เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1015: แกมีความฝันไหม?

บทที่ 1015: แกมีความฝันไหม?

บทที่ 1015: แกมีความฝันไหม?


จริงๆ อยู่ใกล้แค่นี้เอง...

พอเห็นนางฟ้าใจพิสุทธิ์โผล่มาตรงหน้าแบบกะทันหัน หัวใจของเฉียวซางก็สะดุดไปหนึ่งจังหวะ

สองครั้งแล้ว...

สองครั้งแล้วที่นางฟ้าใจพิสุทธิ์เป็นฝ่ายปรากฏตัวเองก่อน...

“ย่าห์?”

หยาเป่าเดินเข้ามาหาอย่างสงสัยจ้องมองนางฟ้าใจพิสุทธิ์ตรงหน้า

ผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองก็ตามหาเจ้าตัวเล็กนี่อยู่เหรอ?

ลู่เป่าก็จ้องมองนางฟ้าใจพิสุทธิ์ด้วยเหมือนกัน

‘กงเจี่ยน’

เสียงของกงเป่าดังขึ้นในหัว

‘มันถามว่า เธอมาตามหามันเหรอ?’

เฉียวซางได้สติกลับมา จ้องนางฟ้าใจพิสุทธิ์ด้วยสายตาแน่วแน่ ก่อนจะพยักหน้าตอบว่า

“ใช่ ฉันมาตามหาแกนั่นแหละ!”

พอได้ยินนางฟ้าใจพิสุทธิ์ถามแบบนี้ ก็แปลว่าเจ้าปักษาปีกโบราณฝั่งนั้นคงเห็นตัวเธอเข้าแล้วเหมือนกัน โชคดีที่มันไม่ได้ตามมาเหมือนกับนางฟ้าใจพิสุทธิ์...

พอคิดถึงจุดนี้ ใบหน้าของเฉียวซางก็เริ่มร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่

“ชิงชิง?”

นางฟ้าใจพิสุทธิ์ทำหน้างงๆ

‘กงเจี่ยน’

กงเป่าช่วยแปลในหัว

‘มันถามว่า ตามหามันมีธุระอะไรเหรอ?’

“ซุนซุน~”

ยังไม่ทันที่เฉียวซางจะอ้าปากพูด ซุนเป่าก็ร้องแทรกขึ้นมาก่อน บอกว่าตามหาเพราะอยากชวนมาเป็นพวกเดียวกันมาเป็นเพื่อนกัน

“ชิงชิง?”

นางฟ้าใจพิสุทธิ์เอียงคอมอง ดวงตาบริสุทธิ์ใสแจ๋วเต็มไปด้วยความสงสัย

เป็นเพื่อนกัน? คือจะชวนมาเล่นด้วยเหรอ?

‘กงเจี่ยน’

กงเป่าช่วยแปลต่อ

โห ใสซื่อขนาดนี้เลยเหรอ นี่รู้เรื่องอะไรบ้างไหมเนี่ย...

เฉียวซางรู้สึกได้ทันทีว่าการพูดคุยหลังจากนี้สำคัญมาก เลยค่อยๆเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง

“ก็ประมาณว่า...ทำสัญญากับฉัน ออกจากอาณาเขตลึกลับไปด้วยกัน แล้วช่วยกันพยายามเพื่อความฝันของแต่ละฝ่าย”

พูดจบ เธอหยุดคิดนิดนึงก่อนถามว่า

“แกมีความฝันไหม?”

เธอจำได้ว่าในหนังสือที่ชื่อว่า “เมื่อสัตว์อสูรเดินออกจากอาณาเขตลึกลับ” เคยเขียนเอาไว้ว่าตอนนั้นตัวเอกก็พูดประโยคนี้กับสัตว์อสูรที่อยากทำสัญญาด้วย สุดท้ายก็ตกลงกันได้สำเร็จแล้วออกจากอาณาเขตลึกลับไปด้วยกัน

หนังสือเล่มนี้แต่งจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน แสดงว่าเชื่อถือได้พอสมควร

เฉียวซางตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตอบว่าความฝันคืออะไร เธอก็จะตอบกลับไปว่า "ฉันจะช่วยทำให้เป็นจริงแน่นอน!"

“ชิงชิง?”

ดวงตาใสซื่อของนางฟ้าใจพิสุทธิ์ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย

ความฝันคืออะไร?

กงเป่าช่วยแปลทันที

เฉียวซาง: “...”

เพื่อนก็ไม่เข้าใจ ความฝันก็ไม่รู้จัก สรุปแล้วนางฟ้าใจพิสุทธิ์นี่อายุเท่าไหร่กันแน่เนี่ย...

เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบายว่า

“ก็สิ่งที่แกอยากทำไงล่ะ”

“ชิงชิง”

นางฟ้าใจพิสุทธิ์ส่ายหัว มันไม่มีสิ่งที่อยากทำ

แผนล่อลวงล้มเหลว...

แต่เฉียวซางไม่ท้อ ยังคงถามต่อว่า

“งั้นแกอยากทำสัญญากับฉันไหม?”

เวลาจัดการกับสัตว์อสูรใสซื่อแบบนี้ บางทีแค่ใช้วิธีพูดคุยตรงๆ แบบนี้ก็พอแล้ว

“ชิงชิง...”

นางฟ้าใจพิสุทธิ์รับรู้ถึงสายตาร้อนแรงตรงหน้า มันเงียบไปสองสามวินาที ก่อนจะแสดงสีหน้ารู้สึกผิดออกมา

ถ้าทำสัญญาก็ต้องออกจากอาณาเขตลึกลับ แม่มันไม่ยอมแน่ๆ

ถึงจะใสซื่อไม่รู้อะไรเลย แต่แค่คุยกันไม่กี่ประโยคก็จับใจความสำคัญได้ว่าถ้าทำสัญญาคือต้องออกไปข้างนอก...ฉลาดกว่าที่คิดอีก

เฉียวซางยิ่งรู้สึกพอใจในตัวนางฟ้าใจพิสุทธิ์เข้าไปใหญ่

ตอนนี้ดูแล้วนางฟ้าใจพิสุทธิ์ไม่ได้รังเกียจการทำสัญญา แต่ติดตรงที่ผู้ปกครองไม่ยอม

ถ้าอยากทำสัญญาให้สำเร็จ ต้องทำยังไงให้แม่ของมันยอมให้ได้

นางฟ้าใจพิสุทธิ์ตัวนี้ดูแล้วเด็กมาก คนพูดอะไรก็เชื่อหมด แต่แม่มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่ๆ

หรือจะใช้วิธีเด็ดขาด จับทำสัญญาไปเลยดี?

เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะคิดถึงความเป็นไปได้ข้อนี้

ในอาณาเขตลึกลับแบบนี้ พอเจอสัตว์อสูรที่ถูกใจ ใช้พลังบดขยี้แล้วทำสัญญาเลยก็เป็นเรื่องปกติ

ถึงแม้สัตว์อสูรป่ามักจะดื้อไม่ยอมฟังคำสั่ง แต่ในเมื่อสัตว์อสูรป่าในอาณาเขตลึกลับมีเยอะมาก บางตัวก็หายากจนซื้อในตลาดไม่ได้ด้วยซ้ำ

ถ้าโชคดีสุดขีด ได้เจอสัตว์อสูรสีแปลกก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

เวลาแบบนั้นไม่มีใครสนหรอกว่าสัตว์อสูรป่าจะนิสัยยังไง มีแต่จะคิดเรื่องทำสัญญาอย่างเดียว

แล้วนางฟ้าใจพิสุทธิ์ตรงหน้าก็ตรงตามสเป็กสัตว์อสูรตัวที่ห้าของเธอเป๊ะๆ จะจับทำสัญญาให้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

นางฟ้าใจพิสุทธิ์ยังเป็นแค่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้น ถ้าซุนเป่าใช้ปิดกั้นมิติขังมันไว้ในพื้นที่จำกัด ต่อให้มันจะกลายร่างเป็นสายลมก็ไม่มีทางหนีไปได้

แต่ปัญหาคือ...

