เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 949: การแข่งขันระดับภูมิภาค 1

บทที่ 949: การแข่งขันระดับภูมิภาค 1

บทที่ 949: การแข่งขันระดับภูมิภาค 1


มิเคลล่ามองดูเวลาบนข้อมือก่อนจะพูดขึ้นว่า

“ได้สิ แต่ไม่ต้องลำบากไปถึงสาขานักพัฒนาสัตว์อสูรหรอก เดี๋ยวฉันเรียกอาจารย์จากทางนั้นมาเอง”

พอได้ยินแบบนี้ เฉียวซางถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

ทำไมฟังดูเหมือนอาจารย์จากสาขานักพัฒนาสัตว์อสูรถูกเรียกมาเพื่อเธอโดยเฉพาะเลยล่ะ...

ระหว่างที่กำลังคิดเพลินๆ มิเคลล่าก็ส่งข้อความไปเรียบร้อยแล้ว

เธอวางโทรศัพท์ลงก่อนจะพูดต่อว่า

“เธอรออยู่ที่นี่ก็พอ ทางนั้นเดี๋ยวส่งอาจารย์มาเอง ฉันขอกลับบ้านไปจัดของก่อนนะ เดี๋ยวเราไปเจอกันที่สนามบินเลยทีเดียวจะได้ไม่เสียเวลา เรื่องเวลาเครื่องออกเดี๋ยวฉันส่งให้ทีหลัง”

“โอเคค่ะ” เฉียวซางพยักหน้า

มิเคลล่าสะบัดมือหนึ่งที เก็บภูตแห่งโชคชะตากลับเข้าไปในตำราอสูร แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องโถงไปทันที

อาจารย์ที่ปรึกษาคนนี้ของเธอ…จัดตารางเวลาได้แน่นเป๊ะจริงๆ ดูท่าจะเป็นคนที่ไม่ชอบเสียเวลาจริงๆ…เฉียวซางคิดในใจ

“ซุนซุน~”

พอมิเคลล่าเดินไปปุ๊บ ซุนเป่าก็รีบถอดวงแหวนออกทันที เอาอุ้งมือเล็กๆแหย่เข้าไปในนั้น แล้วก็ขุดคุ้ยหาอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน

“หาอะไรอยู่เหรอ?” เฉียวซางถาม

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าทำมือทำไม้ประกอบท่าทาง ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ผมตัวเอง

มุมปากเฉียวซางกระตุกนิดๆ “อย่าบอกนะว่าแกอยากได้เครื่องประดับติดผมแบบภูตแห่งโชคชะตา?”

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าพยักหน้าแรงๆ

ไม่ทันขาดคำ ดวงตามันก็เป็นประกาย เหมือนหาเจอแล้ว

แวบต่อมา ซุนเป่าก็หยิบกิ๊บติดผมรูปองุ่นสีม่วงออกมาจากวงแหวน ก่อนจะติดลงบนผมสีทองอร่ามของตัวเองด้วยท่าทางอารมณ์ดีสุดๆ

ตอนนั้นช่วงเวลาตอนที่บัตรไม่จำกัดวงเงินใกล้หมดอายุ เฉียวซางเคยไปกวาดของที่ร้านค้าสุดหรูในอัลติเมทสตาร์มาแทบหมดทุกร้าน ไม่ว่าจะเป็นของสุดหรู ของไร้สาระ ของมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ก็เหมามาหมด ของชิ้นนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น

“ก็เข้ากับแกดีนะ” เฉียวซางชมไปขำไป

“ซุนซุน~”

ซุนเป่าดี๊ด๊าจนลอยหมุนรอบหนึ่ง จากนั้นก็หยิบกระจกออกมาส่อง ชื่นชมความงามของตัวเองอย่างภูมิใจสุดๆ

ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นตรงประตูทางเข้าห้องโถง

“เธอคือเฉียวซางใช่ไหม?”

