- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1133 - 1134: ยังคงต้องแข่งขันต่อไป (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1133 - 1134: ยังคงต้องแข่งขันต่อไป (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1133 - 1134: ยังคงต้องแข่งขันต่อไป (สองตอนรวมกัน)
อะไรเนี่ย! แค่พูดก็พอไหม ดันไปแฉเรื่องที่ซุนเป่ามันใช้ข้ามพิกัดมิติได้อีก... เฉียวซางบ่นในใจ ก่อนจะเลื่อนลงไปอ่านคอมเมนต์ข้างล่างไปด้วย
[เหวย! ที่แท้ผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ทำสัญญากับนางฟ้าใจพิสุทธิ์เมื่อไม่นานมานี้ก็คือเฉียวซางเองเหรอ!]
[เมื่อก่อน: ใครมันโชคดีสุดๆ ไปทำสัญญากับนางฟ้าใจพิสุทธิ์ได้วะ! ตอนนี้: นี่มันฝีมือล้วนๆ ชัดๆ!]
[อายุ 17 ของคนอื่น: เป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B ทำสัญญากับสัตว์อสูรในตำนาน อายุ 17 ของฉัน: ด่าลุงโรงอาหาร ด่าตอนวิ่งช่วงเช้า ด่าตอนอ่านหนังสือช่วงเช้า กินข้าวเช้ายังไม่หมดก็คิดแล้วว่ากลางวันจะกินอะไรดี นอนดูหนังติดซีรี่ส์ไปวันๆ]
[ดูสัตว์อสูรของคนอื่นสิ นางฟ้าใจพิสุทธิ์เงี้ย สัตว์อสูรประเภทผีที่ข้ามพิกัดมิติได้ แล้วหันกลับมาดูสัตว์อสูรของฉัน... ตอนเช้าปลุกไม่ตื่น อัญเชิญออกมาสู้ยังนอนต่อให้ฉันโดนเพื่อนล้อทั้งห้อง ไอ้หมีง่วงนอนบ้านี่!]
[อ๊ากกกก! นางฟ้าใจพิสุทธิ์! ฉันอยากเห็นนางฟ้าใจพิสุทธิ์แข่งเร็วๆ!]
[อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าเฉียวซางกับนางฟ้าใจพิสุทธิ์เข้ากันดีแฮะ คนมีพรสวรรค์แบบเธอถึงจะคู่ควรกับสัตว์อสูรในตำนาน]
[เดี๋ยวๆ เฉียวซางไม่ใช่คนภูมิภาคจงคงไม่ใช่เหรอ?! แล้วไปทำสัญญากับสัตว์อสูรในตำนานของที่นั่นได้ไง! เร็วเข้า เอาเฉียวซางมาเป็นคนภูมิภาคจงคงซะ! @รัฐบาลจงคง]
[ปีที่แล้วเฉียวซางยังแข่งอยู่ใน การแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติอยู่เลย ปีนี้แข่งเป็นระดับภูมิภาคแล้ว ฉันล่ะอึ้งไปเลย...]
[ฉันว่าแล้วว่าทำไมเฉียวซางถึงดูคุ้นๆ อ๋อ! ตอนนั้นฉันเห็นเธอที่ทางออกลับหมายเลข 16 ในอาณาเขตลึกลับ เธอเป็นคนแรกที่ออกมา ตอนนั้นยังแปลกใจอยู่เลย ที่แท้ก็เพราะเธอทำสัญญากับนางฟ้าใจพิสุทธิ์นี่เอง]
[เฉียวซางนี่ทำสัญญากับนางฟ้าใจพิสุทธิ์จริงๆ นะ ก่อนหน้านี้เธอช่วยฉันทำภารกิจพิเศษ ไปตามหาสัตว์อสูรให้จากในอาณาเขตลึกลับ ตอนนั้นฉันนึกว่าเธออายุรุ่นราวคราวเดียวกับคุณปู่คุณย่าฉัน ที่ไหนได้ อายุไล่เลี่ยกันซะงั้น ไม่แปลกเลยที่เธอให้ฉันเรียกว่าพี่แทนผู้อาวุโส...]
