอาทิตย์ด้วยครับ! ถ้าลำแสงนั้นโดนพรายศีตละอำพันเข้าไป มีหวังทะลุเกราะน้ำแข็งได้แน่! แต่ลำแสงพลาดเป้าแล้ว! พรายศีตละอำพันหลบได้! มันอาศัยลักษณะเฉพาะตัวหนึ่งเดียวกับสายน้ำเพื่อหลบการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด!”
ถังเสวี่ยหรานพูดเสริมจากข้างๆ ว่า
“แต่แบบนี้ทักษะฟื้นฟูพลังงานของพรายศีตละอำพันก็ถูกขัดจังหวะไปแล้วเหมือนกันค่ะ”
เถียนอี้ว่านพยักหน้า
“ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่ามันฟื้นพลังกลับมาได้มากแค่ไหนเมื่อกี้นี้…”
กลางสนามแข่ง
อู๋เทียนเจียวมองไปยังจุดหนึ่งที่มีหยดน้ำกำลังส่องแสงฟ้าจางๆ อยู่บนพื้น สายตาเธอแม่นยำมาก พอเห็นแบบนั้น ใจเธอก็รู้สึกวูบลงอย่างประหลาด
ลางร้ายบางอย่างเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวเธอ…
พรายศีตละอำพัน มันจะยังสามารถใช้ฟื้นฟูพลังงานได้ตอนอยู่ในสภาพหลอมละลายกลายเป็นน้ำหรือเปล่านะ?
อู๋เทียนเจียวไม่ลังเลเลยแม้แต่นิด รีบสั่งคำสั่งทันที
“แผ่นดินไหว!”
“ฉีตู้!”
สาหร่ายพิษสี่สายคำรามขึ้น ก่อนจะยกเท้าหน้าข้างขวาขึ้นแล้วกระแทกลงพื้นอย่างแรง!
โครม!!
ทันใดนั้น พื้นสนามตรงตำแหน่งที่มันเหยียบก็แตกออกเสียงดังสนั่น แล้วรอยแยกมหึมาก็เริ่มแผ่ขยายอย่างบ้าคลั่ง พุ่งไปข้างหน้าไม่หยุด
เพียงพริบตา รอยแยกนับไม่ถ้วนฉีกกระชากพื้นสนามออกเป็นเสี่ยงๆ ลามไปเกือบครึ่งสนาม
แต่พอรอยแยกกำลังจะลามไปถึงจุดที่มีหยดน้ำสีฟ้าเปล่งแสงอยู่นั้น หยดน้ำนั่นกลับพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะบิดตัวกลายเป็น…หัวของลู่เป่า!
ไอเย็นขาวโพลนพวยพุ่งออกมาจากหัวของมันให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า
วินาทีถัดมา อุณหภูมิทั่วทั้งสนามก็ลดฮวบลงอย่างเฉียบพลัน
ทุกสิ่งทุกอย่างในพื้นที่ถูกแช่แข็งจนกลายเป็นเปลือกน้ำแข็งหนาหนักในชั่วพริบตา
ทว่าทักษะแผ่นดินไหวมันปลดปล่อยพลังงานขึ้นมาจากใต้ดิน
พื้นสนามที่กำลังจะระเบิดขึ้นมาก็ยังคงปะทุจากเบื้องล่างตามแรงที่เริ่มไว้
ก้อนหินที่ระเบิดพุ่งออกมาแทบจะกระแทกหัวของลู่เป่าเข้าเต็มๆ
แต่ก่อนจะโดนตัวของมัน มันกลับถูกแช่แข็งกลางอากาศ แล้วตกลงพื้นเสียงดังตุบและใต้ดินกลับไม่มีแรงสั่นสะเทือนใดๆ ตามมาอีกเลย
ด้านหลังหัวของลู่เป่าค่อยๆ บิดเบี้ยวและขยายออก ก่อนที่ร่างกายส่วนอื่นจะค่อยๆ โผล่ตามออกมาจนครบ จากนั้นมันก็ค่อยๆ ยืนอย่างมั่นคงกลับขึ้นบนพื้นอีกครั้ง
“พรายศีตละอำพันปล่อยอาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลนิรันดร์ออกมาแล้ว!” เถียนอี้ว่านอุทานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “มันฟื้นพลังกลับมาได้เร็วขนาดนี้เชียวเหรอครับเนี่ย!”
