- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 931: ถกเถียง
บทที่ 931: ถกเถียง
บทที่ 931: ถกเถียง
[ฉันดีใจมากที่เธอมีความคิดแบบนี้]
[ไฟล์: รายชื่อผู้ป่วย.txt]
[นี่คือรายชื่อผู้ป่วยที่จองคิวไว้ตอนนี้ เธอจะช่วยได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปล่ะ]
เฉียวซางเปิดไฟล์รายชื่อขึ้นมา แล้วก็พบว่ามีชื่อเรียงกันเต็มหน้าจอ
พอเธอลองเลื่อนลงไปดู ก็พบว่ามันไม่ได้มีแค่หน้าเดียว...
เธอลุกพรวดขึ้นทันทีแล้วตะโกนลั่นห้อง
"เตรียมตัวให้พร้อม! เราจะออกไปช่วยชีวิตคนกันแล้ว!!"
เช้าวันถัดมา
07:23 น.
เฉียวซางเดินกลับมาที่คฤหาสน์ด้วยสภาพกระปรี้กระเปร่าเต็มที่
ทันทีที่เธอเดินเข้าบ้าน เธอก็เห็นรองผู้อำนวยการหลิวเหยาเดินออกมาจากครัว หันมามองกงเป่าก่อน แล้วก็หันไปมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่่ยากจะอธิบาย
แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา
"ได้ข่าวว่ากงเป่ามันวิวัฒนาการจากพลังสายสัมพันธ์ได้อีกแล้ว?"
เฉียวซางรู้สึกเก้อเขินอยู่หน่อยๆ แต่ก็พยักหน้ารับเบาๆ "ค่ะ… เมื่อวานเกิดขึ้นตอนแข่งประลองการประสานงานค่ะ"
พูดจบ เธอก็ถามกลับอย่างเป็นธรรมชาติ "อาจารย์พิลิทบอกท่านรองเหรอคะ?"
…ยัยสัตว์ประหลาดเอ้ย…
หลิวเหยาสูดหายใจเข้าลึก พยายามควบคุมอารมณ์ แล้วตอบออกมาด้วยเสียงเรียบๆ "ฉันเห็นจากข่าวก่อนน่ะ"
ข่าว?!
เฉียวซางเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย
แปลว่ามันเป็นข่าวใหญ่เลยเหรอ!?
หลิวเหยาไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาทำใจนานแค่ไหน ตอนที่เห็นข่าวนี้ครั้งแรก และต้องดูวิดีโอประกอบเพื่อทำความเข้าใจให้ได้
ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเฉียวซางเป็นคนที่ห้ามมองด้วยสายตาปกติ
แต่เธอก็ยังสามารถทำให้เขาตกตะลึงได้อยู่เรื่อยๆ ไม่หยุดไม่หย่อน...
เฉียวซางรีบเปิดโทรศัพท์ทันที กดเข้าไปดูประเด็นข่าวร้อน
"กงจั้น!"
กงเป่าก็บินเข้ามาเกาะใกล้ๆ มองหน้าจอด้วยสีหน้าจริงจังสุดๆ
[ช็อก! เหยี่ยวเกราะเหล็กสามารถวิวัฒนาการจากพลังสายสัมพันธ์ได้อีกครั้ง!]
[แชมป์การแข่งขันดาราผู้ฝึกสัตว์อสูร เฉียวซาง เข้าร่วมงานประลองทักษะ "เทียนหนี่คัพ"]
[สายวิวัฒนาการของเหยี่ยวเกราะเหล็กถูกค้นพบใหม่! สามวิวัฒนาการติดกันที่เกิดจากพลังสายสัมพันธ์!?]
[เหยี่ยวเกราะเหล็ก สัตว์อสูรที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง]
[ทำไมเหยี่ยวเกราะเหล็กถึงมีเส้นทางวิวัฒนาการจากพลังสายสัมพันธ์?]
[ทำไมวิวัฒนาการจากพลังสายสัมพันธ์ถึงเกิดขึ้นกับเหยี่ยวเกราะเหล็กได้ง่ายดายนัก!?]
[คดีปราการเหล็กไร้พ่ายบังคับยกเลิกพันธสัญญา!]
พอเฉียวซางเห็นชื่อ "ปราการเหล็กไร้พ่าย" บนหน้าจอ เธอไม่รอช้า กดเข้าไปอ่านทันที
[พวกคุณยังจำเรื่องของปราการเหล็กไร้พ่ายที่เคยบังคับยกเลิกพันธสัญญาได้ไหม?]
คิดไว้แล้วเชียวว่าต้องมีคนพูดถึงเรื่องนี้...!
เฉียวซางตื่นตัวขึ้นมาทันที แล้วเริ่มเลื่อนหน้าจอลงไปอ่านรายละเอียดต่ออย่างรวดเร็ว
[ปราการเหล็กไร้พ่ายก็คือปราการเหล็กไร้พ่าย เหยี่ยวเกราะเหล็กทุกตัวไม่ได้เหมือนกันหมด นายจะเหมารวมทั้งสายพันธุ์เพียงเพราะตัวเดียวไม่ได้หรอก!]
[วิวัฒนาการจากพลังสายสัมพันธ์ถึงสามครั้งติดกัน แสดงว่าสัตว์อสูรสายพันธุ์นี้ต้องให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์มากแน่ๆ!]
[อย่าว่าแต่สามครั้งเลย ในชีวิตจริงฉันยังไม่เคยเห็นสัตว์อสูรวิวัฒนาการจากพลังสายสัมพันธ์เลยสักครั้ง!]
[เคยได้ยินมาว่าถ้าสัตว์อสูรวิวัฒนาการไปเป็นร่างที่แตกต่างกัน บุคลิกของมันอาจเปลี่ยนไปด้วย ถ้าเหยี่ยวเกราะเหล็กวิวัฒนาการไปเป็นปราการเหล็กไร้พ่ายจะกลายเป็นสัตว์อสูรเลือดเย็นหรือเปล่านะ?]
[เอาจริงๆ ฉันอยากพูดเรื่องนี้นานแล้ว ผู้ฝึกสัตว์อสูรคนนั้นฝีมือตัวเองตามไม่ทันสัตว์อสูรของตัวเองแล้วโดนบังคับยกเลิกพันธสัญญาจะโทษใครดี? ตอนเรียนพวกอาจารย์ไม่สอนเหรอว่าไม่ควรทำพันธะกับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าตัวเอง? เจ็บใจหน่อยนะ ถ้าสัตว์อสูรของพวกนายแข็งแกร่งกว่าพวกนาย มีหวังมันก็บังคับยกเลิกพันธสัญญาเหมือนกันนั่นแหละ]
[ขอแก้ไขตรงนี้หน่อยนะ ที่โรงเรียนสอนว่า “อย่าทำพันธะโดยตรงกับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าตัวเอง” แต่ผู้ฝึกสัตว์อสูรคนนั้นค่อยๆ เลี้ยงดูเหยี่ยวเกราะเหล็กจนมันวิวัฒนาการเป็นปราการเหล็กไร้พ่าย มันเป็นคนละกรณีกัน]
[ยอมรับเถอะ การที่อัลติเมทสตาร์แทบไม่มีใครสามารถฝึกสัตว์อสูรให้วิวัฒนาการจากพลังสายสัมพันธ์ได้ ก็มีเหตุผลของมันอยู่แล้ว]
[ยังไงก็ตาม แค่เห็นวิวัฒนาการสามครั้งติดกันจากพลังสายสัมพันธ์จะเป็นของหวานหรือของขมก็ช่างเถอะ ฉันจะลองดูเอง!]
[ฉันก็ด้วย! สัตว์อสูรเดี๋ยวนี้เลี้ยงยากเกินไปแล้ว ค่าใช้จ่ายเยอะ โดยเฉพาะพวกที่ต้องใช้วัสดุวิวัฒนาการ ถ้ามีโอกาสทำพันธกับเหยี่ยวเกราะเหล็กที่วิวัฒนาการจากพลังสายสัมพันธ์ได้แล้วพามันไปถึงระดับนายพล ฉันคงไม่ต้องกังวลเรื่องอนาคตอีกเลย!]
[จริงด้วย! เหยี่ยวเกราะเหล็กเป็นสัตว์อสูรตัวแรกที่สามารถวิวัฒนาการจากพลังสายสัมพันธ์ตั้งแต่ร่างแรกจนถึงระดับนายพลได้!]
[ไม่ต้องพูดมากละ ตอนนี้ฉันกำลังมุ่งหน้าไปฐานเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรแล้ว!]
เฉียวซางรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมา เธอหันไปมองกงเป่าข้างๆ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
"เห็นหรือเปล่า? เราทำสำเร็จแล้วนะ"
"กงจั้น?"
กงเป่ากระพือปีกเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัวไปมา มันอ่านไม่ออกหรอก รู้แค่ไม่กี่ตัวอักษรเอง
"ซุนซุน~"
ยังไม่ทันที่เฉียวซางจะพูดอะไร ซุนเป่าก็เทเลพอร์ตมาแบบไร้เสียง แล้วทำตัวเหมือนเป็นพี่ชายที่แสนดี ตบปีกของกงเป่าปุๆ
อ่านไม่ออกไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่อ่านให้ฟังเองไอ้น้องสาว!
พูดจบ มันก็กระโดดเข้าไปใกล้จอมือถือ แล้วเริ่มอ่านออกเสียงเป็นเสียง "ซุนซุน!" ไม่หยุด
พออ่านไปเรื่อยๆ มันยิ่งอินเข้าไปใหญ่ สุดท้ายก็คว้ามือถือมาอ่านต่อเองซะเลย
กงเป่านั่งฟังอย่างตั้งใจ แววตาของมันค่อยๆ เป็นประกายขึ้นเรื่อยๆ
เฉียวซางมองซุนเป่าที่กำลังอ่านออกเสียง แล้วจู่ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้
เธอประกบมือเข้าหากันเป็นสัญลักษณ์แล้วทำการอัญเชิญหยาเป่าที่หลับสนิทเมื่อคืนออกมา
"ย่าห์!"
หยาเป่าปรากฏตัวขึ้นมาในสภาพเต็มไปด้วยพลัง มันร้องเสียงดังฟังชัด
พอดีกับที่หลิวเหยากำลังถือจานเม็ดพลังงานมามห้
พอหยาเป่าเห็นก็พุ่งไปที่อาหารทันที ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย
ระหว่างนั้นหลิวเหยาก็นั่งลงแล้วถามขึ้นมาว่า
"เธอจะกลับไปบลูสตาร์เมื่อไหร่?"
เฉียวซางยกถ้วยโจ๊กขึ้นมาจิบเล็กน้อยก่อนตอบว่า
"ฉันคิดว่าจะกลับมะรืนนี้ค่ะ"
พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของการเรียนที่มหาวิทยาลัยยูเลียนทันในอัลติเมทสตาร์
เธอจำเป็นต้องรีบกลับ เพราะแค่เดินทางกลับก็ใช้เวลาตั้ง หนึ่งเดือนเต็ม จะให้ไปถึงบลูสตาร์แล้วตรงไปสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิทันทีเลยก็คงไม่ไหว เธอต้องแวะกลับบ้านก่อน
พอได้ยินแบบนี้ ภูติขลุ่ยประกายแสงที่กำลังกินอาหารอยู่ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
ส่วน หลิวเหยา ก็พยักหน้าตอบรับ "ฉันจะไปกับเธอด้วย"
"ตี๊ตี๊..."
ภูติขลุ่ยประกายแสงมองเม็ดพลังงานในมือเงียบๆ สีหน้าดูมีอะไรบางอย่างในใจ
เวลา 17:45 น.
มหาวิทยาลัยยูเลียนทัน
"กงจั้น!"
กงเป่าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ วันนี้มันไม่ได้เงียบเหมือนทุกที แต่กลับพูดคุยกับหยาเป่าและซุนเป่าเป็นระยะๆ
เฉียวซางเดินเข้าไปในฐานวิจัยที่เจ็ด
"เธอไม่ได้มาที่นี่นานเลยนะ"
ดร.โดซาลิราวางหลอดทดลองลงก่อนจะพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
เฉียวซางเกาหัวอย่างรู้สึกผิดเล็กๆ "เพราะฉันมีเรื่องต้องทำเยอะมากเลยค่ะ"
ตั้งแต่อาจารย์พิลิทเข้ามาในชีวิต ตารางเวลาของเธอก็แน่นกว่าเดิมมาก จนไม่มีเวลาแวะมาที่นี่อีก
"เธอมาคราวนี้...เพื่อบอกลาใช่ไหม?"
ดร.โดซาลิราถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
เฉียวซางพยักหน้ารับเบาๆ “ใช่ค่ะ มะรืนนี้ฉันก็จะกลับบลูสตาร์แล้วค่ะ”
ห้องทดลองตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ
หลังจากผ่านไป สองถึงสามวินาที ดร.โดซาลิราก็ถอนหายใจเบาๆ ก่อนพูดว่า
"ทั้งหมดเป็นความผิดของไอ้แก่จิลเบิร์ตนั่นแหละ ไม่อย่างนั้นเราคงได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานอารมณ์กันมากกว่านี้แล้ว"
เอ่อ...
เฉียวซางไม่รู้จะตอบยังไงดี จึงพูดขึ้นแทนว่า "จริงๆ เราก็ยังคุยกันผ่านสตาร์เน็ตได้นะคะ"
"มันไม่เหมือนกัน..."
ดร.โดซาลิรามองเธอด้วยสายตาอาฆาตเล็กๆ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นจริงจัง แล้วพูดขึ้นว่า
"พอเธอกลับไป ฉันหวังว่าเธอจะหาสัตว์อสูรจิสส์แดนมาอยู่ข้างกายสักตัว"
เฉียวซางชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะถาม "ทำไมล่ะคะ?"
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ถามออกไปจริงๆ ด็อกเตอร์โดรารีซาก็อธิบายต่อทันที
"สัตว์อสูรสายวิวัฒนาการของพรายผืนฟ้านิรันดร์ทั้งหมด ล้วนต้องการพลังงานจากอารมณ์"
"และจิสส์แดนมีความสามารถในการขยายอารมณ์ของเป้าหมายให้รุนแรงขึ้นอย่างมาก"