- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 997 มังกรเสียงเลื่อย 1
บทที่ 997 มังกรเสียงเลื่อย 1
บทที่ 997 มังกรเสียงเลื่อย 1
“ใครไปที่นั่น?” เสียงของหัวหน้าดังขึ้นในวิทยุสื่อสาร
ประมาณสามถึงสี่วินาทีให้หลัง ฟางหลานตอบว่า “เฉียวซาง…”
งานนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้มีคนของหน่วยปฏิบัติการพิเศษมาอยู่เยอะมาก นอกจากพวกที่ดูแลงานด้านนี้โดยตรง ก็ยังมีพวกที่รับงานเป็นครั้งๆ และไม่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่ด้วย หัวหน้าจำชื่อทุกคนไม่ได้อยู่แล้ว
แต่สำหรับเฉียวซาง ถือเป็นข้อยกเว้น
นอกจากหน้าตาที่ดูเหมือนเด็กยังไม่โตเต็มวัยแล้ว สัตว์อสูรของเธอก็เป็นพวกหาดูได้ยาก เรียกได้ว่าใครเห็นก็ต้องจำได้ติดตา
หัวหน้าคิดแป๊บเดียวก็จำได้ว่าเฉียวซางคือใคร
เขาขมวดคิ้วทันที “ทำอะไรไม่คิด! พื้นที่ที่เธอดูแลคือโซน B นี่ แล้วทำไมถึงไปถึงที่มังกรเสียงเลื่อยก่อนพวกผู้เข้าแข่งขันอีก? ตอนนี้ใครที่รับผิดชอบเส้นทางแข่งข้ามสิ่งกีดขวางทางอากาศบ้าง ถ้าอยู่ใกล้ๆ มังกรเสียงเลื่อย ส่งคนไปดูหน่อย”
ถึงแม้ว่ามังกรเสียงเลื่อยจะเป็นสัตว์อสูรประเภทมังกรระดับราชา แต่การที่มันปรากฏตัวออกมาแบบไม่ปิดบัง แถมยังไม่มีการก่อความวุ่นวายหรือถูกหน่วยตรวจตราไล่จับ ก็แสดงว่ามันต้องเป็นสัตว์อสูรที่ทำสัญญาแล้วแน่นอน
สัตว์อสูรที่ถูกพัฒนาไปจนถึงระดับราชา ย่อมรู้กฎระเบียบของสังคมมนุษย์ดี และสามารถสื่อสารได้เข้าใจ ต่อให้ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันไม่ได้อยู่ข้างๆ ตราบใดที่พูดคุยกันรู้เรื่อง มันก็คงไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โต
ไม่งั้นคงไม่มีผู้ฝึกสัตว์อสูรคนไหนกล้าปล่อยสัตว์อสูรระดับราชาออกมาเดินเล่นเองแน่ๆ
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่มีใครตอบรับหรือเสนอตัวออกไป
แม้จะรู้ดีว่ามังกรเสียงเลื่อยตัวนี้เป็นสัตว์อสูรที่ทำสัญญาแล้วแน่นอน แต่ความกดดันจากสัตว์อสูรประเภทมังกรระดับราชา ก็ยังทำให้ไม่มีใครอยากเป็นคนแรกที่เข้าไปเผชิญหน้าด้วย
จังหวะนั้น ฟางหลานก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
“คือว่า…ฉันว่าเฉียวซางน่าจะไปถึงก่อนพวกผู้เข้าแข่งขันได้นะ เธอมีสัตว์อสูรที่ใช้ข้ามพิกัดมิติได้ ฉันเพิ่งเห็นเธอข้ามพิกัดมิติหายไปต่อหน้าต่อตาเลย”
พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงของเฉียวซางก็ดังออกมาจากวิทยุสื่อสาร
“ฉันถึงแล้วค่ะ”
“!!!”
ถึงแล้ว?!
คนทั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษถึงกับอึ้งกันทั้งแถบ
ซุนเป่าในตอนนี้ ทักษะข้ามพิกัดมิติของมันพัฒนาไปถึงขั้นไร้ที่ติขั้นสูงสุดแล้ว ขอแค่รู้เส้นทางล่วงหน้า ต่อให้เป็นการข้ามระยะทางไกลๆ ถ้าไม่กลัวเปลืองพลัง ก็วาร์ปได้ในพริบตา
เฉียวซางมองไปยังมังกรเสียงเลื่อยตัวเขื่องที่อยู่ไม่ไกล ตัวมันใหญ่จนแทบจะกินพื้นที่ไปเกือบทั้งสนามแข่ง หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
แม้จะไม่รู้ว่าสถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นยังไง แต่ที่แน่ๆ คือสัตว์อสูรมังกรตรงหน้านี้ มันก็คือตัวเดียวกับที่เธอเห็นในความฝัน และมันคือกุญแจสำคัญในการพัฒนาสมองส่วนพิเศษของเธอ
ตอนนี้เธอพัฒนาสมองส่วนพิเศษไปได้ 49% แล้ว ถ้าได้พัฒนาอีกนิดเดียวก็จะครบ 50%
พอถึง 50% เมื่อไหร่ ก็สามารถไปสอบเลื่อนขั้นเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรอาชีพระดับ B ได้ ถ้าผ่านก็คงพอเรียกตัวเองว่าเป็น "ตัวท็อป" ได้บ้างล่ะ!
