- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 937: หน้าสัญญาใหม่
บทที่ 937: หน้าสัญญาใหม่
บทที่ 937: หน้าสัญญาใหม่
เวลา 23:00 น.
ลานฝึกกลางแจ้ง
"ถงถง?"
พิราบทะยานหาวหวอด เดินเข้ามาหากงเป่าที่กำลังเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน พลางร้องเรียกเป็นเชิงถามว่า ทำไมยังไม่นอนอีก?
"กงจั้น"
กงเป่ายังคงจ้องท้องฟ้า ก่อนตอบกลับเสียงเรียบว่า นอนไม่หลับ
"ถงถง"
พิราบทะยานใช้ปีกตบหัวกงเป่าเบาๆ
เด็กตัวเล็กๆ ถ้าไม่นอนจะไม่โตนะ ในหมู่สัตว์อสูรประเภทนก ยิ่งตัวโตก็ยิ่งบินเร็วขึ้น
พูดจบมันก็แหงนหน้าขึ้นมองฟ้าเช่นกัน แววตาเต็มไปด้วยความล้ำลึก
"ถงถง"
หากเข้านอนแต่หัวค่ำ ไม่นานแกก็จะสามารถบินได้เร็วเหมือนมันไงล่ะ
"กงจั้น..."
กงเป่าหันไปมองเจ้าตัวเล็กข้างๆ ซึ่งอันที่จริงขนาดยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของมันเลยด้วยซ้ำ แล้วหวนคิดถึงความเร็วของอีกฝ่ายในวันนี้ มันเงียบไปสองวินาที ก่อนจะร้องตอบเบาๆ เข้าใจแล้ว มันจะไปนอนเดี๋ยวนี้แหละ
พูดจบ มันกระพือปีกบินกลับเข้าห้องไป
"ถงถง"
พิราบทะยานมองแผ่นหลังเล็กๆ ที่บินจากไปด้วยความรู้สึกพึงพอใจ
...
ภายในห้องพัก
เฉียวซางเอนตัวพิงเตียง มือถือโทรศัพท์พลางจ้องที่อยู่หลายแห่งในแอปบันทึกข้อความด้วยสีหน้าครุ่นคิด
สถานที่วิวัฒนาการในขั้นถัดไปของซุนเป่าอยู่ที่ประเทศอินทรี แต่ของหยาเป่ากับตัวเธอเอง รวมถึงตัวอื่นๆ ล้วนถูกคาดการณ์ไว้ว่าน่าจะอยู่ในประเทศมังกรและส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคจงคง
หรือว่าช่วงเวลาถัดไป เธอจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในภูมิภาคจงคงเป็นเวลานาน?
แต่เธอก็กำลังจะไปเรียนที่สถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรจักรวรรดิแล้วไม่ใช่เหรอ?
หลักสูตรผู้ฝึกสัตว์อสูรใช้เวลาห้าปี จะเป็นไปได้ยังไงที่ในช่วงหลายปีนี้ พวกหยาเป่ามันจะไม่วิวัฒนาการเลย...
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉียวซางก็ฉุกคิดขึ้นมาได้
เธอเรียนอยู่ในคณะจักรพรรดินี่!
เธอจำได้ว่าอาจารย์พิลิทเคยบอกว่าคณะจักรพรรดิเน้นการสอนแบบ 1 ต่อ 1 และส่วนใหญ่เป็นการฝึกฝนภาคสนาม ไม่ได้ให้หมกตัวเรียนแต่ในมหาวิทยาลัย
หรือว่า...
ตอนเธอกลับมาแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับภูมิภาค สนามแข่งของเธอจะเปลี่ยนจากภูมิภาคเย่หัวเป็นภูมิภาคจงคงแทน?
ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นไปได้...
หลังจากไตร่ตรองเสร็จ เธอก็เปิดแอปซุปเปอร์บล็อก เข้าสู่ระบบบัญชีของตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบนาน แล้วก็พบว่าจำนวนผู้ติดตามของเธอลดลงไปหลายหมื่นคน
และที่หายไปล้วนเป็นผู้ติดตามที่เคยมีส่วนร่วมจริงๆ...
เฉียวซางได้แต่ทอดถอนใจ ก่อนจะเปิดกล้องมือถือ ถ่ายรูปหยาเป่าที่กำลังหลับสนิท แล้วกดอัปโหลดพร้อมแคปชันว่า
[ในที่สุดก็กลับมาแล้ว]
ช่วงที่บัญชีของเธอได้รับความนิยมสูงสุดคือหลังการแข่งขันผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับมัธยมปลายแห่งชาติพึ่งจบลง แต่หลังจากที่เธอไปยังอัลติเมทสตาร์ สิ่งที่เธอโพสต์ก็มีแค่ไม่กี่เรื่อง ส่วนใหญ่เกี่ยวกับโปรโมทแว่นกันแดดเท่านั้น...