เฉียวซางหันไปตามเสียงก็เห็นชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบกว่าปี หน้าตาดูมีมิติชัดเจน ดูท่าจะเป็นลูกครึ่ง แล้วข้างๆกันนั้นมีสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่ทั้งตัวแทบจะดำสนิท ส่วนหัวเหมือนสวมหมวกคลุมแบบที่โจรใช้ปิดหน้า ส่วนมือก็ถือกระเป๋าเดินทางขนาดประมาณ 20 นิ้วเอาไว้

มันคือ "จอมโจรซาลาแมนเดอร์" สัตว์อสูรระดับราชาประเภทมืดและพิษสองประเภท เป็นคู่หูขาประจำกายของพวกหัวขโมยชื่อดัง ชอบออกปล้นในเวลากลางคืน ภาพลักษณ์โดยรวมก็คล้ายๆกับผีีล่าสมบัติแบบไม่มีผิดเพี้ยน

ต่างกันตรงที่ภาพลักษณ์เสียๆ ของผีีล่าสมบัตินั้นส่วนหนึ่งมาจากผู้ฝึกสัตว์อสูรที่มันทำพันธสัญญาด้วย เพราะมันมีวงแหวนที่สามารถเก็บของได้แทบทุกอย่าง คนที่ทำพันธสัญญากับผีีล่าสมบัติแปดในสิบจะเป็นพวกวิตถารที่มีความคิดไม่ดีอยู่ในหัว

แต่ภาพลักษณ์เสียๆ ของจอมโจรซาลาแมนเดอร์ มาจากตัวมันเองล้วนๆ

ไม่คิดเลยว่าอาจารย์ของสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิจะทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรที่ภาพลักษณ์เสียขนาดนี้… เฉียวซางได้แต่คิดในใจ

จะบอกว่าตัวเธอนั้นไม่ได้มีอคติกับภาพลักษณ์ของสายพันธุ์สัตว์อสูรเลยก็คงโกหก

ย้อนกลับไปตอนนั้น ถ้าไม่ได้โดนเจ้าผีล่าสมบัติตัวโตเล่นพิเรนทร์ใส่ แถมยังเผลอค้นพบความพิเศษของเจ้าตัวน้อยเข้าโดยบังเอิญ เธอก็คงไม่มีทางคิดทำพันธสัญญากับมันแน่นอน

พวกเหยี่ยวเกราะเหล็กที่โดนเมินก็เป็นเพราะภาพลักษณ์เหมือนกัน

สัตว์อสูรส่วนใหญ่ที่เธอเห็นในมหาวิทยาลัยยูเลียนทันล้วนแต่มีภาพลักษณ์ที่ดีๆ ทั้งนั้น

“อาจารย์จากสาขานักพัฒนาสัตว์อสูรสินะคะ?” เฉียวซางถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว

ก็ที่นี่เป็นพื้นที่หวงห้าม คนนอกเข้ามาไม่ได้ แถมเป็นเวลาแบบนี้ อีกทั้งอายุ กับบรรยากาศโดยรวมของอีกฝ่าย บวกกับที่เรียกชื่อเธอถูกเป๊ะขนาดนี้ ไม่ต้องเดาเลยว่านี่ต้องเป็นอาจารย์จากสาขานักพัฒนาสัตว์อสูรที่ถูกส่งมาดูแลเธอโดยเฉพาะแน่ๆ

“ใช่” ชายวัยกลางคนยิ้มพยักหน้า “ศาสตราจารย์มิเคลล่าให้ฉันมาช่วยตรวจสอบสภาพร่างกายสัตว์อสูรของเธอ แล้วก็จัดเตรียมพวกเม็ดพลังงานให้”

พูดจบ เขาก็เดินเข้ามา มองสำรวจหยาเป่ากับพวกอย่างตั้งใจ ก่อนจะอุทานเบาๆ

“ฉันเคยได้ยินชื่อเสียงของเธอมาเหมือนกันนะ สัตว์อสูรของเธอแต่ละตัวนี่หายากสุดๆ”

สถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิขึ้นชื่อเรื่องการรับอัจฉริยะเข้ามาศึกษาต่อ ดังนั้นจึงมีสัตว์อสูรหายากมากมายเดินเพ่นพ่านกันให้ตาลาย แต่ถึงจะเป็นสัตว์อสูรหายาก มันก็ยังมีระดับของความหายากของพวกมันอีกที

พวกที่ใช้เงินซื้อหรือใช้เส้นสายหามาได้ อย่างมากก็แค่ดึงดูดสายตาคนได้นิดหน่อย ดูมีหน้ามีตาในวงสังคมเล็กๆ แต่สำหรับพวกอาจารย์หรือคนในวงการที่เห็นสัตว์อสูรหายากจนชินตาแล้ว มันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก

แต่พวกที่อยู่ตรงหน้าเขาในนี้ ไม่เหมือนกันเลยสักนิด

ไม่พูดถึงราชาผีวงแหวนที่มีการกลายพันธุ์จนเป็นสีแปลก ลำพังแค่พรายผืนฟ้านิรันดร์ที่ใกล้สูญพันธุ์ก็ถือเป็นสัตว์อสูรที่มีแต่บุคคลระดับตำนานในสายงานอนุรักษ์สัตว์อสูรเท่านั้นที่จะทำพันธสัญญาด้วยได้

ส่วนอีกสองตัวที่ผ่านการพัฒนาเองกับมือ ก็ค้นพบเส้นทางวิวัฒนาการใหม่หมดจด นี่ยิ่งกว่าระดับที่ต้องจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์พันธมิตรเลยทีเดียว

เพราะคนแรกที่พัฒนาสัตว์อสูรจนมีรูปแบบใหม่ได้จะได้สิทธิ์ตั้งชื่อสายพันธุ์ใหม่ให้มันด้วย

หลังจากนั้น ถ้ามีสัตว์อสูรตัวอื่นวิวัฒนาการเป็นแบบเดียวกัน ก็จะต้องใช้ชื่อสายพันธุ์นั้นไปตลอด

เฉียวซางได้ยินคำชมจนชิน เลยแค่ยิ้มบางๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร

ชายวัยกลางคนพูดต่อว่า

“ถึงสัตว์อสูรพวกนี้ ฉันจะไม่เคยศึกษาโดยตรงมาก่อน แต่ไม่เป็นไร เรื่องเม็ดพลังงานของอสูรเพลิงพิศวงกับเหยี่ยวยักษ์เฉือนเหล็กอาจจะต้องใช้เวลาจัดเตรียมหน่อย แต่ของพรายผืนฟ้านิรันดร์กับราชาผีวงแหวนมีข้อมูลครบอยู่แล้ว”

“ขอรบกวนด้วยนะคะอาจารย์” เฉียวซางพูดพลางก้มหัวให้เล็กน้อยอย่างสุภาพ

“ไม่เป็นไร” ชายวัยกลางคนพูดจบก็เริ่มลงมือทันที

เจ้าจอมโจรซาลาแมนเดอร์เปิดกระเป๋า หยิบอุปกรณ์ออกมาทีละชิ้น โดยที่ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันไม่ต้องเอ่ยปากสั่งเลยสักคำ ส่งให้ได้ตรงจังหวะเป๊ะๆ เป็นการทำงานกันอย่างรู้ใจ

หยาเป่ากับพวกโดนตรวจร่างกายมาจนชิน เลยยืนเรียบร้อยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ชายวัยกลางคนก็วางอุปกรณ์ในมือแล้วพูดว่า

“พลังงานในตัวพรายผืนฟ้านิรันดร์ตอนนี้เต็มเปี่ยมอยู่แล้ว ช่วงนี้ไม่เหมาะจะกินเม็ดพลังงานที่มีพลังงานสูงเกินไป ฉันจะจัดให้เป็นเม็ดพลังงานที่ช่วยเพิ่มพลังป้องกันกับพละกำลังแทน”

