- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1145 – 1146: คริสตัลเมฆาสวรรค์ (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1145 – 1146: คริสตัลเมฆาสวรรค์ (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1145 – 1146: คริสตัลเมฆาสวรรค์ (สองตอนรวมกัน)
“ซุนซุน……”
ซุนเป่าสะดุ้งเฮือกเบาๆ อยู่ๆ ก็รู้สึกหนาววาบขึ้นมาเฉยๆ
“ซุนซุน~”
พอพูดจบมันก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เงยหน้าขึ้นไปมองโคมไฟที่กำลังแกว่งอยู่บนเพดาน แล้วร้องออกมาเหมือนจะบอกให้ลมเบาๆ หน่อย
“ชิงชิง”
เสียงของชิงเป่าดังขึ้น แล้วลมในห้องก็ค่อยๆ เบาลงจริงๆ โคมไฟที่แกว่งไปมาก็สงบลงเยอะเลย
พอความหนาวหายไป ซุนเป่าก็พอใจมาก กลับไปนั่งดูถ่ายทอดสดการแข่งขันต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอแข่งตอนเช้าเสร็จ เฉียวซางกับพวกหยาเป่าก็กินข้าวกันอิ่มแปล้ แล้วเธอก็หยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา เตรียมว่าจะออกไปฝึกแถวชานเมืองก่อนแข่งช่วงบ่าย
แต่พอจะเรียกซุนเป่าให้ช่วยเชื่อมต่อพิกัด จู่ๆ มือถือข้างตัวก็ดันสั่นขึ้นมา
เธอหยิบมาดู เห็นว่าเป็นสายจากอาจารย์มิเคลล่า ก็รีบกดรับทันที
ยังไม่ทันจะพูดอะไร เสียงของอาจารย์ก็ดังออกมาจากลำโพงก่อนเลย
“เธออยู่ไหนตอนนี้?”
เฉียวซางบอกที่อยู่ไปว่า
“ห้อง 2603 ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูรค่ะ”
มื้อกลางวันเธอก็กินในห้องนี่แหละ พนักงานจากศูนย์เป็นคนเอามาส่งให้ถึงที่
ตอนนี้การแข่งขันระดับภูมิภาคกำลังดุเดือด ข้างนอกมีแต่คนรู้จักเธอ ถ้าออกไปกินข้าวก็ต้องโดนมุงแน่นอน ไหนจะรูปที่โดนแอบถ่ายแล้วอัปขึ้นเน็ตอีก
อยู่ในห้องแบบนี้แหละ สงบดีสุดแล้ว
“รอฉันแป๊บ” อาจารย์มิเคลล่าพูดจบก็วางสายไปทันที
ประมาณสามวินาทีถัดมา อาจารย์ก็โผล่มาในห้องดื้อๆ แบบไม่ทันให้ตั้งตัว
เฉียวซางก็ไม่ได้ตกใจอะไรนักเพราะเคยชินแล้ว
พวกหยาเป่าเองก็ไม่แม้แต่จะหันไปมองด้วยซ้ำ
“กินข้าวกลางวันไปแล้วเหรอ?” มิเคลล่าหันไปมองเศษอาหารบนโต๊ะก่อนจะถาม
“ค่ะ เพิ่งกินเสร็จค่ะ อาจารย์ล่ะ กินยังคะ? จะให้ฉันสั่งเพิ่มไหม?”
“ไม่ต้อง”
มิเคลล่าเพิ่งพูดแค่สองคำ อยู่ๆ ก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา หันไปยกมือขึ้นมาหนีบกระดาษทิชชู่ที่ปลิวว่อนมาจากข้างๆ ได้แบบแม่นยำ
เธอมองกระดาษในมือ แล้วก็หันไปมองผ้าม่านที่ปลิวตามแรงลม ก่อนจะถามว่า
“วายุเพียงพิรุณมันเป็นอะไรไป?”
