เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 925: พลังป้องกันก็แข็งแกร่งมากเหมือนกัน

บทที่ 925: พลังป้องกันก็แข็งแกร่งมากเหมือนกัน

บทที่ 925: พลังป้องกันก็แข็งแกร่งมากเหมือนกัน


"กงเป่า! พวกเราเข้ารอบแล้ว!"

เฉียวซางหันไปพูดด้วยความดีใจ

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะคำนวณจากคะแนนของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆแล้วคิดว่าไม่น่ามีปัญหาในการเข้ารอบ แต่พอได้รับการยืนยันแน่ชัดแล้วก็อดดีใจไม่ได้จริงๆ

"กงจั้น!"

กงเป่าร้องออกมาด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุข แสดงว่ามันก็เห็นแล้วเหมือนกัน

"ซุนซุน!"

ซุนเป่าตัวน้อยยกมือตบไหล่กงเป่าเบาๆ ท่าทางเหมือนหัวหน้ากำลังปลอบใจลูกน้อง

รอบต่อไปต้องสู้ให้เต็มที่ ห้ามปล่อยให้โอกาสที่ได้มาสูญเปล่าเด็ดขาด

"กงจั้น!"

กงเป่าพยักหน้ารับด้วยสีหน้าจริงจัง

ขณะนั้นเอง นักเรียนหญิงที่อยู่กับเฉียวซางมาตลอดก็ถอนหายใจพูดอย่างหดหู่ว่า

"เฮ้อ...ไม่มีชื่อฉันอยู่ในรายชื่อจริงๆด้วย"

"เถียนเถียน..."

สัตว์อสูรที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอเป็นสัตว์อสูรขนาดประมาณหนึ่งเมตร มีร่างกายเป็นสีชมพูทั้งตัว หูบนหัวยาวพลิ้วไหวเหมือนริบบิ้น ตอนนี้มันก็ก้มหน้าลงอย่างหมดอาลัยตายอยากเช่นกัน

เฉียวซางปลอบว่า

"ไม่เป็นไรหรอก ไว้ลองใหม่ครั้งหน้าก็ได้"

เธอเองก็ได้ดูการแข่งขันของอีกฝ่ายอยู่เหมือนกัน สัตว์อสูรที่ใช้เป็นตัวแสดงก็คือดอกหวานแหวว สัตว์อสูรประเภทพืช ซึ่งก็คือตัวที่ยืนอยู่ข้างๆนั่นเอง

รูปร่างของมันทั้งน่ารักและดูหวานละมุนมาก พอออกมาในสนามปุ๊บก็เริ่มจากใช้ใบมีดใบไม้ทันที จากนั้นก็กระโดดเข้าไปในกลุ่มใบไม้ที่กำลังลอยอยู่ พร้อมกับใช้กรงเล็บเคียวคมกริบฟันผ่ามีดบินใบไม้ออกเป็นสองซีก

ทั้งการแสดงถือว่าลื่นไหล ไม่มีข้อผิดพลาดอะไร แต่ก็ไม่ได้มีจุดไหนที่ทำให้คนดูประทับใจเป็นพิเศษ

ที่สำคัญคือใบไม้ที่ถูกฟันขาดออกมานั้นขนาดไม่เท่ากัน

ถ้าสามารถตัดให้ทุกใบออกมาเท่ากันหมด คะแนนก็คงสูงขึ้นได้อีกหน่อย

สาวน้อยเจ้าของดอกหวานแหววตั้งสติรวบรวมความรู้สึกของตัวเองใหม่ ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วพูดว่า

"ไว้พรุ่งนี้ฉันจะเชียร์เธอที่สนามนะ!"

การแข่งขันแนวประสานงานมีจุดที่ใส่ใจความเป็นมนุษย์อยู่ตรงที่ ถ้าผู้เข้าแข่งขันที่สมัครไม่ได้เข้ารอบจะสามารถเข้าชมการแข่งขันรอบต่อไปได้ฟรี

เพราะแบบนี้หลายๆ คนที่อยากเข้าชมการแข่งขันแต่ซื้อตั๋วไม่ทัน ต่อให้รู้ตัวว่าฝีมือยังไม่ถึงขั้นไปแข่งกับใครได้ก็ยังอยากลองสมัครดู

"อื้ม!" เฉียวซางยิ้มรับ

20:30 น.

