- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 913: เกิดใหม่ 1
บทที่ 913: เกิดใหม่ 1
บทที่ 913: เกิดใหม่ 1
เฉียวซางก้าวเข้าไปในห้องฝึกซ้อม สายตากวาดมองรอบๆ สำรวจการจัดวางภายในห้อง
สิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกก็คือโซฟาเดี่ยวหนึ่งตัว อุปกรณ์ควบคุม และหน้าจอใสป้องกันไฟขนาดใหญ่ รวมถึงประตูบานหนึ่ง
ผ่านหน้าจอใสนั้น สามารถมองเห็นอีกฝั่งหนึ่งได้อย่างชัดเจน สภาพภายในดูเละเทะ พื้นดินมีร่องรอยไหม้เกรียมไปทั่ว คล้ายกับเพิ่งผ่านทะเลเพลิงมาไม่นานนี้
สัตว์อสูรประเภทจักรกลเดินไปที่อุปกรณ์ควบคุม กดปุ่มสีแดง จากนั้นประตูที่อยู่ข้างๆ หน้าจอก็ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ
ทันทีที่ประตูเปิดออกก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าคลื่นความร้อนพวยพุ่งออกมา
“ให้สัตว์อสูรเข้าไปได้เลย” สัตว์อสูรประเภทจักรกลกล่าว มันไม่ได้ขยับปากพูด แต่เสียงกลับดังออกมาจากส่วนท้องของมัน
เฉียวซางหันไปมองหยาเป่าแล้วพูดว่า “เข้าไปเถอะหยาเป่า”
“ย่าห์!”
หยาเป่าแสดงสีหน้าตื่นเต้น ก่อนจะหันตัวเดินไปยังอีกฟากของประตูด้วยฝีเท้าที่แน่วแน่
ไม่นานนัก ประตูก็ค่อยๆ ปิดลง
“ย่าห์...ย่าห์...”
ภายในห้องฝึกมืดสนิท หยาเป่าเผลอหันกลับไปมองทางที่เดินเข้ามาโดยสัญชาตญาณ คล้ายต้องการมองหาผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง
จากด้านนอกสามารถมองเห็นด้านในได้อย่างชัดเจน แต่จากข้างในกลับมองออกไปด้านนอกไม่ได้เลย
ดวงตาของหยาเป่าที่เคยฉายแววสับสนอยู่เล็กน้อย ก่อนค่อยๆเปลี่ยนเป็นแน่วแน่ มันขยับขาทั้งสี่ออกแรงเล็กน้อย ก่อนที่ปีกเพลิงจะขยายใหญ่ขึ้นในทันที พร้อมเตรียมรับมือกับเปลวไฟที่จะมาโจมตี
เฉียวซางทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเดี่ยว
สัตว์อสูรประเภทจักรกลชี้ไปที่ไมโครโฟนที่ติดอยู่บนแผงควบคุม
พร้อมกันนั้น เสียงจากท้องของมันก็ดังขึ้นอีกครั้ง “คุณสามารถใช้ไมโครโฟนนี่คุยกับสัตว์อสูรที่กำลังฝึกอยู่ข้างในได้”
“เข้าใจแล้ว” เฉียวซางตอบ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วพูดใส่ไมโครโฟน “เฮ้ หยาเป่า ได้ยินไหม?”
“ย่าห์!”
หยาเป่าที่เพิ่งตั้งท่าเตรียมรับมือเมื่อครู่ พลันคลายความระแวดระวังลงทันที มันแสดงสีหน้าตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะส่งเสียงร้องออกมาเป็นการตอบรับว่าได้ยินชัดเจน
“งั้นก็ดี” เฉียวซางมองหยาเป่าผ่านหน้าจอใส ก่อนจะกำชับอีกครั้ง “จำไว้นะ อย่าฝืนเด็ดขาด ถ้ารู้สึกว่าทนไม่ไหวก็ออกมา”
“ย่าห์!”
เมื่อมองไม่เห็นผู้ฝึกสัตว์อสูรของตัวเอง หยาเป่าก็ทำได้เพียงอาศัยเสียงของเฉียวซางในการจินตนาการภาพว่าเธอกำลังพูดอยู่ มันเผลอคิดถึงสีหน้าห่วงใยของเฉียวซางขึ้นมาในหัว จึงไม่ได้พูดประโยคที่ว่า “มันไม่เป็นไร” ออกไปเหมือนทุกที แต่เลือกที่จะร้องรับคำแทน เพื่อบอกว่ามันเข้าใจแล้ว
ได้ยินเช่นนั้น เฉียวซางก็วางใจลง ก่อนจะพยักหน้าให้สัตว์อสูรประเภทจักรกล “เริ่มได้เลย”
สัตว์อสูรประเภทจักรกลกดปุ่มบนแผงควบคุมหลายครั้งติดกัน
ทันใดนั้น เปลวไฟก็พวยพุ่งขึ้นจากพื้นฝั่งตรงข้ามหน้าจอใส ฉายแสงสว่างให้ทุกสิ่งทุกอย่างภายในนั้น
ร่างของหยาเป่าถูกกลืนหายไปในกองเพลิงแทบจะในพริบตา
“ซุนซุน...”