ในเมื่อเธอต้องอยู่ในอาณาเขตลึกลับนี้ต่ออีกเกือบเดือน ถ้าไปจับลูกเขาแบบนี้ แม่มันจะไม่ตามมาเล่นงานเหรอ?

ยิ่งก่อนหน้านี้นางฟ้าใจพิสุทธิ์ไปอยู่กับปักษาปีกโบราณ ถ้าเกิดสองตัวนี้สนิทกันขึ้นมา...

ถ้าเธอทำสัญญาจริง มีโอกาสสูงเลยที่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจะมาตามล้างตามเช็ด

แต่...

นี่มันนางฟ้าใจพิสุทธิ์นะ สัตว์อสูรในตำนานเชียวนะ

ถ้าจะทำสัญญากับสัตว์อสูรระดับตำนานจะเสี่ยงสักหน่อยก็ถือว่าคุ้ม!

เฉียวซางคิดมาถึงตรงนี้กำลังจะฮึดสู้ตัดสินใจทำสัญญาแบบเด็ดขาด แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นดวงตาบริสุทธิ์ใสซื่อของนางฟ้าใจพิสุทธิ์ ความทรงจำเกี่ยวกับสองครั้งก่อนหน้าที่อีกฝ่ายเป็นฝ่ายปรากฏตัวต่อหน้าเธอเองก็ผุดขึ้นมาในหัว แล้วหัวใจของเธอก็อ่อนยวบลงทันที

นางฟ้าใจพิสุทธิ์โผล่มาเองเพราะมันไว้ใจเธอ...

ถ้าเธอฝืนทำสัญญาไป ตอนนั้นเธอก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่เคยพยายามจับวิญญาณประทานโชค หรือพวกที่พยายามทำสัญญากับภูติขลุ่ยประกายแสงแบบบังคับเลยไม่ใช่หรือไง…

“ซุนซุน!”

ทันใดนั้น ซุนเป่าก็ส่งเสียงขึ้นมา แสดงความเห็นว่า งั้นก็ไปหามาแม่ของเธอสิ ให้มันยอมรับการทำสัญญานี้ซะ!

“ชิงชิง”

นางฟ้าใจพิสุทธิ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วหันกลับไปนำทางทันที

เฉียวซางถึงกับตั้งตัวไม่ทัน รีบร้องห้าม “เดี๋ยวก่อน!”

“ชิงชิง?”

นางฟ้าใจพิสุทธิ์หยุดกึก หันกลับมามองด้วยสายตาสงสัย

“ฉัน...ยังไม่พร้อม” เฉียวซางพูดด้วยสีหน้าซับซ้อน

เธอไม่คิดเลยว่านางฟ้าใจพิสุทธิ์จะยอมทำสัญญาง่ายขนาดนี้ แถมยังเป็นฝ่ายพาเธอไปหาผู้ปกครองของมันเอง...

นั่นมันครอบครัวของสายพันธุ์นางฟ้าใจพิสุทธิ์ในตำนานเลยนะ! มันจะพาเธอไปหาแม่ของมัน แล้วให้เธอไปขอทำสัญญาตรงๆ แบบนั้นจริงๆเหรอ... แล้วเธอจะรอดออกจากอาณาเขตลึกลับนี่ไหมเนี่ย…

ยิ่งไปกว่านั้น เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้นางฟ้าใจพิสุทธิ์อยู่กับปักษาปีกโบราณ แสดงว่าผู้ปกครองของมันก็น่าจะอยู่แถวๆนั้นเหมือนกัน...

เธอเพิ่งหนีออกมาแท้ๆ ตอนนี้จะเดินกลับไปเองเนี่ยนะ!?

ไม่โอเค! ไม่โอเคเลย!

“ซุนซุน?”

ซุนเป่ามองมาด้วยสีหน้าสงสัย ก็แค่เข้าไปหาเอง จะต้องเตรียมอะไรด้วยเหรอ?