คฤหาสน์ สนามฝึกกลางแจ้ง

บนท้องฟ้าสูง

"กงจั้น!"

กงเป่าจ้องล็อกเป้าหมายไปที่ซุนเป่าตัวน้อยที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งตอนนี้กำลังใช้มือขยับกวักนิ้วเรียกมันอยู่

ปีกของกงเป่ากระพืออย่างแรง ร่างของมันพุ่งออกไปทันทีราวกับสายฟ้าสีขาวพุ่งตรงเข้าหาซุนเป่าอย่างรวดเร็ว

"ซุนซุน~"

แต่ก่อนที่กงเป่าจะถึงตัว ซุนเป่าก็หายไปจากตำแหน่งเดิม

สายฟ้าสีขาวยังคงเคลื่อนที่ต่อไปโดยไม่ชะงัก และในขณะที่พุ่งเข้ามาถึงจุดที่ซุนเป่าเคยอยู่ มันก็แยกร่างออกเป็นสองสาย หมุนตัวเปลี่ยนทิศแล้วพุ่งเข้าจู่โจมไปยังตำแหน่งใหม่ของซุนเป่าทันที

ซุนเป่าหยุดนิ่งอยู่ตรงกลาง ดูเหมือนไม่ทันได้ตอบสนอง

ระยะห่างกว่าร้อยเมตร ถูกตัดเหลือเพียงแค่พริบตาเดียว สายฟ้าสีขาวสองสายเข้าประกบโจมตีใส่ซุนเป่าพร้อมกัน—

ตู้ม!

ร่างของซุนเป่าถูกกระแทกจนแบนเป็นแพนเค้ก!

ร่างของซุนเป่าที่กลายเป็น "แพนเค้ก" หล่นร่วงลงสู่เบื้องล่าง ทว่าในจังหวะเดียวกันนั้นเอง มันก็พลันจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย

"กงจั้น"

กงเป่าหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ มองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าสงบ ไม่มีท่าทางประหลาดใจใดๆ

"ซุนซุน~"

เหนือขึ้นไปกว่าร้อยเมตร ซุนเป่าที่ยังสมบูรณ์ดีไม่มีรอยขีดข่วนกำลังยิ้มแป้น ก่อนจะยกนื้วมือสั้นๆ ขึ้นมากวักนิ้วเรียกกงเป่า

"พอแค่นี้ก่อน" เฉียวซางเอ่ยขึ้น

"ซุนซุน~"

ซุนเป่าชะงักเล็กน้อย ดวงตาเปล่งแสงสีฟ้าแล้วใช้เทเลพอร์ตกลับมาทันที

กงเป่าก็กระพือปีกเบาๆ บินตรงกลับไปหาเฉียวซาง

"ซุนเป่า แกไปซ้อมกับหยาเป่าก่อนนะ" เฉียวซางกล่าว

"ซุนซุน!"

ซุนเป่าตกใจสะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบร้องตอบทันทีว่าตอนนี้น้องสี่ยังคงต้องการมันเป็นคู่ซ้อม

พร้อมกันนั้นมันก็ส่งสายตาไปทางกงเป่า

"กงจั้น"

กงเป่าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าซุนเป่าสละสิทธิ์รอบต่อไปให้ตัวเอง มันจึงพยักหน้าตอบรับ

เฉียวซางถอนหายใจอย่างยอมจำนน "ซ้อมต่อก็ได้ แต่คราวหน้าห้ามเอาแต่หลบ ต้องเข้าปะทะกับกงเป่าตรงๆ ให้มากที่สุดนะ เข้าใจไหม?"

