- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1015: แกมีความฝันไหม?
บทที่ 1015: แกมีความฝันไหม?
บทที่ 1015: แกมีความฝันไหม?
จริงๆ อยู่ใกล้แค่นี้เอง...
พอเห็นนางฟ้าใจพิสุทธิ์โผล่มาตรงหน้าแบบกะทันหัน หัวใจของเฉียวซางก็สะดุดไปหนึ่งจังหวะ
สองครั้งแล้ว...
สองครั้งแล้วที่นางฟ้าใจพิสุทธิ์เป็นฝ่ายปรากฏตัวเองก่อน...
“ย่าห์?”
หยาเป่าเดินเข้ามาหาอย่างสงสัยจ้องมองนางฟ้าใจพิสุทธิ์ตรงหน้า
ผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองก็ตามหาเจ้าตัวเล็กนี่อยู่เหรอ?
ลู่เป่าก็จ้องมองนางฟ้าใจพิสุทธิ์ด้วยเหมือนกัน
‘กงเจี่ยน’
เสียงของกงเป่าดังขึ้นในหัว
‘มันถามว่า เธอมาตามหามันเหรอ?’
เฉียวซางได้สติกลับมา จ้องนางฟ้าใจพิสุทธิ์ด้วยสายตาแน่วแน่ ก่อนจะพยักหน้าตอบว่า
“ใช่ ฉันมาตามหาแกนั่นแหละ!”
พอได้ยินนางฟ้าใจพิสุทธิ์ถามแบบนี้ ก็แปลว่าเจ้าปักษาปีกโบราณฝั่งนั้นคงเห็นตัวเธอเข้าแล้วเหมือนกัน โชคดีที่มันไม่ได้ตามมาเหมือนกับนางฟ้าใจพิสุทธิ์...
พอคิดถึงจุดนี้ ใบหน้าของเฉียวซางก็เริ่มร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่
“ชิงชิง?”
นางฟ้าใจพิสุทธิ์ทำหน้างงๆ
‘กงเจี่ยน’
กงเป่าช่วยแปลในหัว
‘มันถามว่า ตามหามันมีธุระอะไรเหรอ?’
“ซุนซุน~”
ยังไม่ทันที่เฉียวซางจะอ้าปากพูด ซุนเป่าก็ร้องแทรกขึ้นมาก่อน บอกว่าตามหาเพราะอยากชวนมาเป็นพวกเดียวกันมาเป็นเพื่อนกัน
“ชิงชิง?”
นางฟ้าใจพิสุทธิ์เอียงคอมอง ดวงตาบริสุทธิ์ใสแจ๋วเต็มไปด้วยความสงสัย
เป็นเพื่อนกัน? คือจะชวนมาเล่นด้วยเหรอ?
‘กงเจี่ยน’
กงเป่าช่วยแปลต่อ
โห ใสซื่อขนาดนี้เลยเหรอ นี่รู้เรื่องอะไรบ้างไหมเนี่ย...
เฉียวซางรู้สึกได้ทันทีว่าการพูดคุยหลังจากนี้สำคัญมาก เลยค่อยๆเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง
“ก็ประมาณว่า...ทำสัญญากับฉัน ออกจากอาณาเขตลึกลับไปด้วยกัน แล้วช่วยกันพยายามเพื่อความฝันของแต่ละฝ่าย”
พูดจบ เธอหยุดคิดนิดนึงก่อนถามว่า
“แกมีความฝันไหม?”
เธอจำได้ว่าในหนังสือที่ชื่อว่า “เมื่อสัตว์อสูรเดินออกจากอาณาเขตลึกลับ” เคยเขียนเอาไว้ว่าตอนนั้นตัวเอกก็พูดประโยคนี้กับสัตว์อสูรที่อยากทำสัญญาด้วย สุดท้ายก็ตกลงกันได้สำเร็จแล้วออกจากอาณาเขตลึกลับไปด้วยกัน
หนังสือเล่มนี้แต่งจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน แสดงว่าเชื่อถือได้พอสมควร
เฉียวซางตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตอบว่าความฝันคืออะไร เธอก็จะตอบกลับไปว่า "ฉันจะช่วยทำให้เป็นจริงแน่นอน!"