ซุนเป่าเผลอโผล่ออกมาจากที่ซ่อน เมื่อเห็นภาพหยาเป่าในหน้าจอใส มันถึงกับอ้าปากค้าง เผยสีหน้ารู้สึกขนลุกขนพองอย่างช่วยไม่ได้
“ปิงอ้าย”
ลู่เป่าที่ยื่นหัวออกมาครึ่งหนึ่งในตอนแรก ตอนนี้ก็กระโดดออกจากกระเป๋าสะพายของเฉียวซางจนหมดตัว มันกระพือหางเบาๆ ก่อนกระโดดข้ามหัวเฉียวซางไปและร่อนลงมานั่งบนตักของเธอ ดวงตากลมใสจับจ้องไปที่หน้าจอใสอย่างจริงจัง
“กงจั้น...”
กงเป่ามองไปที่หยาเป่าผ่านหน้าจอใส ก่อนจะเผยสีหน้าชื่นชมออกมาโดยไม่รู้ตัว
เฉียวซางมองไปที่เปลวไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ภายใน สีหน้าค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความกังวล
ห้องฝึกนี้ดูจะเล็กเกินไปจริงๆ ถ้าหากมันกว้างขวางกว่านี้สักหน่อย หยาเป่าก็สามารถถอดกำไลปรับขนาดออกได้และกลับคืนสู่ร่างเดิมในขนาดเต็มที่ แบบนั้นเธอจะสามารถมองเห็นสภาพของหยาเป่าได้ชัดเจนขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากคืนร่างเดิม ด้วยขนาดร่างที่ใหญ่ขึ้นก็จะช่วยให้สามารถปลดปล่อยพลังได้เต็มที่และยังสามารถต้านทานเปลวเพลิงได้ดีขึ้นด้วย
ขณะที่เธอกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย สัตว์อสูรประเภทจักรกลก็กดปุ่มบนแผงควบคุมอีกสองสามครั้ง
ทันทีที่มันกดปุ่มยืนยัน เสียง "ครืดๆๆ" ก็ดังกึกก้องขึ้นรอบด้าน
กำแพงโดยรอบขยายออก รวมถึงหน้าจอใสและประตูด้วย
ระดับความสูงของห้องฝึกค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นี่…นี่มัน…! เฉียวซางแทบควบคุมสีหน้าตัวเองไม่อยู่ ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง
เพิ่งคิดไปว่าห้องฝึกเล็กเกินไปอยู่หยกๆ แล้วนี่มันขยายขึ้นได้เลยงั้นเหรอ?!
จากนั้นเธอก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าค่อยๆ ผ่อนคลายลงราวกับเข้าใจทุกอย่าง
ใช่แล้ว…เธอควรจะรู้ตัวตั้งแต่แรงแล้ว เพราะอาคารห้องฝึกซ้อมนี้ หากมองจากด้านนอกอาคารสูงตั้งหลายสิบเมตร แต่ภายในกลับมีเพียงสามชั้นเท่านั้น
ถ้าจำไม่ผิดล่ะก็ สาขาสถาปัตยกรรมของยูเลียนทันก็เป็นหนึ่งในเก้าคณะชั้นนำของมหาวิทยาลัย การสร้างสิ่งก่อสร้างที่สามารถขยายและยืดหยุ่นได้ก็คงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่…
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมการมาใช้บริการที่นี่ต้องจองล่วงหน้า ถ้าหากห้องฝึกทุกห้องมีขนาดเล็กแบบตอนแรก พวกเขาน่าจะสามารถรองรับสัตว์อสูรที่เข้ามาฝึกได้มากกว่านี้หลายเท่า…
“หยาเป่ากลับคืนร่าง!” เฉียวซางขยับเข้าใกล้ไมโครโฟน พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ย่าห์!”
เสียงของผู้ฝึกสัตว์อสูรดังผ่านเข้ามาในหู หยาเป่าจึงค่อยๆ ปลดแหวนย่อส่วนและขยายร่างของตัวเองกลับสู่ขนาดเดิม
พร้อมกันนั้นเอง สัตว์อสูรประเภทจักรกลก็เลื่อนคันโยกบนแผงควบคุมขึ้นไปด้านบน เปลวไฟภายในห้องฝึกพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
ในตอนนี้ หยาเป่าได้กลับคืนสู่ร่างเดิมเต็มที่แล้ว เปลวเพลิงที่กำลังลุกโชติช่วงอยู่แทบจะกลืนกินช่วงล่างของมันไปหมด
เฉียวซางสามารถมองเห็นสีหน้าของหยาเป่าได้อย่างชัดเจน—ไม่เพียงแต่ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่มันยังดูตื่นเต้นสุดๆ อีกต่างหาก คล้ายกับว่าไม่ได้รู้สึกเลยว่าถูกไฟแผดเผาอยู่
…นี่มันไม่กลัวไฟเลยสักนิดนี่นา ทำไมดูเหมือนมันจะปลุกลักษณะเฉพาะตัวดึงดูดไฟแล้วตั้งแต่มันยังไม่แม้แต่จะเริ่มฝึกเลยเนี่ย…?
