เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 985: หยาเป่า ปะทะ ลู่เป่า 1

บทที่ 985: หยาเป่า ปะทะ ลู่เป่า 1

บทที่ 985: หยาเป่า ปะทะ ลู่เป่า 1


ภารกิจประเมินเสร็จแล้วเหรอ? นี่ใช้เวลายังไม่ถึงครึ่งวันด้วยซ้ำ?

พนักงานถึงกับงงไปชั่วขณะ

เธอใช้เวลาหลายวินาทีกว่าจะย่อยข้อมูลนี้ได้ แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาฝ่ายตรวจสอบ

สายถูกต่ออย่างรวดเร็ว

“ฮัลโหล ฉันเองกรรมการประเมิน ฉันขอสอบถามหน่อย วันนี้มีผู้ฝึกสัตว์อสูรที่รับภารกิจประเมินรายหนึ่งส่งพิกัดของจันทราน้อยมาให้พวกคุณหรือเปล่า…ใช่ ชื่อเฉียวซาง…โอเค เข้าใจแล้ว…”

พอวางสายเสร็จ กรรมการประเมินก็นั่งเงียบไปอีกรอบ

แล้วก็หันไปมองเฉียวซาง สีหน้าดูซับซ้อนสุดๆ ถามออกมาว่า

“เธอไปหาจันทราน้อยตัวนั้นเจอได้ยังไงเร็วขนาดนั้น?”

“คือแบบนี้ค่ะ…” เฉียวซางก็รีบเล่าเรื่องทั้งหมดแบบย่อๆ เพราะกลัวว่าถ้าพูดช้าไปเดี๋ยวอีกฝ่ายจะเลิกงานซะก่อน

ไม่กี่นาทีต่อมา พนักงานก็ทำหน้ามึนเหมือนโดนฟ้าผ่า

เธอหันมามองเฉียวซางอีกครั้ง ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์เข้าไปในระบบ กดอนุมัติผ่านภารกิจทันที

ดวงดีขนาดนี้ มันออกจะน่ากลัวไปหน่อยแล้วมั้ง…

เฉียวซางเดินออกจากห้องทำงานด้วยอารมณ์ดีสุดๆ มองฝนที่ตกไม่หยุดมาตลอดทางก็ยังรู้สึกว่ามันสวยขึ้นกว่าเดิม

ถึงภารกิจก่อนหน้านี้จะใช้เวลาตั้งครึ่งเดือน แต่ดีที่ภารกิจนี้เก็บเวลาคืนได้แบบเร็วเว่อร์ ก็ถือว่าไม่เสียเปล่า

ระหว่างที่เดินไปทางบันได เธอก็กดโทรหาอาจารย์มิเคลล่า

เสียงสัญญาณ “ตู๊ดๆ” ดังอยู่ห้าครั้ง ก่อนปลายสายจะรับ พร้อมเสียงเรียบนิ่งประจำตัวของอาจารย์

“มีอะไร?”

“อาจารย์คะ ฉันทำภารกิจเสร็จแล้วค่ะ”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

“อาจารย์คะ ได้ยินไหมคะ?”

“ได้ยิน ภารกิจเสร็จยังไง?”

“ก็… ฉันเดินหาบนถนนตั้งนาน สุดท้ายไปเจอผีเสื้อกันฝนตัวที่บินตามลู่เป่าไปก่อนหน้านี้…” เฉียวซางเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบละเอียด โดยแอบเสริมความรู้สึกตัวเองเข้าไปด้วย

“พอมาคิดดูแล้ว ภารกิจนี้โคตรหลุมพรางเลยค่ะ ถ้าฉันไม่มีดวงดีจริง คงคิดไม่ถึงว่าจันทราน้อยตัวนี้จะโดนคนอื่นทำสัญญาไปก่อนแล้ว โชคดีที่คนๆ นั้นเคยเจอฉันในแข่ง เลยจำกันได้ ไม่งั้นฉันว่าภารกิจนี้ต่อให้ทำจนแข่งระดับภูมิภาคเริ่มก็ยังไม่รู้จะสำเร็จไหม”

“ย่าห์ ย่าห์!”

หยาเป่าข้างๆ ที่ฟังอยู่ก็พยักหน้าหงึกหงัก เห็นด้วยสุดๆ

ตอนนั้นมันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเจอเรื่องแบบนี้

“บางที ดวงก็เป็นส่วนหนึ่งของความสามารถเหมือนกันนั่นแหละ” มิเคลล่าพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้สงบที่สุด

สัตว์อสูรป่าที่โผล่ออกมาจากรอยแยกมิติลับถูกทำสัญญาไปแล้ว ถ้าไม่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดหรือมีคนเห็นกับตา การจะหาแบบสุ่มๆ คงไม่มีทางเจอได้เร็วขนาดนี้

แล้วผู้ฝึกสัตว์อสูรที่ทำสัญญาไว้ยังเป็นฝ่ายเดินเข้ามาทักเองอีก ดวงแบบนี้…

จะว่าไป ก็ต้องยอมรับแหละว่า ดวงฉันนี่มันดีจริงๆ… เฉียวซางพูดด้วยความตื่นเต้น “อาจารย์ค่ะ! ในเมื่อฉันทำภารกิจเสร็จแล้ว งั้นเราออกเดินทางไปเมืองต่อไปกันเลยไหมคะ!”

