- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 991: ทะลุผ่าน
บทที่ 991: ทะลุผ่าน
บทที่ 991: ทะลุผ่าน
ถ้าสัตว์อสูรประเภทจักรกลตัวนี้สามารถก็อปปี้แล้วผลิตออกมาเป็นจำนวนมากได้ล่ะก็ จะไปกลัวอะไรเรื่องผูกขาดวงการขนส่งของทั้งจักรวาลอีกล่ะ… เฉียวซางที่ได้เจอเจ้ากรงเล็บจักรกลนี้เป็นครั้งที่สอง สีหน้าดูนิ่งขึ้นมาก ยื่นมือไปรับขวดยาเอาไว้
กรงเล็บจักรกลค่อยๆ หดกลับเข้าไปในหน้าจอ
“ซุนซุน~”
ตอนนั้นเอง เจ้าซุนเป่าก็เอาเมล็ดแตงโมเมล็ดหนึ่งวางลงบนกรงเล็บจักรกล แล้วก็จ้องมันด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัย
กรงเล็บจักรกลชะงักไปนิด ก่อนจะหดกลับเข้าไปพร้อมกับเมล็ดแตงโมเมล็ดนั้นด้วย
คลื่นกระเพื่อมบนหน้าจอค่อยๆ จางหายไป
“ซุนซุน!”
ซุนเป่าหันไปทำหน้าอวดกับเฉียวซาง เหมือนจะบอกว่า
เห็นไหมๆ เมล็ดแตงโมหายไปแล้ว!
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสัตว์อสูรจักรกลตัวนี้จะสามารถเอาของกลับไปด้วยได้ ถ้าหน้าจอคอมใหญ่พอล่ะก็ แบบนี้ตัวเองจะถูกดึงเข้าไปได้ด้วยหรือเปล่า จะได้เทเลพอร์ตกลับไปที่สถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิในพริบตาเลย… แต่คิดๆ ดูก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก สิ่งที่มันเอาไปได้คงมีแค่ของ ไม่งั้นมันก็โกงเกินไปแล้ว… เฉียวซางคิดไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะพยักหน้าแบบไม่ได้ใส่ใจนัก แล้วพูดว่า
“เห็นแล้วล่ะ…”
จากนั้นเธอก็เรียกสติกลับมา หันไปมองเจ้าซุนเป่า “ทำไมยังไม่ไปฝึกอีก?”
“ซุนซุน…”
เจ้าซุนเป่าตัวแข็งทื่อไปแวบหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มรวบรวมพลัง ใช้ทักษะกำแพงแสงให้ดูต่อหน้าต่อตา เพื่อโชว์ให้เห็นชัดๆ ว่ามันกำลังฝึกอยู่จริงๆ เลยไม่ขยับไปไหนเลยสักนิด
เฉียวซางละสายตากลับมา แล้ววางขวดยาเร่งพัฒนาลงไว้ข้างๆ
กงเป่าจะดูดซับยาย่อส่วนได้มากแค่ไหน ยังไม่แน่ชัด แต่ถ้าดูดซับได้ดีล่ะก็ คงจะได้วิวัฒนาการเป็นเหยี่ยวคมดาบเหล็กได้เลย แต่ยังไงก็ต้องไปใช้ข้างนอกเท่านั้น ไว้ค่อยเอาไปให้ตอนที่ไปฝึกในสนามซ้อมทีเดียวแล้วกัน…
เฉียวซางไล่ดูรายการแลกแต้มต่อ
[ชื่อ: ขนนกในตำนาน]
[ประเภท: ขนนก]
[คุณสมบัติ: เพิ่มพลังราศีของสัตว์อสูร หรือใช้กลิ่นอายบนขนนกเพื่อตามหานกหัวกะโหลกเจ็ดหัวในตำนาน]
