- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1111: เมืองเทียนอัน
บทที่ 1111: เมืองเทียนอัน
บทที่ 1111: เมืองเทียนอัน
“เพิ่งวิวัฒนาการไปเมื่อเดือนหรือสองเดือนก่อนนี่เองค่ะ” เฉียวซางพูดแบบไม่ให้เป็นจุดสนใจมากนัก “รอบนี้อยู่ในอาณาเขตลึกลับนานไปหน่อย มันเลยวิวัฒนาการน่ะค่ะ”
แน่นอนว่ามิเคลล่ารู้ช่วงเวลาที่ชิงเป่าวิวัฒนาการดีอยู่แล้ว แต่ที่ทำเป็นตกใจขนาดนี้ก็แค่แสดงให้เห็นว่าเธอไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอาณาเขตลึกลับเลย
“ย่าห์ ย่าห์!”
ตอนที่เธอกำลังจะพูดอะไรต่อ จู่ๆ หยาเป่าก็เชิดหัวเดินออกมาจากห้องน้ำ หน้าตาดูคาดหวังว่าคนจะต้องกรี๊ดแน่นอน
มิเคลล่าหันไปมองหยาเป่า เงียบไปหนึ่งวินาที ก่อนทำหน้าตกตะลึง แล้วเปลี่ยนเป็นไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
“อสูรเพลิงพิศวงก็วิวัฒนาการแล้วเหรอ?!”
หลังจากแสดงจบ เธอก็รู้สึกอายขึ้นมานิดหน่อย ไม่ใช่เพราะต้องเล่นละคร แต่เพราะรู้สึกว่าตัวเองเล่นใหญ่ไปหน่อย...
“ย่าห์!”
หยาเป่าทำหน้าภูมิใจสุดๆ แล้วรีบพยักหน้ารับ
“หยาเป่าวิวัฒนาการในวันเดียวกับที่เราออกจากอาณาเขตลึกลับเลยค่ะ อาจารย์รู้มั้ยว่าในมิตินั่นเราต้องเจอกับอะไรบ้าง...”
พอพูดถึงเรื่องนี้ เฉียวซางก็ยิ่งมีไฟเล่า บรรยายตั้งแต่ต้นยันจบว่าเธอเข้าไปใต้ดินยังไง เจอมังกรเกราะหลอมได้ยังไง กว่าจะกำจัดตัวแรกได้ลำบากแค่ไหน แต่ดันมีตัวที่สองโผล่มาอีก แล้วหลังจากช่วยหยาเป่าออกมา ถึงได้รู้ว่ามันดูดซับเมล็ดไฟหลอมรวมเข้าไป
มิเคลล่าทำหน้าตาจริงจังเหมือนกำลังตั้งใจฟังสุดๆ
เฉียวซางเล่าไปยาวๆ จนคอแห้ง สุดท้ายลุกขึ้นไปหยิบน้ำมาดื่ม
มิเคลล่าทำทีเป็นครุ่นคิด “ถ้างั้น... วิวัฒนาการของอสูรเพลิงพิศวงเกี่ยวข้องกับเมล็ดไฟหลอมรวม?”
เฉียวซางแสดงความเห็นตัวเอง “ก็ยังไม่แน่หรอกค่ะ ตอนนั้นหยาเป่าพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินแล้ววิวัฒนาการกลางแดดจ้าเลยนะ อาจจะเกี่ยวกับแสงแดดก็ได้ค่ะ”
สถานที่ที่ภูติขลุ่ยประกายแสงทำนายไว้น่าจะมีความหมายบางอย่าง แถมหลังวิวัฒนาการหยาเป่าก็ได้ทักษะใหม่มาอีกสามอย่างที่เกี่ยวกับพระอาทิตย์ทั้งนั้น ยังไงก็น่าจะมีความเชื่อมโยงกับแสงแดดแน่ๆ
แต่ประเด็นนี้เธอไม่ควรพูดออกไปตรงๆ เพราะเธอเพิ่งบอกไปเองว่าหยาเป่าพึ่งวิวัฒนาการในวันออกจากอาณาเขตลึกลับ ถ้างั้นเธอจะไปรู้ได้ยังไงว่ามันมีทักษะอะไรเพิ่มขึ้นมา แถมรู้ทันทีว่ามีถึงสามทักษะอีกต่างหาก...