ที่ประเทศมังกร การแข่งขันมีไม่ขาดสาย ทุกวันจะต้องมีผู้ฝึกสัตว์อสูรที่สร้างความประทับใจปรากฏสู่สายตาสาธารณชน การที่เธอไม่ได้เป็นที่สนใจเหมือนเมื่อก่อนก็ถือเป็นเรื่องปกติ
แต่ในเมื่อกลับมาแล้ว อย่างน้อยก็ต้องทำให้บัญชีนี้มีความเคลื่อนไหวบ้าง ไหนๆ บัตรไม่จำกัดวงเงินก็ไม่มีแล้ว นี่ก็ถือเป็นหนึ่งในช่องทางทำเงินเหมือนกัน...
สิบนาทีผ่านไป
มีคอมเมนต์ตอบกลับเพียงสิบกว่าข้อความ กระจัดกระจาย ต่างจากแต่ก่อนราวฟ้ากับเหว
[???]
[กลับมาแล้ว หมายความว่าอะไร?]
[นี่หยาเป่าใช่ไหม! อ๊าา! ไม่ใส่แว่นกันแดดก็น่ารักดีเหมือนกันนะ!]
[พรายพิชิตเหมันต์! ฉันอยากเห็นพรายพิชิตเหมันต์! ขอร้องล่ะ โพสต์รูปพรายพิชิตเหมันต์สักรูปเถอะ!]
พรายพิชิตเหมันต์ไม่มีแล้ว ตอนนี้เหลือแค่พรายผืนฟ้านิรันดร์เท่านั้นแหละ...
เฉียวซางเลือกตอบกลับคอมเมนต์ไปไม่กี่อัน จากนั้นก็ปิดโทรศัพท์ ดับไฟ แล้วเข้านอน
...
วันถัดมา
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางกระจกหน้าต่างบานใหญ่
เฉียวซางสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะเสียงเปิดประตูห้องที่ดังรัวเร็ว
เธอลืมตาขึ้น เห็นแม่ของตัวเองยืนอยู่ตรงประตู สีหน้าดูตื่นเต้นสุดขีด
"เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?" เฉียวซางถามเสียงงัวเงีย
"แม่กินน้ำบริสุทธิ์แห่งเวียร์ที่ลูกเอามา แล้วตอนนี้ก็ปลุกหน้าสัญญาสัตว์อสูรหน้าที่สามได้แล้ว!" เย่เซียงถิงสูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยข่าวใหญ่ให้ลูกสาวฟัง
"!!!"
"จริงเหรอค่ะ!?"
เฉียวซางได้ยินก็สะลึมสะลือต่อไปไม่ไหว รีบลุกพรวดขึ้นจากเตียง ดวงตาเปล่งประกายเต็มไปด้วยความดีใจ
น้ำบริสุทธิ์แห่งเวียร์เป็นของหายากที่สามารถช่วยขยายขีดจำกัดของสมองได้โดยไม่มีผลข้างเคียง แต่สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว และจะได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ก่อนอายุ 18 ปี
แม่ของเธออายุเกิน 18 มานานแล้ว เดิมทีเธอแค่หวังว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางสมองของแม่ขึ้นมาได้นิดหน่อยก็ยังดี แต่ไม่คิดเลยว่าหลังจากใช้แล้ว แม่จะปลุกหน้าสัญญาสัตว์อสูรหน้าที่สามได้ในทันทีแบบนี้
ถ้าเป็นแบบนี้ มีแค่ความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น
นั่นก็คือโดเมนสมองของแม่เธออยู่ที่จุดสูงสุดของขีดจำกัดมาแต่แรกแล้ว และกำลังจะทะลุผ่านขีดจำกัดอยู่แล้ว!
"ย่าห์..."
เสียงของผู้ฝึกสัตว์อสูรเจ้าของตัวดังเกินไป ทำให้หยาเป่าที่นอนอยู่บนเตียงตื่นขึ้นมางัวเงีย
"ปิงอ้าย!"
ส่วนลู่เป่ากระโดดออกจากตู้เก็บน้ำโดยไม่ลังเล
"แม่จะโกหกลูกทำไมกัน?" เย่เซียงถิงพูด พลางยกมือขึ้นประสานเพื่อทำการอัญเชิญ
ทันใดนั้น กลุ่มดาวสีเขียวเรืองแสงก็ปรากฏขึ้นที่พื้น
เมื่อเห็นลูกสาวมองจนแน่ใจแล้ว เธอก็ลดมือลง กลุ่มดาวก็เลือนหายไปทันที
"สุดยอดเลยค่ะแม่!" เฉียวซางไม่รอช้า รีบกล่าวคำเยินยอทันที
เย่เซียงถิงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ควักโทรศัพท์ออกมาแล้วพูดว่า
"แม่คิดดูแล้ว วันนี้เป็นวันดี ลูกกลับมาบ้าน แม่เองก็ปลุกหน้าสัญญาสัตว์อสูรหน้าที่สามขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นต้องเรียกทุกคนมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันสักหน่อยแล้ว!"
เฉียวซางยิ้มค้างไปทันที รีบพูดแทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"เดี๋ยวก่อนค่ะ!"