[พูดตรงๆ เลยนะ ถ้าเป็นเฉียวซางทำสัญญากับนางฟ้าใจพิสุทธิ์ ฉันไม่มีปัญหา]
อืม... ดูเหมือนคอมเมนต์จะยังสงบสุขอยู่ดี เฉียวซางกดออกจากหน้านั้นแบบไม่ได้คิดอะไรมาก ก่อนจะเผลอรีเฟรชมือถือไปที แล้วก็เจอเรื่องตัวเองติดเทรนด์อีกแล้ว
[เฉียวซาง แชมป์การแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติ]
เพิ่งแข่งรอบคัดเลือกไปเอง ทำไมอะไรๆ มันถูกขุดหมดแล้วเนี่ย... เฉียวซางกดเข้าไปดูเล่นๆ
ในนั้นเป็นวิดีโอ ตอนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของหยาเป่ากับเงาอสนีบาต ฉากที่เธอได้รับการประกาศให้เป็นแชมป์ของการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติครั้งที่ 336
แคปชันของโพสต์คือ: "เมื่อปีที่แล้ว เฉียวซางยังแข่งอยู่ใน การแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติอยู่เลย..."
ส่วนคอมเมนต์ใต้โพสต์ก็กดกันรัวๆ ไปแล้วหลายร้อย
[นักเรียนสมัยนี้เก่งกันขนาดนี้แล้วเหรอ?! มีพวกเขาอยู่ ฉันก็วางใจแล้วล่ะ!]
[ด้วยระดับของเฉียวซาง ขืนไปลงแข่งการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติก็คือไล่ฆ่าทุกคนไม่ยั้งอะ]
[สัตว์อสูรสีแดงตัวนั้นของเฉียวซางชื่ออะไรอะ?]
[ฉันไปย้อนดูการแข่งขันมาแล้วนะ รู้ไหมว่าเห็นอะไร? กลุ่มดาวสีเขียว! เฉียวซางตอนนั้นยังกลุ่มดาวสีเขียวนะเว้ย!]
[เดี๋ยวนะ ขอเรียบเรียงแป๊บ... แปลว่าเฉียวซางใช้เวลาแค่ปีเดียว ไต่จากผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ D มาเป็นระดับ B เนี่ยนะ?!]
[เฮ้ย! ฉันนึกว่าเฉียวซางเป็นคนที่ตื่นพลังสมองตั้งแต่เด็กซะอีก ไม่ใช่เหรอ?!]
[ไม่มีใครที่รู้จักเฉียวซางมาแฉหน่อยเหรอ?]
[เฉียวซางเป็นคนภูมิภาคเย่หัวน่ะ ลองไปหาคนที่นั่นดูดิ อาจมีคนแฉ]
[เดี๋ยวๆ เรื่องเฉียวซางแข่งระดับภูมิภาคมันยังไม่ถึงหูคนเย่หัวอีกเหรอ?!]