คิดได้แบบนั้น เฉียวซางก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนตะโกนออกไปด้วยท่าทางจริงจังสุดๆ
“มังกรเสียงเลื่อย! ที่นี่คือสนามแข่งของงานแข่งบินนะ! ห้ามหยุดค้างอยู่ตรงนี้เด็ดขาด!”
ในขณะที่ปากพูดไป สมองเธอก็เผลอจินตนาการฉากต่อไปแบบอัตโนมัติ
มังกรเสียงเลื่อยมองมาด้วยสีหน้าไม่แยแสในใจคงคิดว่า ‘แค่มนุษย์ตัวเล็กๆ ยังกล้ามาสั่งฉันเหรอ’ จากนั้นก็เปิดฉากโจมตีใส่ทันที
หยาเป่าพุ่งเข้าปะทะกับมัน แต่สุดท้ายก็สู้ไม่ได้
ระหว่างนั้นตัวเองก็ต้องโดนมังกรเสียงเลื่อยโจมตีไปด้วยแน่ๆ
ตามข้อมูลที่เคยอ่านมา มังกรเสียงเลื่อยสามารถใช้เขาส่งคลื่นเสียงความถี่สูง โจมตีทุกเป้าหมายรอบตัวแบบไม่เลือกหน้า
ถึงมังกรเสียงเลื่อยตัวนี้จะเป็นสัตว์อสูรที่ทำสัญญาแล้ว คงไม่โจมตีมนุษย์โดยตรง แต่โอกาสที่จะเผลอปล่อยคลื่นเสียงมาโดนเธอไปด้วยก็มีสูง
ถ้าโดนเข้าไปเต็มๆ สมองส่วนพิเศษของเธอคงสั่นสะเทือนอย่างหนัก แต่สุดท้ายด้วยพลังใจอันแข็งแกร่ง เธอก็จะสามารถกัดฟันอดทนจนทะลวงขีดจำกัดไปได้
เหมือนตอนนั้นที่โดนสะกดจิตแล้วพยายามดิ้นรนจนตื่นขึ้นมาได้ ส่งผลให้สมองส่วนพิเศษทะลุขีดจำกัด พร้อมกับได้ทำสัญญากับลู่เป่าไปในคราวเดียวกัน…
แต่แล้วภาพในหัวทั้งหมดนั้น ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
“จื้อจื้อ”
มังกรเสียงเลื่อยแค่เหลือบมองไปรอบๆ เห็นว่าตรงที่ตัวเองหยุดอยู่มันแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆนิดหน่อย มันก็ทำหน้ารู้สึกผิดนิดๆ ก่อนจะร้องเบาๆแล้วก็กระพือปีกบินเลี่ยงออกไปพ้นจากสนามแข่งอย่างว่าง่าย
เฉียวซาง: “?!!”
อะไรเนี่ย! โอกาสทองของฉัน! อย่าเพิ่งไปสิ!
ถ้าแกหนีไปแบบนี้ ฉันจะทำยังไงล่ะ!
“หยาเป่า! ตามไปเร็ว!” เฉียวซางพูดทันทีโดยไม่คิดอะไร
“ย่าห์!”
หยาเป่ากระโจนออกตัวทันที เตรียมจะวิ่งตามสุดกำลัง
ในวินาทีถัดมา เสียงของเฉียวซางก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เดี๋ยว! หยุดก่อน!”
“ย่าห์…”
หยาเป่าชะงัก หยุดฝีเท้าลงทันที
ไม่ใช่…สถานที่ไม่ใช่ที่นี่…
เฉียวซางมองลอดช่องว่างระหว่างกลุ่มเมฆลงไปด้านล่าง
ตรงนี้ไม่ใช่บริเวณเหนือศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูร
แปลว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เธอจะได้ทะลวงขีดจำกัด…
แล้วแบบนี้ควรจะตามไปต่อดีไหม…
เฉียวซางมองดูแผ่นหลังของมังกรเสียงเลื่อยที่ค่อยๆ เล็กลงเรื่อยๆ ด้วยความลังเล
มังกรเสียงเลื่อยตัวนี้ ไม่ต้องสงสัยเลย มันคือมังกรในฝันตัวนั้นแน่ๆ
สัตว์อสูรประเภทมังกรไม่ใช่พวกที่เดินเล่นให้เจอได้ตามข้างถนนหรอก
จะบังเอิญเจอมังกรตัวนึง แล้วไม่กี่นาทีต่อมาเจออีกตัวหนึ่ง? มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือมังกรประเภทมังกรระดับราชา
ในเขตเมืองเดียวกัน โอกาสที่จะเจอสองตัวในช่วงเวลาสั้นๆ เรียกว่าแทบเป็นศูนย์
ดังนั้นมังกรเสียงเลื่อยตรงหน้านี้ เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ มันคือตัวเดียวกับที่เธอเห็นในภาพตอนฝันถึงสถานที่ทะลวงขีดจำกัด
แต่…สัตว์อสูรใช่ แต่สถานที่ไม่ใช่…
แบบนี้ควรจะล้มเลิกความคิดไปเลยดีไหม? หรืออาจจะมีโอกาสได้เจอมันเหนือศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูรตามที่เห็นในฝัน…
แต่มันจะมีเรื่องบังเอิญขนาดนั้นได้จริงๆเหรอ?
