เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1111: เมืองเทียนอัน

บทที่ 1111: เมืองเทียนอัน

บทที่ 1111: เมืองเทียนอัน


“เพิ่งวิวัฒนาการไปเมื่อเดือนหรือสองเดือนก่อนนี่เองค่ะ” เฉียวซางพูดแบบไม่ให้เป็นจุดสนใจมากนัก “รอบนี้อยู่ในอาณาเขตลึกลับนานไปหน่อย มันเลยวิวัฒนาการน่ะค่ะ”

แน่นอนว่ามิเคลล่ารู้ช่วงเวลาที่ชิงเป่าวิวัฒนาการดีอยู่แล้ว แต่ที่ทำเป็นตกใจขนาดนี้ก็แค่แสดงให้เห็นว่าเธอไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอาณาเขตลึกลับเลย

“ย่าห์ ย่าห์!”

ตอนที่เธอกำลังจะพูดอะไรต่อ จู่ๆ หยาเป่าก็เชิดหัวเดินออกมาจากห้องน้ำ หน้าตาดูคาดหวังว่าคนจะต้องกรี๊ดแน่นอน

มิเคลล่าหันไปมองหยาเป่า เงียบไปหนึ่งวินาที ก่อนทำหน้าตกตะลึง แล้วเปลี่ยนเป็นไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

“อสูรเพลิงพิศวงก็วิวัฒนาการแล้วเหรอ?!”

หลังจากแสดงจบ เธอก็รู้สึกอายขึ้นมานิดหน่อย ไม่ใช่เพราะต้องเล่นละคร แต่เพราะรู้สึกว่าตัวเองเล่นใหญ่ไปหน่อย...

“ย่าห์!”

หยาเป่าทำหน้าภูมิใจสุดๆ แล้วรีบพยักหน้ารับ

“หยาเป่าวิวัฒนาการในวันเดียวกับที่เราออกจากอาณาเขตลึกลับเลยค่ะ อาจารย์รู้มั้ยว่าในมิตินั่นเราต้องเจอกับอะไรบ้าง...”

พอพูดถึงเรื่องนี้ เฉียวซางก็ยิ่งมีไฟเล่า บรรยายตั้งแต่ต้นยันจบว่าเธอเข้าไปใต้ดินยังไง เจอมังกรเกราะหลอมได้ยังไง กว่าจะกำจัดตัวแรกได้ลำบากแค่ไหน แต่ดันมีตัวที่สองโผล่มาอีก แล้วหลังจากช่วยหยาเป่าออกมา ถึงได้รู้ว่ามันดูดซับเมล็ดไฟหลอมรวมเข้าไป

มิเคลล่าทำหน้าตาจริงจังเหมือนกำลังตั้งใจฟังสุดๆ

เฉียวซางเล่าไปยาวๆ จนคอแห้ง สุดท้ายลุกขึ้นไปหยิบน้ำมาดื่ม

มิเคลล่าทำทีเป็นครุ่นคิด “ถ้างั้น... วิวัฒนาการของอสูรเพลิงพิศวงเกี่ยวข้องกับเมล็ดไฟหลอมรวม?”

เฉียวซางแสดงความเห็นตัวเอง “ก็ยังไม่แน่หรอกค่ะ ตอนนั้นหยาเป่าพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินแล้ววิวัฒนาการกลางแดดจ้าเลยนะ อาจจะเกี่ยวกับแสงแดดก็ได้ค่ะ”

สถานที่ที่ภูติขลุ่ยประกายแสงทำนายไว้น่าจะมีความหมายบางอย่าง แถมหลังวิวัฒนาการหยาเป่าก็ได้ทักษะใหม่มาอีกสามอย่างที่เกี่ยวกับพระอาทิตย์ทั้งนั้น ยังไงก็น่าจะมีความเชื่อมโยงกับแสงแดดแน่ๆ

แต่ประเด็นนี้เธอไม่ควรพูดออกไปตรงๆ เพราะเธอเพิ่งบอกไปเองว่าหยาเป่าพึ่งวิวัฒนาการในวันออกจากอาณาเขตลึกลับ ถ้างั้นเธอจะไปรู้ได้ยังไงว่ามันมีทักษะอะไรเพิ่มขึ้นมา แถมรู้ทันทีว่ามีถึงสามทักษะอีกต่างหาก...