"มีอะไรเหรอ?" เย่เซียงถิงถามด้วยความสงสัย
สมองของเฉียวซางหมุนติ้ว แล้วจู่ๆ ก็คิดอะไรขึ้นมาได้ รีบถามว่า
"แม่คิดไว้หรือยังคะว่าจะทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวไหนเป็นตัวที่สาม?"
"ยังเลย เพิ่งได้สัญญาหน้าที่สามมาเมื่อกี้นี้เอง จะเอาเวลาที่ไหนไปคิด?" เย่เซียงถิงพูดพลางยกโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง
"งั้นวันนี้เราไปฐานเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรกันเถอะค่ะ! ไปดูว่ามีตัวไหนที่แม่อยากทำพันธสัญญาด้วยไหม!"
เฉียวซางพูดรัวเร็วอย่างกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะกดโทรออกในวินาทีถัดไป
แต่เย่เซียงถิงยังคงถือโทรศัพท์ไว้ไม่ยอมวาง "เรื่องทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรไม่ต้องรีบร้อนหรอก"
"แต่ว่าพรุ่งนี้หนูต้องเดินทางแล้วนะคะ" เฉียวซางรีบบอก
มือของเย่เซียงถิงที่กำลังจะกดโทรศัพท์หยุดชะงักไป
เฉียวซางเห็นท่าทีนี้ รีบพูดต่อทันที "หนูอยากไปเลือกสัตว์อสูรกับแม่ก่อนออกจากประเทศมังกร แล้วก็อีกอย่างน้ำบริสุทธิ์แห่งเวียร์หลังจากใช้แล้วควรทำสมาธิต่อเนื่องและพักผ่อนให้เต็มที่ ถึงจะดูดซึมตัวยาได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ"
หากตีความหมายจากประโยคทั้งหมด จะได้ใจความสำคัญคือ... อย่าจัดเลี้ยง!
เย่เซียงถิงนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แล้วสุดท้ายก็ยอมลดโทรศัพท์ลง "งั้นเตรียมตัวกัน เดี๋ยวเราไปฐานเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรกันเถอะ"
เรื่องการปลุกหน้าสัญญาสัตว์อสูรหน้าที่สามจากน้ำบริสุทธิ์แห่งเวียร์เป็นเรื่องที่เธอเองก็ไม่ได้คาดหวังมาก่อน
แต่ในเมื่อปลุกขึ้นมาได้แล้ว การทำสมาธิเพิ่มอีก 1-2% ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมากนักสำหรับเธอ เพราะเลยช่วงวัยทองในการพัฒนาสมองมาแล้ว และเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะปลุกพลังหน้าสัตว์อสูรแผ่นที่สี่ได้อีก
อีกอย่าง หลังจากทะลวงขีดจำกัดสมองได้เมื่อครู่ เธอรู้สึกและสัมผัสได้ว่ายาได้แสดงผลจนหมดสิ้นแล้ว
เธอไม่ต้องพักผ่อนเพิ่มเติมก็ได้และในเมื่อลูกสาวอยากไปเลือกสัตว์อสูรกับเธอ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะปฏิเสธ
ยังไงซะ สัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญาก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว การที่ลูกสาวชอบด้วยก็สำคัญไม่แพ้กัน
เย่เซียงถิงหันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้อง
แต่จู่ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ หันกลับมาแล้วพูดว่า
"ช่วยถ่ายรูปให้แม่หน่อยสิ"
ถ่ายรูป? ถ่ายรูปอะไร?
เฉียวซางยังไม่ทันเข้าใจ ก็เห็นแม่ของเธอยกมือขึ้นมาประสานทำท่าอัญเชิญอีกครั้ง
กลุ่มดาวสีเขียวเปล่งประกายสว่างขึ้นมาอีกครั้ง
"รีบถ่ายเร็ว" เย่เซียงถิงพูดขณะยังคงทำท่าประสานมืออยู่
เฉียวซางเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง มุมปากกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้ว "แชะ" ถ่ายรูปหนึ่งรูป
"ส่งมาให้แม่" เย่เซียงถิงพูด
เฉียวซางส่งภาพไปให้แม่ทันที
เย่เซียงถิงเปิดดูภาพในโทรศัพท์ ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
หนึ่งนาทีต่อมา
เฉียวซางเปิดแอปโมเมนต์อย่างเงียบๆ
ทันทีที่เปิดขึ้นมา เธอก็เห็นว่าแม่ของเธอเพิ่งโพสต์รูปไปหมาดๆ และมันก็คือรูปที่เธอถ่ายให้เมื่อครู่นี้
ในภาพ กลุ่มดาวสีเขียวเรืองแสงอย่างเด่นชัด แถมยังมีร่องรอยของการปรับแสงให้สว่างขึ้นอีกด้วย
แคปชันของโพสต์คือ
[เป็นวันที่ดีจริงๆ เดี๋ยวจะไปฐานเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรแล้ว ไม่รู้ว่ามีสัตว์อสูรตัวไหนน่าสนใจบ้างไหม พอจะแนะนำกันได้หรือเปล่า?]
เฉียวซาง: "..."
ก็ว่าแล้วเชียว...