เฉียวซางกระแอมเบาๆ “มันกำลังฝึกใช้ลมหนุนส่งอยู่น่ะค่ะ”
พูดจบเธอก็หันไปพูดกับทิศที่ม่านปลิวว่า
“ชิงเป่า ลมเบาๆ หน่อยนะ”
“ชิงชิง~”
เสียงของชิงเป่าดังขึ้น แล้วผ้าม่านก็พลิ้วเบาลงทันตา
มิเคลล่าทำหน้างงๆ “ฝึกในห้องเลยเหรอ?”
“ใช่ค่ะ เพราะฉันบอกมันไว้ว่าทุกวันต้องฝึกทักษะวันละสิบชั่วโมง แล้วถ้าฝึกดีๆ เดี๋ยวจะให้ลงแข่งจริงด้วยค่ะ”
มิเคลล่าฟังแล้วถึงกับอึ้ง “เอาจริงเหรอ?”
“จริงสิคะ” เฉียวซางพยักหน้ารัวเลย
มิเคลล่าพูดตรงๆ แบบไม่อ้อมเลยว่า “ถึงฉันจะให้เธอลงแข่งเพื่อให้ได้ฝึกฝนก็เถอะนะ แต่วายุเพียงพิรุณมันก็แค่สัตว์อสูรระดับกลางเองนะ ในการแข่งขันระดับภูมิภาค ผู้เข้าแข่งขันส่งได้ตั้งสามตัว อย่างแย่สุดที่เขาจะส่งลงมาก็ยังเป็นสัตว์อสูรระดับสูงอยู่ดี วายุเพียงพิรุณเองก็เพิ่งจะวิวัฒนาการมาได้ไม่นาน เจอสัตว์อสูรระดับสูงเข้าไป มันจะไปทำอะไรได้กัน? สุดท้ายก็มีแต่โดนเล่นงานฝ่ายเดียว”
เธอให้เฉียวซางมาแข่งก็เพราะอยากให้ได้ฝึกจริงก็จริง แต่มันต้องฝึกแบบมีได้มีเสีย มีจังหวะให้พัฒนาตัวเองได้ ไม่ใช่โดนกดขี่ข่มเหงจนแทบโงหัวไม่ขึ้น
แม้ในความเป็นจริงจะเคยมีสัตว์อสูรระดับกลางสู้ชนะพวกระดับสูงอยู่บ้างก็เถอะ แต่ส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นพวกระดับกลางที่พัฒนาเต็มขั้นแล้วน่ะ ถึงจะพอสู้สัตว์อสูรระดับสูงที่ไม่มีพรสวรรค์มากได้บ้าง
แต่วายุเพียงพิรุณน่ะเพิ่งจะวิวัฒนาการได้ไม่นาน แล้วพวกที่มันจะต้องไปเจอในสนามก็ล้วนแต่เป็นสัตว์อสูรที่พวกผู้ฝึกมืออาชีพเขาเลี้ยงมาเองทั้งนั้น จะให้มันลงไปเจอกับพวกนั้นก็คือ…ไปโดนกระทืบฟรีๆ นั่นแหละ
พอพูดจบ ลมในห้องก็หยุดพัดไปเฉยเลย
เฉียวซางเลยบอกว่า “ฉันก็ไม่คิดจะให้ชิงเป่าลงแข่งตอนที่ยังอยู่แค่ระดับกลางหรอกค่ะ ฉันตกลงกับมันแล้วว่าจะให้ลงสนามก็ต่อเมื่อมันวิวัฒนาการเรียบร้อยแล้วเท่านั้น”
ผ้าม่านพลิ้วอีกครั้ง ลมในห้องก็กลับมาพัดอีกหน่อย
วิวัฒนาการเหรอ…มิเคลล่าขมวดคิ้วแน่น แล้วพูดว่า
“ถ้าพลังในตัวมันยังไม่ถึงขีดจำกัดนะ ยังไงก็ห้ามให้วิวัฒนาการเด็ดขาดเลยนะ”
เธอรู้ว่าคนจากภูมิภาคจงคงมอบทรัพยากรที่วายุเพียงพิรุณต้องใช้ให้เฉียวซางมาค่อนข้างเยอะ รวมถึงคริสตัลเมฆาสวรรค์ที่จำเป็นสำหรับการวิวัฒนาการด้วย