[คนเย่หัวรายงานตัว! ปกติฉันดูแต่การแข่งขันระดับนานาชาติหรือไม่ก็ระดับภูมิภาค ไม่ค่อยสนใจการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติเท่าไหร่ แต่เฉียวซางไม่น่าจะเรียนที่เย่หัวนะ ถ้าเรียนจริง โรงเรียนต้องโปรโมทรัวๆไปนานแล้ว]
อีกไม่นาน แข่งที่อัลติเมทสตาร์ตอนนั้นก็คงโดนขุดมาอีกสินะ... เฉียวซางปิดเทรนด์ไปเฉยๆ วางมือถือไว้ที่เดิม สีหน้าก็ยังนิ่งๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ก็ใช่ว่าถูกขุดขึ้นมาก็จะเป็นอะไรซะหน่อย ตอนนี้เธอกับตอนแข่งที่อัลติเมทสตาร์ มันคนละระดับกันไปแล้ว
…
ช่วงสองสามวันต่อมา เฉียวซางก็ยังคงไปฝึกซ้อมที่คฤหาสน์นอกเมืองตามปกติ
ช่วงสามวันแรก ชื่อของเธอยังติดอยู่ในเทรนด์ร้อนแรง แต่หลังจากนั้น ข่าวคราวก็ถูกแทนที่ด้วยนักแข่งคนอื่นๆ ในการแข่งขันระดับภูมิภาค
การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป สิ่งที่คนให้ความสนใจและพูดถึงกันอย่างคึกคัก ก็คือการแข่งขันที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเสมอ
ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่เฉียวซางก็ยังรู้สึกได้ว่าชื่อเสียงของตัวเองเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ
เดินไปตามถนนก็มีคนแอบถ่ายรูปบ้าง บางคนถึงขั้นวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยกัน แถมตอนกินข้าวยังมีคนจำเธอได้แล้วเสนอจะเลี้ยงข้าวให้ด้วยซ้ำ
ในร้านอาหาร
หลังจากปฏิเสธน้ำใจของคนที่อยากเลี้ยงข้าว เฉียวซางก็ก้มหน้ากินต่อเงียบๆ
“แน่ใจนะว่าไม่ไปพักที่โรงแรม?” เย่เซียงถิงที่นั่งตรงข้ามถามขึ้น “โรงแรมที่แม่หาให้ลูกวันก่อนก็ดูดีอยู่นะ แม่ไปเช็คมาแล้ว เรื่องความเป็นส่วนตัวคือเริ่ดมาก แถมมีนักแข่งหลายคนก็พักอยู่ที่นั่น”
เฉียวซางยกซุปขึ้นจิบแล้วตอบเรียบๆ “อยู่ที่ศูนย์รับรอบผู้ฝึกสัตว์อสูรก็ดีนะคะ ไม่มีใครมารบกวนเลย”
นอกจากตอนออกไปข้างนอกจะมีคนแอบถ่ายบ้าง แต่เวลาที่อยู่ในห้องพักก็ไม่ได้มีใครมายุ่งวุ่นวายอย่างที่ข่าวลือว่าจะถูกก่อกวน
“นั่นก็เพราะตอนนี้ยังอยู่ในรอบคัดเลือก แถมยังไม่รู้ว่าใครจะได้แข่งกับเธอในรอบต่อไป” เย่เซียงถิงพูดด้วยน้ำเสียงกังวล “แต่พอวันนี้จบรอบคัดเลือก พรุ่งนี้ก็เริ่มแข่งรอบ 100 คนสุดท้ายแล้ว ถ้ารายชื่อคู่แข่งของลูกถูกประกาศออกมา มีหวังโดนรบกวนหนักแน่ แล้วถ้านอนไม่พอ มีผลกับแข่งขึ้นมาจะทำยังไง?”
เฉียวซางเงยหน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มบางๆ
“แม่ ลืมไปแล้วเหรอว่าหนูมีลู่เป่าอยู่ด้วยนะ?”