"ซุนซุน~"

ซุนเป่าพยักหน้ารัวๆ

เฉียวซางยังไม่วางใจ จึงเน้นย้ำอีกครั้งว่า

"รอบต่อไปเป็นการต่อสู้แบบประสานงาน นอกจากสู้กันตรงๆแล้ว ยังต้องแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของตัวเองและการใช้ทักษะร่วมกัน ถ้าเอาแต่หลบกงเป่าจะไม่ได้ฝึกวิธีรับมือกับการโจมตีอย่างสง่างามเลยนะ"

"ซุนซุน!"

ซุนเป่าพยักหน้าด้วยแรงที่มากกว่าเดิม ราวกับอยากให้เธอเชื่อว่ามันเข้าใจจริงๆ

เฉียวซางมองสีหน้าของซุนเป่าแล้ว ก็ได้แต่ยอมแพ้ที่จะให้ลู่เป่าเป็นคู่ซ้อมแทน

หลังจากกงเป่าและซุนเป่ากลับไปฝึกกันต่อ เธอก็หันไปถามภูติขลุ่ยประกายแสงที่อยู่ข้างๆ

"วันนี้ไปดูแข่งมาหรือเปล่า?"

"ตี๊ตี๊"

ภูติขลุ่ยประกายแสงที่กำลังเคี้ยวมันฝรั่งทอดอยู่พยักหน้ารับ

เฉียวซางถามต่ออย่างไม่ใส่ใจนัก "ตอนนี้พอจะพยากรณ์ได้หรือยัง?"

"ตี๊ตี๊"

ภูติขลุ่ยประกายแสงยกมือหยุดการเคี้ยวไปชั่วครู่ ก่อนจะส่ายหัว

"ก็ว่าแล้วเชียว..."

เฉียวซางถอนหายใจ

"ตี๊ตี๊?"

ภูติขลุ่ยประกายแสงส่งเสียงเหมือนถามกลายๆว่า พวกเธอจะกลับกันเมื่อไหร่?

เฉียวซางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดหน้าต่างแชทสุ่มๆ แล้วจ่อไปตรงหน้าภูติขลุ่ยประกายแสง พูดอย่างหมดหนทางว่า

"ตอนนี้หยาเป่ากับพวกมันซ้อมกันอยู่ ไม่มีใครช่วยแปล แกพิมพ์เองได้ไหม?"

"ตี๊ตี๊..."

ภูติขลุ่ยประกายแสงเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ดวงตาจะเปล่งแสงสีฟ้า

จากนั้น พลังลึกลับก็เริ่มเคลื่อนไหวในอากาศ โทรศัพท์ของเฉียวซางค่อยๆ แสดงตัวอักษรขึ้นมาเองทีละตัว

[ฉันต้องการอาหารมากกว่านี้เพื่อฟื้นตัวให้เร็วที่สุด และทำการพยากรณ์ ฉันรู้สึกว่ามันใกล้เข้ามาแล้ว]

นี่มันกะจะรีดไถของกินให้มากที่สุดก่อนเธอจะไปจากอัลติเมทสตาร์ใช่มั้ย...

เฉียวซางแอบคิดในใจ แต่ภายนอกก็พยักหน้าตอบรับไปตามระเบียบ

"โอเค เข้าใจแล้ว"

พูดจบ เธอก็เปิดแอปสั่งอาหาร แล้วเลือกของกินที่ภูติขลุ่ยประกายแสงชอบสั่งเป็นประจำ

ภูติขลุ่ยประกายแสงเหลือบตามองโทรศัพท์ แล้วก็พบว่าเธอเลือกแต่ของที่มันชอบกินทั้งนั้น แม้มันจะยังไม่ได้บอกอะไรเลย

เจ้าตัวอดไม่ได้ที่จะขยับอุ้งมือเล็กๆ ไปแตะที่ขลุ่ยแดงซึ่งห้อยอยู่ตรงเอว

รออีกนิด...

อดทนอีกหน่อยก็ได้...

เช้าวันรุ่งขึ้น

หลังจากตื่นนอนและล้างหน้าล้างตาอย่างรวดเร็ว เฉียวซางก็เดินมาหยุดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า วันนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เธอใส่ใจเลือกชุดจริงจัง

เมื่อวานเธอเห็นผู้เข้าร่วมแข่งขันแนวประสานงานแต่ละคนแต่งตัวกันแบบจัดเต็ม แสดงความเป็นตัวเองกันสุดๆ ถึงเธอจะไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องนี้มากนัก แต่ก็ไม่อยากแต่งตัวให้ดูเรียบเกินไปจนกลายเป็นจุดที่ดูแปลกแยก

เธอใช้เวลาคัดเลือกอยู่เกือบสิบกว่านาที ในที่สุดก็เลือกชุดเดรสสีดำแบบวินเทจที่ทำจากผ้าเทนเซลออกมา

การแข่งประสานงานให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์โดยรวม บางครั้งผู้ฝึกอสูรเองก็ต้องแต่งตัวให้เข้ากับสัตว์อสูรที่จะลงแข่งด้วย เดรสสีดำตัวนี้เรียบง่ายแต่มีความเท่แฝงอยู่ ซึ่งพอใส่คู่กับกงเป่าแล้วก็ดูเข้ากันอย่างลงตัว

คิดได้แบบนั้น เฉียวซางก็สวมมันโดยไม่ลังเล

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ถนนหอมกรุ่น หมายเลข 1 – ห้องพักนักแข่ง

สายตาของผู้คนจำนวนไม่น้อยจับจ้องไปที่มุมห้อง ที่นั่นมีเด็กสาวผมดำในชุดเดรสสีดำกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกับสัตว์อสูรของตัวเอง

เหยี่ยวยักษ์เฉือนเหล็กที่ชื่อว่ากงเป่า

ตั้งแต่เมื่อวานที่กรรมการได้พูดถึงมัน คนแทบทุกคนก็พากันไปหาข้อมูลเกี่ยวกับมันกันยกใหญ่

และสิ่งที่พบก็น่าตกใจมาก

ทำให้ทุกคนได้เข้าใจว่าผู้เข้าแข่งขันที่ชื่อเฉียวซางคนนี้มีความโหดและตึงมากขนาดไหน

การประสานงานรอบต่อสู้แบบงดงามใช้ระบบการต่อสู้แบบ 1 ต่อ 1

แม้ว่าผู้เข้าแข่งขันหลายคนจะมีสัตว์อสูรระดับนายนายพลอยู่ แต่ไม่ว่าใครก็คงไม่มีใครกล้าเอาสัตว์อสูรของตัวเองไปต่อกรกับ อสูรเพลิงพิศวงหรือพรายผืนฟ้านิรันดร์ที่มีทักษะเหนือระดับ

แม้การแข่งขันแนวประสานงานจะไม่เหมือนการต่อสู้ของผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับอาชีพ แต่กฎข้อหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ...

"หากฝ่ายหนึ่งหมดสติจนไม่สามารถสู้ต่อได้ภายในเวลาที่กำหนด ฝ่ายตรงข้ามจะเป็นผู้ชนะ"

และตอนนี้เฉียวซางผู้ที่ทุกคนหวาดหวั่นกำลังมองกงเป่าพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า—

"ไม่ต้องกังวล แม้ว่าคู่ต่อสู้ของเราส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์อสูรระดับนายพล ซึ่งจากพลังโดยรวมอาจจะแข็งแกร่งกว่าแก... แต่นี่เป็นการแข่งขันแนวประสานงาน รอบต่อสู้แบบงดงามมีเวลากำหนดแค่ห้านาที ถ้าแกสามารถอดทนและรับมือให้ดี เราก็ไม่ได้ไร้โอกาสชนะซะทีเดียว"

"อย่าลืมว่าพลังป้องกันของแกแข็งแกร่งมาก"

พูดถึงตรงนี้ เธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงย้ำเพิ่มเติมว่า—

"แล้วก็ตอนที่โดนโจมตีไม่ต้องห่วงฉันนะ"

"เพราะตอนนี้...พลังป้องกันของฉันก็แข็งแกร่งมากเหมือนกัน"

จบบทที่ บทที่ 925: พลังป้องกันก็แข็งแกร่งมากเหมือนกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว