เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1181 – 1182: รอบที่ห้า (สองตอนรวมกัน)

บทที่ 1181 – 1182: รอบที่ห้า (สองตอนรวมกัน)

บทที่ 1181 – 1182: รอบที่ห้า (สองตอนรวมกัน)


การจะเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ A…ฟังดูแล้วก็ยังห่างไกลเหลือเกิน…เฉียวซางเผลอเหม่อไปเล็กน้อย

ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B ก็ถือว่าเป็นระดับยอดฝีมือแล้ว เป็นระดับที่ผู้ฝึกสัตว์อสูรทั่วไปแทบจะไม่มีทางข้ามผ่านไปได้ตลอดชีวิต ส่วนระดับ A นั้น ก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดของสุดยอดแล้วล่ะ เป็นระดับที่แค่พูดอะไรก็อาจกลายเป็นวาทะแห่งยุคได้เลยทีเดียว

เถาอวิ๋นไคคิดอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยว่า

“ได้สิค่ะ”

หลังจากพูดจบสองคำนี้ เธอก็ยิ้มออกมา “มากินข้าวกันก่อนเถอะ กินไปคุยไปก็ได้”

ถ้าเฉียวซางเรียนอยู่ที่สถาบันอื่น ถึงจะเป็นระดับชั้นนำก็คงไม่ได้คำตอบเร็วขนาดนี้หรอก แต่ปัจจุบันเฉียวซางเรียนอยู่ที่สถาบันฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งของบลูสตาร์

แถมคนที่อยู่ตรงหน้าตามประวัติก็เป็นถึงอาจารย์กิตติมศักดิ์ของสถาบันฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิและยังเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ S อีกต่างหาก

คนระดับนี้ถึงกับเดินทางมาที่ภูมิภาคจงคงของประเทศมังกรด้วยตัวเองเพื่อร่วมงานแข่งระดับภูมิภาคกับเฉียวซางคนเดียวแบบนี้ เธอก็ไม่สงสัยในระดับความสำคัญที่สถาบันมีต่อเฉียวซางเลยสักนิด

มิเคลล่าถึงกับเผยรอยยิ้มออกมา หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารตรงหน้าแล้วลองชิมดู

“อร่อยมากเลยค่ะ” เธอชม

“จานเด็ดของร้านนี้ต้องลองเลยนะคะ ทุกคนที่มากินไม่มีใครบอกว่าไม่อร่อย” เถาอวิ๋นไคชี้ไปที่จานหนึ่งซึ่งราดซอสฉ่ำๆ อยู่

พอพูดจบเธอก็หันไปมองเฉียวซาง รอยยิ้มบนหน้าก็จริงใจมาก “เธอก็ลองดูสิ”

เฉียวซางคีบปลากระเพาะปลาชิ้นหนึ่งที่เธอชี้ใส่ปาก

เนื้อสัมผัสหนึบนุ่ม เคี้ยวแล้วยิ่งหอม

“ซุนซุน…”

ซุนเป่าโผล่ออกมามองจานกระเพาะปลานั้นเขม็ง

เฉียวซางสังเกตเห็นสายตาของซุนเป่า ก็เลยคีบใส่จานเปล่าข้างตัวให้หนึ่งชิ้น พูดเสียงอ่อนว่า

“กินเลย”

“ซุน~”

ซุนเป่าตาหยีอย่างดีใจ ทำท่าคล้ายๆ ผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง หยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วพยายามคีบของกินใส่ปาก

เถาอวิ๋นไคเห็นภาพนี้ก็แอบยิ้มบางๆ ในดวงตา ก่อนจะหันไปพูดคุยกับมิเคลล่าเรื่อยเปื่อย สลับกับพาดพิงถึงเฉียวซางอยู่บ้างเป็นระยะ

จนกระทั่งบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มกลมกลืน เข้ากันได้ดีแล้ว เธอจึงวกกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก

“เฉียวซางจะไม่เข้าฝึกกับทีมต่อสู้สัตว์อสูรตอนนี้ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่ในกรมควบคุมสัตว์อสูรแห่งชาติ ยังมีผู้เข้าแข่งขันอีกหลายคนที่กำลังพยายามฝึกฝนอย่างหนัก ถ้าเธออยากได้ตำแหน่งตัวจริงในการแข่งระดับนานาชาติจริงๆ ตอนนั้นก็ต้องแข่งและเอาชนะสมาชิกคนอื่นๆ ในทีมให้ได้ก่อนนะคะ”

ทุกคนที่อยู่ในวงการนี้ก็เป็นพวกรู้ทางหมดแล้ว แค่ฟังประโยคเดียวก็เข้าใจว่าเธอกำลังจะสื่ออะไร

อาจารย์มิเคลล่าจากสถาบันฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิต้องการจะฝึกเฉียวซางด้วยตัวเองและไม่อยากให้เธอเข้าไปอยู่ในทีมต่อสู้สัตว์อสูรเพียงเพื่อซ้อมกับคนอื่นแบบสุ่มๆ หรือเป็นแค่ตัวสำรอง

เพราะโดยปกติแล้ว สมาชิกใหม่ของทีมชาติ โดยเฉพาะพวกเด็กๆ ที่เพิ่งเข้ามา ถ้าไม่มีโปรไฟล์หรือผลงานอะไรก่อนหน้าเลยต่อให้เก่งแค่ไหนก็ต้องค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมา ผ่านการฝึกฝนและแข่งจริง เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้ตำแหน่งแข่งจริงมาครอง

บางคนที่เป็นแค่ตัวสำรองในการแข่งระดับนานาชาติกว่าจะได้ตำแหน่งนั้นมาก็ต้องฝ่าฟันอะไรที่คนอื่นจินตนาการไม่ออกเลยด้วยซ้ำ

ถึงเธอจะเป็นโค้ช แต่ก็ไม่ใช่หัวหน้าโค้ช ไม่มีสิทธิ์จะมาตัดสินให้ใครคนใดคนหนึ่งได้เป็นตัวจริงของทีมชาติไปแข่งระดับโลกตั้งแต่แรก

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ” มิเคลล่ายกซดน้ำซุปแล้วพูดขึ้นมา “ตำแหน่งตัวจริงในการแข่ง เฉียวซางจะคว้ามาด้วยตัวเอง”

ตอนพูดประโยคนี้ ท่าทางของเธอดูนิ่งสงบ แต่ในน้ำเสียงกลับแฝงด้วยความมั่นใจอย่างเหลือล้น

“ดีเลยค่ะ” เถาอวิ๋นไคยิ้มตอบ “เดี๋ยวร่างสัญญาเสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะส่งไปให้นะคะ”

การจะเข้าทีมชาติของประเทศไหนก็แล้วแต่ล้วนต้องเซ็นสัญญาเหมือนกันทั้งนั้น คล้ายกับการรับเข้ารับราชการเลยก็ว่าได้

การจะเพิ่มพลังให้เก่งขึ้นสำหรับผู้ฝึกสัตว์อสูรสายอาชีพไม่ว่าอยู่ในช่วงไหนก็ล้วนต้องใช้เงินไม่น้อยเลยสักช่วงเดียว พอได้เข้าระบบราชการหรือที่เรียกว่าการมีสังกัดสโมสรมันก็เหมือนได้รับความมั่นคงทั้งในแง่รายได้ระหว่างที่ยังทำงานอยู่ และยังมีหลักประกันไว้ให้ตอนเลิกทำงานด้วย

แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือการฝึกฝนที่หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น

“ฉันหวังว่าจะมีการเพิ่มเงื่อนไขเข้าไปอีกข้อนึงนะ คือไม่จำกัดเรื่องกิจกรรมกับเส้นทางการพัฒนา ไม่บังคับรวมกลุ่ม ไม่บังคับฝึก แล้วก็ไม่บังคับลงแข่ง” มิเคลล่าพูดพลางคีบของกินเข้าปากอย่างสบายใจ

…มีอาจารย์มิเคลล่าอยู่ด้วยนี่ดีจริงๆ เลย แทบไม่ต้องกังวลอะไรเลยสักนิด…เฉียวซางซดน้ำซุปในถ้วยเงียบๆ ในใจรู้สึกอุ่นใจแบบบอกไม่ถูก

พูดตรงๆ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยข้องแวะกับทีมต่อสู้สัตว์อสูรของประเทศมังกรมาก่อนเลยก็เถอะ แต่แค่ฟังก็พอเดาได้ว่าข้อนี้มันเกินไปหน่อย เพราะสมาชิกของกรมควบคุมสัตว์อสูรแห่งชาติล้วนต้องมีการฝึกซ้อมและแข่งขันเป็นหลักอยู่แล้ว

เถาอวิ๋นไคหันมามองเฉียวซาง พลางนึกถึงอายุของเธอ สัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญาไว้ และผลงานบนเวทีที่ผ่านมา ก่อนจะพยักหน้าอย่างไม่ลังเล

“ได้สิค่ะ”

บางทีถ้าอัจฉริยะคนนั้นมีศักยภาพมากพอ กฎเกณฑ์บางอย่างก็ต้องยอมปรับให้เข้ากับเขาหรือเธอคนนั้นได้

และเฉียวซาง…ก็เป็นอัจฉริะแบบนั้น

มื้อนี้จบลงด้วยความพึงพอใจทีเดียว สุดท้ายเฉียวซางก็ยังได้แลกช่องทางติดต่อกับโค้ชเถาด้วย

“ถ้ามีปัญหาอะไรในอนาคตก็มาหาฉันได้เลยนะ” เถาอวิ๋นไคพูดขณะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า จากนั้นก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะหัวเราะแล้วพูดว่า

“รีบเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ A ให้ได้นะ ฉันจะได้เจอเธอที่กรมควบคุมสัตว์อสูรแห่งชาติไวๆ”

จริงๆ ถ้าเธอเชิญฉันล่ะก็ ฉันไปเดินเที่ยวที่หน่วยงานพรุ่งนี้เลยก็ได้นะ…เฉียวซางบ่นเบาๆ ในใจ แต่ภายนอกยังคงแสดงออกอย่างกระตือรือร้น

“ฉันจะพยายามเต็มที่เลยค่ะ!”

เฉียวซางกับมิเคลล่าเดินออกมาจากโรงแรมเทียนหวัง

“โค้ชของพวกเธอที่ประเทศมังกรนี่คุยง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย” มิเคลล่าหัวเราะออกมา

เธอเองตอนแรกก็คาดว่าจะต้องเถียงกันยาวแน่ๆ ที่ไหนได้ อีกฝ่ายยอมรับได้อย่างรวดเร็วเกินคาด

เฉียวซางแหงนมองท้องฟ้า สูดลมหายใจลึกๆ แล้วบ่นเหมือนพูดกับตัวเองเบาๆ

“บางทีอาจเป็นเพราะพรสวรรค์ของฉันก็ได้นะคะ”

มิเคลล่า: “……”

“ย่าห์ ย่าห์!”

หยาเป่าร้องเสียงดังเป็นการยืนยันกับคำพูดของผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง เป็นเชิงบอกว่า “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว”

ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงจากคนที่เดินอยู่ไม่ไกลร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

“เฉียวซาง!!”

สายตาทุกคู่แทบจะหันมามองพร้อมกัน

ซุนเป่าเหมือนรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อยู่แล้ว จึงรีบโผล่ออกมา ดวงตาส่องประกายแสงสีฟ้า พร้อมกับพาทั้งเฉียวซางและมิเคลล่าหายตัวออกไปจากที่ตรงนั้นในทันที

คฤหาสน์ในเขตชานเมือง

เสือกล้ามล่ำเปิดประตู

เฉียวซางกับมิเคลล่าเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น

แม้ว่าซุนเป่าจะสามารถพาเทเลพอร์ตเข้าบ้านได้โดยตรงก็เถอะ แต่เพื่อความสุภาพ พวกเธอก็ยังเลือกที่จะเข้าทางประตูตามปกติ

พออวี้เค่อได้ยินเสียงฝีเท้า ก็วางมือถือ หันกลับมา ดวงตาสว่างวาบทันที

“พวกเธอกลับมาแล้วเหรอ!”

เฉียวซางพยักหน้าตอบเบาๆ

“อืม”

“เมื่อกี้ฉันยังเห็นคนโพสต์อยู่เลยว่ามีคนเจอเธอที่โรงแรมเทียนหวัง” อวี้เค่อพูดอย่างตื่นเต้น

บางทีก็รู้สึกเหมือนเป็นคนดังยังไงไม่รู้ เดินไปไหนมาไหนก็มีคนรู้หมดเลย…เฉียวซางถอนหายใจเบาๆ ในใจ ก่อนจะตอบกลับไปว่า

“ฉันเพิ่งกลับมาจากแถวนั้นน่ะ”

“เปลี่ยนที่พักแล้วเหรอ?” อวี้เค่อถามต่อ

เฉียวซางตอบว่า “เปล่า แค่ไปกินข้าวเฉยๆ”

อวี้เค่อกำลังจะถามต่ออีก แต่เสียงของมิเคลล่าก็ดังขึ้นจากทางประตูกระจกที่เชื่อมไปยังลานฝึกด้านนอก

“มาซ้อมกันได้แล้ว”

“ค่ะ ไปแล้วค่ะ!” เฉียวซางขานตอบพลางรีบเดินตรงไปที่ลานฝึกกลางแจ้ง

อวี้เค่อก็เลยต้องกลืนคำถามที่อยากพูดกลับลงไป

เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาอีกครั้ง เปิดภาพถ่ายที่โค้ชเถาอวิ๋นไคจากกรมควบคุมสัตว์อสูรแห่งชาติถูกถ่ายขณะออกจากโรงแรมเทียนหวังขึ้นมาดูนิ่งๆ อยู่พักนึง แล้วก็ค่อยวางมันลงอีกครั้ง

ลานฝึกกลางแจ้ง

มิเคลล่าหันมาถาม

“หลังจบการแข่งขันรอบนี้ เธอรู้สึกยังไงบ้าง?”

เฉียวซางตอบอย่างตั้งใจ

“ผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B แข็งแกร่งกว่าระดับ C มากเลยค่ะ”

มิเคลล่า: “……”

“การแข่งกับพรายศีตละอำพัน รอบนั้นจริงๆ แล้วเธอน่าจะชนะได้ง่ายกว่านี้อีกนะ” มิเคลล่าพูดต่อ

เฉียวซางชะงักไปเล็กน้อย รีบตั้งท่าเหมือนนักเรียนพร้อมเรียนรู้

“ทำไมเหรอคะ?”

ในความรู้สึกของเธอ การแข่งรอบนั้นคือยากสุดๆ ไปเลย ถ้าไม่ได้โจมตีใส่ปากของมังกรนักรบเหล็กไหลจนทำลายการป้องกันไปได้ก็คงไม่มีทางชนะเลยด้วยซ้ำ

“ปิงตี้” ลู่เป่าหันไปมองอาจารย์ของผู้ฝึกสัตว์อสูรตัวเองด้วยความอยากรู้

“อาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาล” มิเคลล่าเอ่ยขึ้น “มันเป็นทักษะประเภทสร้างอาณาเขตของธาตุน้ำแข็งขึ้นมา เวลาสัตว์อสูรปล่อยทักษะในสนามนี้ มันจะทำให้เวลาการรวบรวมพลังแล้วปล่อยทักษะน้ำแข็งสั้นลงไปมาก”

“พอพัฒนาถึงช่วงหลังๆ ยังสามารถรวบรวมแล้วปล่อยได้แทบจะทันทีเลยด้วยซ้ำ”

“แน่นอนว่าพรายศีตละอำพันยังอยู่ห่างจากขั้นนั้นอีกพอสมควร”

“แต่ว่าภายในอาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาล ทักษะน้ำแข็งประเภทโจมตีบางชนิด สามารถปรากฏได้ในทุกตำแหน่ง ไม่จำเป็นต้องเริ่มรวมพลังจากตัวของพรายศีตละอำพันโดยตรงแล้วค่อยปล่อยออกไปเหมือนปกติ”

เฉียวซางคิดตามอยู่สองสามวินาที ก่อนจะถามขึ้นว่า

“อาจารย์หมายถึงตอนที่ใช้หอกน้ำแข็งยักษ์โจมตีใส่ปากของมังกรนักรบเหล็กไหลในสนามแข่งนั่นเหรอคะ?”

“ใช่” มิเคลล่าพยักหน้าเบาๆ

“หอกน้ำแข็งยักษ์หลายสิบแท่งที่เธอใช้โจมตีนั่น จริงๆ แล้วพรายศีตละอำพันสามารถสร้างมันขึ้นมาได้เลยจากระยะห่างเพียงไม่กี่เมตรจากมังกรนักรบเหล็กไหล ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้ระยะโจมตีของมันด้วยซ้ำ”

“นั่นจะทำให้ทั้งความเร็วในการโจมตีเร็วขึ้น แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาทำให้ปากของมังกรนักรบเหล็กไหลเยือกแข็งอีกรอบก่อนโจมตีด้วยซ้ำ”

“นอกจากนี้ ถ้าอิงจากความเชี่ยวชาญในอาณาเขตสวรรค์นิรันดร์กาลกับทักษะหอกน้ำแข็งยักษ์ เธอยังสามารถสั่งให้พรายศีตละอำพันสร้างแท่งน้ำแข็งโจมตีจากหลายทิศทางพร้อมกัน โจมตีมังกรนักรบเหล็กไหลหลายจุดในเวลาเดียวกันได้ด้วยนะ”

“เข้าใจแล้วค่ะ!” เฉียวซางรู้สึกเหมือนโดนเปิดโลกและอยากลองใช้ทันที

เธอหันไปตะโกนเรียก

“ลู่เป่า!”

“ปิงตี้!” ลู่เป่าเข้าใจทันทีว่าเจ้าของต้องการอะไร มันร้องตอบรับ ก่อนจะยกเท้าหน้าข้างซ้ายขึ้นแล้วกระทืบลงพื้น

ในเสี้ยววินาที ร่างของมันก็ปล่อยไอเย็นออกมารอบตัวอย่างชัดเจนจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

สิ่งของทุกอย่างที่อยู่ในลานฝึก นอกจากคนกับสัตว์อสูรล้วนถูกเคลือบด้วยน้ำแข็งบางๆ อย่างรวดเร็ว

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าลอยตัวอยู่กลางอากาศ ยกอุ้งมือขึ้นมาเป่าลมอุ่นๆ ใส่เพื่อคลายความหนาวตรงหน้าอย่างน่ารักน่าชัง

วินาทีถัดมาแท่งน้ำแข็งขนาดใหญ่ยาวหลายเมตรจำนวนหกแท่งก็ปรากฏขึ้นพร้อมกันรอบตัวซุนเป่าทั้งด้านบน ล่าง ซ้าย ขวา หน้า หลัง ล้อมมันไว้หมดเลย

“ซุนซุน!”