ไม่ง่ายแบบนั้นเฟ้ย!!

เฉียวซางกลอกตาใส่ซุนเป่า ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอสูดหายใจลึกแล้วพูดว่า

“เดี๋ยวพอไปถึงที่นั่น ให้เอาของที่สัตว์อสูรประเภทแฟรี่ชอบออกมาให้หมด”

เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนเสริมว่า

“แล้วก็ของที่สัตว์อสูรประเภทบินชอบด้วย”

บุกไปหาสัตว์อสูรในตำนาน บอกว่าจะมาทำสัญญากับลูกมัน... ถ้าดีหน่อยก็แค่บาดเจ็บหนัก ถ้าแย่ก็คงต้องไปเกิดใหม่

แต่คนเราควรมองโลกในแง่ดีไว้หน่อย…

ถ้าผู้ปกครองของนางฟ้าใจพิสุทธิ์สามารถเลี้ยงมันให้ใสซื่อได้ขนาดนี้ก็แปลว่านิสัยคงไม่ใช่พวกดุร้ายแบบไม่มีเหตุผล

ถ้าพาเครื่องบรรณาการไปด้วย อาจจะพอเปิดโอกาสให้คุยกันได้

การเจอสัตว์อสูรในตำนานสักตัวมันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ

นางฟ้าใจพิสุทธิ์ยังยอมทำสัญญา แถมยังเป็นฝ่ายพาเธอไปหาเอง ถ้าเธอยังกลัวจนถอยหนีเองตอนนี้ เธอคงดูถูกตัวเองสุดๆไปเลย

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าส่งเสียงตอบรับ แสดงว่ารับทราบ

เฉียวซางปรับสภาพจิตใจให้พร้อม หันไปมองนางฟ้าใจพิสุทธิ์ด้วยสีหน้าจริงจังแล้วพูดว่า

“โอเค นำทางเลย”

“ชิงชิง”

นางฟ้าใจพิสุทธิ์พยักหน้า ก่อนจะเดินนำไปต่อ

ยิ่งเดินเข้าไป เสียงลมหวีดหวิวก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ

จากข้อมูลที่เคยอ่านมา ถ้าลมแรงขึ้น แปลว่าอารมณ์ของนางฟ้าใจพิสุทธิ์กำลังแปรปรวน...

แบบนี้หมายความว่าแม่ของมันกำลังโมโหอยู่รึเปล่า...?

เฉียวซางสัมผัสถึงสายลมรุนแรงรอบตัว ความกล้าหาญที่เพิ่งฮึดขึ้นมาเมื่อครู่นี้ก็เริ่มเหี่ยวเฉาลงอีกครั้ง...

เธออยากจะบอกว่า ขอเวลาทำใจก่อนอีกสักหน่อยเถอะ… แต่พอเห็นแผ่นหลังของนางฟ้าใจพิสุทธิ์ที่เดินนำอยู่ข้างหน้า เธอก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวไปยืนข้างๆซุนเป่าแล้วก้มหน้ากระซิบเสียงเบาว่า

“ถ้าสถานการณ์มันไม่ดี รีบใช้ข้ามพิกัดมิติทันทีเลยนะ”

“ซุนซุน?”

ซุนเป่ารู้ทันทีว่าเธอหมายถึงอะไร มันเข้าใจได้ไวเหมือนเดิม ก่อนจะลดเสียงลงกระซิบกลับเหมือนกันว่า

แล้วจะพานางฟ้าใจพิสุทธิ์ไปด้วยไหม?

เฉียวซางมองแผ่นหลังเล็กๆ ของนางฟ้าใจพิสุทธิ์ที่เดินนำไปข้างหน้า ภาพตอนที่นางฟ้าใจพิสุทธิ์โผล่มาหาเธอเองสองครั้งก่อนหน้าผุดขึ้นมาในหัว เธอสูดหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงเบาเช่นกันว่า

“ไม่ต้อง”

จบบทที่ บทที่ 1015: แกมีความฝันไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว