- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1057: การแข่งขันสร้างอุปกรณ์สัตว์อสูร 1
บทที่ 1057: การแข่งขันสร้างอุปกรณ์สัตว์อสูร 1
บทที่ 1057: การแข่งขันสร้างอุปกรณ์สัตว์อสูร 1
เมืองเทียนเหลียนจัดว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีเอกลักษณ์มากของภูมิภาคจงคง
ที่นี่มีช่างอุปกรณ์สำหรับสัตว์อสูรมารวมตัวกันค่อนข้างมาก ถ้าใครในภูมิภาคจงคงคิดอยากได้อุปกรณ์เจ๋งๆ ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับสัตว์อสูรตัวเองแบบพิเศษก็แทบจะต้องมาที่นี่กันทั้งนั้นแหละ
พอจัดกระเป๋าเดินทางเสร็จและกินข้าวกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว มิเคลล่ากับเฉียวซางก็ออกเดินทางไปยังเมืองเทียนเหลียนทันทีเลย
...
สามชั่วโมงผ่านไป
เมืองเทียนเหลียน
พอเฉียวซางก้าวลงจากทางเดินอากาศ เธอก็สัมผัสได้ทันทีเลยว่าอุณหภูมิที่นี่น่ะร้อนกว่าเมืองฮัวเทียนประมาณสิบองศาได้ ร้อนจนเหมือนกำลังจะเข้าสู่ต้นฤดูร้อนเลยด้วยซ้ำ พอมองไปรอบๆ ก็เห็นหลายคนเริ่มใส่เสื้อแขนสั้นกันแล้ว
แต่เฉียวซางที่เคยได้รับพลังจากสัญญาย้อนกลับมาจากหยาเป่าหลายรอบก็ไม่ได้รู้สึกว่าร้อนจนทนไม่ไหวขนาดนั้นหรอก เลยไม่ได้ถอดเสื้อคลุมออกให้ยุ่งยาก
เธอใช้สองมือประกบเป็นสัญลักษณ์ เรียกหยาเป่ากับพวกมันออกมา
แค่พวกมันโผล่ออกมา สายตาของผู้คนรอบๆ ก็หันไปมองหยาเป่ากันใหญ่เลย มองแบบสนใจสุดๆ เหมือนเห็นสัตว์อสูรที่ทำให้พวกเขาตาลุกวาวขึ้นมาในทันที
ในตอนแรกเฉียวซางก็คิดว่าพวกเขาคงจะจำรูปลักษณ์ของหยาเป่า แล้วสรุปเอาว่าเธอคือผู้ฝึกสัตว์อสูรที่มีนางฟ้าใจพิสุทธิ์อย่างแน่นอน แต่ว่าจู่ๆก็มีชายวัยกลางคนอายุสักสี่สิบกว่า หน้าตาดูผ่านชีวิตมาเยอะหน่อย เดินตรงมาหาเฉียวซางแล้วชี้ไปที่หยาเป่าด้วยท่าทีสงสัย
“ขอโทษนะหนู พอดีลุงอยากรู้ว่าสัตว์อสูรตัวนี้ตอนเป็นร่างแรกเริ่มน่ะ มีชื่อสายพันธุ์ว่าอะไรงั้นเหรอ?”
ว่าแล้วเขาก็หยิบเครื่องตรวจสอบสัตว์อสูรเก่าๆ เครื่องหนึ่งขึ้นมา พร้อมกับอธิบายด้วยน้ำเสียงเขินๆ นิดหน่อย
“เครื่องนี้ลุงใช้มา 11 ปีแล้ว มันเป็นรุ่นเก่าน่ะ ตอนแรกก็อยากลองตรวจสอบดู แต่เครื่องมันบอกตรวจสอบไม่ได้ ลุงเลยต้องเดินมาถามหนูแทนเนี่ย”
เฉียวซางมองไปที่เครื่องตรวจสัตว์อสูรของอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ก่อนตอบกลับไปแบบเรียบๆแต่สุภาพ
“ชื่อสุนัขเขี้ยวเพลิงค่ะ”
“สุนัขเขี้ยวเพลิง?” ชายวัยกลางคนทวนคำเบาๆ อย่างครุ่นคิด พลางเกาหัวนิดๆ ก่อนพูดต่อว่า “ลุงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยนะ คงไม่ได้มีทุกฐานเพาะพันธุ์ใช่ไหมเนี่ย? หนูบอกลุงหน่อยได้ไหมว่าซื้อมาจากไหน เผื่อลุงจะพาลูกชายไปดูกันสักหน่อย”
พูดถึงลูกชายขึ้นมา น้ำเสียงของเขาก็ดูมีความสุขขึ้นมาทันทีเลย
“ลูกชายลุงน่ะชอบสัตว์อสูรประเภทบินมากๆ แต่ก็อยากได้ประเภทไฟด้วย พอมาเห็นเจ้าตัวนี้ของหนูนะ ลุงรู้สึกเลยว่ามันจะต้องโดนใจเขาแน่นอน”
หยาเป่าได้ยินแบบนั้นก็แอบยืดอกขึ้นมาทันที ในใจนึกชื่นชมว่ามนุษย์คนนี้สายตาแหลมดีจริงๆ
เฉียวซางเองก็ฟังเขาอย่างตั้งใจ ก่อนจะถามออกไปว่า
“อันนี้มันเป็นสัตว์อสูรของภูมิภาคเย่หัวนะคะ คุณลุงจะโอเคเหรอคะ?”