ซุนเป่าตกใจสุดขีด ขนลุกซู่ทั้งตัว

ไม่นาน แท่งน้ำแข็งกับสภาพหิมะน้ำแข็งรอบๆ ก็สลายหายไปหมด

“ซุนซุน…”

ซุนเป่าถอนหายใจโล่งอก แล้วก็ยกอุ้งมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริงบนหน้าผากตัวเองอย่างเล่นใหญ่

“ชิงชิง?”

ชิงเป่าโผล่ออกมาข้างๆ แสดงสีหน้าเป็นห่วง ส่งเสียงเบาๆ คล้ายถามว่า "ไม่เป็นไรใช่ไหม?"

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าเห็นน้องห้าโผล่มา มันก็รีบลดอุ้งมือลงแล้วทำหน้าทะเล้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมสีหน้าประมาณว่า “ไม่มีอะไรหรอก มันจะเป็นอะไรได้ไงกัน”

อีกฝั่งหนึ่ง...

“ปิงตี้”

ลู่เป่าทำสีหน้าตื่นเต้นขึ้นมาทันที

เฉียวซางตาเป็นประกาย แล้วพูดว่า

“งั้นต่อจากนี้ เรามาฝึกกันตามแนวทางนี้กันเถอะนะ!”

“ปิงตี้!”

ลู่เป่าส่ายหางเบาๆ สีหน้ากลับมาเคร่งขรึมแล้วก็เริ่มลงมือฝึกทันที

มันปล่อยไอเย็นออกมาจากตัวเองจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า

อุณหภูมิรอบๆ ลดลงอย่างรวดเร็ว พื้นสนามฝึกถูกน้ำแข็งเคลือบจนขาวโพลนอีกครั้ง

“ซุนซุน!!”

ซุนเป่าที่กำลังโม้ให้ชิงเป่าฟังอยู่ว่าตัวเองเก่งกาจแค่ไหน แถมยังแอบเบ่งโชว์กล้ามประกอบด้วยนิดๆ ถึงกับสะดุ้ง รีบเทเลพอร์ตหนีแวบหนึ่งแล้วไปโผล่ข้างผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองในพริบตา

ชิงเป่า: “……”

วันถัดมา

เวลาเที่ยงตรง

ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูร

ห้อง 2603

เฉียวซางอ่านสัญญาจนจบ แล้วส่งคืนให้มิเคลล่า

มิเคลล่าหยิบขึ้นมาไล่อ่านทีละข้ออย่างละเอียด พอเห็นว่าเงื่อนไขที่เธอขอไว้ถูกใส่เข้ามาครบก็วางลงบนโต๊ะแล้วยิ้ม

“ดีเลย เงื่อนไขที่ฉันบอกไว้ พวกคุณใส่มาครบถ้วนตามที่ตกลงไว้เลยค่ะ”

เถาอวิ๋นไคพูดต่อว่า

“เรื่องนี้ทางทีมโค้ชเราก็ปรึกษากันอย่างจริงจังแล้วค่ะ หัวหน้าโค้ชก็อ่านประวัติของเฉียวซางดูแล้ว คิดว่าพรสวรรค์ของเธอไม่เคยมีมาก่อนเลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นถึงยอมทำตามเงื่อนไขที่คุณเสนอมาได้”

แต่พูดจบ เธอก็เปลี่ยนน้ำเสียงเล็กน้อย พลางชี้ไปที่เงื่อนไขหนึ่งในสัญญา

“แต่คุณก็คงเห็นข้อนี้แล้วใช่ไหมล่ะค่ะ”

“ฝ่ายที่สองต้องกลายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ A ให้ได้ภายในยี่สิบปี หากไม่สามารถทำได้ตามกำหนดเวลา ฝ่ายแรกมีสิทธิ์ขอให้ฝ่ายที่สองกลับเข้าร่วมทีมฝึกสัตว์อสูรของประเทศมังกรเพื่อฝึกซ้อมต่อ”