[หมายเหตุ: ขนนกในตำนานเป็นขนที่มาจากตัวนกหัวกะโหลกเจ็ดหัว โปรดระวัง นกตัวนี้จะมีขนบนหัวแต่ละหัวแค่เส้นเดียว และเมื่อมันสัมผัสได้ถึงขนนกที่อยู่กับตัวคุณ มันก็จะตามมาได้เหมือนกัน ถ้าพลังคุณไม่ถึง อย่ากดแลกเป็นอันขาด จะได้ไม่ต้องเอาชีวิตไปทิ้งฟรีๆ]
[แต้ม: 100,000]
แค่ขนนกเส้นเดียวของนกหัวกะโหลกเจ็ดหัวก็ปาเข้าไปแสนแต้มแล้ว เว่อร์ไปไหม ของจากสัตว์อสูรในตำนานนี่ราคาแพงหูฉี่จริงๆ… เฉียวซางถอนหายใจเบาๆ แล้วไล่ดูของที่ตัวเองสนใจต่อ
[ชื่อ: ผลึกเงาวิญญาณ]
[ประเภท: ไอเท็มใช้แล้วหมดไป]
[คุณสมบัติ: อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณเงาปริมาณมหาศาล เป็นของโปรดของสัตว์อสูรประเภทผี ช่วยเพิ่มขีดจำกัดการดูดซับพลังในช่วงระดับปัจจุบัน]
[หมายเหตุ: สิ่งเจือปนในผลึกถูกขจัดจนหมดแล้ว สามารถให้สัตว์อสูรประเภทผีดูดซับได้อย่างสบายใจ]
[แต้ม: 5,000]
……
[ชื่อ: จานพลังงานลิขิต]
[ประเภท: เครื่องมือเสริม]
[คุณสมบัติ: ตรวจจับพลังงานธาตุที่ยังไม่ได้ปลุกภายในร่างสัตว์อสูร ช่วยวิเคราะห์ว่าธาตุไหนที่มีสัดส่วนมากที่สุด เพื่อประเมินแนวโน้มการวิวัฒนาการในอนาคต]
[หมายเหตุ: ถ้าสัตว์อสูรไปถึงขีดจำกัดสายพันธุ์แล้วก็จะตรวจจับได้แค่พลังงานธาตุที่ยังไม่ได้ปลุกในช่วงระดับปัจจุบัน]
[แต้ม: 5,000]
สมกับเป็นสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิจริงๆ ของดีเพียบเลย… เฉียวซางอ่านข้อมูลของจานพลังงานลิขิตไป ก็เผลอจมอยู่ในห้วงความคิด
สิ่งนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสามารถช่วยให้ผู้ฝึกสัตว์อสูรประเมินได้ว่าสัตว์อสูรของตัวเองควรพัฒนาไปในทิศทางไหนในขั้นต่อไป แต่สำหรับหยาเป่าหรือแม้แต่กงเป่า รูปแบบการวิวัฒนาการในขั้นต่อไปจะเป็นแบบไหน มีทั้งหมดกี่ทางเลือก ยังเป็นเรื่องที่ไม่ชัดเจน ต่อให้ตรวจเจอ ก็ยังไม่รู้จะเลือกพัฒนาไปทางไหนอยู่ดี
ส่วนเจ้าซุนเป่ากับลู่เป่าเส้นทางวิวัฒนาการหลังจากนี้มีแค่สายเดียว ไม่มีทางแยกให้เลือก
ถึงแม้ตัวเธอเองจะมีแต้มในมือถึง 9,695 แต้ม เรียกได้ว่าเป็นก้อนโตอยู่ แต่ช่วงเวลาหลังจากนี้ส่วนใหญ่ก็คงต้องออกไปทำภารกิจข้างนอก โอกาสหาแต้มเพิ่มแทบไม่มี เพราะงั้นต้องคิดให้รอบคอบหน่อย… เฉียวซางคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไม่แลก
หลังจากไล่ดูรายการของแลกแต้มทั้งหมดคร่าวๆ แล้ว เธอก็ปิดคอม หยิบขวดยาเร่งพัฒนาขึ้นมา ก่อนจะหันไปมองกงเป่า
“พวกเราไปสนามฝึกกันตอนนี้เลยเถอะ”
“กงจั้น” กงเป่าพยักหน้ารับ
…
ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูร
สนามฝึกกลางแจ้ง
เฉียวซางมายืนประจำที่สนามฝึกหมายเลข 9
เสียงพูดคุยของคนรอบๆ ลอยเข้าหูเป็นระยะ
“โห ตอนแรกตกใจหมด เดินอยู่ดีๆ จู่ๆ สัตว์อสูรประเภทไฟที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะเป็นร้อยๆตัว วิ่งพรวดออกมา”
“ฉันก็เห็น อยู่ที่สนาม 2 นั่นแหละ กำลังฝึกกันอยู่ แล้วก็ยังมีสัตว์อสูรประเภทบินที่หน้าตาเหมือนกันเด๊ะๆ อีกกลุ่ม ตอนนี้อยู่สนาม 5”
“น่าจะเป็นร่างแยก ฉันเห็นพวกสัตว์อสูรประเภทไฟนั่นฝึกไปสักพัก ใช้ทักษะอยู่ดีๆ ก็หายวับไป”
“ยังไม่รู้เลยว่าสัตว์อสูรประเภทไฟพวกนั้นเรียกว่าอะไร แต่หน้าตาดูดีมาก ดูแล้วบินได้ด้วย ฉันเล็งไว้ละ จะเอามาเป็นสัตว์อสูรตัวต่อไป”
“ฉันลองใช้เครื่องตรวจสอบสัตว์อสูรแล้วนะ มันชื่อว่าอสูรเพลิงพิศวงเป็นสัตว์อสูรประจำภูมิภาคเย่หัว ส่วนพวกสัตว์อสูรประเภทบินนั่นไม่รู้เลยว่าเป็นสายพันธุ์อะไรเลย ตรวจไม่เจอ”
“ว่าไปแล้ว พวกมันเหมือนจะฝึกกันเองด้วยนะ นี่อยากรู้จริงๆว่าผู้ฝึกสัตว์อสูรของพวกมันฝึกยังไง ถึงทำให้สัตว์อสูรมีระเบียบได้ขนาดนี้”
เฉียวซางค่อยๆ ใช้จิตใจปิดเสียงพูดคุยรอบตัวไปเอง ก่อนจะยื่นขวดยาให้กงเป่า
แต่แล้วจู่ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เลยชักมือกลับแล้วพูดว่า
“ก่อนอื่น แกช่วยขยายร่างกลับคืนร่างเดิมก่อน”
ถ้ากินยาเข้าไปแล้ว ดันดูดซับได้ถึงขั้นจะวิวัฒนาการเลย ถ้าทำในร่างเล็กแบบนี้คงไม่ดีแน่ เพราะตอนนี้ยังใส่กำไลปรับขนาดอยู่ ถ้าเกิดวิวัฒนาการในสภาพนี้ กำไลนั่นอาจจะพังไปเลยก็ได้
“กงจั้น”
กงเป่าพยักหน้า จากนั้นร่างก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น
เสียงพูดคุยรอบข้างที่เงียบไปชั่วครู่ พอเห็นร่างกงเป่าใหญ่ขึ้น ก็กลับมาดังอีกครั้ง
“เฮ้ย ดูสิ! นี่มันสัตว์อสูรประเภทบินตัวนั้นที่เครื่องตรวจจับไม่เจอ!”
“ตัวเบ้อเริ่มเลย นี่มันสัตว์อสูรระดับนายพลหรือระดับราชากันแน่เนี่ย?”
“ไม่รู้เลย เครื่องตรวจจับฉันก็เจอแต่ความว่างเปล่าเหมือนกัน”
“เด็กผู้หญิงผูกหางม้าคนนั้นเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันเหรอ? ดูเด็กมากเลยนะ”
“เดี๋ยวก่อน! ดูนั่นสิ! สัตว์อสูรประเภทไฟตัวนั้นก็อยู่ข้างๆเธอ!”
“สรุปแล้วสัตว์อสูรสองตัวนี้เป็นของเธอทั้งคู่เลยเหรอ?”