“ชิงชิง?”
ดวงตาใสซื่อของนางฟ้าใจพิสุทธิ์ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย
ความฝันคืออะไร?
กงเป่าช่วยแปลทันที
เฉียวซาง: “...”
เพื่อนก็ไม่เข้าใจ ความฝันก็ไม่รู้จัก สรุปแล้วนางฟ้าใจพิสุทธิ์นี่อายุเท่าไหร่กันแน่เนี่ย...
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบายว่า
“ก็สิ่งที่แกอยากทำไงล่ะ”
“ชิงชิง”
นางฟ้าใจพิสุทธิ์ส่ายหัว มันไม่มีสิ่งที่อยากทำ
แผนล่อลวงล้มเหลว...
แต่เฉียวซางไม่ท้อ ยังคงถามต่อว่า
“งั้นแกอยากทำสัญญากับฉันไหม?”
เวลาจัดการกับสัตว์อสูรใสซื่อแบบนี้ บางทีแค่ใช้วิธีพูดคุยตรงๆ แบบนี้ก็พอแล้ว
“ชิงชิง...”
นางฟ้าใจพิสุทธิ์รับรู้ถึงสายตาร้อนแรงตรงหน้า มันเงียบไปสองสามวินาที ก่อนจะแสดงสีหน้ารู้สึกผิดออกมา
ถ้าทำสัญญาก็ต้องออกจากอาณาเขตลึกลับ แม่มันไม่ยอมแน่ๆ
ถึงจะใสซื่อไม่รู้อะไรเลย แต่แค่คุยกันไม่กี่ประโยคก็จับใจความสำคัญได้ว่าถ้าทำสัญญาคือต้องออกไปข้างนอก...ฉลาดกว่าที่คิดอีก
เฉียวซางยิ่งรู้สึกพอใจในตัวนางฟ้าใจพิสุทธิ์เข้าไปใหญ่
ตอนนี้ดูแล้วนางฟ้าใจพิสุทธิ์ไม่ได้รังเกียจการทำสัญญา แต่ติดตรงที่ผู้ปกครองไม่ยอม
ถ้าอยากทำสัญญาให้สำเร็จ ต้องทำยังไงให้แม่ของมันยอมให้ได้
นางฟ้าใจพิสุทธิ์ตัวนี้ดูแล้วเด็กมาก คนพูดอะไรก็เชื่อหมด แต่แม่มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่ๆ
หรือจะใช้วิธีเด็ดขาด จับทำสัญญาไปเลยดี?
เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะคิดถึงความเป็นไปได้ข้อนี้
ในอาณาเขตลึกลับแบบนี้ พอเจอสัตว์อสูรที่ถูกใจ ใช้พลังบดขยี้แล้วทำสัญญาเลยก็เป็นเรื่องปกติ
ถึงแม้สัตว์อสูรป่ามักจะดื้อไม่ยอมฟังคำสั่ง แต่ในเมื่อสัตว์อสูรป่าในอาณาเขตลึกลับมีเยอะมาก บางตัวก็หายากจนซื้อในตลาดไม่ได้ด้วยซ้ำ
ถ้าโชคดีสุดขีด ได้เจอสัตว์อสูรสีแปลกก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
เวลาแบบนั้นไม่มีใครสนหรอกว่าสัตว์อสูรป่าจะนิสัยยังไง มีแต่จะคิดเรื่องทำสัญญาอย่างเดียว
แล้วนางฟ้าใจพิสุทธิ์ตรงหน้าก็ตรงตามสเป็กสัตว์อสูรตัวที่ห้าของเธอเป๊ะๆ จะจับทำสัญญาให้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
นางฟ้าใจพิสุทธิ์ยังเป็นแค่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้น ถ้าซุนเป่าใช้ปิดกั้นมิติขังมันไว้ในพื้นที่จำกัด ต่อให้มันจะกลายร่างเป็นสายลมก็ไม่มีทางหนีไปได้
แต่ปัญหาคือ...