จริงๆ เธอก็ไม่ได้คิดจะนอนอยู่แล้ว พอรอบคัดเลือกจบ ยังคงเหลือนักแข่งอีกสองร้อยกว่าคน ข้อมูลของแต่ละคนเธอยังไม่ได้ดูละเอียดเลย แถมทักษะลมหนุนส่งของชิงเป่าก็ยังไม่ได้พัฒนาไปถึงขั้นไร้ที่ติเลย
โดนรบกวนก็ไม่เห็นเป็นไร ถ้านอนไม่ได้ก็แค่ดูข้อมูลนักแข่งไปพลางๆ แล้วค่อยออกไปฝึกที่คฤหาสน์นอกเมืองข้ามคืนซะเลย
เย่เซียงถิงที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างก็ชะงักไปทันที
ตอนนั้นเอง มิเคลล่าที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็วางมือถือแล้วพูดขึ้นว่า
“เม็ดพลังงานของหยาเป่ากับพวกสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ทางมหาวิทยาลัยทำเสร็จแล้วนะ วันนี้น่าจะส่งมา ฉันเดี๋ยวจัดการเอาไปให้เอง”
เฉียวซางตาเป็นประกายขึ้นมาทันที พยักหน้ารับ “โอเคค่ะ”
มีเม็ดยาที่เหมาะกับระดับพลังปัจจุบัน การพัฒนาของหยาเป่ากับตัวอื่นๆ ก็จะเร็วขึ้นอีกหน่อย
“มหาวิทยาลัยช่วยผลิตเม็ดพลังงานให้ด้วยเหรอคะ?” เย่เซียงถิงถามอย่างแปลกใจ
“ก็เพราะเฉียวซางเป็นกรณีพิเศษไงล่ะค่ะ” มิเคลล่าหัวเราะ “เธออยู่ในชั้นเรียนผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ดีที่สุดของมหาวิทยาลัย นี่ถือเป็นสวัสดิการปกติ”
พอได้ยินแบบนั้น เย่เซียงถิงก็รู้สึกภูมิใจขึ้นมาอย่างประหลาด แล้วจู่ๆ ก็อดคิดอะไรบางอย่างไม่ได้…
ตอนที่เปิดร้านเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรก็เพราะอยากหาเงินมาให้ลูกสาวใช้ฝึกสัตว์อสูรให้เก่งขึ้น
แต่สุดท้าย เฉียวซางไม่เคยโทรมาขอเงินจากเธอเลยสักครั้ง แถมมหาวิทยาลัยยังดูแลค่าใช้จ่ายเรื่องเม็ดพลังงานให้อีก แล้วที่เธอทำงานหนัก หาเงินแทบตายมาตลอด มันเพื่ออะไรกันแน่…?
แต่ก่อนที่เธอจะได้คิดต่อ เฉียวซางก็พูดขึ้นมาเสียก่อน
“แม่ ไหนๆ ก็มาถึงภูมิภาคจงคงทั้งที ลองออกไปเดินดูของหน่อยไหม? ที่นี่มีของเกี่ยวกับสัตว์อสูรประเภทบินเยอะเลยนะ พิราบทะยานกับนกฮูกผู้ศรัทธาน่าจะได้ของดีไปใช้แน่ๆ”
เย่เซียงถิงชะงักไปนิด ก่อนจะยิ้มออกมา “แม่เดินดูมาบ้างแล้วล่ะ แต่ได้ยินมาว่าถ้าจะหาของเกี่ยวกับสัตว์อสูรประเภทบินเยอะสุดๆ ต้องไปที่เมืองฮุ่ยเทียน เดี๋ยวรอดูแข่งรอบ 100 คนสุดท้ายจบก่อน ค่อยหาเวลาลองไปดูสักรอบ”
เมืองฮุ่ยเทียน...
พอได้ยินชื่อนี้ เฉียวซางก็พลันนึกถึงหินทึบคมที่เคยซื้อจากที่นั่นขึ้นมา
ตอนนั้นตั้งใจเอามาให้กงเป่าฝึกทักษะกัด แต่สุดท้ายก็ยุ่งไปหมดจนไม่มีเวลาให้มันฝึกสักที
ตอนนี้ก็เหมือนกัน ต้องเตรียมตัวแข่งระดับภูมิภาคจนไม่มีเวลาว่าง ถ้าแม่ไม่พูดถึง ก็คงลืมไปแล้วว่าตัวเองยังมีของนี้อยู่…
ค่ำคืนวันนั้น
หลังจากดูรอบสุดท้ายของการแข่งขันรอบคัดเลือกจบ เฉียวซางก็ปิดทีวี ก่อนจะหันไปมองทางหน้าต่าง
หน้าต่างถูกปิดสนิท กระจกกันเสียงกั้นทุกอย่างจากภายนอก รวมถึงลมที่พัดแรงจนทำให้ม่านสะบัดไปมาอย่างบ้าคลั่ง
เธอเงียบไปสองวินาที ขณะที่ลมพัดดังอื้ออึงอยู่ข้างหู พร้อมกับเส้นผมที่ลอยปลิวไปตามกระแสลม แล้วพูดขึ้นว่า
“ชิงเป่า… พักก่อนดีไหม?”
