- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1027: เรียกแกว่า "ชิงเป่า" ดีมั้ย?
บทที่ 1027: เรียกแกว่า "ชิงเป่า" ดีมั้ย?
บทที่ 1027: เรียกแกว่า "ชิงเป่า" ดีมั้ย?
ลักษณะเฉพาะตัวกลายเป็นสายลมระดับ... สมบูรณ์สูงสุด?!
หลังจากอึ้งไปแวบหนึ่ง ดวงตาของเฉียวซางก็พลันเปล่งประกายวาววับทันที
สัตว์อสูรในตำนานนี่ไม่ใช่ว่าได้ชื่อมาเล่นๆเลยจริงๆ แค่ในระดับเริ่มต้นแต่มีลักษณะเฉพาะตัวประจำสายพันธุ์ที่มีศักยภาพถึงระดับ S แบบนี้ ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมขีดจำกัดสายพันธุ์ถึงแตะระดับเทพได้
เฉียวซางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกดความตื่นเต้นของตัวเองลง
ในคำอธิบายเกี่ยวกับ "นางฟ้าใจพิสุทธิ์" บอกไว้ชัดเจนเลยว่าชอบล่องลอยไปตามสายลม จะเป็นช่องเล็กแค่ไหน ก็สามารถลอดผ่านไปได้เหมือนลมพัดผ่าน
บางที…สัตว์อสูรนางฟ้าใจพิสุทธิ์ทุกตัวที่เพิ่งเกิดมา อาจจะมีลักษณะเฉพาะตัวนี้ในสถานะเต็มขั้นอยู่แล้วก็ได้
ก็แหงล่ะ ในเมื่อมันคือสัตว์อสูรที่ได้รับพรจากสายลมโดยตรง
ใจเย็นไว้ก่อน…นางฟ้าใจพิสุทธิ์เป็นสัตว์อสูรในตำนาน มีลักษณะเฉพาะตัวระดับ S ติดมาด้วยก็ถือว่าเหมาะสมดีแล้วล่ะ…สายตาของเฉียวซางเลื่อนลงไปดูต่อ
ลักษณะเฉพาะตัวระดับ A "เรือนร่างลุ่มหลง"…
อีกหนึ่งลักษณะเฉพาะตัวระดับสูง จำได้ว่าปกติสัตว์อสูรประเภทแฟรี่ที่มี "เรือนร่างลุ่มหลง" ส่วนใหญ่จะทำให้สัตว์อสูรเพศตรงข้ามที่ใช้ทักษะโจมตีแบบสัมผัส มีโอกาส 30% ติดสถานะหลงเสน่ห์
แต่ของนางฟ้าใจพิสุทธิ์เนี่ย…โอกาสตั้ง 70% เลย โอกาสติดถือว่าสูงมาก
ปัญหาก็คือลักษณะเฉพาะตัวนี้ต้องให้ศัตรูใช้ทักษะสัมผัสโดนตัวก่อนถึงจะทำงาน ถ้าเจอศัตรูที่โจมตีแรงๆต่อให้ติดเสน่ห์ไปแล้วก็อาจจะถูกทักษะสัมผัสนั้นซัดจนร่วงไปก่อน
คล้ายๆกับ "ร่างกายต้องสาป" หรือ "ร่างกายคาถาต้องสาป" ของซุนเป่าเลยคือต้องโดนโจมตีก่อนถึงจะออกฤทธิ์ได้
แต่สัตว์อสูรสายแฟรี่ส่วนใหญ่พลังป้องกันก็ไม่ได้สูงอะไร เพราะงั้น…พยายามอย่าให้นางฟ้าใจพิสุทธิ์โดนโจมตีจะดีกว่า…
คิดได้แบบนั้น เฉียวซางก็เลื่อนสายตาดูลงไปอีก
พอเห็นลักษณะเฉพาะตัวตัวต่อไป เธอก็ชะงักไปนิดรู้สึกเหมือนตัวเองอ่านผิดไป