เฉียวซางเข้าสู่จิตสำนึกเชื่อมโยงกับตำราอสูรเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของหยาเป่า แต่พอเห็นว่าในหน้าข้อมูลของมันไม่ได้มีลักษณะเฉพาะตัวเพิ่มขึ้น เธอก็ได้แต่ถอนตัวกลับสู่ความเป็นจริงแบบเงียบๆ
โอเค…คงเป็นเธอที่คิดไปเองมากเกินไป
ก็ใช่น่ะสิ วิธีการฝึกแบบนี้อย่างมากก็แค่ช่วยเพิ่มโอกาสให้หยาเป่าสามารถปลุกลักษณะเฉพาะตัวดึงดูดไฟได้ในอนาคต แต่จะให้ตื่นพลังตั้งแต่การฝึกครั้งแรกเลย คงเป็นไปไม่ได้หรอก…
“ย่าห์ ย่าห์!”
ในตอนนั้นเอง หยาเป่าก็ร้องเรียกออกมา คล้ายกับจะบอกว่า ขอไฟแรงกว่านี้อีก!
เฉียวซางเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดออกมาเสียงเรียบว่า “เพิ่มไฟขึ้นอีก”
สัตว์อสูรประเภทจักรกลกำลังจะกดปุ่มปรับเปลวไฟเพิ่มขึ้น แต่ทันใดนั้น เฉียวซางก็เปลี่ยนใจขึ้นมาเสียก่อน
“เดี๋ยว!”
สัตว์อสูรประเภทจักรกลชะงัก หันกลับมามองเธอ
“อุณหภูมิของไฟสามารถปรับเพิ่มได้ไหม?” เฉียวซางถาม
“ได้” สัตว์อสูรประเภทจักรกลตอบกลับด้วยเสียงจากช่องท้องของมัน
“งั้นเพิ่มอุณหภูมิของไฟขึ้น” เฉียวซางตรวจสอบสภาพของหยาเป่าอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่ามันไม่ได้ฝืนตัวเอง จึงตัดสินใจออกคำสั่ง
ไฟในอุณหภูมิปกติ ดูเหมือนจะมีพลังไม่ต่างจากทักษะไฟของสัตว์อสูรระดับต่ำหรือระดับกลาง ซึ่งแทบจะไม่ส่งผลอะไรต่อหยาเป่าเลย ถ้าหากต้องการให้ร่างกายของมันเกิดปฏิกิริยาต่อพลังงานไฟจริงๆ วิธีเดียวก็คือต้องเพิ่มอุณหภูมิของเปลวเพลิงให้รุนแรงขึ้น!
สัตว์อสูรประเภทจักรกลกดปุ่มบนแผงควบคุมสองครั้งติดกัน
เปลวเพลิงภายในหน้าจอใสค่อยๆ เปลี่ยนสีจากสีแดงเข้มค่อยๆกลายเป็นสีส้มอมแดง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีส้มสด และในที่สุดก็เริ่มนิ่งคงที่
“ย่าห์...”
สีหน้าของหยาเป่าค่อยๆ เปลี่ยนจากความตื่นเต้นเป็นเคร่งขรึมขึ้นอย่างช้าๆ
เวลาผ่านไปทีละนิด หยาเป่ายังคงยืนหยัดอยู่กลางเปลวไฟไม่ขยับเขยื้อน สีหน้าของมันตลอดเวลานั้นยังคงนิ่งเคร่งเครียด
“ย่าห์!”
ทันใดนั้น มันร้องออกมาอีกครั้ง คล้ายกับจะบอกว่า เพิ่มไฟอีก!
“ซุนซุน...”
ซุนเป่ายกอุ้งเท้าทั้งสองขึ้นมากำเป็นกำปั้น วางไว้ตรงริมฝีปาก แสดงสีหน้าชื่นชมจนออกนอกหน้า
แม้ว่าจะมีแผงป้องกันเปลวไฟกั้นอยู่ แต่มันก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงความรุนแรงของเปลวเพลิงภายในห้องฝึก
ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่ใหญ่หยาเป่าจะยังร้องขอให้เพิ่มไฟอีก…
การที่ช่วงก่อนหน้านี้มันเลือกหลีกเลี่ยงพี่ใหญ่หยาเป่าแล้วไปท้าทายลู่เป่าแทน ก็นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วจริงๆ...