แล้วทันใดนั้น เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าต้องแจ้งเรื่องวิวัฒนาการของหยาเป่าให้รองผู้อำนวยการรู้ก่อนนี่นา...
ถ้าอสูรเพลิงพิศวงวิวัฒนาการจากเมล็ดไฟหลอมรวม มันก็น่าจะวิวัฒนาการในแมกมาหรือพุ่งออกจากแมกมาได้ แต่ถ้าเป็นเพราะแสงแดดล่ะก็การที่มันพุ่งขึ้นจากใต้ดินก็อธิบายได้ เพราะสัตว์อสูรที่พลังงานถึงจุดเปลี่ยนแปลงจะถูกดึงดูดเข้าหาสิ่งที่กระตุ้นวิวัฒนาการโดยอัตโนมัติ...
มิเคลล่าจมดิ่งอยู่ในความคิด
คราวนี้เธอไม่ได้แกล้งทำท่าไตร่ตรอง แต่คิดจริงๆ
ผ่านไปไม่กี่วินาที เธอก็ได้สติกลับมา แล้วยิ้มออกมา
“อสูรเพลิงพิศวงวิวัฒนาการได้ก็ดีแล้วล่ะ ฉันเองก็เป็นห่วงอยู่นานเพราะมันยังไม่มีเส้นทางวิวัฒนาการที่แน่นอน พอทั้งนางฟ้าใจพิสุทธิ์แล้วก็อสูรเพลิงพิศวงวิวัฒนาการได้แล้ว ฉันจะให้คนจากสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิมาดูอีกที จะได้ปรับเม็ดพลังงานให้เหมาะสม”
เฉียวซางตอบกลับทันที “งั้นก็ต้องรบกวนอาจารย์ด้วยนะคะ”
“เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว” มิเคลล่าพูดต่อ “แต่ก่อนหน้านั้น เราต้องไปเมืองเทียนอันกันก่อนเถอะ”
เฉียวซางพยักหน้า “เข้าใจแล้วค่ะ”
เมืองเทียนอัน เป็นเมืองที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับภูมิภาคอย่างเป็นทางการในรอบนี้
“งั้นเธอพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทาง”
มิเคลล่าสั่งเสร็จแล้วก็หันหลังเตรียมออกจากห้อง
แต่พอมือแตะลูกบิดประตู เธอก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เลยหันกลับมาถาม
“ตั้งชื่อวิวัฒนาการใหม่ของอสูรเพลิงพิศวงรึยัง?”
เฉียวซางตอบทันที “อสูรเพลิงพิศวงวิวัฒนาการเป็นผู้พิทักษ์อัคคีเจิดจรัสค่ะ”
เป็นชื่อที่ดีใช้ได้เลย...
มิเคลล่าพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนผลักประตูออกไป
เฉียวซางมองประตูที่ปิดลงไปแล้ว ครุ่นคิดบางอย่างอยู่
“กงเจี่ยน?”
กงเป่าหันมามอง ทำหน้าเหมือนถามว่า “เป็นอะไร?”
จริงอยู่ว่ามันเชื่อมต่อความคิดกับผู้ฝึกได้บางครั้ง แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่มันจะรับรู้ได้ อย่างเช่นตอนนี้ มันก็ไม่รู้ว่าเฉียวซางกำลังคิดอะไรอยู่
เฉียวซางทำหน้าจริงจัง “ฉันรู้สึกว่าอาจารย์มีอะไรแปลกๆน่ะ”
“กงเจี่ยน?”
กงเป่าทำหน้าสงสัย
อะไรแปลก?