ในหนังสือเขียนไว้ชัดเจนว่าสัตว์อสูรที่มีลักษณะเฉพาะตัวจิตใจจอมป่วนส่วนมากจะมีนิสัยซุกซนเป็นทุนเดิม
แต่นางฟ้าใจพิสุทธิ์ตัวนี้นิสัยเรียบร้อยขนาดนี้จะซนได้ยังไงกัน
ถ้าซุนเป่าเป็นคนได้ลักษณะเฉพาะตัวนี้นะ ก็ถือว่าเข้าเค้ามากกว่าเยอะเลย…
แต่ก็เอาเถอะ ลักษณะเฉพาะตัวพวกนี้มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป๊ะเสมอไป ห่างจากมาตรฐานบ้างก็เป็นไปได้อยู่
เฉียวซางตั้งสติกลับมาอีกครั้ง
สัตว์อสูรที่มีลักษณะเฉพาะตัวจิตใจจอมป่วนจะสามารถใช้ทักษะประเภทเปลี่ยนแปลงสถานะได้ก่อนใคร แต่จะไม่มีผลกับทักษะประเภทมืด
การเปลี่ยนแปลงสถานะที่ว่าก็คือทักษะจำพวกที่ไม่ได้สร้างความเสียหายโดยตรง แต่จะเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม สถานะ หรือเงื่อนไขต่างๆ เพื่อพลิกสถานการณ์ในสนามแทน
อย่างคลื่นเสียงบำบัด เรียกฝน เรียกหิมะ ม่านแสงออโรร่า เรียกลูกเห็บของลู่เป่า หรือตัวตายตัวแทนของซุนเป่า รวมถึงการพักฟื้นปีกของกงเป่าก็ถือเป็นทักษะประเภทเปลี่ยนแปลงสถานะทั้งนั้น
โดยปกติ ความเร็วในการใช้ทักษะของสัตว์อสูรจะขึ้นอยู่กับความเร็วในการรวบรวมพลังงานของแต่ละตัวเอง
แต่ลักษณะเฉพาะตัวนี้กลับทำให้ใช้ได้ก่อนเสมอ ไม่รู้เหมือนกันว่าในทางทฤษฏีมันทำได้ยังไง
แล้วถ้าศัตรูระดับสูงกว่าสัก 3-4 ระดับ มันยังจะใช้ทักษะได้เร็วกว่าด้วยมั้ยนะ?
คิดอะไรไม่ออกก็ไม่ต้องไปเครียดกับมัน เฉียวซางตัดสินใจทันทีว่าเดี๋ยวค่อยไปถามอาจารย์มิเคลล่าเอาทีหลังน่าจะดีกว่า
มีอาจารย์กิตติมศักดิ์จากสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรจักรวรรดิอยู่ใกล้ๆทั้งที จะไปนั่งคิดเองให้ปวดหัวทำไม
เฉียวซางเลื่อนสายตาลงมาดูในช่องทักษะ
สายลมแฟรี่ ทักษะระดับสูงของประเภทแฟรี่ เป็นการเรียกสายลมแฟรี่พัดกระหน่ำโจมตีเป้าหมาย จุดต่างจากพวกทักษะลมแรงหรือพายุคลั่งของประเภทบินก็คือ ในสายลมนี้จะอัดแน่นไปด้วยพลังงานธาตุแฟรี่ล้วนๆ
ตอนนี้อยู่แค่ขั้นต้น ข้อมูลที่แสดงก็ยังเป็น 1 อยู่ ดูเหมือนว่าเจ้านางฟ้าใจพิสุทธิ์จะยังไม่เคยใช้ทักษะนี้เลยสักครั้ง…
ทักษะต่อไปคือ…
เสน่ห์
หืม?
เสน่ห์งั้นเหรอ?!