เฉียวซางกวาดตามองเนื้อหาตรงส่วนนั้น รู้สึกไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นข้อจำกัดอะไรนัก

ยี่สิบปี สำหรับเธอแล้ว…มันยาวนานจนแทบไม่รู้สึกกดดันเลยด้วยซ้ำ

“ทรัพยากรของประเทศมันก็มีจำกัดน่ะนะ” เถาอวิ๋นไคพูดต่อ “เราไม่สามารถทุ่มทุนแบบไม่มีกำหนดให้กับผู้ฝึกสัตว์อสูรอาชีพที่ไม่รู้ว่าจะพร้อมแข่งเมื่อไหร่ได้ เพราะมันไม่ยุติธรรมกับคนอื่นในทีม”

เข้าใจเลย เข้าใจดีเลย…เฉียวซางพยักหน้ารัวๆ ขณะก้มมองอีกข้อในสัญญาที่ระบุไว้ว่า ฝ่ายที่สองจะได้รับเงินเดือน 2 ล้านเหรียญพันธมิตรต่อเดือน

ปีหนึ่งก็ 24 ล้าน ไม่ต้องฝึก ไม่ต้องลงแข่ง ยังได้เงินใช้ฟรีแบบนี้ไปยาวๆ ยี่สิบปี

พูดกันตามตรง ถ้าจะให้เธอเป็นตัวสำรองก็ไม่ใช่ว่าจะยอมไม่ได้นะ!

“เห็นแล้วล่ะค่ะ” มิเคลล่าพยักหน้าเบาๆ “ข้อนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลยสักนิด”

ในมุมมองของเธอแล้ว ด้วยพรสวรรค์ระดับนั้นของเฉียวซาง ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะกลายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ A ภายใน 20 ปี อันที่จริงออกจะเหลือเกิินไปด้วยซ้ำ

“งั้นก็ดีแล้ว” เถาอวิ๋นไคพูดพลางยิ้ม แล้วหันไปมองเฉียวซาง

มิเคลล่าก็หันมามองเช่นกัน

ภายใต้สายตาทั้งสองคน เฉียวซางจรดปากกาลงชื่อแล้วกดลายนิ้วมืออย่างจริงจัง

เถาอวิ๋นไครวบรวมเอกสารเก็บใส่กระเป๋า หยิบเข็มกลัดสีแดงที่มีลายสัตว์อสูรประเภทมังกรอยู่บนหน้าออกมายื่นให้พร้อมกล่าวว่า

“นี่คือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานฝึกสัตว์อสูรของรัฐนะ ต่อจากนี้เธอสามารถใช้มันเข้าออกที่นั่นได้โดยตรง และในข้อมูลประวัติส่วนตัวของเธอ ก็จะมีเพิ่มขึ้นมาว่าเธอคือผู้ฝึกสัตว์อสูรอาชีพที่ยังปฏิบัติงานอยู่ในหน่วยงานด้วย”

เฉียวซางยกมือทั้งสองข้างรับเข็มกลัดไว้อย่างเคารพ

วันถัดมา ตอนเช้า

สนามประลองพิชิตนภา

“เมื่อคืนที่ผ่านมามีการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านรอบแก้ตัวได้อีก 5 คน รวมกับผู้ที่ผ่านเข้ารอบตามปกติ 27 คน รวมเป็น 32 คน วันนี้ ใครจะต้องเจอกับใครและพวกเขาจะโชว์อะไรให้เราตื่นตาตื่นใจอีกบ้าง สุดท้ายใครจะทะลุเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้ายได้บ้าง มารอดูกันค่ะ!” ผู้สื่อข่าวรายงานสดอยู่หน้ากล้องด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นสุดๆ

บนอัฒจันทร์ เสียงเชียร์สนั่น ผู้ชมต่างถือแท่งไฟ ป้ายผ้า ป้ายชื่อของผู้เข้าแข่งขันที่ตนเองชื่นชอบ โบกสะบัดพลางตะโกนสุดเสียงให้กำลังใจ

ตอนนี้ผู้ที่เหลืออยู่ล้วนเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B ทั้งนั้น แต่ละคนต่างมีฐานแฟนคลับของตัวเองไม่ใช่น้อยและแต่ละกลุ่มก็มั่นใจสุดๆว่าคนที่ตัวเองเชียร์จะคว้าชัยชนะได้แน่นอน

โซนที่นั่งของผู้เข้าแข่งขัน

เฉียวซางมองไปด้านหน้า เห็นเจิงเฟยเทียนที่เพิ่งกลับเข้ารอบมาได้จากการแข่งขันแก้ตัวอยู่ไม่ไกลแล้วก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนัก

ด้วยฝีมือของอีกฝ่ายการเข้ารอบ 32 คนสุดท้ายก็ถือว่าไม่เกินคาด เพราะรอบแก้ตัวที่แล้ว คู่แข่งส่วนใหญ่ก็ยังเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ C อยู่เลย

“ย่าห์ ย่าห์~”

หยาเป่าที่อยู่ในอ้อมแขนของเธอ วันนี้ใส่แว่นกันแดดสีเขียวเข้ม ดูเท่มากเป็นพิเศษ

หลังจากที่เฉียวซางเรียกหยาเป่าออกมาใช้ในการแข่งขันครั้งก่อน ตอนนี้เธอก็เลยพาเจ้าตัวน้อยติดตัวไว้ตลอด

สายตาของผู้เข้าแข่งขันรอบๆ หลายคนก็จับจ้องไปที่หยาเป่า

“ซุนซุน……”

ซุนเป่าค่อยๆ โผล่ออกมาอย่างเงียบๆ คราวนี้ใส่ผ้าคลุมสีดำพริ้วปลิว

ลมพัดมาวูบหนึ่งผ้าคลุมดำพลิ้วไปตามแรงลมแค่นี้ก็เท่สุดๆ แล้ว

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ชิงเป่าเริ่มเล่นตามบทของซุนเป่าแล้วเนี่ย เฉียวซางมองตามทิศทางผ้าคลุมของซุนเป่าแล้วอดรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยไม่ได้

พิธีกรขี่สัตว์อสูรประเภทบินมาปรากฏตัวกลางอากาศเหนือสนามแข่ง พร้อมกับถือไมค์ ตะโกนประกาศเสียงดังว่า

“คุณผู้หญิง คุณผู้ชายทุกท่าน! ยินดีต้อนรับเข้าสู่รอบถัดไปของการแข่งขันระดับภูมิภาคในครั้งนี้ค่ะ!”

“หลังจากการแข่งขันในรอบก่อนๆ และรอบแก้ตัว ตอนนี้เราได้ 32 คนสุดท้ายแล้ว! ขอเชิญชมหน้าจอด้านบนเลยค่ะ!”

ทันใดนั้น หน้าจอเสมือนขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นกลางสนาม

บนหน้าจอมีภาพของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 32 คนเรียงกัน

เฉียวซางเห็นภาพของตัวเองอยู่ที่แถวสุดท้ายลำดับที่สอง

เสียงเชียร์จากทั่วสนามดังขึ้นรัวๆ

พิธีกรพูดต่อด้วยน้ำเสียงคึกคัก

“และวันนี้…เราจะคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันจากทั้งหมด 32 คน เหลือเพียง 16 คนสุดท้ายเท่านั้น! มารอดูกันว่าใครจะเป็นคนที่ผ่านเข้าสู่รอบถัดไปได้สำเร็จ!”

จบบทที่ บทที่ 1181 – 1182: รอบที่ห้า (สองตอนรวมกัน)

คัดลอกลิงก์แล้ว