เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 919: ฝึกซ้อมประสานงาน

บทที่ 919: ฝึกซ้อมประสานงาน

บทที่ 919: ฝึกซ้อมประสานงาน


กงเป่ากางปีกออกกว้างแล้วพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เริ่มหมุนตัว

ทันใดนั้นเอง ลมพายุที่โหมกระหน่ำก็พัดกระจายออกจากจุดศูนย์กลางของมันอย่างรุนแรง

ในยามค่ำคืน เสียงหวีดหวิวของสายลมดังกึกก้องราวกับเสียงคำรามของอสูรกายขนาดยักษ์ ฟังแล้วให้ความรู้สึกขนลุกขนพอง

เฉียวซางเคยได้รับผลของพลังสะท้อนกลับจากสัตว์อสูรในพันธสัญญา ร่างกายของเธอจึงแตกต่างจากคนทั่วไปมานานแล้ว อีกทั้งความสูงที่กงเป่าทะยานขึ้นไปก็มากพอ ทำให้ลมที่พัดลงมาจากด้านบนไม่สามารถส่งผลกระทบอะไรมากนัก อย่างมากก็แค่ทำให้เสื้อผ้าและเส้นผมของเธอปลิวไสวเล็กน้อย

‘อีกครั้ง’ เฉียวซางยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับไปไหน เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วเอ่ยผ่านกระแสจิต

กงเป่าที่อยู่กลางอากาศหยุดการเคลื่อนไหว

สายลมรุนแรงเมื่อครู่ค่อยๆ สงบลง

ผ่านไปเพียงสองวินาที กงเป่าก็เริ่มหมุนตัวอีกครั้ง

เพียงไม่นาน กระแสลมก็พัดโหมขึ้นราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากที่เกรี้ยวกราด แผ่กระจายออกไปปะทะกับทุกสิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า

บรรดาสัตว์อสูรประเภทบินที่กำลังจะบินผ่านไปพอเห็นเข้าก็พากันเบี่ยงเส้นทางหนีโดยไม่ลังเล

‘อีกครั้ง’ เฉียวซางกล่าวขึ้นในใจ

กงเป่าหยุดลงอีกครั้ง แล้วเริ่มหมุนตัว ปลดปล่อยสายลมรุนแรงออกมา

ผ่านไปครึ่งนาที

‘อีกครั้ง’

...

‘อีกครั้ง’

...

‘อีกครั้ง’

เมื่อเวลาผ่านไป เสียงคำสั่งเดิมที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นซ้ำๆ ในหัวของกงเป่า

ทางด้านหยาเป่านอนหลับไปนานแล้ว

ซุนเป่าเองก็ออกไปตามหาลูกน้องตัวเล็กๆของมัน

ลู่เป่าฝึกเสร็จแล้ว และเข้าไปพักในตู้เก็บน้ำ

มีเพียงเฉียวซางกับกงเป่าที่ยังคงอยู่ในสนามฝึกกลางแจ้ง

“ตี้ตี้…”

“ชานชาน…”

ภูติขลุ่ยประกายแสงนั่งกินมันฝรั่งทอดอยู่ในห้องนั่งเล่น พลางมองออกไปยังสนามฝึกผ่านกระจกบานใหญ่ พร้อมกับพวกอสูรกำเนิดแร่ที่ยืนดูอยู่ด้วย

“ชานชาน”

หนึ่งในอสูรกำเนิดแร่เดินเข้ามาใกล้ภูติขลุ่ยประกายแสง แล้วยื่นพริกสีแดงสดให้ด้วยท่าทางเป็นมิตร

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา อสูรกำเนิดแร่พวกนี้กินพริกทุกวันจนชิน สำหรับพวกมันแล้ว พริกกลายเป็นเหมือนขนมไปเสียแล้ว

“ตี้ตี้…”

ภูติขลุ่ยประกายแสงผลักพริกที่ยื่นมาเบาๆ แสดงท่าทีปฏิเสธ

อสูรกำเนิดแร่ไม่ได้รู้สึกผิดหวัง มันเพียงแค่โยนพริกใส่ปากตัวเองแล้วหันกลับไปมองการฝึกของกงเป่าต่อ

สายลมพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง

แต่ครั้งนี้บริเวณศูนย์กลางของพายุกงเป่าถูกห่อหุ้มไว้ด้วยกระแสลมหมุนที่ราวกับมังกรยักษ์ กระแสลมที่หมุนวนรุนแรงทำให้พลังของพายุถูกรวบรวมไว้เป็นจุดเดียว ส่งผลให้พลังทำลายล้างรุนแรงขึ้นเป็นวงกว้าง

