- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 925: พลังป้องกันก็แข็งแกร่งมากเหมือนกัน
บทที่ 925: พลังป้องกันก็แข็งแกร่งมากเหมือนกัน
บทที่ 925: พลังป้องกันก็แข็งแกร่งมากเหมือนกัน
"กงเป่า! พวกเราเข้ารอบแล้ว!"
เฉียวซางหันไปพูดด้วยความดีใจ
แม้ว่าก่อนหน้านี้จะคำนวณจากคะแนนของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆแล้วคิดว่าไม่น่ามีปัญหาในการเข้ารอบ แต่พอได้รับการยืนยันแน่ชัดแล้วก็อดดีใจไม่ได้จริงๆ
"กงจั้น!"
กงเป่าร้องออกมาด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุข แสดงว่ามันก็เห็นแล้วเหมือนกัน
"ซุนซุน!"
ซุนเป่าตัวน้อยยกมือตบไหล่กงเป่าเบาๆ ท่าทางเหมือนหัวหน้ากำลังปลอบใจลูกน้อง
รอบต่อไปต้องสู้ให้เต็มที่ ห้ามปล่อยให้โอกาสที่ได้มาสูญเปล่าเด็ดขาด
"กงจั้น!"
กงเป่าพยักหน้ารับด้วยสีหน้าจริงจัง
ขณะนั้นเอง นักเรียนหญิงที่อยู่กับเฉียวซางมาตลอดก็ถอนหายใจพูดอย่างหดหู่ว่า
"เฮ้อ...ไม่มีชื่อฉันอยู่ในรายชื่อจริงๆด้วย"
"เถียนเถียน..."
สัตว์อสูรที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอเป็นสัตว์อสูรขนาดประมาณหนึ่งเมตร มีร่างกายเป็นสีชมพูทั้งตัว หูบนหัวยาวพลิ้วไหวเหมือนริบบิ้น ตอนนี้มันก็ก้มหน้าลงอย่างหมดอาลัยตายอยากเช่นกัน
เฉียวซางปลอบว่า
"ไม่เป็นไรหรอก ไว้ลองใหม่ครั้งหน้าก็ได้"
เธอเองก็ได้ดูการแข่งขันของอีกฝ่ายอยู่เหมือนกัน สัตว์อสูรที่ใช้เป็นตัวแสดงก็คือดอกหวานแหวว สัตว์อสูรประเภทพืช ซึ่งก็คือตัวที่ยืนอยู่ข้างๆนั่นเอง
รูปร่างของมันทั้งน่ารักและดูหวานละมุนมาก พอออกมาในสนามปุ๊บก็เริ่มจากใช้ใบมีดใบไม้ทันที จากนั้นก็กระโดดเข้าไปในกลุ่มใบไม้ที่กำลังลอยอยู่ พร้อมกับใช้กรงเล็บเคียวคมกริบฟันผ่ามีดบินใบไม้ออกเป็นสองซีก
ทั้งการแสดงถือว่าลื่นไหล ไม่มีข้อผิดพลาดอะไร แต่ก็ไม่ได้มีจุดไหนที่ทำให้คนดูประทับใจเป็นพิเศษ
ที่สำคัญคือใบไม้ที่ถูกฟันขาดออกมานั้นขนาดไม่เท่ากัน
ถ้าสามารถตัดให้ทุกใบออกมาเท่ากันหมด คะแนนก็คงสูงขึ้นได้อีกหน่อย
สาวน้อยเจ้าของดอกหวานแหววตั้งสติรวบรวมความรู้สึกของตัวเองใหม่ ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วพูดว่า
"ไว้พรุ่งนี้ฉันจะเชียร์เธอที่สนามนะ!"
การแข่งขันแนวประสานงานมีจุดที่ใส่ใจความเป็นมนุษย์อยู่ตรงที่ ถ้าผู้เข้าแข่งขันที่สมัครไม่ได้เข้ารอบจะสามารถเข้าชมการแข่งขันรอบต่อไปได้ฟรี
เพราะแบบนี้หลายๆ คนที่อยากเข้าชมการแข่งขันแต่ซื้อตั๋วไม่ทัน ต่อให้รู้ตัวว่าฝีมือยังไม่ถึงขั้นไปแข่งกับใครได้ก็ยังอยากลองสมัครดู
"อื้ม!" เฉียวซางยิ้มรับ
20:30 น.