“ชิงชิง~”
ลมสงบลงทันที ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบสงบ ชิงเป่าปรากฏตัวออกมา ลอยไปนั่งข้างเตียง หยิบมือถือขึ้นมาดูนาฬิกา แล้วส่ายหัวเบาๆ ส่งเสียงตอบว่าเวลาฝึกซ้อมสิบชั่วโมงของมันยังไม่ครบ
พูดจบ ร่างของมันก็สลายกลายเป็นสายลมหายไป
แค่เสี้ยววินาที ลมในห้องก็พัดกระโชกขึ้นมาอีกครั้ง
เส้นผมของเฉียวซางปลิวไสว เธอเหลือบไปมองซุนเป่าที่กำลังนั่งคุยเรื่องการแข่งขันรอบวันนี้อย่างเมามันกับหยาเป่า แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจในใจ
ทำไมสัตว์อสูรของเธอแต่ละตัวถึงจริงจังกันขนาดนี้… มีแค่ซุนเป่าที่ดูจะเอื่อยเฉื่อยหน่อย
“ซุนซุน?”
ซุนเป่ารับรู้ถึงสายตาของผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง รีบร้องตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พรุ่งนี้ถึงตามันลงสนามแล้วใช่ไหม!?
“ก็น่าจะเป็นไปได้นะ” เฉียวซางตอบสบายๆ “ต้องดูก่อนว่าคู่แข่งเป็นใคร”
“ซุนซุน!”
ซุนเป่ายกอุ้งเท้าทำท่ากำหมัด ส่งเสียงหนักแน่นอย่างมั่นใจ ไม่ว่าใครมันก็จะซัดให้ร่วงให้หมด!
จากนั้นก็มองมาที่เฉียวซางด้วยแววตาเป็นประกายเต็มไปด้วย “เลือกมัน! เลือกมัน!”
เวลานี้กลับขยันขันแข็งขึ้นมาทันทีแฮะ... เฉียวซางก็เข้าใจความคิดของมันอยู่หรอก
ซุนเป่าไม่ค่อยชอบฝึกซ้อม ไม่ชอบการต่อสู้เท่าไหร่ แต่ชอบแสงไฟบนเวที ชอบเสียงเชียร์ของคนรอบข้าง
พูดง่ายๆ ก็คือ... ไม่ชอบสู้ แต่ชอบแข่งต่อหน้าผู้ชมเยอะๆ แล้วชนะ
“ย่าห์!”
ยังไม่ทันที่เฉียวซางจะพูดอะไร หยาเป่าก็ร้องแทรกขึ้นมา ถ้าจะให้ใครลงสนาม ก็ต้องเป็นมันสิ!
“ซุนซุน!”
ซุนเป่าทำหน้าจริงจังขึ้นมาทันที ร้องเถียงกลับ ผู้ฝึกสัตว์อสูรของพวกเราบอกเองว่าคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่รอบหลังๆ! ตอนนี้เพิ่งแข่งแค่รอบสองเอง แน่นอนว่าต้องเป็นตาของมันก่อน!
“ย่าห์…”
หยาเป่าชะงักไปนิด ทำหน้าใช้ความคิด และพบว่าซุนเป่าพูดมีเหตุผล
ตลอดการแข่งขันที่ผ่านมา มันแข็งแกร่งกว่าซุนเป่าอยู่แล้ว คู่แข่งที่เก่งๆ ก็ควรเป็นมันที่ได้รับหน้าที่จัดการ
ซุนเป่าเหล่มองปฏิกิริยาของหยาเป่าอย่างพอใจ คิดในใจว่า รู้แล้วว่าหยาเป่าชอบเหตุผลแนวนี้
เฉียวซางฟังบทสนทนาของสองตัวนี้แล้วก็อดขยับมุมปากขึ้นไม่ได้ ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“แต่ก็ไม่แน่เสมอไปนะ คู่แข่งเป็นการจับสุ่ม ก็มีโอกาสจะเจอพวกแข็งๆ ตั้งแต่แรกเหมือนกัน”
“ย่าห์!!”
พอได้ยินแบบนั้น หยาเป่าก็ตาวาวขึ้นมาทันที
“ซุนซุน…”
ส่วนซุนเป่าก็ทำหน้าช็อค เฮ้ย ไม่จริงใช่ไหม!?
เฉียวซางมองมันแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ตอนนี้กงเป่าสามารถล้มคู่แข่งได้สามตัวแล้ว ถ้าอยากได้โอกาสแข่งในสนามใหญ่ๆ บ่อยขึ้น ก็ต้องเก่งขึ้นให้ถึงระดับที่ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใคร จะมาในรอบต้นหรือรอบลึก ก็สามารถจัดการได้หมด”
“ซุนซุน…”
ซุนเป่าอึ้งตาค้างไปเลย…
อะไรนะ?
อย่าบอกนะว่า... ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันคิดว่ามันอ่อนแอเกินไป?
หรือว่า… พลังของเจ้าน้องเล็กในทีมกำลังจะแซงหน้ามันแล้ว!?
ซุนเป่าหันไปมองกงเป่าที่กำลังฝึกใช้ ทักษะใบหน้าหวาดกลัวอย่างตั้งใจ สัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่างลอยมาเต็มๆ
ถ้าถูกเจ้าน้องสี่แซงหน้าไปล่ะก็... เท่ากับว่ามันจะไม่มีน้องให้เบ่งอีกต่อไปเลยไม่ใช่เหรอ!?
ซุนเป่าหน้าตึงขึ้นมาทันที คิดมากจนทั้งคืนแทบไม่ได้พักครึ่งหนึ่งของเวลาทั้งหมดใช้ไปกับการฝึกซ้อมแทน...
เช้าวันที่ 8 กันยายน
จอเสมือนยักษ์ของห้างสรรพสินค้ากำลังถ่ายทอดสดการแข่งขันระดับภูมิภาค คนจำนวนไม่น้อยยืนดูอยู่ตรงนั้น
จำนวนผู้ชมในไลฟ์สดอย่างเป็นทางการของการแข่งขันก็พุ่งสูงแตะหลักหลายสิบล้านแล้ว
ในบริษัทต่างๆ เหล่าพนักงานออฟฟิศแอบเข้าไปดูในห้องน้ำบ้าง หรือไม่ก็ดูแอบๆ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ในที่ทำงานกันเป็นว่าเล่น
แม้จะเป็นวันทำงาน แต่ยอดผู้ชมการแข่งขันระดับภูมิภาคก็กินไปถึง 87% ของประชากรในภูมิภาคจงคงเลยทีเดียว
สนามแข่งพิชิตนภา คนแน่นเอี๊ยด ที่นั่งเต็มทุกพื้นที่
ในพื้นที่โซนของนักแข่งและครอบครัว
"ทำไมถึงไม่ให้นั่งด้วยกันเลยล่ะ?" เย่เซียงถิงบ่นพลางพยายามมองไปยังโซนผู้เข้าแข่งขัน หวังจะหาเงาของลูกสาว