ปลายสายเงียบไปอีกรอบ

ผ่านไปประมาณสองสามวินาที เสียงของมิเคลล่าก็ดังขึ้นว่า

“พักที่นี่ก่อนสักคืน เธอครั้งที่แล้วที่เมืองผานเทียนก็ไม่ได้พักดีๆเลยใช่ไหมล่ะ?”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ” เฉียวซางรีบพูด “ลู่เป่ามีแสงแห่งการรักษา ฉันให้มันรักษาให้ก็ได้ค่ะ”

เธอไม่ต้องพักผ่อนก็จริง แต่ฉันต้องพักผ่อนนะ… มิเคลล่าแอบบ่นในใจ ก่อนจะพูดว่า “เธอยังเด็กอยู่ ยังไงก็ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ฉันจะไม่ขอพูดอะไรไปมากกว่านี้แล้ว ไปพักผ่อนซะ”

พูดจบก็ “ตึ๊ด” วางสายทันที

เฉียวซาง: “…”

“ย่าห์ ย่าห์!”

หยาเป่าเห็นผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเองวางสายแล้วก็รีบร้องเสียงดัง บอกว่าก่อนจะไปพัก มันขอประลองกับลู่เป่าก่อน

ลู่เป่า? เจ้าเทพธิดาของมันน่ะเหรอ? ผีเสื้อกันฝนที่ชื่อว่าอยากได้แดด เมื่อได้ยินถึงกับหรี่ตามองหยาเป่าด้วยสายตาไม่เป็นมิตรทันที

พี่ใหญ่หยาเป่าจะประลองกับลู่เป่าเหรอ? ซุนเป่าที่อยู่ข้างๆ หูกระดิกขึ้นมาทันที ดูตื่นเต้นสุดๆ

“แน่ใจเหรอ? ตอนนี้ฝนยังตกอยู่เลยนะ” เฉียวซางพยายามจะถ่วงเวลา

ศูนย์รับรองผู้ฝึกสัตว์อสูรก็มีสนามประลองในร่มอยู่หรอก แต่สำหรับสัตว์อสูรระดับราชาแล้ว สนามในร่มเล็กเกินไป ไม่เหมาะกับการต่อสู้จริงจัง

แล้วนี่ฝนก็ตกแบบนี้ แถมหยาเป่าโดนกดทางธาตุแบบนี้ โอกาสแพ้สูงแน่นอน

“ย่าห์!”

หยาเป่าพยักหน้าแบบจริงจัง สายตามุ่งมั่นไม่สั่นคลอน

เฉียวซางมองตาคู่เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจของมันแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยอมแพ้

“โอเค เข้าใจแล้ว”

พูดจบก็เปลี่ยนทิศ เดินไปทางสนามฝึกกลางแจ้ง

เมืองฉางอวี่นี่ฝนตกแทบทั้งปี คนที่มาฝึกกลางแจ้งเลยมีไม่เยอะ ตอนนี้ก็ใกล้ช่วงเวลาอาหารเย็น คนเลยยิ่งบางตาเข้าไปอีก

เฉียวซางกวาดตามองรอบๆ ก่อนจะเลือกพื้นที่โล่งๆ จุดหนึ่ง

เธอยกมือขึ้น ประสานเป็นสัญลักษณ์เพื่ออัญเชิญ

กลุ่มดาวสีส้มเหลืองสองวงสว่างขึ้นพร้อมกัน

แล้วลู่เป่ากับกงเป่าก็ปรากฏตัวขึ้นจากวงแหวน

“ไป๋อวี่!”

พอผีเสื้อกันฝนเห็นลู่เป่า ดวงตาก็เปลี่ยนเป็นรูปหัวใจทันที ปีกกระพือพาร่างพุ่งเข้าไปกลางสายฝน ขวางฝนไม่ให้โดนลู่เป่าอย่างขยันขันแข็ง

เฉียวซาง: “…”

ไอ้เจ้าหมอนี่ไม่ไหวจริงๆ ดีแค่ไหนที่เจ้าเกลียดฝนยังเกาะอยู่บนไหล่ของเธอ…

“ไป๋อวี่…”

เจ้าเกลียดฝนที่เกาะอยู่บนไหล่เฉียวซางหันไปมองอยากได้แดดด้วยสายตาเหมือนแม่ที่ผิดหวังในตัวลูกของตัวเอง

“กงจั้น?”

กงเป่ามองไปรอบๆสนาม ก่อนจะร้องเสียงต่ำแล้วถามว่า ภารกิจเสร็จแล้วใช่ไหม?

เฉียวซางพยักหน้ารับ “อืม แต่ก่อนพวกเราจะไปเมืองต่อไป หยาเป่าอยากประลองกับลู่เป่าสักหน่อยน่ะ”

“ปิงตี้”

ลู่เป่าหันไปมองหยาเป่า สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจแบบสุดๆ

ลู่เป่าเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าหยาเป่าจะกล้าขอประลองกับมันหลังจากที่มันวิวัฒนาการแล้ว แถมยังเลือกจะสู้กลางสายฝนแบบนี้อีก

“ย่าห์!”

หยาเป่าจ้องลู่เป่าด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ ร้องประกาศกร้าวเสียงดัง

“ปิ๊งตี้”

ลู่เป่ามองหยาเป่าด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น ก่อนจะพยักหน้ารับ ถือว่าเป็นการตอบตกลง

“โอเค งั้นการแข่งขันนี้ฉันเป็นกรรมการให้เอง พวกแกสู้กันตามสบายเลย” เฉียวซางพูดพลางถอยไปยืนข้างสนาม

แต่พอคิดอะไรขึ้นมาได้ก็เริ่มไม่ไว้ใจเลยถอยห่างออกไปอีกหลายก้าว

หยาเป่ากับลู่เป่าเดินแยกไปประจำตำแหน่งคนละฝั่ง

สายฝนพรำลงมาไม่ขาดสาย

ลู่เป่าโฟกัสสายตาทั้งหมดไปที่หยาเป่า ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่ทันสังเกตเลยว่ารอบตัวมันไม่มีฝนตกลงมาเลยแม้แต่น้อย

“ไป๋อวี่”

ผีเสื้อกันฝนที่ยืนอยู่ข้างสนาม จ้องลู่เป่าตาไม่กะพริบ

ขณะนั้นเอง ร่างของลู่เป่าและหยาเป่าก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นพร้อมกัน

เงามืดมหึมาค่อยๆ แผ่ขยายออก

เงาขนาดมหึมานั้นค่อยๆ ปกคลุมลงมา ในสายตาของผีเสื้อกันฝน เงานั้นเหมือนจะบดบังท้องฟ้าทั้งผืน

“ไป๋อวี่…!”

ผีเสื้อกันฝนสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่พุ่งเข้ามาเต็มๆ จนปากค่อยๆ อ้ากว้าง ก่อนจะตั้งสติได้แล้วเบิกตากว้างสุดขีด รีบกระพือปีกหนีไปทางที่เจ้าเกลียดฝนอยู่

พอเงาดำขนาดยักษ์พ้นออกจากเหนือหัว มันก็หันกลับไปมองร่างใหญ่ที่เพิ่งเห็นชัดเต็มตา แววตาสั่นระริกด้วยความตกตะลึง

หัวใจดวงน้อยๆ “เป๊าะ” แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

“ไป๋อวี่…”

ผีเสื้อกันฝนรู้ทันทีว่าตัวเองไม่มีวันเอื้อมถึงเทพธิดาในดวงใจอีกต่อไปแล้ว…

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าที่ลอยอยู่ขอบสนาม เห็นหยาเป่ากับลู่เป่ากำลังจะเริ่มสู้กัน มันก็ลอยวนรอบตัวเองด้วยความตื่นเต้น

จากนั้นเหมือนจะนึกอะไรออก มันล้วงเอาแท่งเชียร์สีแดงออกมาจากวงแหวนของตัวเอง แล้วโบกสะบัดอย่างเมามัน

“ซุนซุน!”

“ซุนซุน!”

พี่หยาเป่าสู้ๆ!

พี่หยาเป่าสู้ๆ!

ลู่เป่าหันไปมองทางซุนเป่าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะเบือนหน้ากลับมาเหมือนไม่แยแสอะไรทั้งนั้น

ซุนเป่าตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ แต่ก็ยังพยายามสะบัดแท่งเชียร์ต่อไป

“ซุนซุน!”

ลู่เป่าสู้ๆ

กงเป่า: “……”

ลู่เป่าถึงค่อยละสายตากลับมา

“ซุนซุน…”

ซุนเป่าถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ส่งนกหวีดมาให้ฉันหน่อย” เฉียวซางพูดขึ้น

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าควานหานกหวีดจากในวงแหวน ก่อนจะรีบส่งให้ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมัน

เฉียวซางเอานกหวีดใส่ปาก

เสียงหวีดดังขึ้นก้องสนาม

จบบทที่ บทที่ 985: หยาเป่า ปะทะ ลู่เป่า 1

คัดลอกลิงก์แล้ว