คฤหาสน์ สนามฝึกกลางแจ้ง
บนท้องฟ้าสูง
"กงจั้น!"
กงเป่าจ้องล็อกเป้าหมายไปที่ซุนเป่าตัวน้อยที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งตอนนี้กำลังใช้มือขยับกวักนิ้วเรียกมันอยู่
ปีกของกงเป่ากระพืออย่างแรง ร่างของมันพุ่งออกไปทันทีราวกับสายฟ้าสีขาวพุ่งตรงเข้าหาซุนเป่าอย่างรวดเร็ว
"ซุนซุน~"
แต่ก่อนที่กงเป่าจะถึงตัว ซุนเป่าก็หายไปจากตำแหน่งเดิม
สายฟ้าสีขาวยังคงเคลื่อนที่ต่อไปโดยไม่ชะงัก และในขณะที่พุ่งเข้ามาถึงจุดที่ซุนเป่าเคยอยู่ มันก็แยกร่างออกเป็นสองสาย หมุนตัวเปลี่ยนทิศแล้วพุ่งเข้าจู่โจมไปยังตำแหน่งใหม่ของซุนเป่าทันที
ซุนเป่าหยุดนิ่งอยู่ตรงกลาง ดูเหมือนไม่ทันได้ตอบสนอง
ระยะห่างกว่าร้อยเมตร ถูกตัดเหลือเพียงแค่พริบตาเดียว สายฟ้าสีขาวสองสายเข้าประกบโจมตีใส่ซุนเป่าพร้อมกัน—
ตู้ม!
ร่างของซุนเป่าถูกกระแทกจนแบนเป็นแพนเค้ก!
ร่างของซุนเป่าที่กลายเป็น "แพนเค้ก" หล่นร่วงลงสู่เบื้องล่าง ทว่าในจังหวะเดียวกันนั้นเอง มันก็พลันจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย
"กงจั้น"
กงเป่าหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ มองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าสงบ ไม่มีท่าทางประหลาดใจใดๆ
"ซุนซุน~"
เหนือขึ้นไปกว่าร้อยเมตร ซุนเป่าที่ยังสมบูรณ์ดีไม่มีรอยขีดข่วนกำลังยิ้มแป้น ก่อนจะยกนื้วมือสั้นๆ ขึ้นมากวักนิ้วเรียกกงเป่า
"พอแค่นี้ก่อน" เฉียวซางเอ่ยขึ้น
"ซุนซุน~"
ซุนเป่าชะงักเล็กน้อย ดวงตาเปล่งแสงสีฟ้าแล้วใช้เทเลพอร์ตกลับมาทันที
กงเป่าก็กระพือปีกเบาๆ บินตรงกลับไปหาเฉียวซาง
"ซุนเป่า แกไปซ้อมกับหยาเป่าก่อนนะ" เฉียวซางกล่าว
"ซุนซุน!"
ซุนเป่าตกใจสะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบร้องตอบทันทีว่าตอนนี้น้องสี่ยังคงต้องการมันเป็นคู่ซ้อม
พร้อมกันนั้นมันก็ส่งสายตาไปทางกงเป่า
"กงจั้น"
กงเป่าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าซุนเป่าสละสิทธิ์รอบต่อไปให้ตัวเอง มันจึงพยักหน้าตอบรับ
เฉียวซางถอนหายใจอย่างยอมจำนน "ซ้อมต่อก็ได้ แต่คราวหน้าห้ามเอาแต่หลบ ต้องเข้าปะทะกับกงเป่าตรงๆ ให้มากที่สุดนะ เข้าใจไหม?"
"ซุนซุน~"
ซุนเป่าพยักหน้ารัวๆ
เฉียวซางยังไม่วางใจ จึงเน้นย้ำอีกครั้งว่า
"รอบต่อไปเป็นการต่อสู้แบบประสานงาน นอกจากสู้กันตรงๆแล้ว ยังต้องแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของตัวเองและการใช้ทักษะร่วมกัน ถ้าเอาแต่หลบกงเป่าจะไม่ได้ฝึกวิธีรับมือกับการโจมตีอย่างสง่างามเลยนะ"
"ซุนซุน!"
ซุนเป่าพยักหน้าด้วยแรงที่มากกว่าเดิม ราวกับอยากให้เธอเชื่อว่ามันเข้าใจจริงๆ
เฉียวซางมองสีหน้าของซุนเป่าแล้ว ก็ได้แต่ยอมแพ้ที่จะให้ลู่เป่าเป็นคู่ซ้อมแทน
หลังจากกงเป่าและซุนเป่ากลับไปฝึกกันต่อ เธอก็หันไปถามภูติขลุ่ยประกายแสงที่อยู่ข้างๆ
"วันนี้ไปดูแข่งมาหรือเปล่า?"
"ตี๊ตี๊"
ภูติขลุ่ยประกายแสงที่กำลังเคี้ยวมันฝรั่งทอดอยู่พยักหน้ารับ
เฉียวซางถามต่ออย่างไม่ใส่ใจนัก "ตอนนี้พอจะพยากรณ์ได้หรือยัง?"
"ตี๊ตี๊"
ภูติขลุ่ยประกายแสงยกมือหยุดการเคี้ยวไปชั่วครู่ ก่อนจะส่ายหัว
"ก็ว่าแล้วเชียว..."
เฉียวซางถอนหายใจ
"ตี๊ตี๊?"
ภูติขลุ่ยประกายแสงส่งเสียงเหมือนถามกลายๆว่า พวกเธอจะกลับกันเมื่อไหร่?
เฉียวซางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดหน้าต่างแชทสุ่มๆ แล้วจ่อไปตรงหน้าภูติขลุ่ยประกายแสง พูดอย่างหมดหนทางว่า
"ตอนนี้หยาเป่ากับพวกมันซ้อมกันอยู่ ไม่มีใครช่วยแปล แกพิมพ์เองได้ไหม?"
"ตี๊ตี๊..."
ภูติขลุ่ยประกายแสงเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ดวงตาจะเปล่งแสงสีฟ้า
จากนั้น พลังลึกลับก็เริ่มเคลื่อนไหวในอากาศ โทรศัพท์ของเฉียวซางค่อยๆ แสดงตัวอักษรขึ้นมาเองทีละตัว
[ฉันต้องการอาหารมากกว่านี้เพื่อฟื้นตัวให้เร็วที่สุด และทำการพยากรณ์ ฉันรู้สึกว่ามันใกล้เข้ามาแล้ว]
นี่มันกะจะรีดไถของกินให้มากที่สุดก่อนเธอจะไปจากอัลติเมทสตาร์ใช่มั้ย...
เฉียวซางแอบคิดในใจ แต่ภายนอกก็พยักหน้าตอบรับไปตามระเบียบ
"โอเค เข้าใจแล้ว"
พูดจบ เธอก็เปิดแอปสั่งอาหาร แล้วเลือกของกินที่ภูติขลุ่ยประกายแสงชอบสั่งเป็นประจำ
ภูติขลุ่ยประกายแสงเหลือบตามองโทรศัพท์ แล้วก็พบว่าเธอเลือกแต่ของที่มันชอบกินทั้งนั้น แม้มันจะยังไม่ได้บอกอะไรเลย
เจ้าตัวอดไม่ได้ที่จะขยับอุ้งมือเล็กๆ ไปแตะที่ขลุ่ยแดงซึ่งห้อยอยู่ตรงเอว
รออีกนิด...
อดทนอีกหน่อยก็ได้...
