- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1009: ช่วยเหลือ
บทที่ 1009: ช่วยเหลือ
บทที่ 1009: ช่วยเหลือ
ตอนนี้อยู่ในระยะสิบกิโลเมตรจากนางฟ้าใจพิสุทธิ์แล้วเหรอ?
เฉียวซางรู้สึกใจเต้นนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับตื่นเต้นเป็นพิเศษ
ก่อนหน้านี้เธอก็ถือว่าเคยเห็นสัตว์อสูรมายามาแล้วตั้งสองตัว แถมยังเคยใช้ชีวิตอยู่กับสัตว์อสูรมายาจากดาวดวงอื่นเป็นเดือนๆ หลังจากนั้นยังเคยเจอสัตว์อสูรโบราณมาอีกด้วย เธอเลยคิดว่าถ้าได้เจอสัตว์อสูรหายากอีกครั้ง ก็น่าจะควบคุมสภาพจิตใจตัวเองได้อยู่
จริงๆ ที่มาครั้งนี้ จุดประสงค์หลักก็แค่ไม่อยากปล่อยให้กุญแจลับกับเข็มทิศสายลมบริสุทธิ์ที่อุตส่าห์ได้มาเสียเปล่าก็เท่านั้น
ระหว่างทางถ้าเกิดหาเจอนางฟ้าใจพิสุทธิ์ได้เจอสัตว์อสูรในตำนานกับตาตัวเองก็ถือว่าโชคดีสุดๆ
แต่ถ้าไม่เจอก็แค่เสียดายนิดหน่อยเท่านั้น
เธอทำใจไว้แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าแค่เข้ามาได้ไม่นานจะตามร่องรอยของนางฟ้าใจพิสุทธิ์เจอไวขนาดนี้
สมแล้วที่ว่าเข็มทิศสายลมบริสุทธิ์ราคาเก้าร้อยล้าน ถ้าไม่มีนี่ ต่อให้มาถึงที่นี่ ก็คงไม่มีทางรู้เลยว่านางฟ้าใจพิสุทธิ์อยู่ใกล้แค่นี้เอง…
เฉียวซางคิดแล้วก็อดถอนหายใจในใจไม่ได้ สายตาก็หันไปมองเข็มทิศสายลมบริสุทธิ์ที่เข็มกำลังชี้อยู่
ตอนนี้วงแหวนสามชั้นของเข็มทิศยังหมุนช้าๆ ส่วนเข็มกลางก็เหมือนโดนสนามแม่เหล็กรบกวน กระดกไปมา ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
เฉียวซางลองถือเข็มทิศสายลมบริสุทธิ์หันไปทุกทิศทุกทาง
พอหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ การสั่นไหวของเข็มกลางก็ค่อยๆ ลดลง
งั้นก็อยู่ทางนั้นสินะ…
ความคิดนี้เพิ่งแวบขึ้นมา ก็ได้ยินเสียงแกรกๆ จากข้างๆ
พอหันไปมอง ก็เห็นว่าซุนเป่าที่ไม่รู้ไปคุ้ยเสื้อคลุมสีดำมาจากในวงแหวนตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนนี้กำลังคลุมให้ตัวเองอยู่
เฉียวซางชะงักไปแป๊บหนึ่ง แล้วก็นึกถึงเจ้าหนอนหางสายฟ้าตัวเล็กๆ ที่ระดับก็ไม่ได้สูงมาก
กำลังจะหันไปถามว่ามันหนาวบ้างไหม แต่พอเหลือบมองลงไป เจ้าหนอนหางสายฟ้ากลับกำลังม้วนตัวอยู่ในขนของหยาเป่า หลับปุ๋ยอย่างสบายใจ
ไม่หนาวก็ดีแล้วล่ะ…
เฉียวซางละสายตากลับมา แล้วก็เผลอหาวออกมาเบาๆ แบบควบคุมไม่ได้
จู่ๆ เธอก็นึกถึงข้อมูลอีกข้อหนึ่งเกี่ยวกับอาณาเขตลึกลับหมายเลข 16 ที่เคยอ่านในโพสต์
[ในอาณาเขตลึกลับหมายเลข 16 จะไม่มีเวลากลางคืน มีแต่เวลากลางวัน เพราะงั้นพอเข้าไปแล้วต้องคอยดูเวลาเอง]
หรือว่าเวลาจะผ่านไปนานมากแล้ว? ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่ก่อนหยาเป่าจะนอนตรงเวลาตลอด แต่เดี๋ยวนี้กลางคืนมันก็ยังฝืนไหว ตอนนี้เลยดูเวลาจากหยาเป่าไม่ได้แล้วว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน…
เฉียวซางมองหยาเป่าหนึ่งที ก่อนจะหันไปมองซุนเป่าแล้วพูดว่า
“มือถือ”
“ซุนซุน…”
ซุนเป่าทำหน้าเหมือนใจจะขาด แต่ก็ยอมยื่นมือถือออกมาให้แต่โดยดี
ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่คืนสักหน่อย ทำหน้าขนาดนั้นทำไม…
เฉียวซางเห็นหน้าซุนเป่าแล้วก็แอบบ่นในใจ รับมือถือมาแล้วก้มดูเวลา
02:29 น.