ถ้าไม่สนใจเรื่องศักยภาพหลังวิวัฒนาการ ก็เรียกได้ว่าใช้แค่ของพวกนี้ก็สามารถทำให้มันวิวัฒนาการได้แบบเร็วจี๋เลยด้วยซ้ำ
เฉียวซางได้แต่บ่นในใจว่า เฮ้อ…ไม่เชื่อใจกันเอาซะเลย ก่อนจะพูดว่า
“ฉันรู้ค่ะ ว่าถ้าฝืนให้มันวิวัฒนาการก่อน มันจะกระทบกับศักยภาพในอนาคตแน่นอน ฉันจะให้มันวิวัฒนาการก็ต่อเมื่อพลังของมันถึงขีดสุดแล้วเท่านั้นค่ะ”
พูดไปก็หัวเราะเบาๆ ด้วย “ก็แหม…ฉันยังอยากให้ชิงเป่ากลายเป็นระดับเทพในอนาคตอยู่นี่ค่ะ”
พอพูดจบ ลมในห้องก็พัดแรงขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย
ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อใจเธอนะ แต่ก็เห็นตามใจพวกสัตว์อสูรอยู่ตลอด…มิเคลล่าคิดในใจ แต่พอได้ยินแบบนี้ก็โล่งอกขึ้นเยอะ แล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เลยถามว่า
“รอบ 108 คนสุดท้ายที่จะแข่งเพื่อเข้ารอบ 54 คนน่ะ เธออาจจะเจอคนที่ยังใช้สัตว์อสูรระดับสูงอีกสักคนก็ได้ แต่หลังจากนั้นไป โอกาสจะเจอแบบนี้ก็คือศูนย์เลยนะ หรือว่าเธอคิดจะให้วายุเพียงพิรุณวิวัฒนาการไปเป็นระดับสูงแล้วค่อยไปสู้กับสัตว์อสูรระดับนายพลงั้นเหรอ?”
การแข่งขันระดับภูมิภาคนี่ปกติจะกินเวลาประมาณเดือนนึง
ถ้าอิงจากความเร็วในการเลี้ยงของเฉียวซางตอนที่ฝึกพวกผู้พิทักษ์อัคคีเจิดจรัสแล้วล่ะก็ กว่าจะถึงช่วงท้ายๆ วายุเพียงพิรุณก็น่าจะมีโอกาสวิวัฒนาการได้จริงนั่นแหละ
แต่ตอนนั้น คู่แข่งที่จะเจอก็ไม่มีใครส่งสัตว์อสูรระดับสูงมาแล้วแน่นอน
เพราะงั้น ถ้าจะให้วายุเพียงพิรุณที่เพิ่งวิวัฒนาการไปสู้กับสัตว์อสูรระดับนายพลละก็…สู้ให้มันเจอกับสัตว์อสูรระดับสูงตอนที่ยังเป็นระดับกลางซะยังจะดีกว่าอีก
พอคิดจบ ลมในห้องก็เงียบไปอีกรอบ
เฉียวซางเงียบไปแวบนึง ก่อนจะคิดในใจว่า ถ้าอาจารย์ไม่เตือน ฉันก็คงลืมไปเลยนะเนี่ย…
จริงด้วย ยิ่งรอบลึกๆ คู่แข่งก็ยิ่งแข็งแกร่ง
สองรอบก่อนเธอยังไม่เจอใครส่งสัตว์อสูรระดับสูงลงมาสักคนเลย แล้วรอบต่อๆ ไปก็ยิ่งไม่น่าจะมีเข้าไปใหญ่
งั้นก็เหลือแค่รอบ 108 คนที่ต้องคัดเหลือ 54 นี่แหละ ที่มีลุ้นจะเจอแบบนั้น
เฉียวซางไม่ได้ตอบตรงๆ แต่เปลี่ยนเรื่องแล้วถามว่า
“ไว้ค่อยว่ากันตอนชิงเป่าวิวัฒนาการแล้วดีกว่าค่ะว่าให้มันลงดีไหมว่าแต่…อาจารย์มาหาฉันเพราะมีเรื่องอะไรเหรอคะ?”