“ส่วนราชาผีวงแหวน ตอนนี้สภาพดีมากแล้ว เม็ดพลังงานที่กินอยู่ก็เหมาะสมกับมันดีแล้ว”

“สำหรับอสูรเพลิงพิศวง ตอนนี้พลังงานล้นเหลือเกินไป ถ้ากินเม็ดพลังงานที่มีพลังงานธาตุไฟสูงเกินไป พลังงานไฟที่เพิ่มขึ้นมาแบบพรวดเดียว จะทำให้มันเกิดอาการคึกคักเกินเหตุ คุมตัวเองไม่อยู่กลายเป็นอารมณ์ร้อน ก้าวร้าว ชอบหาเรื่องสู้แบบหยุดไม่ได้”

“แต่ว่าดูจากสภาพตอนนี้ เจ้าอสูรเพลิงพิศวงเองก็ไม่ได้มีอาการหงุดหงิดหรือซุกซนผิดปกติอะไร คงเป็นเพราะเธอให้มันฝึกซ้อมทุกวันจนใช้พลังงานไปหมดแล้วนั่นแหละ”

“ส่วนเหยี่ยวยักษ์เฉือนเหล็ก สภาพร่างกายโดยรวมไม่มีปัญหาอะไร จุดหลักตอนนี้ก็แค่เพิ่มพลังงานให้มันเป็นหลัก”

“เม็ดพลังงานชุดนี้น่าจะใช้เวลาปรุงประมาณหนึ่งอาทิตย์ ถ้าเสร็จแล้วเดี๋ยวฉันติดต่อไปอีกทีนะ”

หนึ่งอาทิตย์? ไวขนาดนี้เชียว… เฉียวซางแอบทึ่งในใจ นี่ขนาดบอกว่าของหยาเป่ากับกงเป่าต้องใช้เวลาหน่อยนะ นึกว่าหมายถึงต้องรอเป็นเดือนๆซะอีก อาจารย์ของสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดินี่ถ่อมตัวกันทุกคนแบบนี้เลยเหรอ… เฉียวซางอดคิดไม่ได้ ก่อนจะถามต่อว่า

“ส่งทางไปรษณีย์ได้ไหมคะ? วันนี้ฉันต้องเดินทางไปฝึกที่ประเทศมังกรกับอาจารย์มิเคลล่าแล้วค่ะ”

“ได้แน่นอน” ชายวัยกลางคนพูดพร้อมหยิบมือถือออกมา “แลกช่องทางติดต่อกันไว้หน่อยละกัน”

จังหวะนั้นเอง เฉียวซางเพิ่งนึกขึ้นได้เลยถามว่า

“อาจารย์ชื่อว่าอะไรเหรอคะ?”

“ฟราวด้า สโนว์เดน” ชายวัยกลางคนตอบด้วยเสียงนุ่มๆ

...

หลังจากนั้น เฉียวซางก็กลับไปที่คฤหาสน์เก็บของคร่าวๆ แล้วมุ่งหน้าไปสนามบิน

ระหว่างที่หยาเป่าพวกมันกำลังตรวจร่างกาย อาจารย์มิเคลล่าก็ส่งเวลาขึ้นเครื่องมาให้แล้ว

เที่ยวบินตอนสามทุ่มครึ่ง ตอนนี้เพิ่งจะหนึ่งทุ่มสามสิบสอง ใช้เวลาเดินทางไปสนามบินก็ราวๆ ครึ่งชั่วโมง ไปถึงก็ราวๆ สองทุ่มนิดๆ เวลาพอดีเป๊ะ... ขณะอยู่บนฟ้าเฉียวซางนั่งบนหลังหยาเป่า เปิดแผนที่นำทางไปด้วย พร้อมกับกะเวลาไปด้วยในใจ

จบบทที่ บทที่ 949: การแข่งขันระดับภูมิภาค 1

คัดลอกลิงก์แล้ว