ดึกขนาดนี้แล้วเหรอ…
เฉียวซางหน้าตกใจอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะวางมือถือ แล้วหยิบเข็มทิศสายลมบริสุทธิ์ขึ้นมาเช็คตำแหน่งของนางฟ้าใจพิสุทธิ์อีกที
พอมั่นใจว่าอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้เหมือนเดิม เธอก็พูดว่า
“หยาเป่า วางฉันลง เดี๋ยวแกนอนพักก่อนนะ”
“ย่าห์ ย่าห์…”
หยาเป่าฝืนลืมตา ส่งเสียงตอบบอกว่า ไม่ง่วงเลยสักนิด
ที่แท้ก็ง่วงขนาดนี้แล้ว…
เฉียวซางปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นแล้วพูดว่า “ตอนนี้เราอยู่ในอาณาเขตลึกลับนะ ถ้าไม่พักผ่อนให้ดี จะรับมือกับอันตรายที่อาจเจอได้ยังไง”
เธอไม่ลืมว่าหยาเป่าถ้าง่วงขนาดนี้ ต่อให้ลู่เป่าใช้แสงแห่งการรักษาให้ก็ประคองไว้ได้ไม่นาน สู้ปล่อยให้มันหลับไปตามปกติดีกว่า
“ย่าห์ ย่าห์…”
หยาเป่าได้ยินก็รู้สึกว่าเธอพูดมีเหตุผล มันขยับขาสี่ข้าง เตรียมจะวิ่งลงไปข้างล่าง
“กงเจี่ยน”
จังหวะนั้นเอง เสียงของกงเป่าก็ดังขึ้น แสดงท่าทีว่าระหว่างที่หยาเป่าพัก เดี๋ยวมันจะคอยดูแลให้เอง
เฉียวซางกำลังจะปฏิเสธ บอกให้มันพักเหมือนกัน แต่เสียงของกงเป่าก็ดังขึ้นในหัวพอดี
‘กงเจี่ยน’
มันไม่เหมือนหยาเป่า ถ้าง่วงก็แค่ให้ลู่เป่าส่งแสงแห่งการรักษามาสักรอบก็พอ แล้วที่สำคัญ สถานที่แบบนี้ อยู่บนฟ้าน่าจะปลอดภัยกว่า
เฉียวซางนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดว่า “งั้นแกช่วยพาฉันขึ้นไปบนหลังกงเป่าหน่อย”
พอได้ยินคำสั่งของผู้ฝึกสัตว์อสูร กงเป่าที่หดตัวอยู่ตลอดเวลาก็เริ่มขยายร่างกลับเป็นขนาดเดิม
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าดวงตาเป็นประกายแสงสีฟ้า ควบคุมให้ผู้ฝึกของตัวเองกับเจ้าหนอนหางสายฟ้าลอยไปลงบนหลังกงเป่าแทน
หยาเป่าเองก็ย่อขนาดตัวลง แล้วมากลิ้งตัวนอนข้างๆผู้ฝึกสัตว์อสูรของมัน
“เตียนเว่ย…”
เจ้าหนอนหางสายฟ้าสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนเริ่มที่จะรู้สึกหนาว
“เอาเสื้อขนเป็ดฉันออกมาสักตัว” เฉียวซางเห็นแล้วก็พูดขึ้น
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าคิดว่าผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองหนาว รีบคว้าเสื้อขนเป็ดสีดำออกมาอย่างว่องไว
เฉียวซางรับมาแล้วเอาไปห่มคลุมให้หยาเป่ากับหนอนหางสายฟ้า
จากนั้นก็หยิบเข็มทิศสายลมบริสุทธิ์ขึ้นมาชี้นำทิศทางต่อ “บินตรงไปข้างหน้าได้เลย ไม่ต้องใช้ข้ามพิกัดมิติแล้วนะ”
ระยะทางแค่สิบกิโลเมตร สำหรับกงเป่าตอนนี้ ถือว่าไม่ใกล้ไม่ไกล
ควบคุมความเร็วดีๆ จะได้กะระยะทางได้แม่นๆ ถ้าให้ซุนเป่าข้ามพิกัดมิติไป เกิดพลาดขึ้นมาเดี๋ยวเข็มทิศสายลมบริสุทธิ์จะจับตำแหน่งไม่ได้
“กงเจี่ยน”
กงเป่าส่งเสียงรับรู้ ก่อนจะกระพือปีก บินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้วยความเร็วที่ควบคุมได้
ลมหนาวพัดผ่านหน้า แต่เฉียวซางกลับไม่รู้สึกหนาวสั่น มีแค่ความเย็นสดชื่นนิดๆ ช่วยให้หัวที่เริ่มจะมึนๆ จากความง่วง กลับมาตื่นตัวขึ้น