เฉียวซางส่ายหัว “ไม่มีอะไรหรอก มั้ง... อาจจะคิดมากไปเอง”
ถ้าจะให้เธอพูดตรงๆ ก็คงเพราะว่ารู้สึกว่าอาจารย์มิเคลล่ารับข่าวเรื่องวิวัฒนาการของหยาเป่าได้ง่ายเกินไป แบบ... สงบเกินจนเธอเหมือนเล่นละคร มันเลยรู้สึกแปลกๆ
กงเป่า: “......”
เฉียวซางเลิกคิดเรื่องนี้ ควักโทรศัพท์ออกมา แล้วกดโทรหาหลิวเหยา รองผู้อำนวยการ
ยังไงเรื่องวิวัฒนาการของหยาเป่าก็ต้องแจ้งเขาก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวข้อมูลที่เก็บไม่สมบูรณ์ แล้วจู่ๆหยาเป่าวิวัฒนาการอีกรอบจะลำบากกันหมด
เสียงรอสายดังอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนปลายสายจะรับ
เสียงของรองผู้อำนวยการชัดเจนตามแบบฉบับของเขา
“ฮัลโหล เฉียวซาง?”
เฉียวซางทักทายตามมารยาทก่อน “สวัสดีค่ะ ท่านรองผู้อำนวยการคะ ไปที่จุดทำนายมาแล้วได้อะไรบ้างไหมคะ?”
เสียงของหลิวเหยาฟังดูสงบนิ่ง “ยังไม่มีอะไรเลย อาจจะยังไม่ถึงเวลาก็ได้”
จากนั้นหลิวเหยาก็ถามขึ้นมา “จู่ๆ โทรหาฉันแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่า?”
ตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายอย่างเป็นทางการจนไม่ต้องให้เขาช่วยลาเรียนให้ เฉียวซางก็แทบไม่ได้ติดต่อเขาโดยตรงอีกเลย
เฉียวซางกระแอมเบาๆ ก่อนพูดว่า “หยาเป่าวิวัฒนาการแล้วค่ะ”
ปลายสายเงียบไปทันที
ผ่านไปไม่กี่วินาที หลิวเหยาค่อยๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ พยายามควบคุมเสียงให้มั่นคงแล้วถามย้ำ
“เธอว่าอะไรนะ อสูรเพลิงพิศวงวิวัฒนาการแล้วเหรอ?”
เฉียวซางตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเล่าเรื่องเดิมที่บอกมิเคลล่าไปอีกครั้งอย่างละเอียด
...แสดงว่าฉันไม่ได้หูฝาด แต่มันวิวัฒนาการจริงๆ ...
หลิวเหยานิ่งค้าง
ครั้งนี้ เขานิ่งไปนานมาก
นานจนเฉียวซางเกือบคิดว่าสายอาจจะหลุดไปแล้ว
แล้วจู่ๆ ปลายสายก็มีเสียงสั่นๆ ดังขึ้นมา
“ตอนนี้เธออยู่ไหน ฉันจะไปหาเดี๋ยวนี้!”
“ฉันอยู่ที่เมืองเทียนเลี่ย ภูมิภาคจงคงค่ะ พรุ่งนี้จะเดินทางไปเมืองเทียนอันแล้ว รองผู้อำนวยการมาหาฉันที่เทียนอันเลยก็ได้นะคะ”
หลิวเหยาอึ้งไปอีกครั้ง “เดี๋ยวนะ เธอมาอยู่ที่ภูมิภาคจงคงได้ยังไงกัน?”
“มากับอาจารย์จากสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิน่ะค่ะ” เฉียวซางอธิบาย “อาจารย์เขาพาฉันมาเก็บประสบการณ์ที่นี่ แล้วก็พามาเข้าร่วมการแข่งขันระดับภูมิภาคของภูมิภาคจงคง อาณาเขตลึกลับที่ฉันพูดถึงก่อนหน้านี้ก็คือภารกิจสุดท้ายที่ฉันต้องทำให้เสร็จ”
พูดจบ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาเป็นประกาย “จริงสิ อีกไม่กี่วันก็จะถึงการแข่งขันแล้ว รองผู้อำนวยการมาพอดีเลยจะได้ดูฉันแข่งไงค่ะ!”