แล้วทันใดนั้น เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าต้องแจ้งเรื่องวิวัฒนาการของหยาเป่าให้รองผู้อำนวยการรู้ก่อนนี่นา...

ถ้าอสูรเพลิงพิศวงวิวัฒนาการจากเมล็ดไฟหลอมรวม มันก็น่าจะวิวัฒนาการในแมกมาหรือพุ่งออกจากแมกมาได้ แต่ถ้าเป็นเพราะแสงแดดล่ะก็การที่มันพุ่งขึ้นจากใต้ดินก็อธิบายได้ เพราะสัตว์อสูรที่พลังงานถึงจุดเปลี่ยนแปลงจะถูกดึงดูดเข้าหาสิ่งที่กระตุ้นวิวัฒนาการโดยอัตโนมัติ...

มิเคลล่าจมดิ่งอยู่ในความคิด

คราวนี้เธอไม่ได้แกล้งทำท่าไตร่ตรอง แต่คิดจริงๆ

ผ่านไปไม่กี่วินาที เธอก็ได้สติกลับมา แล้วยิ้มออกมา

“อสูรเพลิงพิศวงวิวัฒนาการได้ก็ดีแล้วล่ะ ฉันเองก็เป็นห่วงอยู่นานเพราะมันยังไม่มีเส้นทางวิวัฒนาการที่แน่นอน พอทั้งนางฟ้าใจพิสุทธิ์แล้วก็อสูรเพลิงพิศวงวิวัฒนาการได้แล้ว ฉันจะให้คนจากสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิมาดูอีกที จะได้ปรับเม็ดพลังงานให้เหมาะสม”

เฉียวซางตอบกลับทันที “งั้นก็ต้องรบกวนอาจารย์ด้วยนะคะ”

“เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว” มิเคลล่าพูดต่อ “แต่ก่อนหน้านั้น เราต้องไปเมืองเทียนอันกันก่อนเถอะ”

เฉียวซางพยักหน้า “เข้าใจแล้วค่ะ”

เมืองเทียนอัน เป็นเมืองที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับภูมิภาคอย่างเป็นทางการในรอบนี้

“งั้นเธอพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทาง”

มิเคลล่าสั่งเสร็จแล้วก็หันหลังเตรียมออกจากห้อง

แต่พอมือแตะลูกบิดประตู เธอก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เลยหันกลับมาถาม

“ตั้งชื่อวิวัฒนาการใหม่ของอสูรเพลิงพิศวงรึยัง?”

เฉียวซางตอบทันที “อสูรเพลิงพิศวงวิวัฒนาการเป็นผู้พิทักษ์อัคคีเจิดจรัสค่ะ”

เป็นชื่อที่ดีใช้ได้เลย...

มิเคลล่าพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนผลักประตูออกไป

เฉียวซางมองประตูที่ปิดลงไปแล้ว ครุ่นคิดบางอย่างอยู่

“กงเจี่ยน?”

กงเป่าหันมามอง ทำหน้าเหมือนถามว่า “เป็นอะไร?”

จริงอยู่ว่ามันเชื่อมต่อความคิดกับผู้ฝึกได้บางครั้ง แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่มันจะรับรู้ได้ อย่างเช่นตอนนี้ มันก็ไม่รู้ว่าเฉียวซางกำลังคิดอะไรอยู่

เฉียวซางทำหน้าจริงจัง “ฉันรู้สึกว่าอาจารย์มีอะไรแปลกๆน่ะ”

“กงเจี่ยน?”

กงเป่าทำหน้าสงสัย

อะไรแปลก?