เพราะปกติแล้วผู้ฝึกสัตว์อสูรส่วนใหญ่มักจะเลือกสัตว์อสูรที่มาจากภูมิภาคเดียวกับตัวเอง เพื่อให้สะดวกต่อการดูแลมากกว่า
ชายวัยกลางคนอึ้งไปนิดนึง ก่อนจะรีบพยักหน้าตอบทันทีเลยว่า
“โอเคสิ ขอแค่ลูกชอบลุงก็ไม่มีปัญหาหรอก”
เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงยิ้มๆ ว่า
“แหม ทั้งมีปีกไฟ ทั้งหน้าตาเท่ขนาดนี้นะ หาในภูมิภาคจงคงทั้งเมืองก็ไม่มีตัวที่สองแล้วแหละ!”
เฉียวซางได้ยินแบบนั้นก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ก่อนจะบอกเบอร์ร้านของแม่ให้ชายวัยกลางคนคนนั้นไป
อีกฝ่ายรีบจดเบอร์ไว้ด้วยสีหน้าขอบคุณสุดๆ จากนั้นก็โบกมือลาแล้วเดินจากไปทันที
มิเคลล่ามองตามหลังชายวัยกลางคนคนนั้น ก่อนจะจู่ๆ ก็พูดขึ้นมาเสียงเรียบๆ
“เมืองนี้ดูเหมือนจะชอบสัตว์อสูรประเภทไฟมากเลยนะ โดยเฉพาะประเภทบินที่ผสมกับไฟด้วยน่ะ”
เฉียวซางมองไปรอบๆ ก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าสัตว์อสูรที่นี่ส่วนใหญ่มีสีแดงเยอะมากจริงๆ สีแดงที่ขนมักจะบ่งบอกได้เลยว่าต้องเป็นประเภทไฟแน่นอน นี่ก็เป็นเรื่องปกติพื้นฐานของสัตว์อสูรอยู่แล้วแหละ
เฉียวซางละสายตากลับมา มองหยาเป่าแล้วก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ “สมแล้วที่แกได้รับความนิยมขนาดนี้นะ”
“ย่าห์!”
หยาเป่าได้ยินแบบนี้ก็ทำหน้าภาคภูมิใจสุดๆ เหมือนจะบอกว่า เธอพูดถูกต้องแล้ว มันหล่อขนาดนี้ ไปที่ไหนก็มีแต่คนชอบ!
เฉียวซางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนหลังหยาเป่า เปิดระบบนำทางเพื่อมุ่งหน้าไปที่ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูรทันที
“ซุน...ซุน?”
ในตอนนั้นเอง บนท้องฟ้าที่สูงขึ้นไป ซุนเป่าตัวน้อยก็ปรากฏตัวขึ้นมา มันส่งเสียงเรียกเบาๆ พร้อมทำสีหน้าคาดหวังอย่างเต็มที่
แล้วมันมีที่ไหนที่มันจะได้รับความนิยมบ้างเหรอ?
เฉียวซางอึ้งไปนิดๆ พอเข้าใจความคิดของมันก็หัวเราะออกมา
“แกเองก็น่ารักมาตลอดไม่ใช่เหรอ?”
แต่พอได้เห็นสายตาเล็กๆ ที่แสดงออกมาว่ามันกำลังรอคำตอบจริงจัง เฉียวซางก็แอบรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าซุนเป่าที่ดูร่าเริงสดใสมาตลอดจะมีจุดที่อ่อนไหวกับเขาด้วย
เฉียวซางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พูดขึ้นอย่างจริงจัง
“ถ้าเป็นภูมิภาคจือเตี้ยนนะ ที่นั่นผู้พิทักษ์คือสัตว์อสูรประเภทผี ผู้ฝึกสัตว์อสูรส่วนใหญ่ก็แทบทุกคนจะมีสัตว์อสูรประเภทผีกันทั้งนั้นแหละ ถ้าแกไปที่นั่นต้องเป็นที่นิยมแน่นอนเลย!”
“ซุน...ซุน...”
ได้ยินแบบนี้ ซุนเป่าก็แสดงสีหน้าวาดฝัน มีประกายตาวาววับขึ้นมาในทันทีเลย
มิเคลล่าที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินแบบนั้นก็พูดเสริมขึ้นมาอย่างอ่อนโยน
“งั้นหลังจบการแข่งขันระดับภูมิภาคแล้ว ถ้าเธออยากไปภูมิภาคจือเตี้ยนก็ไปกันเถอะ ที่นั่นถือเป็นสวรรค์ของสัตว์อสูรประเภทผีเลยล่ะ แล้วก็น่าจะมีทรัพยากรในการพัฒนาราชาผีวงแหวนเยอะพอสมควร ไปเที่ยวสักรอบก็น่าจะดี”
เฉียวซางหันมองมิเคลล่าด้วยสายตาขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่อาจารย์์ของเธอเข้าใจและคอยใส่ใจขนาดนี้
“งั้นพอการแข่งขันจบ เราจะไปที่ภูมิภาคจือเตี้ยนกันนะ!” เฉียวซางหันไปพูดกับซุนเป่าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เติมคำพูดที่ตั้งใจพูดไว้เมื่อกี้ให้จบ
“ซุนซุน!”
ซุนเป่าได้ยินก็แสดงสีหน้าดีใจออกมาสุดๆ มันหมุนตัวไปรอบๆ กลางอากาศอย่างร่าเริงทันที
มิเคลล่ายืนดูภาพนี้พร้อมกับยิ้มมุมปากอย่างเอ็นดู
....
ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูร
ชั้น 3 สำนักงานตรวจสอบภารกิจ
กรรมการประเมินผิวสีเข้มอ่านข้อมูลเสร็จแล้วก็มองไปที่หยาเป่า ดวงตาของเขาฉายแววประหลาดใจ จากนั้นก็ถามเพื่อยืนยันอีกครั้ง
“นี่คือสัตว์อสูรประเภทไฟและพลังจิตใช่ไหม?”
เฉียวซางได้ยินคำถามของผู้คุมสอบก็อดยิ้มในใจไม่ได้ เพราะเมืองนี้ให้ความสนใจสัตว์อสูรประเภทไฟและบินเป็นพิเศษจริงๆ ขนาดผู้คุมสอบยังอดถามไม่ได้เลยนะเนี่ย เธอจึงพยักหน้าเบาๆ แล้วตอบสั้นๆไปว่า
“ใช่ค่ะ”
กรรมการประเมินจ้องหยาเป่าด้วยสายตาอิจฉานิดๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาอีก
“จะว่าไปสองประเภทนี้พออยู่ด้วยกันก็หายากจริงๆนะ พอเห็นปีกไฟเล็กๆพวกนี้ก็รู้สึกเลยว่าต่อให้มันไม่มีพลังจิต มันก็ดูเหมือนว่าจะสามารถบินบนท้องฟ้าได้จริงๆ”
“ย่าห์ ย่าห์”
หยาเป่าที่ได้ยินก็เชิดหัวขึ้นร้องออกมาด้วยความภาคภูมิใจ
หลังจากนั้นกรรมการประเมินก็มอบหมายภารกิจให้กับเฉียวซางด้วยท่าทางอารมณ์ดีสุดๆ
“มีภารกิจที่เหมาะอยู่พอดี อีกสองสามวันข้างหน้าจะมีการแข่งขันสร้างอุปกรณ์สัตว์อสูร ช่างอุปกรณ์สัตว์อสูรที่เข้าแข่งจะต้องใช้เปลวไฟของสัตว์อสูรไฟแต่ละตัวเพื่อเพิ่มความลึกล้ำในการหลอมสร้างอุปกรณ์ ฉันเห็นสัตว์อสูรของเธอแล้วคิดว่าเหมาะกับภารกิจนี้มาก แค่คอยให้สัตว์อสูรปล่อยเปลวไฟเพื่อช่วยพวกช่างอุปกรณ์ทำอุปกรณ์ก็พอแล้ว”
เฉียวซางฟังเสร็จก็รับปากอย่างว่าง่าย
“เข้าใจแล้วค่ะ”
หลังจากหยุดคิดสักพัก เธอจึงถามเพิ่มขึ้นว่า “แล้วการแข่งขันจะเริ่มเมื่อไหร่คะ? แล้วจะใช้เวลากี่วัน?”
“ไว้เธอไปตรวจสอบเอาเองหลังจากระบบส่งข้อความยืนยันภารกิจไปให้ทางโทรศัพท์” กรรมการประเมินกล่าวตอบ