เฉียวซางเห็นชื่อทักษะนี้แล้วตาเป็นประกายวาวทันที
พูดก็พูดเถอะ ทักษะนี้เธอแอบสนใจมานานแล้ว ไม่คิดเลยว่าสัตว์อสูรในพันธสัญญาของเธอจะมีติดตัวมาด้วยพอดีเป๊ะ
แบบนี้ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เพราะพวกหนังสือที่เขียนถึงสัตว์อสูรในตำนาน ส่วนมากก็เอาแต่เล่าเรื่องความยิ่งใหญ่กับตำนานที่พวกมันเคยสร้างเอาไว้ว่าแข็งแกร่งแค่ไหน เปลี่ยนแปลงโลกยังไงบ้าง
แต่ข้อมูลรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสัตว์อสูรในตำนานจริงๆกลับมีน้อยมาก แทบไม่มีข้อมูลเรื่องการเพาะเลี้ยงหรือวิธีดูเพศด้วยซ้ำ
แต่แน่นอนว่า สัตว์อสูรในตำนานบางตัวก็พอดูเพศได้ง่ายอยู่ เพราะร่างระดับเทพของเพศผู้กับเพศเมียมันต่างกันชัดเจน
แต่กรณีของนางฟ้าใจพิสุทธิ์…ไม่ว่าจะเพศไหน ร่างระดับเทพก็เหมือนกันเป๊ะ
ไหนๆในหนังสือก็ไม่ได้บอกไว้ งั้นใช้ทักษะเสน่ห์ตรวจสอบเพศเอาก็แล้วกัน
พอคิดแบบนั้น เฉียวซางก็ยิ้มแป้น อารมณ์ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ ก่อนจะเลื่อนสายตาดูทักษะต่อไป
ม่านหมอกพรางตา ทักษะระดับสูงของประเภทแฟรี่ ทักษะนี้พอใช้แล้ว จะสร้างม่านหมอกจางๆ ปกคลุมสนามชั่วระยะเวลาหนึ่ง สัตว์อสูรที่อยู่ในพื้นที่นี้จะต้านทานสถานะผิดปกติได้หมด แถมยังลดความเสียหายจากทักษะประเภทมังกรลงครึ่งหนึ่งอีกด้วย
ทักษะนี้เหมาะกับการสู้แบบทีมแบบสุดๆ! เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะอุทานในใจ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วหยุดคิดไปพักหนึ่ง
ม่านหมอกพรางตาเองก็เป็นทักษะประเภทเปลี่ยนแปลงสถานะเหมือนกัน ถ้ากลับไปถึงศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูรเมื่อไหร่ ต้องลองให้นางฟ้าใจพิสุทธิ์ซ้อมกับลู่เป่า ซุนเป่า หรือกงเป่าดูสักรอบว่ามันจะใช้ทักษะนี้นำหน้าได้จริงมั้ย…
คิดไปก็เลื่อนสายตาดูทักษะสุดท้ายต่อ
ลมหนุนส่ง ทักษะระดับสูงของประเภทบิน พอใช้แล้วจะก่อกระแสลมกรรโชกรุนแรง ช่วยเพิ่มความเร็วของสัตว์อสูรฝ่ายเดียวกันทุกตัวในสนามชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ทั้งม่านหมอกพรางตา ทั้งลมหนุนส่ง ไหนจะลักษณะเฉพาะตัวจิตใจจอมป่วนอีก นางฟ้าใจพิสุทธิ์นี่มันเกิดมาเพื่อซัพพอร์ตในทีมชัดๆ ถ้าส่งลงแข่งแบบเดี่ยวจะไม่ดูเกินตัวไปหน่อยเหรอ…?
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉียวซางก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเบาๆ สะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านเมื่อครู่ทิ้งไป
คิดอะไรเนี่ย นี่มันสัตว์อสูรในตำนานเชียวนะ! อนาคตข้างหน้าสามารถวิวัฒนาการเป็นสัตว์อสูรระดับเทพ เป็นถึงเทพเจ้าแห่งหายนะได้เลยนะ ตอนนี้เพิ่งอยู่แค่ระดับเริ่มต้นเท่านั้นเอง แต่ก็มีทั้งลักษณะเฉพาะตัวระดับ S สองลักษณะเฉพาะตัวระดับ A แถมยังมีทักษะระดับสูงอีกตั้งสามทักษะ ต่อให้ตอนนี้ทักษะเหมาะกับการต่อสู้แบบทีมมากกว่าก็ไม่ได้แปลว่าไม่เหมาะกับการสู้เดี่ยวซะหน่อย แค่ยังไม่เติบโตเต็มที่แค่นั้นเอง
ดูอย่างลู่เป่าเอาก็ได้ แม้ช่วงแรกมันจะเน้นไปที่ทักษะรักษา แต่สุดท้ายมันกลับเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอในตอนนี้
เฉียวซางตั้งสติ เก็บความคิดฟุ้งซ่านกลับเข้าที่ แล้วดึงสติกลับสู่โลกความจริง
พอลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นก็คือ นางฟ้าใจพิสุทธิ์ถือกล่องนมในมือ จิบไปพลาง มองดูเมืองที่เต็มไปด้วยแสงนีออนด้านล่างไปพลาง ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ
ใจเฉียวซางอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้งโดนไฟทันที เธอเผลอลดเสียงให้เบาลงโดยไม่รู้ตัว แล้วพูดกับมันว่า
“ต่อไปเรียกแกว่าชิงเป่าได้ไหม?”
“ชิงชิง~”
นางฟ้าใจพิสุทธิ์หันมาแล้วยิ้มหวานให้
ดูท่าจะชอบชื่อนี้จริงๆ
“ชอบก็ดีแล้ว” เฉียวซางยิ้มตอบ
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าที่ได้ยินเสียงผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองแล้วก็ลอยมาอยู่ข้างๆ นางฟ้าใจพิสุทธิ์ ส่งเสียงทักทายอย่างร่าเริง
ต่อไปนี้เรียกมันว่าซุนเป่าก็ได้ ไม่สิเรียกมันว่าพี่ใหญ่แทนดีกว่า!
ยังไม่ทันที่นางฟ้าใจพิสุทธิ์จะตอบอะไร ซุนเป่าก็รู้สึกได้ถึงสองสายตาอำมหิตจ้องมาแต่ไกล
ตัวมันแข็งทื่อแทบจะทันที
มัวแต่ดีใจไปหน่อย ดันลืมไปว่ายังมีพี่ใหญ่หยาเป่ากับลู่เป่าอยู่ด้วย…
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าหัวเราะแห้งๆ มือเล็กๆ เกาหลังหัว แกล้งทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เรียกมันว่าซุนเป่าเหมือนเดิมนั่นแหละดีแล้ว
“ชิงชิง~”
นางฟ้าใจพิสุทธิ์พยักหน้าน้อยๆ
ซุนเป่าถอนหายใจเฮือก
ดูท่าการจะหาน้องเล็กเพิ่มอีกสักตัว คงไม่ง่ายอย่างที่คิด…
ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูร
เฉียวซางเปิดห้องพักไว้ห้องหนึ่ง หลังจากให้ซุนเป่าต่อสายชาร์จมือถือให้ ก็เหลือบดูเวลา ตอนนั้นเพิ่งจะสองทุ่มกว่าๆ เท่านั้นเอง จากนั้นเธอก็เดินไปที่หน้าห้องของอาจารย์มิเคลล่า แล้วเคาะประตูเบาๆ
ไม่มีเสียงตอบกลับ
“ชิงชิง?”
นางฟ้าใจพิสุทธิ์ที่กลายร่างเป็นสายลมอยู่ข้างๆ พอเห็นการกระทำของเธอก็ยังไม่ได้เผยตัวออกมา
สายลมอ่อนๆพัดผ่าน พร้อมกับเสียงใสๆของมันดังตามมา
จะไปหา…มนุษย์คนอื่นเหรอ?
เฉียวซางพยักหน้าเบาๆ “อืม คนที่พักห้องนี้เป็นอาจารย์ของฉันเอง ตอนนี้ฉันเดินทางฝึกฝนอยู่กับเธอพอดี ฉันเลยอยากแนะนำเธอให้รู้จักกับแกด้วย”
“ชิงชิง~”
นางฟ้าใจพิสุทธิ์พอได้ยินก็โผล่ตัวออกมา ค่อยๆปัดๆก้อนเมฆเล็กๆใต้ตัวเองให้เรียบร้อย จัดท่านั่งให้ดูเรียบร้อยสุดๆ
น่ารักจริงๆ…เฉียวซางแอบคิดในใจ ก่อนจะลองเคาะประตูอีกครั้ง แต่ก็ยังเงียบ ไม่มีใครตอบเหมือนเดิม
เธอหันมาพูดว่า
“ดูเหมือนว่าไม่อยู่ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยโทรหาเอาก็ได้”
“ชิงชิง~”
นางฟ้าใจพิสุทธิ์พยักหน้ารับ แล้วกลับกลายเป็นสายลมหายตัวไปอีกครั้ง
เฉียวซางกลับเข้าห้อง หยิบมือถือของซุนเป่าขึ้นมา กดหมายเลขที่จำได้จากความทรงจำลงไปทีละตัว
แต่ก่อนจะกดโทรออก จู่ๆเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้
มือถือของซุนเป่ามันไม่มีซิมการ์ดนี่นา…
เฉียวซางวางมือถือไว้ที่เดิมแบบเงียบๆ
เวลานี้ศูนย์บริการก็ปิดไปแล้ว ถ้าจะไปขอซิมใหม่ก็คงต้องรอถึงพรุ่งนี้
ถึงจะเป็นโลกของผู้ฝึกสัตว์อสูรแล้ว แต่การไม่มีมือถือใช้มันก็ยังลำบากอยู่ดีนั่นแหละ…