แต่คนเยอะมาก แถมระยะทางก็ไกลไปหน่อย การรับพลังาสะท้อนกลับจากสัตว์อสูรของเธอยังไม่ได้ช่วยพัฒนาการมองเห็นมากพอ ทำให้เธอยังมองไม่เห็นหน้าตาของแต่ละคนชัดเจน
"น่าจะเป็นเพราะเรื่องมุมกล้องในการถ่ายทอดสดมั้งครับ?" หลิวเหยาตอบ "ถ้านักแข่งนั่งรวมกันแบบนี้ พอกล้องแพนผ่านก็จะเห็นทุกคนในทีเดียว"
"แล้วคุณเห็นเฉียวซางอยู่ตรงไหนไหมคะ?" เย่เซียงถิงถามต่อ
หลิวเหยากวาดตามองไปยังโซนนักแข่งแวบเดียวก่อนตอบว่า "แถวที่หก ที่นั่งที่สาม"
"สายตาดีมากเลยนะคะเนี่ย เจอเร็วขนาดนี้เชียว" เย่เซียงถิงอดชมไม่ได้
หลิวเหยาหัวเราะเบาๆ "รอให้สัตว์อสูรของคุณวิวัฒนาการอีกสักสองสามรอบ คุณก็จะเห็นได้แบบนี้เหมือนกันนั่นแหละครับ"
สัตว์อสูรวิวัฒนาการอีกสองสามรอบ…
เย่เซียงถิงนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีแสงสว่างพุ่งเข้ามาในหัว
ใช่สิ...
ลูกสาวของเธอตอนนี้เป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B แล้ว อายุขัยก็นานขึ้น แถมไม่ต้องพึ่งเงินจากร้านเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรของเธออีกแล้ว...
แล้วเธอล่ะ? จะสามารถอยู่เคียงข้างลูกไปได้นานแค่ไหนกัน?
ถ้าเธอไม่พัฒนาตัวเอง ต่อไปเธอจะตามลูกสาวทันได้ยังไง...?
เสียงของพิธีกรดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเย่เซียงถิง
"ท่านผู้มีเกียรติ! และผู้ชมทั่วประเทศ! ยินดีต้อนรับเข้าสู่การแข่งขันระดับภูมิภาคปีนี้ครับ!"
เย่เซียงถิงตั้งสติ มองไปยังเวทีการแข่งขัน
"หลังจากการต่อสู้อันดุเดือดตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา! ตอนนี้เราได้ผู้ผ่านเข้ารอบต่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!" พิธีกรประกาศเสียงดัง
"วันนี้! เราจะเข้าสู่รอบการแข่งขัน 216 คน สู่ 108 คนสุดท้าย!"
"และก่อนเริ่มการแข่งขัน! ขอเชิญท่านลั่วฮ่วนจากพันธมิตรผู้ฝึกสัตว์อสูรครับ!"
โซนนักแข่ง
"ซุนซุน..."
ระหว่างที่พิธีกรพูดเปิดงาน ซุนเป่าก็นั่งกระดกน้ำยาเพิ่มพลังอย่างขะมักเขม้น
นักแข่งรอบๆ แอบเหลือบตามองมันเป็นระยะ
ในฐานะที่เฉียวซางเป็นม้ามืดที่มาแรงที่สุดของการแข่งขันรอบนี้ ต่อให้พวกเขาไม่ได้ตามหาข้อมูลเป็นพิเศษ แต่ข้อมูลของเธอก็ถูกขุดมาจนเกลื่อนเทรนด์อยู่แล้ว
นี่สินะ...สัตว์อสูรประเภทผีที่ใช้ข้ามพิกัดมิติได้...