“น่าจะใช่ ทั้งคู่ฝึกด้วยวิธีเดียวกัน แถมดูแล้วเหมือนเป็นสัตว์อสูรจากที่อื่นทั้งคู่ คนเดียวมีสัตว์อสูรหายากสองตัวอยู่ข้างๆแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เธอก็ไม่รู้จะเป็นใครแล้ว”
คนที่มุงดูเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ปกติถ้าเห็นสัตว์อสูรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตามถนน ส่วนใหญ่ก็แค่มองผ่านๆ แล้วก็ใช้เครื่องตรวจจับเช็คข้อมูลกันไป ไม่ได้ถึงกับมารุมล้อมกันแบบนี้
แต่ครั้งนี้เพราะสัตว์อสูรที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะเป็นฝูง วิ่งออกมาแบบสุดอลังการ มันดึงดูดสายตาคนได้ทันที ไหนจะเป็นสัตว์อสูรที่ภูมิภาคจงคงไม่มีอีก
ที่สำคัญคือ หนึ่งในนั้น เครื่องตรวจจับสัตว์อสูรกลับตรวจไม่เจออะไรเลยสักนิด
แบบนี้จะไม่ให้คนสนใจได้ยังไง
ตอนนี้สัตว์อสูรที่เป็นจุดศูนย์กลางของการพูดถึงก็อยู่ตรงหน้านี่แล้ว แถมกำลังขยายร่างเตรียมจะทำอะไรสักอย่าง จะไม่ให้มุงดูได้ยังไง
ทำไมรู้สึกเหมือนคนรอบๆ เอาแต่ยืนมองอยู่ข้างๆ กันเต็มไปหมดเลยนะ… เฉียวซางพยายามไม่สนใจสายตาพวกนั้น แล้วยื่นขวดยาเร่งพัฒนาให้เจ้าซุนเป่า
“เอาไปให้กงเป่านะ”
“ซุนซุน~”
ซุนเป่ารับขวดยามา ก่อนจะลอยขึ้นไป หยุดอยู่ตรงหน้ากงเป่า
“กงจั้น”
กงเป่ายกปีกขึ้น เตรียมจะรับขวดยา
“ซุนซุน~”
แต่ซุนเป่ากลับยกนิ้วมือสั้นๆ ขึ้นมาโบกไปมา
‘ปีกแกใหญ่เกินไป หยิบลำบาก เดี๋ยวฉันป้อนให้เลยดีกว่า’
“กงจั้น”
กงเป่ามองขนาดขวดยา แล้วก็ไม่ได้คิดอะไร พยักหน้ารับอีกรอบ ก่อนจะอ้าปาก
ซุนเป่าค่อยๆเปิดขวดยา เทมันลงปากกงเป่าทีละนิดจนหมด
กงเป่ากลืนลงไป
ถ้ากงเป่าวิวัฒนาการสำเร็จล่ะก็ เธอจะได้เป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรที่มีสัตว์อสูรระดับราชาหนึ่งตัวกับระดับนายพลอีกสามตัวแบบเป็นทางการแล้ว… ถึงจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่ายังไงกงเป่าก็ต้องวิวัฒนาการได้ในอนาคต แต่พอถึงเวลาจริง เฉียวซางก็อดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้
เวลาค่อยๆ ผ่านไป…
แต่ทุกอย่างก็เงียบสงบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คนรอบๆ เริ่มซุบซิบกันเบาๆ
“ทำอะไรกันแน่เนี่ย?”
“ไม่รู้สิ แค่ป้อนยาขวดเดียวให้สัตว์อสูร แล้วก็ไม่ทำอะไรต่อเลย”
“รอดูก่อนมั้ง เดี๋ยวก็คงเริ่มฝึกแหละ ถ้าไม่คิดจะฝึกจะมาสนามฝึกทำไม”
“ก็จริง ถ้ากินยาเฉยๆ จะมาไกลถึงสนามฝึกทำไมล่ะ”
ระหว่างที่เสียงพูดคุยดังขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ ก็มีแสงสีขาวเจิดจ้าแสบตาพุ่งสว่างขึ้น