เฉียวซางส่ายหัว “ไม่มีอะไรหรอก มั้ง... อาจจะคิดมากไปเอง”

ถ้าจะให้เธอพูดตรงๆ ก็คงเพราะว่ารู้สึกว่าอาจารย์มิเคลล่ารับข่าวเรื่องวิวัฒนาการของหยาเป่าได้ง่ายเกินไป แบบ... สงบเกินจนเธอเหมือนเล่นละคร มันเลยรู้สึกแปลกๆ

กงเป่า: “......”

เฉียวซางเลิกคิดเรื่องนี้ ควักโทรศัพท์ออกมา แล้วกดโทรหาหลิวเหยา รองผู้อำนวยการ

ยังไงเรื่องวิวัฒนาการของหยาเป่าก็ต้องแจ้งเขาก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวข้อมูลที่เก็บไม่สมบูรณ์ แล้วจู่ๆหยาเป่าวิวัฒนาการอีกรอบจะลำบากกันหมด

เสียงรอสายดังอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนปลายสายจะรับ

เสียงของรองผู้อำนวยการชัดเจนตามแบบฉบับของเขา

“ฮัลโหล เฉียวซาง?”

เฉียวซางทักทายตามมารยาทก่อน “สวัสดีค่ะ ท่านรองผู้อำนวยการคะ ไปที่จุดทำนายมาแล้วได้อะไรบ้างไหมคะ?”

เสียงของหลิวเหยาฟังดูสงบนิ่ง “ยังไม่มีอะไรเลย อาจจะยังไม่ถึงเวลาก็ได้”

จากนั้นหลิวเหยาก็ถามขึ้นมา “จู่ๆ โทรหาฉันแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่า?”

ตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายอย่างเป็นทางการจนไม่ต้องให้เขาช่วยลาเรียนให้ เฉียวซางก็แทบไม่ได้ติดต่อเขาโดยตรงอีกเลย

เฉียวซางกระแอมเบาๆ ก่อนพูดว่า “หยาเป่าวิวัฒนาการแล้วค่ะ”

ปลายสายเงียบไปทันที

ผ่านไปไม่กี่วินาที หลิวเหยาค่อยๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ พยายามควบคุมเสียงให้มั่นคงแล้วถามย้ำ

“เธอว่าอะไรนะ อสูรเพลิงพิศวงวิวัฒนาการแล้วเหรอ?”

เฉียวซางตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเล่าเรื่องเดิมที่บอกมิเคลล่าไปอีกครั้งอย่างละเอียด

...แสดงว่าฉันไม่ได้หูฝาด แต่มันวิวัฒนาการจริงๆ ...

หลิวเหยานิ่งค้าง

ครั้งนี้ เขานิ่งไปนานมาก

นานจนเฉียวซางเกือบคิดว่าสายอาจจะหลุดไปแล้ว

แล้วจู่ๆ ปลายสายก็มีเสียงสั่นๆ ดังขึ้นมา

“ตอนนี้เธออยู่ไหน ฉันจะไปหาเดี๋ยวนี้!”

“ฉันอยู่ที่เมืองเทียนเลี่ย ภูมิภาคจงคงค่ะ พรุ่งนี้จะเดินทางไปเมืองเทียนอันแล้ว รองผู้อำนวยการมาหาฉันที่เทียนอันเลยก็ได้นะคะ”

หลิวเหยาอึ้งไปอีกครั้ง “เดี๋ยวนะ เธอมาอยู่ที่ภูมิภาคจงคงได้ยังไงกัน?”

“มากับอาจารย์จากสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิน่ะค่ะ” เฉียวซางอธิบาย “อาจารย์เขาพาฉันมาเก็บประสบการณ์ที่นี่ แล้วก็พามาเข้าร่วมการแข่งขันระดับภูมิภาคของภูมิภาคจงคง อาณาเขตลึกลับที่ฉันพูดถึงก่อนหน้านี้ก็คือภารกิจสุดท้ายที่ฉันต้องทำให้เสร็จ”

พูดจบ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาเป็นประกาย “จริงสิ อีกไม่กี่วันก็จะถึงการแข่งขันแล้ว รองผู้อำนวยการมาพอดีเลยจะได้ดูฉันแข่งไงค่ะ!”