คนดูทั่วสนามต่างพากันเบิกตากว้าง บางคนถึงกับอ้าปากค้าง
หรือว่าทักษะฟื้นฟูพลังงานของพรายศีตละอำพัน…จะชำนาญถึงขนาดนั้นเลย!?
บนสนามแข่ง
เฉียวซางพูดขึ้นอีกครั้ง
“ฟื้นฟู”
ร่างของลู่เป่าเปล่งแสงสีน้ำเงินออกมาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าการปล่อยอาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลนิรันดร์เมื่อครู่จะกินพลังงานไปเยอะมากจนทำให้พรายศีตละอำพันไม่สามารถใช้ทักษะโจมตีอื่นได้ในตอนนี้ ไม่อย่างนั้นเฉียวซางไม่มีทางปล่อยโอกาสทองแบบนี้ไปแน่…
อู๋เทียนเจียววิเคราะห์รวดเร็วในใจ แล้วสั่งต่อทันที
“พิษ!”
ไม่ทันขาดคำของเหลวสีม่วงจำนวนมากก็พุ่งออกมาจากดอกไม้ทั้งสี่ของสาหร่ายพิษสี่สายทันที!
เปลือกน้ำแข็งรอบๆ ตัวมันเริ่มละลายลงอย่างรวดเร็วให้เห็นด้วยตาเปล่า
“ปิงตี้!”
เสียงของลู่เป้าดังขึ้นพอดี ในขณะเดียวกันแสงสีน้ำเงินรอบตัวมันก็ค่อยๆ จางหายไป
เฉียวซางสั่งต่อด้วยเสียงเรียบแต่หนักแน่น
“ดอกไม้”
ลู่เป่าไม่ได้เงยหน้าขึ้น มีเพียงอุณหภูมิรอบตัวเท่านั้นที่เริ่มไหลเวียนอย่างลี้ลับอีกครั้ง
สภาพอากาศกลับหนาวยะเยือกขึ้นมาอีกครั้ง
ก่อนที่หิมะปุยใหญ่จะเริ่มร่วงลงมาจากฟ้า ราวกับพายุหิมะกำลังมาเยือนเปลือกน้ำแข็งที่ห่อหุ้มตัวสาหร่ายพิษสี่สายไว้ก็ละลายจนหมดสิ้นเพราะพิษอันรุนแรง
พิษนี่มันแรงจริงๆ…
เฉียวซางพึมพำในใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเป็นพิเศษ
เพราะอาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลนิรันดร์ เป็นทักษะประเภทสนาม ไม่ใช่แค่สร้างน้ำแข็งขึ้นมาเฉยๆ น้ำแข็งพวกนั้นไม่ใช่แข็งจนแตกไม่ได้ จุดแข็งของทักษะจริงๆ คือผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งหมดต่างหาก
ตราบใดที่ลู่เป่ายังมีพลังเพียงพอ แค่ชั่วพริบตาสาหร่ายพิษสี่สายก็สามารถถูกแช่แข็งซ้ำได้อีกครั้ง เพียงแต่มันต้องแลกมากับการใช้พลังจำนวนไม่น้อย…
“สี่พิษ!!” อู๋เทียนเจียวตะโกนเสียงดัง
“ฉีตู้!!” สาหร่ายพิษสี่สายก็คำรามสวนขึ้นมาเหมือนกัน
ดอกไม้ทั้งสี่บานสะพรั่งพร้อมกัน ปล่อยละอองพิษสี่สีขาว ม่วง แดง และดำฟุ้งกระจายออกมาทันที!