เช้าวันรุ่งขึ้น
หลังจากตื่นนอนและล้างหน้าล้างตาอย่างรวดเร็ว เฉียวซางก็เดินมาหยุดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า วันนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เธอใส่ใจเลือกชุดจริงจัง
เมื่อวานเธอเห็นผู้เข้าร่วมแข่งขันแนวประสานงานแต่ละคนแต่งตัวกันแบบจัดเต็ม แสดงความเป็นตัวเองกันสุดๆ ถึงเธอจะไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องนี้มากนัก แต่ก็ไม่อยากแต่งตัวให้ดูเรียบเกินไปจนกลายเป็นจุดที่ดูแปลกแยก
เธอใช้เวลาคัดเลือกอยู่เกือบสิบกว่านาที ในที่สุดก็เลือกชุดเดรสสีดำแบบวินเทจที่ทำจากผ้าเทนเซลออกมา
การแข่งประสานงานให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์โดยรวม บางครั้งผู้ฝึกอสูรเองก็ต้องแต่งตัวให้เข้ากับสัตว์อสูรที่จะลงแข่งด้วย เดรสสีดำตัวนี้เรียบง่ายแต่มีความเท่แฝงอยู่ ซึ่งพอใส่คู่กับกงเป่าแล้วก็ดูเข้ากันอย่างลงตัว
คิดได้แบบนั้น เฉียวซางก็สวมมันโดยไม่ลังเล
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ถนนหอมกรุ่น หมายเลข 1 – ห้องพักนักแข่ง
สายตาของผู้คนจำนวนไม่น้อยจับจ้องไปที่มุมห้อง ที่นั่นมีเด็กสาวผมดำในชุดเดรสสีดำกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกับสัตว์อสูรของตัวเอง
เหยี่ยวยักษ์เฉือนเหล็กที่ชื่อว่ากงเป่า
ตั้งแต่เมื่อวานที่กรรมการได้พูดถึงมัน คนแทบทุกคนก็พากันไปหาข้อมูลเกี่ยวกับมันกันยกใหญ่
และสิ่งที่พบก็น่าตกใจมาก
ทำให้ทุกคนได้เข้าใจว่าผู้เข้าแข่งขันที่ชื่อเฉียวซางคนนี้มีความโหดและตึงมากขนาดไหน
การประสานงานรอบต่อสู้แบบงดงามใช้ระบบการต่อสู้แบบ 1 ต่อ 1
แม้ว่าผู้เข้าแข่งขันหลายคนจะมีสัตว์อสูรระดับนายนายพลอยู่ แต่ไม่ว่าใครก็คงไม่มีใครกล้าเอาสัตว์อสูรของตัวเองไปต่อกรกับ อสูรเพลิงพิศวงหรือพรายผืนฟ้านิรันดร์ที่มีทักษะเหนือระดับ
แม้การแข่งขันแนวประสานงานจะไม่เหมือนการต่อสู้ของผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับอาชีพ แต่กฎข้อหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ...
"หากฝ่ายหนึ่งหมดสติจนไม่สามารถสู้ต่อได้ภายในเวลาที่กำหนด ฝ่ายตรงข้ามจะเป็นผู้ชนะ"
และตอนนี้เฉียวซางผู้ที่ทุกคนหวาดหวั่นกำลังมองกงเป่าพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า—
"ไม่ต้องกังวล แม้ว่าคู่ต่อสู้ของเราส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์อสูรระดับนายพล ซึ่งจากพลังโดยรวมอาจจะแข็งแกร่งกว่าแก... แต่นี่เป็นการแข่งขันแนวประสานงาน รอบต่อสู้แบบงดงามมีเวลากำหนดแค่ห้านาที ถ้าแกสามารถอดทนและรับมือให้ดี เราก็ไม่ได้ไร้โอกาสชนะซะทีเดียว"
"อย่าลืมว่าพลังป้องกันของแกแข็งแกร่งมาก"
พูดถึงตรงนี้ เธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงย้ำเพิ่มเติมว่า—
"แล้วก็ตอนที่โดนโจมตีไม่ต้องห่วงฉันนะ"
"เพราะตอนนี้...พลังป้องกันของฉันก็แข็งแกร่งมากเหมือนกัน"