ในเมื่อเธอต้องอยู่ในอาณาเขตลึกลับนี้ต่ออีกเกือบเดือน ถ้าไปจับลูกเขาแบบนี้ แม่มันจะไม่ตามมาเล่นงานเหรอ?
ยิ่งก่อนหน้านี้นางฟ้าใจพิสุทธิ์ไปอยู่กับปักษาปีกโบราณ ถ้าเกิดสองตัวนี้สนิทกันขึ้นมา...
ถ้าเธอทำสัญญาจริง มีโอกาสสูงเลยที่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจะมาตามล้างตามเช็ด
แต่...
นี่มันนางฟ้าใจพิสุทธิ์นะ สัตว์อสูรในตำนานเชียวนะ
ถ้าจะทำสัญญากับสัตว์อสูรระดับตำนานจะเสี่ยงสักหน่อยก็ถือว่าคุ้ม!
เฉียวซางคิดมาถึงตรงนี้กำลังจะฮึดสู้ตัดสินใจทำสัญญาแบบเด็ดขาด แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นดวงตาบริสุทธิ์ใสซื่อของนางฟ้าใจพิสุทธิ์ ความทรงจำเกี่ยวกับสองครั้งก่อนหน้าที่อีกฝ่ายเป็นฝ่ายปรากฏตัวต่อหน้าเธอเองก็ผุดขึ้นมาในหัว แล้วหัวใจของเธอก็อ่อนยวบลงทันที
นางฟ้าใจพิสุทธิ์โผล่มาเองเพราะมันไว้ใจเธอ...
ถ้าเธอฝืนทำสัญญาไป ตอนนั้นเธอก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่เคยพยายามจับวิญญาณประทานโชค หรือพวกที่พยายามทำสัญญากับภูติขลุ่ยประกายแสงแบบบังคับเลยไม่ใช่หรือไง…
“ซุนซุน!”
ทันใดนั้น ซุนเป่าก็ส่งเสียงขึ้นมา แสดงความเห็นว่า งั้นก็ไปหามาแม่ของเธอสิ ให้มันยอมรับการทำสัญญานี้ซะ!
“ชิงชิง”
นางฟ้าใจพิสุทธิ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วหันกลับไปนำทางทันที
เฉียวซางถึงกับตั้งตัวไม่ทัน รีบร้องห้าม “เดี๋ยวก่อน!”
“ชิงชิง?”
นางฟ้าใจพิสุทธิ์หยุดกึก หันกลับมามองด้วยสายตาสงสัย
“ฉัน...ยังไม่พร้อม” เฉียวซางพูดด้วยสีหน้าซับซ้อน
เธอไม่คิดเลยว่านางฟ้าใจพิสุทธิ์จะยอมทำสัญญาง่ายขนาดนี้ แถมยังเป็นฝ่ายพาเธอไปหาผู้ปกครองของมันเอง...
นั่นมันครอบครัวของสายพันธุ์นางฟ้าใจพิสุทธิ์ในตำนานเลยนะ! มันจะพาเธอไปหาแม่ของมัน แล้วให้เธอไปขอทำสัญญาตรงๆ แบบนั้นจริงๆเหรอ... แล้วเธอจะรอดออกจากอาณาเขตลึกลับนี่ไหมเนี่ย…
ยิ่งไปกว่านั้น เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้นางฟ้าใจพิสุทธิ์อยู่กับปักษาปีกโบราณ แสดงว่าผู้ปกครองของมันก็น่าจะอยู่แถวๆนั้นเหมือนกัน...
เธอเพิ่งหนีออกมาแท้ๆ ตอนนี้จะเดินกลับไปเองเนี่ยนะ!?
ไม่โอเค! ไม่โอเคเลย!
“ซุนซุน?”
ซุนเป่ามองมาด้วยสีหน้าสงสัย ก็แค่เข้าไปหาเอง จะต้องเตรียมอะไรด้วยเหรอ?
ไม่ง่ายแบบนั้นเฟ้ย!!
เฉียวซางกลอกตาใส่ซุนเป่า ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอสูดหายใจลึกแล้วพูดว่า
“เดี๋ยวพอไปถึงที่นั่น ให้เอาของที่สัตว์อสูรประเภทแฟรี่ชอบออกมาให้หมด”
เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนเสริมว่า
“แล้วก็ของที่สัตว์อสูรประเภทบินชอบด้วย”
บุกไปหาสัตว์อสูรในตำนาน บอกว่าจะมาทำสัญญากับลูกมัน... ถ้าดีหน่อยก็แค่บาดเจ็บหนัก ถ้าแย่ก็คงต้องไปเกิดใหม่
แต่คนเราควรมองโลกในแง่ดีไว้หน่อย…
ถ้าผู้ปกครองของนางฟ้าใจพิสุทธิ์สามารถเลี้ยงมันให้ใสซื่อได้ขนาดนี้ก็แปลว่านิสัยคงไม่ใช่พวกดุร้ายแบบไม่มีเหตุผล
ถ้าพาเครื่องบรรณาการไปด้วย อาจจะพอเปิดโอกาสให้คุยกันได้
การเจอสัตว์อสูรในตำนานสักตัวมันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ
นางฟ้าใจพิสุทธิ์ยังยอมทำสัญญา แถมยังเป็นฝ่ายพาเธอไปหาเอง ถ้าเธอยังกลัวจนถอยหนีเองตอนนี้ เธอคงดูถูกตัวเองสุดๆไปเลย
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าส่งเสียงตอบรับ แสดงว่ารับทราบ
เฉียวซางปรับสภาพจิตใจให้พร้อม หันไปมองนางฟ้าใจพิสุทธิ์ด้วยสีหน้าจริงจังแล้วพูดว่า
“โอเค นำทางเลย”
“ชิงชิง”
นางฟ้าใจพิสุทธิ์พยักหน้า ก่อนจะเดินนำไปต่อ
ยิ่งเดินเข้าไป เสียงลมหวีดหวิวก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ
จากข้อมูลที่เคยอ่านมา ถ้าลมแรงขึ้น แปลว่าอารมณ์ของนางฟ้าใจพิสุทธิ์กำลังแปรปรวน...
แบบนี้หมายความว่าแม่ของมันกำลังโมโหอยู่รึเปล่า...?
เฉียวซางสัมผัสถึงสายลมรุนแรงรอบตัว ความกล้าหาญที่เพิ่งฮึดขึ้นมาเมื่อครู่นี้ก็เริ่มเหี่ยวเฉาลงอีกครั้ง...
เธออยากจะบอกว่า ขอเวลาทำใจก่อนอีกสักหน่อยเถอะ… แต่พอเห็นแผ่นหลังของนางฟ้าใจพิสุทธิ์ที่เดินนำอยู่ข้างหน้า เธอก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวไปยืนข้างๆซุนเป่าแล้วก้มหน้ากระซิบเสียงเบาว่า
“ถ้าสถานการณ์มันไม่ดี รีบใช้ข้ามพิกัดมิติทันทีเลยนะ”
“ซุนซุน?”
ซุนเป่ารู้ทันทีว่าเธอหมายถึงอะไร มันเข้าใจได้ไวเหมือนเดิม ก่อนจะลดเสียงลงกระซิบกลับเหมือนกันว่า
แล้วจะพานางฟ้าใจพิสุทธิ์ไปด้วยไหม?
เฉียวซางมองแผ่นหลังเล็กๆ ของนางฟ้าใจพิสุทธิ์ที่เดินนำไปข้างหน้า ภาพตอนที่นางฟ้าใจพิสุทธิ์โผล่มาหาเธอเองสองครั้งก่อนหน้าผุดขึ้นมาในหัว เธอสูดหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงเบาเช่นกันว่า
“ไม่ต้อง”