นักแข่งหลายคนแอบสังเกตซุนเป่าอย่างจริงจัง ไม่มีใครมองข้ามมันเพียงเพราะตัวมันเล็ก และไม่มีใครดูถูกที่มันไม่ได้ใส่กำไลปรับขนาดเลย
ผู้ฝึกสัตว์อสูรมืออาชีพรู้กันดีว่า... การตัดสินสัตว์อสูรจากขนาดตัวเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์
สัตว์อสูรตัวเล็กหลายตัว สามารถใช้จุดเด่นของขนาดร่างกายให้เป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันได้เสมอ
เฉียวซางเหลือบมองซุนเป่าที่ซดน้ำยาเพิ่มพลังเข้าไปอึกใหญ่ ก่อนถามว่า
"ฟื้นตัวดีแล้วใช่ไหม?"
เธอเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าประโยคเดียวที่พูดเมื่อคืนจะทำให้ซุนเป่าถึงกับยอมอดใจไม่เล่นมือถือหรือคอมตอนกลางคืน แล้วหันมาฝึกซ้อมแทน...
"ซุนซุน~!"
ซุนเป่ากลืนพลังงานเหลวลงไปในคอ ก่อนจะร้องตอบอย่างมั่นใจ!
ก็ฟื้นตัวแล้วแหละ แต่ถ้าดื่มเพิ่มอีกหน่อย เผื่อพลังงานในร่างกายจะเพิ่มขึ้นอีกนิดก็ได้นะ
เฉียวซาง: "……"
เอ็งนี่คิดเยอะเหมือนกันนะ มั่นใจขนาดนี้เลยเหรอว่าฉันจะส่งแกลงสนาม?
แต่สุดท้าย เฉียวซางก็ไม่ได้พูดให้ซุนเป่าหมดกำลังใจ ปล่อยให้มันกระดกน้ำยาไปตามสบาย
ตอนนั้นเอง นักแข่งคนหนึ่งที่นั่งข้างๆ ดูเหมือนจะอายุสักยี่สิบต้นๆ เขาทำท่าลังเลอยู่นานเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง ก่อนจะอดรนทนไม่ไหวเอนตัวเข้ามาถาม
“ในเน็ตเขาพูดกันว่าเธอทำสัญญากับนางฟ้าใจพิสุทธิ์จริงปะ?”
“จริงค่ะ” เฉียวซางพยักหน้ารับ
สำหรับเธอ เรื่องที่เธอทำสัญญากับชิงเป่าไม่ใช่ความลับอะไรหรอก เมื่อก่อนเธอแค่ต้องการใช้ชีวิตเงียบๆ ไม่อยากเป็นจุดสนใจ แต่ในเมื่อมาถึงจุดที่ต้องแข่งระดับภูมิภาคแล้ว ยังไงก็หนีไม่พ้นอยู่ดีนั่นแหละ
แถมถ้าหากชิงเป่าสามารถวิวัฒนาการสำเร็จในช่วงแข่งขัน เธอก็มีแผนจะให้มันลงสนามด้วยเหมือนกัน
นักแข่งหนุ่มที่ถาม ดูท่าเขาจะทำใจยอมรับความจริงไปก่อนหน้านี้แล้ว เขารีบพูดต่อทันทีว่า
“ฉันชื่อหรงอวี้ฮว่าขอแลกรายชื่อติดต่อหน่อยได้ไหม?”
เฉียวซางหันไปมองเขา
หรงอวี้ฮว่ารีบยกมือโบกไปมา “ไม่ได้มีอะไรแอบแฝงนะ! แค่แบบ… เผื่อในอนาคตจะมีโอกาสได้เห็นนางฟ้าใจพิสุทธิ์ในสตอรี่ของเธอเฉยๆ”
เฉียวซางมองหน้าเขาที่ดูจริงใจแบบสุดๆ แล้วก็ไม่ได้คิดมากอะไร หยิบมือถือออกมา แลกคอนแทคกับเขา
ผ่านไปไม่กี่นาที เสียงของพิธีกรก็ดังขึ้นจากลำโพง
“และตอนนี้! เราจะเข้าสู่ช่วงการสุ่มแบ่งสายการแข่งขันกันครับ!”
“ขอเชิญ กรรมการจากสำนักงานตรวจสอบผู้ฝึกสัตว์อสูร