“หัว” เฉียวซางพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
ภายใต้อาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลนิรันดร์ การควบแน่นพลังเพื่อสร้างเกราะน้ำแข็งเฉพาะจุด ย่อมกินพลังน้อยกว่าการแช่แข็งตัวสาหร่ายพิษสี่สายทั้งตัวซ้ำอีกรอบแน่นอน
ตอนนี้ร่างของลู่เป่าเริ่มเปล่งแสงฟ้าขึ้นมาอีกครั้ง มันยังคงยืนนิ่ง มองการเคลื่อนไหวของศัตรูโดยไม่ขยับแม้แต่น้อย ในแสงสีฟ้านั้น บริเวณหัวของมันเริ่มก่อตัวเป็นหมวกเหล็กน้ำแข็งรูปทรงสวยงามอย่างรวดเร็ว
ละอองพิษหลากสีทั้งขาว ม่วง แดง และดำ ลอยฟุ้งเข้ามาใกล้ แต่ด้วยหมวกน้ำแข็งที่ปกป้องหัวไว้ ลู่เป่าก็ยังคงรักษาสัมผัสทั้งห้าไว้ได้ครบถ้วน
ในเวลาเดียวกัน สาหร่ายพิษสี่สายเริ่มมีดอกไม้เล็กๆ รูปร่างงดงามและเยือกเย็นงอกขึ้นตามลำตัวเป็นบุปผาเยือกแข็ง
“พิษ!” อู๋เทียนเจียวสั่งทันควัน ของเหลวสีม่วงล้นทะลักออกมาจากร่างของสาหร่ายพิษสี่สาย
แต่บุปผาเยือกแข็งเหล่านั้น กลับไม่ได้ถูกกัดกร่อนละลายอย่างที่ควรจะเป็น
เฉียวซางยิ้มออกมา เพราะทักษะที่ลู่เป่าฝึกจนเชี่ยวชาญที่สุด ไม่ใช่หอกน้ำแข็งยักษ์
แต่เป็นบุปผาเยือกแข็ง
ต้องเข้าใจก่อนว่า ทักษะขั้นไร้ที่ติเองก็มีความแตกต่างในแต่ละช่วงอย่างเริ่มต้น ปลายทาง จนถึงขั้นสมบูรณ์ ก่อนหน้านี้ที่สัตว์อสูรตัวอื่นสามารถทำลายบุปผาเยือกแข็งได้อย่างง่ายดาย
หนึ่งคือเพราะมันยังไม่เคยใส่พลังเข้าไปจนถึงขีดสุด
อีกอย่างคือไม่ได้ใช้ในอาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลช่วยเสริม
แต่นี่…มันต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ทำไมพิษถึงกัดกินน้ำแข็งช้าขนาดนี้…อู๋เทียนเจียวเริ่มรู้สึกไม่ดี สีหน้าก็เริ่มเคร่งเครียด
แสงสีฟ้าบนตัวลู่เป่าค่อยๆ จางหาย แต่ไอเย็นกลับค่อยๆ แผ่ออกมารอบตัวแทน
ละอองพิษที่ยังคงลอยอยู่กลางอากาศ แค่พริบตาเดียวก็ถูกหุ้มด้วยชั้นน้ำแข็ง กลายเป็นเกล็ดแก้วเย็นยะเยือกเหมือนคริสตัลลอยอยู่กลางอากาศ
ทว่าร่างของสาหร่ายพิษสี่สาย กลับยังไม่ถูกน้ำแข็งจับตัวทันที หิมะที่ร่วงลงมาจากฟ้าเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมันร่วงลงสู่ตัวของมัน
ทันใดนั้นดอกไม้เยือกแข็งก็ผลิบานออกอีกครั้งบนร่างของมัน
ขนาดอาจจะเท่าเดิม แต่ครั้งนี้ทุกดอกล้วนเปล่งประกายไอเย็นออกมาให้เห็นด้วยตาเปล่า
เพียงไม่กี่วินาที ร่างทั้งร่างของสาหร่ายพิษสี่สายก็ถูกปกคลุมไปด้วยดอกไม้เยือกแข็ง
ราวกับงานประติมากรรมน้ำแข็งชิ้นเอกที่แสนงดงาม
และถูก…แช่แข็งไว้ตรงนั้นอย่างสมบูรณ์