หลิวเหยานิ่งเป็นรอบที่สาม

เขาไม่เคยนึกเลยว่าเฉียวซางจะมาแข่งระดับภูมิภาค

แถมยังเป็นการแข่งขันของภูมิภาคจงคงอีก...

แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร เฉียวซางก็พูดต่อด้วยความตื่นเต้น

“รองผู้อำนวยการว่าภูติขลุ่ยประกายแสงทำนายแม่นมากเลยนะ ไม่ใช่แค่หยาเป่า ลู่เป่าก็เหมือนกัน!”

“เดี๋ยวๆๆ ลู่เป่าก็อะไรนะ?”

“อ้อ ลืมบอกไปเลยค่ะ ลู่เป่าก็วิวัฒนาการแล้วเหมือนกัน” เฉียวซางหัวเราะ “วิวัฒนาการเร็วกว่าหยาเป่าตั้งหลายเดือนแน่ะค่ะ”

...ความเงียบที่เหมือนทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่ง

สมองของหลิวเหยาเบลอไปชั่วขณะ

หรือว่าเขาจำผิด? จริงๆแล้วเขากับเฉียวซางแยกจากกันไปไม่ใช่หกเดือน แต่เป็นหกปี?

ไม่อย่างนั้น ทำไมถึงได้เจอข่าวชวนช็อคขนาดนี้...

เสียงของหลิวเหยาสั่นๆ “ลู่เป่าวิวัฒนาการได้ยังไง?”

“เรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ...”

จากนั้นเฉียวซางก็เริ่มเล่าเรื่องวิวัฒนาการของลู่เป่าแบบละเอียดยิบ

พอลู่เป่าอยู่ที่อัลติเมทสตาร์ มันก็เกือบจะเต็มพลังแล้ว รอบนี้พอได้จังหวะพอดีเลยวิวัฒนาการเร็วขึ้น...

หลิวเหยานิ่งเงียบอยู่หลายวินาที พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่ได้ยิน

“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว งั้นเธอรอฉันก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปซื้อตั๋วไปเทียนอันเดี๋ยวนี้เลย”

วันต่อมา ตอนบ่ายสามโมง

สนามบิน

บนเครื่องบินที่มุ่งหน้าไปยังเมืองเทียนอัน

เฉียวซางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คเทรนด์ในโซเชียล

[รายชื่อผู้เข้าแข่งขันระดับภูมิภาค (ข่าวลือ)]

[หยางหยวนหางเดินทางถึงเทียนอันแล้ว]

[ช็อก! มีคนพบนางฟ้าใจพิสุทธิ์ที่เมืองเทียนเลี่ย!]

[ราคาห้องพักโรงแรมในเทียนอันพุ่งสูงขึ้น]

[ภาพบรรยากาศแน่นขนัดของเทียนอัน]

[โหดร้าย! ตั๋วรอบคัดเลือกของการแข่งขัน ถูกพ่อค้าตั๋วอัพราคาทะลุหมื่น!]

ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับการแข่งขันระดับภูมิภาคและเมืองเทียนอัน ข่าวของชิงเป่าเป็นอันที่โดดเด่นที่สุด

...ก็ว่าแล้ว ในภูมิภาคจงคงพอชิงเป่าปรากฏตัวก็ติดเทรนด์ตลอด

เฉียวซางคิดในใจ ก่อนกดเข้าไปดูรายชื่อผู้เข้าแข่งขันที่ถูกปล่อยออกมาในโซเชียล

ใกล้วันแข่งขันแบบนี้ ทุกปีมักจะมีรายชื่อหลุดออกมา แต่จากสถิติความแม่นยำของมันก็แค่ 70% เท่านั้น

เธอกวาดตาดูคร่าวๆ แล้วก็พบว่า...

ยังไม่มีชื่อของเธอ

...แหม พวกเพจข่าวนี่ไม่ได้เรื่องเลยแฮะ...

จบบทที่ บทที่ 1111: เมืองเทียนอัน

คัดลอกลิงก์แล้ว