หลิวเหยานิ่งเป็นรอบที่สาม
เขาไม่เคยนึกเลยว่าเฉียวซางจะมาแข่งระดับภูมิภาค
แถมยังเป็นการแข่งขันของภูมิภาคจงคงอีก...
แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร เฉียวซางก็พูดต่อด้วยความตื่นเต้น
“รองผู้อำนวยการว่าภูติขลุ่ยประกายแสงทำนายแม่นมากเลยนะ ไม่ใช่แค่หยาเป่า ลู่เป่าก็เหมือนกัน!”
“เดี๋ยวๆๆ ลู่เป่าก็อะไรนะ?”
“อ้อ ลืมบอกไปเลยค่ะ ลู่เป่าก็วิวัฒนาการแล้วเหมือนกัน” เฉียวซางหัวเราะ “วิวัฒนาการเร็วกว่าหยาเป่าตั้งหลายเดือนแน่ะค่ะ”
...ความเงียบที่เหมือนทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่ง
สมองของหลิวเหยาเบลอไปชั่วขณะ
หรือว่าเขาจำผิด? จริงๆแล้วเขากับเฉียวซางแยกจากกันไปไม่ใช่หกเดือน แต่เป็นหกปี?
ไม่อย่างนั้น ทำไมถึงได้เจอข่าวชวนช็อคขนาดนี้...
เสียงของหลิวเหยาสั่นๆ “ลู่เป่าวิวัฒนาการได้ยังไง?”
“เรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ...”
จากนั้นเฉียวซางก็เริ่มเล่าเรื่องวิวัฒนาการของลู่เป่าแบบละเอียดยิบ
พอลู่เป่าอยู่ที่อัลติเมทสตาร์ มันก็เกือบจะเต็มพลังแล้ว รอบนี้พอได้จังหวะพอดีเลยวิวัฒนาการเร็วขึ้น...
หลิวเหยานิ่งเงียบอยู่หลายวินาที พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่ได้ยิน
“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว งั้นเธอรอฉันก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปซื้อตั๋วไปเทียนอันเดี๋ยวนี้เลย”
วันต่อมา ตอนบ่ายสามโมง
สนามบิน
บนเครื่องบินที่มุ่งหน้าไปยังเมืองเทียนอัน
เฉียวซางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คเทรนด์ในโซเชียล
[รายชื่อผู้เข้าแข่งขันระดับภูมิภาค (ข่าวลือ)]
[หยางหยวนหางเดินทางถึงเทียนอันแล้ว]
[ช็อก! มีคนพบนางฟ้าใจพิสุทธิ์ที่เมืองเทียนเลี่ย!]
[ราคาห้องพักโรงแรมในเทียนอันพุ่งสูงขึ้น]
[ภาพบรรยากาศแน่นขนัดของเทียนอัน]
[โหดร้าย! ตั๋วรอบคัดเลือกของการแข่งขัน ถูกพ่อค้าตั๋วอัพราคาทะลุหมื่น!]
ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับการแข่งขันระดับภูมิภาคและเมืองเทียนอัน ข่าวของชิงเป่าเป็นอันที่โดดเด่นที่สุด
...ก็ว่าแล้ว ในภูมิภาคจงคงพอชิงเป่าปรากฏตัวก็ติดเทรนด์ตลอด
เฉียวซางคิดในใจ ก่อนกดเข้าไปดูรายชื่อผู้เข้าแข่งขันที่ถูกปล่อยออกมาในโซเชียล
ใกล้วันแข่งขันแบบนี้ ทุกปีมักจะมีรายชื่อหลุดออกมา แต่จากสถิติความแม่นยำของมันก็แค่ 70% เท่านั้น
เธอกวาดตาดูคร่าวๆ แล้วก็พบว่า...
ยังไม่มีชื่อของเธอ
...แหม พวกเพจข่าวนี่ไม่ได้เรื่องเลยแฮะ...