ยิ่งบินลึกเข้าไปในดินแดนน้ำแข็ง วงแหวนทั้งสามของเข็มทิศสายลมบริสุทธิ์ก็ยิ่งหมุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ระหว่างนั้น ลู่เป่าก็โผล่หัวออกมาจากกระเป๋า เปล่งแสงแห่งการรักษาให้เฉียวซางกับกงเป่าคนละรอบ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จู่ๆ ก็มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ดังแว่วมาจากด้านล่าง
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
เฉียวซางได้ยินแล้ว หัวใจเต้นกระตุก รีบตบหลังเบาๆเป็นสัญญาณให้กงเป่ารู้
กงเป่ารับสัญญาณทันที กระพือปีกมุ่งไปทางต้นเสียง
ไม่นานก็เห็นสัตว์อสูรรูปร่างเหมือนสิงโตสีฟ้ากำลังวิ่งหนีสุดชีวิต บนหลังมันมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ ใบหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ด้านหลังของพวกเขา มีสัตว์อสูรขนาดราวหกเมตรสิบกว่าตัว ลำตัวสีขาวโพลน รูปร่างเหมือนต้นไม้ กำลังไล่ตามมา
พวกมันยื่นแขนสีขาวที่เหมือนกิ่งไม้ยาวๆ ออกมา มือแต่ละข้างบิดงอทะลุอากาศไล่คว้าด้วยความรวดเร็ว
สัตว์อสูรสิงโตสีฟ้าตัวนั้นพยายามวิ่งหนีพลางหลบหลีกกิ่งก้านพวกนั้นไปด้วยอย่างหวุดหวิด
ต้นหิมะกิ่งพิฆาต สัตว์อสูรประเภทน้ำแข็ง ระดับนายพล มักอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง… ข้อมูลสัตว์อสูรตรงหน้าโผล่ขึ้นมาในหัวเฉียวซางทันที
เธอไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว รีบสั่งการว่า
“ควบคุมตัวคนกับสัตว์อสูรนั่นขึ้นมาเลย!”
พูดจบ เฉียวซางก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แล้วรีบเก็บเข็มทิศสายลมบริสุทธิ์ลงในกระเป๋า
“ซุนซุน~”
ดวงตาของซุนเป่าเปล่งแสงสีฟ้า
สัตว์อสูรสิงโตและชายที่นั่งอยู่บนหลังมันที่กำลังหนีตลอดเวลา ถูกพลังจิตของซุนเป่าควบคุมขึ้นไปในอากาศ
“อ้ายอ้าย!”
“อ้ายอ้าย!”
พวกต้นหิมะกิ่งพิฆาตทั้งสิบกว่าต้นยื่นแขนขาวยาวออกไป พวกมันบิดแขนที่เหมือนกิ่งไม้ไปมาหลายทิศทาง พยายามจะโจมตีสัตว์อสูรสิงโต
ความรู้สึกเหมือนจะเป็นการควบคุมเงาดำในเวอร์ชันสีขาวเลย... เฉียวซางคิดในใจ ก่อนจะพูดออกมา
“คมมีดปีกเหล็ก”
“กงเจี่ยน”
กงเป่ากระพือปีกแรงๆ ปีกของมันทำจากขนเหล็กแหลมคม เปลี่ยนเป็นใบมีดสีม่วงมากมาย และพุ่งลงไปในทิศทางของต้นหิมะกิ่งพิฆาตเอาไว้
ใบมีดสีม่วงโจมตีใส่ต้นหิมะกิ่งพิฆาตได้อย่างไม่ยากเย็น
“อ้ายอ้าย!”
“อ้ายอ้าย!”
ต้นหิมะกิ่งพิฆาตแต่ละต้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลงไปโดยไม่สามารถตอบโต้ได้มากนัก
ใบมีดหมุนกลับขึ้นไป และกลับเข้าที่เดิมบนร่างของกงเป่า
ใบมีดปีกขั้นไร้ที่ติ บวกกับลักษณะเฉพาะตัวคมกริบของมัน ทำงานได้เข้าขากันดีจริงๆ... เฉียวซางมองต้นหิมะกิ่งพิฆาตที่แทบจะพ่ายแพ้ไปในพริบตาและรู้สึกพอใจในผลลัพธ์
แม้ว่าสัตว์อสูรพวกนี้จะเป็นสัตว์อสูรที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนอย่างจริงจัง พวกมันจึงไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่ แต่ก็ยังถือว่าเป็นสัตว์อสูรระดับนายพล เมื่อเจอสัตว์อสูรระดับนี้จำนวนมาก และยังถูกทำลายไปได้ง่ายขนาดนี้ ก็แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ก้าวกระโดดของกงเป่าหลังจากการวิวัฒนาการ