สัตว์อสูรมังกรเสียงเลื่อยที่ปกติแทบไม่เคยเจอ แล้วจะมาโผล่ตรงจุดนั้นพอดีอีกครั้ง?
หรือว่า…สิ่งที่ภูติขลุ่ยประกายแสงทำนายให้ มันก็มาจากข้อมูลที่เธอรู้อยู่แล้วมาตีความต่อเหมือนกัน?
เหมือนกับตอนที่ลู่เป่าจะวิวัฒนาการครั้งนั้น…
ความคิดสารพัดวิ่งวนในหัวเฉียวซางจนเธอตัดสินใจไม่ถูกอยู่พักหนึ่ง
แต่หลังจากลังเลได้ไม่นาน ดวงตาเธอก็กลับมาแน่วแน่อีกครั้ง
“ตามไป!”
เธอไม่ควรเอาความหวังไปฝากไว้กับอนาคตที่เลื่อนลอย
ประสบการณ์ครั้งที่แล้ว ตอนลู่เป่าได้วิวัฒนาการก็ควรจะสอนให้เธอรู้แล้วว่า เธอต้องเป็นฝ่ายคว้าโอกาสมาด้วยมือของตัวเอง!
“ย่าห์!”
เสียงร้องของหยาเป่าดังก้อง มันกางปีกเพลิงพร้อมสะบัดครั้งหนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นเส้นแสงเพลิง พุ่งทะยานตามไปทันที!
โชคดีมังกรเสียงเลื่อยบินทอดน่องไปเรื่อยๆไม่ได้รีบอะไร ทำให้หยาเป่าตามมาทันได้อย่างรวดเร็ว
“จื้อจื้อ?”
มังกรเสียงเลื่อยได้ยินเสียงขยับก็หันหน้ามา พอเห็นว่าเป็นมนุษย์ที่เพิ่งตะโกนไล่มันเมื่อกี้ มันก็ทำหน้าสงสัย ก่อนจะร้องเสียงหนึ่งเหมือนถามว่า “มีอะไรอีกเหรอ?”
หยาเป่าไม่ได้รีบแปลให้เหมือนทุกที เพราะสมาธิส่วนใหญ่ของมันตอนนี้ยังจดจ่ออยู่กับการควบคุมร่างแยกที่ใช้ฝึกอยู่
“ซุนซุน~”
ซุนเป่าที่อยู่ข้างๆเห็นว่าหยาเป่าไม่ได้พูดอะไร ก็รีบอาสาทำหน้าที่ล่ามจำเป็นแทนทันที
เฉียวซางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดขึ้นว่า
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่อยากถามว่าทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่คนเดียว แล้วผู้ฝึกสัตว์อสูรของแกไปไหนล่ะ?”
“จื้อจื้อ”
มังกรเสียงเลื่อยได้ยินก็ทำหน้าประหลาดใจนิดๆ ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าประมาณว่า ฉันไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ จะไปไหนทำไมต้องให้ผู้ฝึกสัตว์อสูรมาคุมด้วย
“ซุนซุน”
ซุนเป่าแปลให้เสร็จแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วยสุดๆ
ก็จริง ตอนที่มันโตขึ้นมาใหม่ๆ มันก็ออกไปวิ่งหาแก๊งลูกน้องของตัวเองเหมือนกัน ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันก็ไม่ได้ตามประกบตลอดเวลา
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น…” เฉียวซางยิ้มแห้งๆ ก่อนจะยิ้มให้ดูเป็นมิตร “แค่สงสัยเฉยๆ ว่าทำไมถึงมาเดินเล่นคนเดียว มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
พูดแล้วก็เว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะเสริมว่า “เผื่อฉันช่วยอะไรได้ไง”
“จื้อจื้อ”
มังกรเสียงเลื่อยหันกลับไป ไม่ได้สนใจอะไรมาก มันบินต่อชิลๆ พลางร้องตอบว่าไม่มีอะไร ก็แค่บินเล่นไปเรื่อยๆเท่านั้นเอง
ดวงตาของเฉียวซางเป็นประกายขึ้นมาทันที
“งั้นอยากไปเดินเล่นที่ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูรไหม? ให้ฉันพาไปมั้ย?”
“จื้อจื้อ”
มังกรเสียงเลื่อยหันกลับมามองเธออีกครั้ง คราวนี้สีหน้าเต็มไปด้วยคำว่า นี่เธอโอเคไหมเนี่ย?
ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ว่า…ที่นั่นมีอะไรน่าไปดูตรงไหน?
เฉียวซาง: “……”