“เห็นว่าแข่งรอบเช้าจบแล้ว ฉันเลยเดาว่าตอนนี้เธอน่าจะเตรียมออกไปฝึกพอดีก็เลยว่าจะไปด้วยน่ะ” มิเคลล่าบอกจุดประสงค์ของตัวเอง
โห อาจารย์นี่เดาแม่นจริงๆ… เฉียวซางหัวเราะแล้วตอบว่า
“ฉันกำลังจะไปพอดีเลยค่ะ”
ชานเมือง คฤหาสน์
อวี้เค่อกับอวี้เล่อยืนมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใจจดใจจ่อกับเงาหลายเงาที่อยู่ด้านนอก
มองไปมองมาสักพัก อวี้เล่อก็กลั้นใจไม่ไหว ถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ว่า
“พี่... ตอนนี้เฉียวซางเรียนอยู่ที่สถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิใช่ป่ะ งั้นคนที่อยู่ตรงนั้น... นั่นก็คงเป็นอาจารย์จากสถาบันจักรวรรดิด้วยใช่ไหม?”
“ใช่” อวี้เค่อพยักหน้าเบาๆ แต่ไม่ได้ละสายตาจากร่างของชิงเป่าที่กำลังลอยอยู่
“เฉียวซางเคยแนะนำไว้แล้ว”
อวี้เล่อได้ยินแล้วก็อดอุทานออกมาไม่ได้
“โอ๊ยยย สถาบันจักรวรรดินี่ดีจังเลยเนอะ มีอาจารย์มาสอนตัวต่อตัวนอกสถานที่ด้วยอะ อิจฉาจังเลย!”
อวี้เค่อกลอกตาใส่น้องสาวเล็กน้อย “ใครเขาจะลงทุนมาสอนตัวต่อตัวให้นักเรียนทุกคนแบบนี้กันล่ะ เฉียวซางน่ะกรณีพิเศษต่างหาก”
อวี้เล่อพอคิดตามแล้วก็รู้สึกว่า เออ ก็จริงแฮะ
เธอหันไปมองนอกหน้าต่างอีกที แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างหนึ่งที่กำลังลอยกลางอากาศ
รีบควักมือถือออกมา เปิดกล้องซูมแล้วถ่ายรัวหลายช็อต ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“ช่วงก่อนหน้านี้วายุเพียงพิรุณมันอยู่ในสภาพแปรเปลี่ยนเป็นสายลมตลอดเลย ไม่ค่อยเห็นตัวชัดๆ เท่าไหร่ วันนี้ดีหน่อย ไม่กลายเป็นลมให้หายตัวไปเลยได้เห็นเต็มๆ ตาเลย”
อวี้เค่อก็ยังจ้องไปที่ชิงเป่าเหมือนเดิม แต่แอบทำหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก
“แต่ฉันดูแล้ว... วายุเพียงพิรุณมันเหมือนจะไม่ค่อยมีความสถขเลยว่าไหม”
อวี้เล่อสะดุ้งนิดๆ วางมือถือแล้วเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างมากขึ้น เอาหน้าแนบกระจกดูชัดๆ
“หือ? จริงเหรอ?”
...
ขณะเดียวกัน
ที่ลานฝึกกลางแจ้ง
ใต้เงาต้นไม้ใหญ่...
“ทำไมไม่ไปฝึกต่อแล้วล่ะ?” เฉียวซางหันไปถามชิงเป่าที่ลอยอยู่ข้างๆ
“ชิงชิง…” ชิงเป่าถอนหายใจเสียงเบาๆ
ก็ถึงวิวัฒนาการไปยังไง สุดท้ายก็แพ้อยู่ดีนั่นแหละ...
“ใครบอก?” เฉียวซางรีบเถียงกลับทันที
“ชิงชิง~”
ชิงเป่าถอนหายใจอีกรอบ เสียงเบาแต่ชัดเจน แถมยังสื่อว่ามันได้ยินบทสนทนาเมื่อกี้ทั้งหมดแล้ว ก็อาจารย์ที่ชื่อมิเคลล่านั่นพูดถูกนี่นา... ถ้าตัวเองวิวัฒนาการเป็นระดับสูงจริง ก็ไม่มีทางชนะพวกสัตว์อสูรระดับนายพลได้หรอก
เฉียวซางหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า
“งั้นแกก็ขยันๆ หน่อยสิ ในสี่วันนี้วิวัฒนาการให้ได้ แล้วพอถึงตอนนั้นอาจจะได้เจอกับคู่ต่อสู้ระดับเดียวกันก็ได้นะ”
สี่วันเหรอ... จะทันเหรอ?
ชิงเป่ามองเธอด้วยสายตาคลางแคลงใจนิดๆ
ก็ถ้าเป็นปกติก็คงไม่ทันแหละ... แต่เธอน่ะ มีตัวช่วยลับไงล่ะ…
เธอทำหน้าเอาจริงแล้วพูดว่า
“ใครบอกว่าไม่ได้ล่ะ ไอเทมวิวัฒนาการของแกน่ะ วันนี้ตอนกลางคืนก็จะมีคนเอามาส่งให้แล้ว ขอแค่แกซ้อมตามที่วางแผนไว้ รับรองวิวัฒนาการได้แน่นอน!”
ถึงตอนนั้นต่อให้ยังฝึกลมหนุนส่งไม่ถึงขั้นไร้ที่ติ เธอก็แอบใช้แต้มช่วยอัปให้ทีหลังก็ได้อยู่ดี
ชิงเป่าทำหน้าลังเลเล็กๆ
เฉียวซางยิ้มแล้วพูดว่า
“ไม่ต้องกังวลหรอกนะ ฉันจะรอให้พลังในตัวแกถึงขีดสุดก่อน ค่อยให้วิวัฒนาการแน่นอน ไม่ได้จะรีบให้เธอวิวัฒนาการแค่เพื่อลงแข่งหรอก พวกเราไม่จำเป็นถึงขนาดต้องเสียอะไรใหญ่ขนาดนั้นหรอกน่า”
ชิงเป่าฟังแล้วนิ่งไปแป๊บนึง
ในใจมันก็อดรู้สึกทึ่งกับสายใยแห่งพันธสัญญาไม่ได้อีกครั้ง
ก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกไปเลยนะ… แต่ผู้ฝึกของมันก็เข้าใจหมดเป๊ะเลยว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่
เฉียวซางพูดต่อ
“ลืมไปแล้วเหรอ ว่าตอนนั้นแกอยากเก่งขึ้นไปเพื่ออะไร?”
ชิงเป่าชะงักเล็กๆ “ชิง?”
“ก็เพื่อล้มปักษาปีกโบราณระดับจักรพรรดิ กับวิหคศีตละนั่นไงล่ะ”
เฉียวซางจ้องตาชิงเป่าแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้าแค่นี้ยังไม่มีความมั่นใจ แล้วอนาคตจะไปสู้พวกนั้นได้ยังไงกันล่ะ จริงไหม?”
“ชิง…ชิง!”
แววตาของชิงเป่าเริ่มเปลี่ยนไป กลับมามุ่งมั่นแน่วแน่อีกครั้ง พร้อมลุยเต็มที่!
จากนั้นชิงเป่าก็แปรเปลี่ยนเป็นสายลมแล้วหายตัวไปทันที
...สงสัยไปฝึกแล้วล่ะมั้ง เฉียวซางยิ้มมุมปากแบบพอใจสุดๆ
แต่ไม่ทันไร พอเห็นชิงเป่าปรากฏตัวอีกครั้งอยู่ข้างๆ แบบสายลมยังไม่ทันเย็น สีหน้าของเฉียวซางก็เปลี่ยนจากพอใจเป็นงงจัด
“ห๊ะ? กลับมาทำไมอีกอะ?”
หรือว่าแรงบันดาลใจที่เธอพูดไปเมื่อกี้มันใช้ไม่ได้ผล?
“ชิงชิง~”
ชิงเป่ายื่นอุ้งมือมาเบาๆ แล้วหยิบใบไม้เขียวๆ ใบหนึ่งออกจากหัวของผู้ฝึกตัวเอง พร้อมส่งยิ้มหวานๆใส่ แล้วก็ ปุ๊บ กลายเป็นลมแล้วหายตัวไปอีกครั้ง
...โอ๊ยยยย ใจละลายเลย เฉียวซางรู้สึกว่าโดนความน่ารักของมันทะลวงหัวใจเข้าเต็มๆเป็นครั้งที่ล้าน
...
ฝั่งด้านในประตูบานเลื่อนกระจก
“พี่ๆ! วายุเพียงพิรุณยิ้มแล้วอะ!” อวี้เล่อร้องเสียงหลง
อวี้เค่อที่ยืนดูอยู่ด้วยกันก็พยักหน้าเบาๆ “อืม พี่เห็นแล้ว”
อวี้เล่อทำหน้ารู้สึกเสียดาย “แต่มันยิ้มเร็วไปอะ ฉันถ่ายไม่ทันเลย เสียดายมาก”
อวี้เค่อทำหน้าสงบแบบสายสุขุม “ไม่เป็นไร ลานฝึกกลางแจ้งมันมีระบบกล้องวงจรปิดอยู่ เดี๋ยวค่อยไปแคปจากในนั้นก็ได้”
อวี้เล่อเบิกตากว้าง “พี่นี่ฉลาดสุดๆ ไปเลย!”
“โฮกกก…”
เสือกล้ามล่ำที่อยู่ข้างหลัง ซึ่งเดิมกำลังลากอุปกรณ์ถูพื้นอย่างตั้งใจ ก็วางของในมือลงแล้วเดินไปทางห้องควบคุมกล้องทันที
ในฐานะพ่อบ้านผู้รับผิดชอบร้อยแปดพันอย่าง มันต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้าเสมอ ไม่ว่าเจ้านายจะพูดหรือไม่พูดก็ตาม
บางครั้งแค่ “คิดว่าเจ้านายอยากได้” ก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยแล้ว
...
เวลา 4 ทุ่มครึ่ง
ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูร
ห้อง 2603
เฉียวซางกับหยาเป่านั่งจ้องทีวี ดูการแข่งขันถ่ายทอดสดอย่างจริงจังสุดๆ
ลมในห้องพัดตลอดเวลา ทำให้ผมของเฉียวซางกับขนของหยาเป่าปลิวเบาๆ อย่างกับฉากหนัง
จู่ๆ ก็มีเสียง ก๊อกๆ ดังขึ้นตรงประตู
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าลอยไปทางประตู ดูท่าจะอยากยื่นหัวออกไปส่องดูว่าใครมา
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าแม่ของเฉียวซางเคยพูดอะไรไว้ มันก็หยุดชะงัก ไม่รีบพุ่งออกไปเหมือนทุกที
ตอนนั้นเอง เสียงของเฉียวซางก็ดังขึ้น
“เปิดได้เลย น่าจะของที่สั่งไว้มาส่ง”
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าหมุนลูกบิด เปิดประตูออก
หน้าประตูยืนอยู่กับสัตว์อสูรตัวหนึ่ง สูงประมาณหนึ่งเมตร ตัวสีชมพูขาว ตรงกลางหน้าผากมีอัญมณีสีชมพูวิบวับ
“ชวนชวน~”
มันถือพัสดุมาในอุ้งเท้าอย่างเรียบร้อย
พอเห็นว่าเป็นซุนเป่าเปิดประตูมา มันก็ไม่ได้ตกใจอะไร แถมยังหยิบปากกาจากกระเป๋าคาดข้างออกมาด้วยท่าทางคุ้นเคย
อัญมณีตรงหน้าผากส่องแสงสีชมพูวาบ แล้วมันก็ยื่นปากกาให้ซุนเป่าแบบมืออาชีพ
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าก็ไม่แปลกใจเหมือนกัน เพราะเจ้านี่แหละที่เคยมาส่งหัวใจแห่งแฟรี่ให้ครั้งก่อน คุ้นหน้าคุ้นตากันทั้งคู่แล้วนั่นแหละ
มันรับปากกามาแล้วขีดๆ วาดรูปหน้าผีใส่บนใบเซ็นชื่อหนึ่งทีแบบชิวๆ
สัตว์อสูรสีชมพูขาวตัวนั้นใช้แสงสีชมพูจากอัญมณีบนหน้าผากบันทึกภาพไว้ทั้งกระบวนการแบบมือโปร
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าพอเซ็นเสร็จ ก็รับกล่องพัสดุกลับเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูเรียบร้อย
จากนั้นก็บินลอยๆ ไปส่งของให้ผู้ฝึกของมันอย่างเป็นงานเป็นการ
เฉียวซางรับพัสดุมาแล้ววางไว้ตรงหน้าหยาเป่า
“ช่วยเปิดให้หน่อยสิ”
“ย่าห์”
หยาเป่ายังตาจ้องการแข่งขันในทีวีไม่กระพริบ แต่ก็ยกอุ้งเท้าขึ้นมา ใช้กรงเล็บอันแหลมเฉือนกล่องเบาๆ แบบไม่ต้องหันไปมองด้วยซ้ำ
กล่องเปิดออกทันที
เฉียวซางก้มลงดูของข้างใน สายตาก็ไปสะดุดกับกล่องใบเล็กสีดำตรงกลางที่มีรหัสล็อกอยู่ทันที
เธอหยิบขึ้นมา แล้วกรอกรหัสเป็นวันแรกที่ชิงเป่าเคยปรากฏตัวที่ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูร
ติ๊ด— “ปลดล็อกสำเร็จ”
เสียงระบบกลไกดังขึ้น
เธอเปิดกล่องออก ภายในนั้นมีก้อนคริสตัลทรงรีสีชมพูอ่อน ขนาดประมาณไข่นกกระทา วางอยู่ตรงกลางอย่างสวยงาม
นี่แหละ… คริสตัลเมฆาสวรรค์ระดับ SS…
ราวกับถูกดึงดูดด้วยพลังอะไรบางอย่าง ชิงเป่าก็ปรากฏตัวออกมาทันที
ทันใดนั้น ลมที่พัดในห้องก็หยุดลง ผมของเฉียวซางและขนของหยาเป่าก็ไม่ปลิวอีกต่อไป
“ชิงชิง?”
ชิงเป่าร้องเบาๆ อย่างอยากรู้ว่าไอ้นี่คืออะไร
“นี่แหละ ของที่เอาไว้ใช้วิวัฒนาการของแกไง” เฉียวซางอธิบาย
“ชิงชิง…”
ชิงเป่าค่อยๆ ยื่นอุ้งมือไปอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่ อยากแตะมันดูสักหน่อย
แปะ!
เฉียวซางรีบปิดฝากล่องลงแล้วพูดเสียงหนักแน่น
“ฉันบอกแล้วไง ว่าจะให้แกวิวัฒนาการก็ต่อเมื่อพลังถึงขีดสุดแล้ว ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ห้ามแตะต้องมันเป็นอันขาด!”
คริสตัลเมฆาสวรรค์ระดับ SS แบบนี้ ใครจะไปรู้ล่ะว่ามือไปแตะปุ๊บจะกระตุ้นการวิวัฒนาการเลยไหม
“ชิงชิง……”
ชิงเป่าเหมือนเพิ่งรู้ตัว ถอยอุ้งมือกลับอย่างตกใจ แล้วทำหน้ารู้สึกผิดเล็กๆ
ต่อมาก็ยิ้มหวานๆ แล้วเอาหน้าไปถูแก้มเฉียวซางเบาๆ แบบอ้อนสุดฤทธิ์
ตอนนี้มันเชื่อใจผู้ฝึกของตัวเองแบบ 90% แล้วแหละ ว่ายังไงก็ทำให้มันวิวัฒนาการทันก่อนแข่งแน่นอน
เฉียวซางชะงักนิดนึงกับสัมผัสนุ่มๆ ที่ข้างแก้ม
เธอสัมผัสได้ชัดเลยว่าชิงเป่าดูจะสนิทกับเธอมากขึ้นอีกขั้นแล้ว
เธอกำลังจะเอื้อมมือไปลูบมันเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
แต่ทันใดนั้น... ฟุ่บ! ชิงเป่าก็แปรเปลี่ยนเป็นสายลมหายตัวไปอีกครั้ง ไปฝึกลมหนุนส่งต่ออย่างไม่ให้เสียเวลา
เฉียวซาง: “…”
เธอส่ายหัวแล้วหันไปพูดกับซุนเป่า
“ฝากเก็บของพวกนี้ให้เรียบร้อยหน่อยนะ”
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าพยักหน้า หยิบวงแหวนของตัวเองออกมา เป่ามันให้ขยายขนาดขึ้น แล้วหามุมดีๆแล้วก็เก็บกล่องใส่เข้าไปอย่างเรียบร้อย
วิวัฒนาการอย่างเดียวไม่พอหรอก…
ต่อให้โชคดีเจอคู่แข่งที่ยังใช้สัตว์อสูรระดับสูงอยู่ ชิงเป่าก็ไม่ได้มีโอกาสชนะมากนัก
ถ้าอยากเพิ่มโอกาสก็ต้องให้มันวิวัฒนาการในช่วงหนึ่งถึงสองวันก่อนแข่ง จะได้มีเวลาฝึกกับทักษะใหม่ที่เพิ่งปลดล็อก
พอคิดถึงตรงนี้ เฉียวซางก็หมดอารมณ์ดูแข่งต่อทันที
อาศัยช่วงเปลี่ยนตัวนักแข่งพอดี เธอก็หลับตาลงแล้วเข้าสู่ตำราอสูร
เธอเปิดไปยังหน้าที่เกี่ยวกับชิงเป่า
[ชื่อ: วายุเพียงพิรุณ]
[คุณสมบัติ: ประเภทแฟรี่, บิน]
[ระดับ: ระดับกลาง (6844/10000)+]
เธอกวาดสายตาลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว แล้วก็ไปหยุดตรงบรรทัดของลมหนุนส่งกับแต้มคะแนนเป็นพิเศษ
[ลมหนุนส่ง (ขั้นสมบูรณ์ 8276/10000)+]
[คะแนน: 7297]
จริงๆ ตอนนี้ถ้านับดูแล้ว แต้มที่มีอยู่ก็พอจะเพิ่มลมหนุนส่งให้ถึงขั้นไร้ที่ติได้เลยด้วยซ้ำ
แล้วก็เอาไปเพิ่มระดับให้ชิงเป่า เพื่อเข้าสู่วิวัฒนาการแบบสมบูรณ์แบบได้แน่นอน...
เฉียวซางคำนวณไวๆ ในใจแวบหนึ่ง แล้วก็ได้ตัวเลขที่พอใจ
โอเค งานนี้ได้ลุ้น!