เฉียวซางถึงกับต้องถอยไปอยู่ใต้ชายคา ห่างจากศูนย์กลางพายุเพื่อหลีกเลี่ยงแรงปะทะ

หลังจากนั้นประมาณสิบกว่าวินาที กงเป่าก็กางปีกออกเต็มที่พายุหมุนจึงค่อยๆสลายตัวไป

ในชั่วขณะนั้น แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบกับร่างของกงเป่า ลมที่ยังคงพัดอ่อนๆ ทำให้ขนปีกสีม่วงที่เป็นประกายของมันพลิ้วไหว ส่งผลให้รูปลักษณ์ของมันดูเยือกเย็นและสง่างามยิ่งขึ้น

‘มานี่มา’

เสียงของผู้ฝึกสัตว์อสูรดังขึ้นในจิตของกงเป่า

สายตาของมันที่เคร่งขรึมอยู่เมื่อครู่พลันอ่อนลง ก่อนจะกระพือปีกบินตรงไปยังเจ้านายของมัน

ในเวลาไม่นาน กงเป่าก็ร่อนลงมาต่อหน้าเฉียวซาง

“เหนื่อยแล้วสินะ พักก่อนเถอะ” เฉียวซางยื่นขวดน้ำยาฟื้นพลังระดับ C ที่เตรียมไว้ให้ล่วงหน้าไปให้

“กงจั้น” กงเป่ายื่นปีกมารับ ก่อนจะกระดกดื่มรวดเดียวหมด

สำหรับเฉียวซางแล้ว ความสำเร็จในการควบคุมกระแสลมให้ก่อตัวเป็นพายุหมุนในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจเป็นพิเศษ

เพราะช่วงนี้ ทุกๆ สองสามวัน กงเป่าก็จะสามารถสร้างพายุหมุนสำเร็จได้อยู่แล้ว

แต่พอถึงวันถัดไป หลังจากลองฝึกอีกไม่กี่ครั้งก็กลับล้มเหลวอีกจนได้

แต่การฝึกแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสำเร็จแค่ครั้งเดียวแล้วขึ้นเวทีได้เลย การฝึกแบบนี้ไม่มีตัวช่วยพิเศษ ไม่มีทางที่จะแค่ใช้สำเร็จครั้งเดียวแล้วจากนั้นจะไม่มีความผิดพลาดอีก

สุดท้ายก็เลยเข้าสู่ลูปที่ไม่มีที่สิ้นสุด

“กงจั้น?” กงเป่าร้องเรียก แสดงออกว่าถามว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว

เฉียวซางหยิบโทรศัพท์ออกมาดู ก่อนตอบว่า “ตีสี่ยี่สิบสาม”

“กงจั้น” กงเป่าได้ยินแล้วก็กางปีก เตรียมตัวไปฝึกต่อ

“เดี๋ยวก่อน” เฉียวซางรีบหยุดมันไว้

กงเป่าหันมามอง

“ฉันคิดดูแล้ว ถ้าแกตั้งใจจะเข้าร่วมการแข่งรอบแรกจริงๆ ตอนนี้แกไม่ควรฝึกใช้พายุคลั่งอีก” เฉียวซางพูดในสิ่งที่เธอคิด “อีกไม่กี่ชั่วโมงการแข่งขันก็จะเริ่มแล้ว ถ้ายังฝึกต่อไปตอนนี้ อาจจะทำให้เกิดความไม่เสถียรได้ สู้จำความรู้สึกของการก่อตัวของพายุหมุนเมื่อครู่ให้ขึ้นใจ แล้วเข้าใจถึงการควบคุมมันให้ได้ดีกว่า”

“กงจั้น”

กงเป่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องตอบเบาๆ แสดงออกว่ามันรู้ดีว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาด

“ใช่แล้ว” เฉียวซางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ดังนั้นจากนี้ไปเราจะไม่ฝึกพายุคลั่ง แต่จะฝึกการควบคุมแทน การเพิ่มความชำนาญของทักษะจะช่วยให้ควบคุมมันได้ดีขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาพวกเราใช้แนวทางนี้มาตลอด มุ่งไปที่ทักษะเป็นหลัก”

“แต่ตอนนี้ฉันอยากลองเปลี่ยนแนวทางใหม่ให้มุ่งเน้นไปที่การควบคุมเป็นหลัก”

“ตราบใดที่การควบคุมพัฒนาขึ้น ไม่ว่าแกจะใช้ทักษะอะไรก็ตาม ต่อให้ยังไม่ชำนาญมากก็จะสามารถควบคุมมันได้อย่างแม่นยำ”

กงเป่าจ้องมองไปที่ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมัน แล้วจู่ๆ ก็เงียบไป

“เป็นอะไรไป? ทำไมเงียบไปล่ะ?” เฉียวซางถาม

“กงจั้น…” กงเป่าร้องเสียงต่ำ แฝงไปด้วยความรู้สึกว่า ทำไมเพิ่งมาบอกแนวทางการฝึกนี้เอาป่านนี้

เฉียวซาง: “……”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “ฉันเพิ่งคิดออกวันนี้แหละ”

ถ้าเป็นกับหยาเป่าหรือพวกตัวอื่นๆ เธออาจจะเล่นละครกลบเกลื่อนไปแล้ว แต่พอเป็นกงเป่า ด้วยเหตุผลบางอย่าง—อาจจะเพราะเป็นพวกที่ผ่านการวิวัฒนาการเชื่อมโยงสายสัมพันธ์กันมา เธอเลยรู้สึกว่าถ้าพูดโกหกออกไปต้องโดนจับได้แน่ๆ

ตอนแรก เธอมั่นใจมากกับการฝึกเตรียมลงแข่งของกงเป่าเลยไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมาก

ก็อย่างว่าเจ้าพวกตัวเล็กตัวน้อยของเธอ พรสวรรค์ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แค่บอกทิศทางนิดหน่อยก็เข้าใจหมด แถมการฝึกพายุคลั่งให้ก่อตัวขึ้นสำเร็จก็เป็นการควบคุมฝึกพายุคลั่งไปพร้อมกันอยู่แล้ว

ยิ่งทักษะมีความชำนาญมากขึ้น ก็จะสามารถควบคุมมันได้ดีขึ้น นี่เป็นหลักการที่เธอเข้าใจมาตั้งแต่ก่อนจะมาเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรแล้ว

เธอมีนิ้วทองคำเป็นตัวช่วยพิเศษ ทำให้ค่าความชำนาญของพายุคลั่งเพิ่มขึ้นทุกวัน เธอจึงเชื่อโดยไม่ลังเลว่าถ้ายังฝึกต่อไปเรื่อยๆ พายุคลั่งก็จะสามารถควบคุมได้อย่างราบรื่นในที่สุด

แต่เธอกลับลืมไปว่าเมื่อตัวทักษะแข็งแกร่งขึ้น ความต้องการในการควบคุมมันก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย

เมื่อถึงจุดหนึ่ง พายุคลั่งที่แข็งแกร่งขึ้นทุกครั้งที่ใช้งานก็จะต้องการการควบคุมที่ละเอียดขึ้นไปอีก

พอเธอสังเกตเห็นปัญหานี้ก็สายไปเสียแล้ว

“กงจั้น”

กงเป่าร้องขึ้น แสดงว่าเข้าใจและยอมรับแนวคิดนี้

“กงจั้น?”

แต่แล้วมันก็ทำหน้าสงสัยขึ้นมา ถ้าจะฝึกแค่การควบคุมอย่างเดียว ควรจะฝึกยังไงล่ะ?

“การที่พายุหมุนก่อตัวขึ้นมาได้ สุดท้ายแล้วมันขึ้นอยู่กับว่าตอนที่ใช้พายุคลั่ง การปลดปล่อยพลังงานต้องสมดุล” หลังจากที่ได้เรียนรู้ที่มหาวิทยาลัยยูเลียนทันมาหลายเดือน และยังได้รับคำแนะนำแบบตัวต่อตัวจากอาจารย์ของสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิ ความรู้ด้านการฝึกสัตว์อสูรของเฉียวซางก็เพิ่มขึ้นมากจนไม่ต้องไปค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตแล้ว

เธอนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “เดี๋ยวอีกสักพักแกลองใช้คมมีดปีกเหล็กแล้วควบคุมพลังงานที่ใช้กับขนปีกแต่ละเส้น ให้มันโจมตีด้วยแรงที่เท่ากันดู”

“กงจั้น”

กงเป่าพยักหน้าเข้าใจ แล้วหันตัวเตรียมจะไปฝึก

“เดี๋ยวก่อน รอฉันแป๊บ” เฉียวซางพูดพลางวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน

ตอนเดินผ่านห้องนั่งเล่น เธอเหลือบไปเห็นพวกอสูรกำเนิดแร่กับภูติขลุ่ยประกายแสงนั่งอยู่ริมหน้าต่างกระจกใหญ่ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องเก็บของที่ชั้นหนึ่ง และหยิบอุปกรณ์ตรวจวัดพลังโจมตีแบบพกพาออกมาทั้งหมดเจ็ดชิ้น

อุปกรณ์ตรวจวัดพลังโจมตีแบบพกพา ใช้สำหรับตรวจวัดความรุนแรงของพลังที่สัตว์อสูรปลดปล่อยออกมา มีรูปร่างเป็นวงกลม ดูเผินๆ คล้ายไม้แบดมินตัน ด้านล่างมีด้ามจับ ต้องให้คนถือหรือยึดติดกับอะไรบางอย่างเพื่อใช้งาน

จบบทที่ บทที่ 919: ฝึกซ้อมประสานงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว